เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1418 สาวงามทยอยปรากฏตัว
บทที่ 1418 สาวงามทยอยปรากฏตัว
………………..
บทที่ 1418 สาวงามทยอยปรากฏตัว
ในขณะเดียวกันเกาอิ้งรู้สึกงงงวย เขารำพึงว่า “ผู้อาวุโสมู่หรงไม่ได้สูญเสียตำแหน่งเพราะพี่ซูเหรอ? ทำไมดูเหมือนว่าคุณหนูของตระกูลมู่หรง ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่ซู?”
“พี่ซูมีเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดา แม้แต่คนอย่างแม่นางหนานซวิน คณิกาอันดับหนึ่งที่ทำให้ทั้งเมืองหลวงต้องสั่นคลอนยังคิดถึงเขามาก สาวน้อยจากตระกูลมู่หรงจะต้านทานได้อย่างไร?” เพ่ยโยวรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง พวกเขาเป็นพยานด้วยตัวเองในคืนนั้น การโจมตีทางจิตใจนั้นทรงพลังเกินไปจริง ๆ
“ข้าว่ามู่หรงชิงเหอก็สวยอยู่เหมือนกัน แม้ว่าผิวของนางจะคล้ำไปหน่อย แต่รูปร่างทรวดทรงดี ใช้เวลาอีกสักสองสามปี นางอาจจะดูดีไม่แพ้หนานซวิน” เกาอิ้งประเมินนางในขณะที่ลูบคางอย่างใช้ความคิด
ผู้ชายใกล้ชิดสนิทสนมกันเร็วที่สุดในสถานการณ์แบบไหนกัน? ย่อมเป็นตอนที่พวกเขาคุยกันเรื่องผู้หญิง ทั้งสามคนมีประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตรายในมิติลับด้วยกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปยังสถานที่เช่นหอเทียบเชิญสีชาด ตอนนี้ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ๆ พวกเขาคงไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้วไม่จำเป็นต้องเก็บงำความคิดอีกต่อไป
“ห๊ะ?” เพ่ยโยวถูแขนราวกับมีอาการขนลุก “ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนแบบนี้”
เกาอิ้งตกตะลึงในตอนแรก แต่แล้วเขาก็โกรธ “สารเลว เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น! ข้าชอบหน้าอกใหญ่ ๆ ก้นใหญ่ ๆ! เราเคยไปหอเทียบเชิญสีชาดด้วยกันมาแล้วตั้งสองสามครั้ง เจ้าไม่รู้เหรอว่าข้ามีรสนิยมแบบไหน?”
เพ่ยโยวเตือนเขาว่า “ลดเสียงลง ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของเจ้าจะถูกทำลายหากมีใครได้ยินสิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดไป”
เกาอิ้งมองไปรอบ ๆ ตัว แน่นอนว่ามีบางคนที่มองมาทางพวกเขาเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้น
จู่ ๆ เพ่ยโยวก็ผิวปากยาวและพูดว่า “โอ้ สาวน้อยที่อยู่ตรงนั้นคือใคร?”
“ที่ไหน?” เกาอิ้งมองตาสายตาของเพ่ยโยว เขาเห็นผู้หญิงในชุดสีฟ้ามาจากระยะไกล ผมของนางถูกมัดเป็นมวยที่สวยงามและมีบรรยากาศแห่งความอ่อนโยนอยู่รอบตัว
นางมาจากบทกวีหรืออะไร? ด้วยเหตุผลบางอย่าง จู่ ๆ ความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวของทั้งคู่
ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก แต่ก็เท่านั้น สำหรับนายน้อยจากตระกูลใหญ่เช่นพวกเขา พวกเขาล้วนคุ้นเคยกับการเห็นสาวสวยในเมืองหลวง สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวนางคือบรรยากาศทรงภูมิรอบตัว ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
“นี่คือผู้หญิงแบบที่เราอยากพากลับบ้านเพื่อเป็นภรรยาที่ดี!” เพ่ยโยวอดไม่ได้ที่จะพูดพร้อมถอนหายใจ
“แน่นอน…” เกาอิ้งรู้สึกเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง แม้ว่าสาวๆ จากหอคณิกาจะมีเสน่ห์และดูร่าเริงเย้ายวน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนนี้ สาว ๆ เหล่านั้นก็ดูน่าเบื่อทันที
“สงสัยจริง ๆ ว่านางเป็นคุณหนูของตระกูลไหน?” เพ่ยโยวรำพึง แม้ว่าพวกเขาจะบอกได้ว่าเสื้อผ้าของนางไม่ได้หรูหราฟุ่มเฟือยมากเกินไป แต่ก็ทำมาจากวัสดุที่ดี พวกเขารู้ว่านางไม่ใช่ผู้หญิงจากครอบครัวชาวนาอย่างแน่นอน
“ทำไมถึงดูคุ้น ๆ? เราเคยเจอนางที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?” เกาอิ้งถามด้วยความงงงวย
“ข้าคิดว่าข้ารู้สึกไปคนเดียวซะอีก!” เพ่ยโยวรู้สึกประหลาดใจ “เอ๋? นางกำลังเดินมาทางนี้ อย่าบอกนะว่าเพราะข้าสบตากับนาง?” เขายืดหลังตรงและจัดระเบียบเครื่องแบบ พวกเขากำลังเดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางการฑูตจึงแต่งกายในเครื่องแบบทางการซึ่งดูดีกว่าปกติมาก
เกาอิ้งคิดกับตัวเอง ผู้ชายคนนี้มั่นใจในตัวเอง! รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีโอกาสที่นางจะไปหาเขา แต่เขาแค่ไม่ยอมรับ “แม้ว่านางจะมาหาพวกเราคนใดคนหนึ่ง แต่นางก็จะมองหาพี่ซูในท้ายที่สุด”
ดวงตาของเพ่ยโยวกระตุก เขากำลังจะสวนกลับ แต่ในไม่ช้าดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ผู้หญิงคนนั้นเดินไปหาซูอันในที่สุด!
“พี่ซู~” หญิงงามทรงภูมิทักทายซูอันอย่างอบอุ่น
“เต๋าอวิ๋น ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่?” ซูอันมีความสุขและประหลาดใจที่ได้พบนาง ผู้หญิงคนนี้คือเซี่ยเต๋าอวิ๋น
คิ้วของฉู่โหยวเจาขมวด นางไม่ได้รู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นคนที่มาจากบ้านเกิดเดียวกัน แต่รู้สึกได้ถึงอันตรายมากกว่า
“พี่ซูกำลังจะเดินทางไกล ข้าจึงขอลาหยุดครึ่งวันมาหา น้องชายของข้าก็อยากมาด้วย แต่เขามาถึงช่วงวิกฤตในการบ่มเพาะและอาจารย์ของเขาไม่อนุญาต ข้าต้องขอโทษแทนเขาด้วย หวังว่าพี่ซูจะไม่โกรธเคือง” เสียงของเซี่ยเต๋าอวิ๋นให้ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับเม็ดฝนที่ตกลงไปในทะเลสาบ ผู้ที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความสงบ
“ทำไมข้าต้องโกรธเคืองด้วย? การบ่มเพาะมีความสำคัญมากกว่าอยู่แล้ว” ซูอันตอบ
“ใช่แล้ว ทางเหนือหนาวเย็นนัก น้องสาวคนนี้จึงเตรียม…” เซี่ยเต๋าอวิ๋นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเก็บของขณะพูด จู่ ๆ สายตาของนางก็เปลี่ยนไปมองกองเสื้อผ้าข้าง ๆ และนางก็ตัวแข็งทื่อ
ฉู่โหยวเจาร้องออกมา “โอ้ พี่สาวของข้าเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวมากมายสำหรับพี่เขยแล้ว! หรือว่าแม่นางเซี่ยเตรียมเสื้อผ้ามาให้พี่เขยด้วย?”
มู่หรงชิงเหอมีสีหน้าแปลก ๆ ทำไมพี่ฉู่ถึงพูดแบบนี้? เขาคิดว่าแม่นางเซี่ยคนนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับพี่เขยของเขาหรือไม่? แต่พี่ฉู่ของข้ากำลังทำเพื่อพี่สาวของเขา! นี่คงถือเป็นเรื่องปกติ
“ไม่ใช่” เซี่ยเต๋าอวิ๋นตั้งสติอย่างรวดเร็ว มือของนางขยับไปในทิศทางที่ต่างไปและหยิบอย่างอื่นออกมาจากกระเป๋า “ทางเหนือมีอากาศหนาวเย็น และธรรมเนียมปฏิบัติของมณฑลเมฆครามก็เข้มงวดกว่าที่นี่เช่นกัน ถ้าเจ้ามียันต์นี้อยู่กับตัว มันสามารถทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งได้”
ซูอันจำได้ว่าสิ่งที่นางถืออยู่นั้นเป็นยันต์ลมหายใจสุดท้าย เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเหมือนครั้งก่อน “ขอบคุณ น้องเต๋าอวิ๋น! ยันต์นี้เคยคุ้มครองชีวิตของข้าในมิติลับมากก่อน ข้ารู้สึกสบายใจมากขึ้นจริง ๆ”
ความเป็นศัตรูของฉู่โหยวเจาลดลงทันทีเมื่อได้ยินว่าเซี่ยเต๋าอวิ๋นกำลังมอบสมบัติวิเศษที่ช่วยชีวิตซูอัน เขาพบว่าตัวเองพอใจมากกว่า
เซี่ยเต๋าอวิ๋นรู้สึกผิดเล็กน้อยโดยกล่าวว่า “น่าเสียดายที่ข้าสามารถสร้างยันต์นี้ได้เพียงชิ้นเดียว เนื่องจากเงื่อนไขในการสร้างมันเข้มงวดมาก คงจะดีกว่าถ้าข้าสามารถเตรียมมันให้ได้มากกว่านี้”
“น้องเต๋าอวิ๋น โปรดอย่าโทษตัวเอง ข้ายังเป็นผู้บ่มเพาะ ดังนั้นข้าจึงรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่สามารถช่วยชีวิตคน ๆ หนึ่งได้มีค่ามากเพียงใด แล้วจะสร้างมันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร? ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตอบแทนเจ้าอย่างไรดีที่มอบของที่มีเพียงชิ้นเดียวให้กับข้าแบบนี้” ซูอันต้องการแกล้งโดยบอกว่าเขาไม่รังเกียจที่จะอุทิศร่างกายทั้งหมดเพื่อนาง แต่กังวลว่าอาจจะเป็นการหยาบคายถ้าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนมากมาย
เซี่ยเต๋าอวิ๋นยิ้มและพูดว่า “พี่ซูพูดจริงจังเกินไป ข้าชอบบทกวีและเพลงพิณที่มอบให้ข้าครั้งก่อนมาก”
ฉู่โหยวเจาระเบิดความโกรธทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น พี่เขยแอบแต่งบทกวีให้สาวอื่นงั้นหรือ? แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่ได้รับเลย!
—
ท่านยั่วยุ ฉู่โหยวเจา สำเร็จได้รับคะแนนความโกรธแค้น +288 +288 +288…
—
ซูอันตกใจ ผู้หญิงคนนี้กำลังโกรธอะไรอยู่?
เซี่ยเต๋าอวิ๋นพูดเบา ๆ ว่า “ข้ามาที่นี่นานแล้ว คงต้องกลับไปบ่มเพาะแล้ว พี่ซู โปรดดูแลตัวเองให้ดี” ที่ท่าเรือมีคนจำนวนมากเกินไป นางไม่ชินกับการเปิดเผยตัวในที่โล่ง
“น้องเต๋าอวิ๋นต้องดูแลตัวเองเช่นกัน อย่าหักโหมกับการบ่มเพาะมากเกินไป” ซูอันโบกมือลา เซี่ยเต๋าอวิ๋นหน้าแดง นางพยักหน้าให้เขาและจากไป
“นางไปแล้ว เจ้ายังมองไปทางนั้นเพื่ออะไร?” ฉู่โหยวเจาพึมพำอย่างขมขื่น
ซูอันกำลังจะตอบเมื่อกลิ่นหอมหวานโชยมา เสียงที่อ่อนหวานกล่าวว่า “นั่นดูเหมือนจะเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองเซี่ยใช่ไหม? เพื่อนเก่าในต่างแดนของพวกเรา น่าเสียดายจริง ๆ ที่นางไม่สามารถอยู่คุยได้นานกว่านี้”
ดวงตาของเกาอิ้งและเพ่ยโยวเบิกกว้าง “ทำไมมีสาวงามเพิ่มมาอีกสองคนล่ะ?”
“ดูเหมือนพวกนางจะเป็นคนของตระกูลซ่าง” เกาอิ้งจดจำได้ว่าทั้งสองดูเหมือนจะเป็นคนของซ่างหง
“มีข่าวลือว่าลูกสะใภ้ของตระกูลซ่างนั้นสวยงาม เนื่องจากนางเป็นหม้ายหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน มีนายน้อยหลายคนที่สนใจ ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่านางสวยยิ่งกว่าข่าวลือซะอีก” เพ่ยโยวอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเชย
………………..