เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1446 นักพรตเต๋าคิ้วหนา
บทที่ 1446 นักพรตเต๋าคิ้วหนา
………………..
บทที่ 1446 นักพรตเต๋าคิ้วหนา
ชายในชุดดำหัวเราะอย่างน่ากลัวและพูดว่า “ในเมื่อรู้ว่าข้าเป็นใคร เจ้าควรรีบทิ้งข้าวของไว้ ข้ายังว้ชีวิตเจ้าได้”
ซูอันอยากรู้อยากเห็น ดูเหมือนบุคคลนี้จะมีชื่อเสียงมาก น่าสงสัยว่าชายคนนี้เป็นใคร เวลาที่เขาใช้ในโลกนี้ยังสั้นเกินไป ทั้งยังผูกติดกับราชสำนักมานาน เขาไม่รู้เรื่องโลกของนักรบพเนจรมากนัก
ซุนจี้บังเอิญถามคำถามที่ซูอันสงสัย “ผู้อาวุโสหยาง มันเป็นใคร?”
หยางหลงไม่ตอบ สายตาของเขาไม่ละไปจากร่างของชายในชุดดำแม้แต่น้อยในขณะที่พูดว่า “ข้าอาจจะเชื่อเรื่องโกหกถ้าข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร อย่างไรก็ตาม นักพรตเต๋าคิ้วหนาที่ชั่วร้ายเคยไว้ชีวิตใครบ้าง?”
“นักพรตเต๋าคิ้วหนา?” ซูอันขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน คนผู้นี้น่าเกรงขามจริงหรือ? เขาเห็นคิ้วทั้งสองด้านของชายลึกลับ พวกมันหนาและดกดำจริง ๆ เหมือนกับชื่อเรียก
ซุนจี้พูดด้วยความโกรธว่า “อะไรคือ ‘คิ้วหนา’ หรือ ‘คิ้วบาง’? ในสถานที่เช่นมณฑลอวี้ หากไม่นับรวมอ๋องเยี่ยน ตระกูลซุนของเราคือคำตอบสุดท้าย! ข้าแนะนำให้เจ้ารู้จักตำแหน่งแห่งที่ของตัวเอง ไม่แน่ว่าตระกูลซุนอาจรับเจ้าเป็นผู้ติดตามและมอบอนาคตที่สดใสให้ ไม่อย่างนั้นเจ้าอาจจะตายโดยไม่รู้ตัว”
หยางหลงขมวดคิ้ว อยากจะบอกซุนจี้ให้หยุด แต่ตัดสินใจไม่ทำ ชื่อเสียงที่ชั่วร้ายของอีกฝ่ายเป็นที่รู้จักกันดี มันไม่ได้สร้างความแตกต่างไม่ว่าซุนจี้จะยั่วยุต่อไปหรือไม่ หยางหลงจึงไม่หยุดเขา
นักพรตเต๋าคิ้วหนาคำรามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ฮ่า ๆ ๆ สิ่งที่ผู้บ่มเพาะฝึกฝนคือร่างกายของตนเอง ความเข้าใจของตนเองคือทุกสิ่ง สิ่งที่พวกเขาแสวงหาคือหัวใจแห่งอิสรภาพและการก้าวข้าม ข้าคิ้วหนาไม่มีความสนใจที่จะใช้ชีวิตเป็นสุนัขรับใช้ตระกูลของเจ้า”
ใบหน้าของหยางหลงร้อนขึ้น อีกฝ่ายพูดว่าเขาเหมือนสุนัขของตระกูลซุน แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บ่มเพาะและมีตระกูลของตัวเอง เขาโต้กลับทันที “ทำไมข้าจะขอความช่วยเหลือกับชนชั้นปกครองไม่ได้ เส้นทางของการบ่มเพาะต้องการทรัพยากรที่ไม่มีที่สิ้นสุด จะจัดการกับความต้องการนี้ด้วยการพึ่งพาตัวเองได้ยังไง? สิ่งที่เรียกว่าเสรีภาพที่เจ้าพูดถึงทำให้มือโชกไปด้วยเลือด เจ้าได้ฆ่าคนอื่นเพื่อขโมยทรัพยากรและการบ่มเพาะของพวกเขา แล้วมันจะสูงส่งไปกว่าข้าได้ยังไง?”
ซูอันตกตะลึง ไม่คาดคิดว่านักพรตเต๋าคิ้วหนาจะพึ่งพาการขโมยการบ่มเพาะของผู้อื่น! จิ๊ จิ๊ ตามที่คาดไว้ทักษะดังกล่าวเป็นสิ่งชั่วร้ายในโลกของผู้บ่มเพาะ! ข้าไม่สามารถเปิดเผยวิชาเทพยุทธ์กลืนสวรรค์ให้คนอื่นเห็นได้ ไม่งั้นคงโดนทุกคนตามล่า…
นักพรตเต๋าคิ้วหนาไม่พอใจ “หยุดถ่วงเวลาได้แล้ว ตายซะ!” เสื้อคลุมสีดำของเขาปลิวไสว และหมอกสีดำก็พัดเข้าหารถม้า
“นายน้อย ระวัง!” หยางหลงรีบเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องซุนจี้
ผู้คุ้มกันคนอื่น ๆ ต่างก็เผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ พวกเขาดึงทักษะที่ทรงพลังที่สุดออกมาเพื่อป้องกันหมอกดำ น่าเสียดายที่ทักษะของพวกเขาหายไปในหมอกสีดำโดยไม่ได้ทำอะไรเลย เสียงกรีดร้องอันน่าสมเพชดังขึ้นทีละคน ๆ ผู้ที่มีการบ่มเพาะต่ำกว่าถูกหมอกดำดึงเข้าหานักพรตเต๋าคิ้วหนาแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ…” นักพรตเต๋าคิ้วหนาเอื้อมมือไปกดศีรษะของคนเหล่านั้น เมื่อเสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปในอากาศ พลังชีวิตของพวกเขาก็ถูกดูดหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นซากศพที่แห้งผาก
“วิเศษจริง ๆ…” นักพรตเต๋าคิ้วหนาโยนซากศพแห้งไปข้าง ๆ และเลียริมฝีปากเพื่อระลึกถึงรสชาติ เมื่อสายตาของเขากวาดไปที่ผู้รอดชีวิต คนจากตระกูลซุนก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ซูอันขมวดคิ้ว เจตนาฆ่าของชายผู้นี้รุนแรงมาก! นอกจากนี้ เขาสามารถบอกได้ว่าแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกันบางอย่างระหว่างทักษะการบ่มเพาะของอีกฝ่ายกับวิชาเทพยุทธ์กลืนสวรรค์ แต่พื้นฐานของทั้งสองทักษะมีความแตกต่างกัน
ประสิทธิภาพทักษะของชายคนนี้ต่ำเกินไป ถึงกับดูดซับสิ่งสกปรกทุกชนิดเข้าสู่ร่างกาย หากเป็นเช่นนี้เป็นเวลานาน ร่างกายของเขาจะมีปัญหา ในเวลาเดียวกัน จิตใจของเขาเองก็จะถูกหล่อหลอมด้วยอารมณ์ด้านลบของเหยื่อ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่อาการคลุ้มคลั่งหรือผิดปกติทางจิต ชายคนนี้น่าจะใกล้เคียงกับผลลัพธ์ดังกล่าวแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่เขาดูมีอาการทางประสาทและดูกระหายเลือดมาก
ในขณะที่ซูอันกำลังคิดอยู่กับตัวเอง นักพรตเต๋าคิ้วหนารีบวิ่งออกไปหาซุนจี้
ซุนจี้เองก็มีการบ่มเพาะระดับห้า ซึ่งปกติแล้วเพียงพอที่จะทำให้วางมาดอย่างมั่นใจ แต่เมื่อเผชิญกับเจตนาฆ่าที่เข้ามา เขารู้สึกเพียงว่าร่างกายสั่นสะท้านและอ่อนแรง ไม่สามารถคิดต่อต้านได้แม้แต่น้อย
หยางหลงคำรามออกมา เขาเป็นผู้บ่มเพาะอันดับที่เจ็ด หยาดน้ำแข็งนับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปที่อีกฝ่าย
“ผู้บ่มเพาะธาตุน้ำแข็ง…” ซูอันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉู่ชูเหยียน สงสัยว่านางกลับไปที่สำนักของตัวเองแล้วหรือยัง
นักพรตเต๋าคิ้วหนากวาดแขนเสื้อออกไปด้านนอก หมอกสีดำสนิทปรากฏขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือของเขา น้ำแข็งละลายหายไปทันที
หยางหลงไม่คาดคิดว่าการโจมตีของเขาจะถูกอีกฝ่ายหยุดไว้ได้ ประกายเย็นวูบวาบในอากาศ และหอกยาวปรากฏขึ้นจากด้านหลังเขาแทงไปที่คู่ต่อสู้ หอกนั้นเป็นสีเงินทั้งด้ามและเย็นยะเยือก
ดวงตาของซูอันเบิกกว้าง ผู้ชายคนนี้ไปเอาหอกยาวมาจากไหน? เดี๋ยวก่อน เขาได้มาจากก้นของเขาใช่ไหม? เดี๋ยวก่อน…
หอกทำให้เกิดภาพลวงตา และนักพรตเต๋าคิ้วหนาก็ถูกขังอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็ดูเหมือนจะถูกผนึกไว้ในก้อนน้ำแข็งที่มีลักษณะคล้ายรังไหม
คนจากตระกูลซุนโห่ร้อง มีเพียงคิ้วของหยางหลงเท่านั้นที่ยังคงขมวดแน่น
ทันใดนั้นเสียงกร้าวก็พูดออกมาจากภายในน้ำแข็ง “ในแง่ของศิลปะหอก เจ้าได้บรรลุถึงความเชี่ยวชาญแล้ว น่าเสียดายที่ความแตกต่างของระดับการบ่มเพาะระหว่างระดับเจ็ดและแปดนั้นไม่ใช่ทักษะเพียงอย่างเดียวที่สามารถเอาชนะได้ เจ้าไม่เข้าใจว่าการยืมพลังของโลกหมายความว่ายังไง”
ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่รอบ ๆ นักพรตเต๋าคิ้วหนาแตกเหมือนเปลือกไข่ทันทีที่พูดเช่นนั้น จากนั้นเศษน้ำแข็งก็ปลิวว่อนไปทุกหนทุกแห่ง ขณะที่ร่างดำทะมึนพุ่งออกมาจากภายใน
หยางหลงตกใจและกรีดร้องออกมา “วิ่ง นายน้อย!” เขาพุ่งหอกเข้าใส่แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะหลบหลีก นักพรตเต๋าคิ้วหนาฟาดหอกของหยางหลงด้วยฝ่ามือ และอาวุธอันโอ่อ่าก็ถูกผ่าครึ่งตรงจุดนั้น จากนั้นฝ่ามืออีกข้างก็กระแทกเข้าที่หน้าอกของหยางหลง
เลือดพุ่งออกจากปากของหยางหลงขณะที่กระเด็นถอยหลัง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เขาบ่มเพาะมาหลายปีจึงรู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากการควบคุมของอีกฝ่ายในช่วงเวลาวิกฤต หลีกเลี่ยงชะตากรรมของการถูกดูดเข้าไปกลายเป็นซากศพที่เหี่ยวเฉา อย่างไรก็ตาม เขาได้ใช้พละกำลังที่เหลืออยู่จนหมดสิ้นแล้ว เขาทรุดลงกับพื้น ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อยอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน ซุนจี้ก็ตกใจอย่างมาก เขาผลักผู้ใต้บังคับบัญชาออกจากหลังม้าแล้วขึ้นไปแทน เขาเร่งม้าให้วิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนอื่น ๆ ฉวยโอกาสหลบหนีไปคนละทิศละทาง
นักพรตเต๋าคิ้วหนาไม่พอใจ เขาโบกแขนเสื้อ อาวุธที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นตั้งขึ้นแล้วพุ่งออกไป พวกมันเจาะทะลุหลังผู้คนอย่างแม่นยำ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่รอดชีวิต เขาดูทิศทางที่ซุนจี้หนีไปและเสี้ยวเวลาต่อมาก็ปรากฏตัวต่อหน้าซุนจี้ทันที
“ฮี้~!” กีบหน้าของม้าตั้งขึ้นอย่างตื่นตระหนก นักพรตเต๋าคิ้วหนาตบหัวมัน ม้าตัวนั้นเหี่ยวแห้งและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
………………..