เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1493 จากนี้ไปเจ้ามีข้า ....................
บทที่ 1493 จากนี้ไปเจ้ามีข้า
………………..
บทที่ 1493 จากนี้ไปเจ้ามีข้า
จ้าวจื่อหรี่ตา ผู้หญิงคนนี้มีจริตพอสมควร! ทายาทรุ่นเยาว์คนนี้ถูกใจเจ้า! ผู้หญิงแบบนี้เท่านั้นแหละที่ควรค่าแก่การปราบให้เชื่อง!
หานเฟิงชิวขมวดคิ้วเล็กน้อยแทน ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ชอบท่านทายาทซักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนท่านทายาทจะยังไม่ตระหนัก ข้าควรจะหาโอกาสเตือนเขาดีไหม?
แต่เมื่อเห็นว่าจ้าวจื่อตื่นเต้นแค่ไหน เขาก็ละทิ้งความคิดนั้น นายน้อยอาจไม่มีความสุขหากถูกความจริงอันเปรียบได้กับน้ำเย็นราดทั่วตัว เขากลับคิดว่ามันอาจจะเป็นอารมณ์ฉุนเฉียวของหญิงสาว ทัศนคติของนางจะเปลี่ยนไปในภายหลัง
…
เนื่องจากเพ่ยเหมียนหมานได้จากไปแล้ว จ้าวจื่อรู้สึกว่าการอยู่อีกต่อไปนั้นไร้ความหมาย หลังจากคุยกับเพ่ยส่าวสักพัก เขาก็ลุกขึ้นและบอกลาทั้งคู่
“ท่านทายาท รักษาตัวด้วย!” ทั้งคู่ตอบกลับ
หลังจากที่พวกเขาส่งจ้าวจื่อออกไปแล้ว ฮูหยินเพ่ยก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างไม่พอใจว่า “นายท่าน เกิดอะไรขึ้น? นอกจากจะไม่หยุดเขาแล้ว ยังช่วยแม่นั่นด้วย ตอนนี้แผนการแต่งงานที่ยอดเยี่ยมของเราพังหมดแล้ว!” แม้ว่าเจ้าจะไม่ต้องการเป็นพ่อตาของทายาทราชันลมปราณ แต่ข้าก็อยากเป็นแม่ยายของเขา!
“ใครบอกว่ามันพังกันล่ะ” เพ่ยส่าวลูบเคราของเขาและพูดด้วยรอยยิ้มลึกลับ “ส่วนสำคัญของการแต่งงานครั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านทายาทชอบนางหรือไม่ หากท่านทายาทไม่ชอบนาง ก็ไม่มีแผนการอะไรมากมาย ถ้าท่านทายาทชอบนาง แม้ว่าฉากหน้าการแต่งงานจะถูกยกเลิก มันก็ไม่สำคัญหรอก”
ดวงตาของฮูหยินเพ่ยสว่างขึ้น “ถ้าพูดแบบนั้น ท่านทายาทก็ดูจะชอบเหมียนหมานมากทีเดียว ฮึ่ม นางก็เหมือนแม่ของนาง จิ้งจอกที่เก่งแต่ยั่วยวนผู้ชาย”
ใบหน้าของเพ่ยส่าวมืดลง เขาโวยวายและเดินออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ฮูหยินเพ่ยเย้ยหยันขณะที่จ้องมองด้านหลังของเขา ในรอยยิ้มของนางมีความภาคภูมิใจซ่อนอยู่
…
ในขณะเดียวกัน ซูอันกำลังเดินจูงม้าผ่านถนนของมณฑลเมฆคราม
ทางตะวันตกเฉียงเหนือมีลมแรงและหิมะตกอย่างหนัก มณฑลเมฆครามทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยชั้นสีขาว ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวเย็น แต่ท้องถนนก็ยังมีชีวิตชีวามาก เสียงตะโกนก้องไปทั่วสถานที่ หลายคำฟังดูเหมือนภาษาถิ่นที่ไม่คุ้นเคย ซูอันไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลย
มณฑลเมฆครามตั้งอยู่บนถนนสายหลักทางตะวันตกเฉียงเหนือ พ่อค้าจากทั่วประเทศเดินทางผ่าน มีพ่อค้าเผ่าพันธุ์ปีศาจจำนวนมากเช่นกัน แม้ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจและมนุษย์จะเคยผ่านสงครามครั้งใหญ่มาก่อน แต่ธุรกิจก็ยังคงเป็นธุรกิจ
เผ่าพันธุ์ปีศาจมีหลายกลุ่ม ผู้ที่มีสัมพันธ์อันดีกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ย่อมมีวิธีในการขอใบอนุญาตการค้าที่ทำให้พวกเขาข้ามพรมแดนได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถนนของมณฑลเมฆครามจึงมีสินค้าที่หลากหลายมากกว่าที่อื่น
แน่นอนว่าซูอันไม่ได้มาเพื่อเดินเล่นเท่านั้น เขากำลังสืบสวนหาเบาะแสขององครักษ์คนสนิทของอ๋องเมฆาครามที่หายไป
องครักษ์ส่วนตัวของอ๋องเมฆาครามมีทั้งหมด 36 คน พวกเขากลุ่มเล็ก ๆ ได้ติดตามกงผานไปเข้ากับอวี้เหยียนลั่ว บุคคลเหล่านั้นได้รับการสอบสวนอย่างรอบคอบและปราศจากข้อสงสัยแล้ว
อีกส่วนหนึ่งถูกส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ พวกเขาได้รับการ ‘เลื่อนตำแหน่ง’ ในนาม แต่ทุกคนรู้ว่าพวกเขาจะไม่มีวันฟื้นคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีตได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของคนเหล่านั้นไม่ได้เลวร้ายมากจนเกินไป
ที่แย่ที่สุดคือทหารที่เหลืออีก 15 คน ในหมู่พวกเขา มีจำนวน 9 คนที่เป็นคนพิการด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถูกปลดออกจากราชการทหาร อีก 6 คนที่เหลือไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้
ซูอันเพิ่งไปเยี่ยม 9 คนที่ยังมีชีวิตอยู่และได้ตรวจสอบบุคคลเหล่านี้เป็นการส่วนตัว แม้ว่าพวกเขาจะพิการและบาดเจ็บ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครในนั้นที่ซูอันกำลังค้นหา
ดูเหมือนว่าคนที่ข้ากำลังตามหาอยู่ในหมู่ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน ในขณะที่ซูอันกำลังคิดกับตัวเองอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานข้าง ๆ
“ดูเหมือนนายน้อยคนนี้จะหลงทาง ให้ข้านำทางท่านดีไหม?”
ซูอันหันกลับมาและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นทันที เพ่ยเหมียนหมานยืนอยู่ใกล้ ๆ นางยิ้มให้เขาจนตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว นางสวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิงทั้งตัวราวกับดอกไม้บานท่ามกลางหิมะ
“เจ้าหาข้าเจอได้ยังไง?” ซูอันถามด้วยความประหลาดใจและมีความสุข เมื่อเห็นว่าจมูกของนางแดงเล็กน้อยจากความหนาวเย็น เขารีบเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของนาง ใช้ความอบอุ่นจากมือเพื่อคลายความหนาวเย็นให้
“หืม มีบางคนได้ลิ้มรสสิ่งที่ต้องการและไม่ยอมกลับมาอีก ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาหาเจ้า ผู้หญิงจะไม่พบผู้ชายของตนเองได้ยังไง? ข้าไม่เหมือนผู้ชายบางคน” เพ่ยเหมียนหมานตอบ มันหนาวจนไอสีขาวพวยพุ่งขณะพูด ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะปกปิดความแค้นที่นางมี
ซูอันขอโทษอย่างรวดเร็ว “ข้าขอโทษจริง ๆ ข้าสืบคดีของอ๋องเมฆาครามมาตลอด ข้ายุ่งมากจนไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น”
“ฮึ่ม สุภาษิตนี้ถูกต้องแล้ว เมื่อผู้ชายได้ผู้หญิงคนนั้นแล้ว เขาจะไม่คิดถึงนางอีกเลย” เพ่ยเหมียนหมานที่แสร้งทำเป็นอารมณ์ฉุนเฉียวเล็กน้อยในตอนแรกเริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่รุนแรงมากขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“ใครบอกว่าข้าไม่คิดถึงเจ้า” ซูอันหยิบไม้เสียบถังหู่ลู่*[1]สีแดงสดใสจากด้านหลังมา “ข้าคิดว่าจะซื้ออะไรฝากเจ้าดีขณะเดินไปตามถนน เมื่อข้าเห็นถังหู่ลู่นี้จึงซื้อเก็บไว้ให้เจ้า”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบถังหู่ลู่มาก” ดวงตาของเพ่ยเหมียนหมานสว่างขึ้น นางลืมเรื่องหงุดหงิดไปเสียสนิท นางคว้าถังหู่ลู่และเลียมันอย่างเพลิดเพลิน
“เพราะข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีความสุขมากเมื่อแม่ของเจ้าซื้อถังหู่ลู่ให้ตอนที่เจ้ายังเด็ก” ซูอันลูบหัวของนางด้วยท่าทางที่หลงใหล ใครจะคิดว่าผู้หญิงที่น่าทึ่งคนนี้จะมีด้านที่ดูเด็กแบบนี้ด้วย?
“เจ้าจำได้ด้วย” ดวงตาของเพ่ยเหมียนหมานไม่เหลือร่องรอยของความหงุดหงิดก่อนหน้านี้แม้แต่ครึ่งเดียว
ถ้าจ้าวจื่ออยู่ที่นั่น เขาอาจจะอาเจียนเป็นเลือดด้วยความริษยา ทุก ๆ วัน เขามาที่คฤหาสน์เพ่ยพร้อมกับขนมอบและอาหารที่แพงที่สุดในเมือง แต่เพ่ยเหมียนหมานไม่เคยแม้แต่จะมองมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนจะยกให้สาวใช้ของตัวเอง นางไม่เคยยิ้มให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ตอนนี้ มีชายอีกคนหนึ่งซื้อถังหู่ลู่ให้ในราคาเพียงไม่กี่เหรียญ นางกลับมีความสุขมากขนาดนี้เชียวหรือ?
“อร่อยไหม?” ซูอันมองนางอย่างอยากรู้
“รสชาติดี! แต่มันใหญ่เกินไปหน่อย อืม…” เพ่ยเหมียนหมานเลียแค่ไม่กี่ครั้งในตอนแรก แต่ไม่สามารถอดกลั้นต่อความหวานได้อีกต่อไปและอมถังหู่ลู่เข้าไปทั้งไม้ทันที ทำให้แก้มของนางบวมป่องเล็กน้อย
“ค่อย ๆ กิน ไม่งั้นเจ้าอาจจะสำลักได้” ซูอันช่วยนางเช็ดมุมริมฝีปากอย่างระมัดระวัง
เมื่อกินถังหู่ลู่เสร็จ เพ่ยเหมียนหมานก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ นางกล่าวว่า “ข้าไม่เคยได้กินถังหู่ลู่เลยตั้งแต่แม่ของข้าจากไป เพราะพวกมันมักจะมีรสขมทุกครั้งที่ข้าลองกิน ขอบคุณที่นำความรู้สึกที่มีความสุขนี้กลับมาให้ข้า”
ซูอันจับมือนางด้วยความรู้สึกปวดใจ “ทั้งหมดนั้นเป็นอดีตไปแล้ว จากนี้ไปเจ้ามีข้า” แม้ว่าเพ่ยเหมียนหมานจะไม่เคยพูดถึงอดีตของนาง แต่เขาก็สามารถจินตนาการได้ว่ามันยากเพียงใดสำหรับคนที่ต้องสูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุยังน้อย
เพ่ยเหมียนหมานเปล่งเสียงอืมตอบรับขณะที่เอนกายพิงเขาอย่างนุ่มนวล ทั้งสองเดินผ่านโลกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะแบบนั้น นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถนนจะไม่มีวันสิ้นสุด
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของพวกเขาถูกขัดขวางอย่างรวดเร็วด้วยเสียงกีบเท้าม้า ชายผู้แข็งแกร่งและดูบึกบึนบนหลังม้าเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นซูอันก็ทักทายด้วยความเคารพทันทีและพูดว่า “ท่านซู ข้าได้ตรวจสอบสิ่งที่ท่านขอแล้ว”
จากนั้นเขาก็เห็นเพ่ยเหมียนหมานที่ด้านข้างของซูอัน เขาตัวแข็งทื่อ คิดว่าจะมีคนที่สวยงามขนาดนี้อยู่ในโลกได้อย่างไร?
แค่มองครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจชายทุกคนอ่อนแอ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านเกาและท่านเพ่ยมักจะพูดว่าพวกเขาต้องการให้ซูอันมาเป็นอาจารย์… ท่านซูเป็นแบบอย่างสำหรับผู้ชายทุกคนจริง ๆ!
ซูอันรับกระดาษจากมือของเขาและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ารบกวนเจ้าแล้ว ช่วยดำเนินการสืบสวนคนที่เหลือต่อไป”
ชายร่างกำยำยกมือขึ้น อดไม่ได้ที่จะแอบดูเพ่ยเหมียนหมานอีกครั้งก่อนที่จะจากไป สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของนาง ใบหน้าของเขาแดงก่อนจะหลบตาไปอย่างเคอะเขิน
เพ่ยเหมียนหมานคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นนางจึงไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจและไม่ได้เก็บมาใส่ใจ นางหันไปหาซูอันแล้วถามว่า “อาซูเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อนางเห็นเนื้อหาในกระดาษในมือของเขา คิ้วของนางค่อย ๆ ขมวดมุ่น
[1] ถังหู่ลู่ คือ ผลไม้เคลือบน้ำตาลเสียบไม้
………………..