เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1544 ในภาพวาด
บทที่ 1544 ในภาพวาด
………………..
บทที่ 1544 ในภาพวาด
ซูอันร่อนลงบนพื้น จากนั้นใช้ป้ายหยกช่วยสังเกตรอบ ๆ อย่างไรก็ตาม น่าตกใจที่จริง ๆ แล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียวในระยะหลายลี้ นั่นหมายความว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่แห้งแล้งจริง ๆ หรือว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดมีระดับสูงและอยู่นอกเหนือการควบคุมของตราหยกกันแน่?
ซูอันรู้คำตอบในไม่ช้า เขาตื่นตัวและหลบไปด้านข้าง หอกอันแหลมคมพุ่งเข้าใส่จุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่
แต่หอกนี่ไม่ยาวไปหน่อยเหรอ? มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลำไม้ไผ่ที่ยาวออกมาจากกลุ่มหมอก มองไม่ออกเลยว่ามันยาวแค่ไหน
จากนั้นสัตว์อสูรยักษ์ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากหมอก ซูอันสังเกตรูปลักษณ์ของมัน มันมีรูปร่างเพรียวยาว มีขาทั้งหมด 10 ขา ขาทุกข้างเป็นเหมือนเสาไม้ไผ่ยาว หอกนั้นเป็นขาข้างหนึ่งจริง ๆ มันดูเหมือนกับแมลงไม้ที่เขาเคยเห็นในโลกที่แล้ว แต่ตัวของมันใหญ่กว่าลิบลับ
มันแยกเขี้ยวออกแล้วกวัดแกว่งขายาวของมันฟาดฟันใส่ซูอันต่อไป แม้ว่ามันจะตัวใหญ่ แต่การเคลื่อนไหวของมันไม่ได้ช้าเลย ตรงกันข้าม มันว่องไวมาก ขาที่เหมือนกิ่งไผ่ของมันอันตรายยิ่งกว่าหอก
ระดับแปด!
ซูอันหลบเลี่ยงด้วยวิชาร่างก้าวทานตะวัน ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังสับสน ในที่สุดเขาก็พบจังหวะส่งกำปั้นไปที่ขาของมัน
ขาของสัตว์อสูรแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทั้งตัวของมันซวนเซหลังจากที่สูญเสียขาไปหนึ่งข้าง เสียการทรงตัวอย่างเห็นได้ชัด
ซูอันเคลื่อนไหวเร็วราวกับสายฟ้า เขาหักขาที่เหลืออย่างรวดเร็วเช่นกัน ในที่สุดสัตว์อสูรก็ทนไม่ได้อีกต่อไปจนล้มลง
ซูอันกำลังจะจากไปเมื่อสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป จู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้น สัตว์อสูรเดินโซเซไปมา ขาที่หักของมันก็เริ่มงอกใหม่
ซูอันตกตะลึง ไอ้ตัวนี้งอกใหม่ได้ด้วยเหรอ?
การฟื้นฟูของมันนั้นเกินจริงยิ่งกว่าวิชาปฐมบทแรกเริ่มเสียอีก! อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาสูญเสียแขนหรือขาไป ไม่มีทางที่มันจะงอกออกมาอย่างรวดเร็ว
อวี้เหยียนลั่วพูดอีกครั้ง “เจ้าฆ่ามันไม่ได้”
ซูอันอดไม่ได้ที่จะตอบกลับด้วยการเย้ยหยัน “นี่ไม่ใช่ร่างกายของเจ้าใช่ไหม?”
อวี้เหยียนลั่วพูดไม่ออก
ท่านยั่วยุ อวี้เหยียนลั่ว สำเร็จ ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +22 +22 +22…
นางโกรธที่หาว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับสิ่งที่น่าเกลียดเช่นนี้
เปลวไฟลุกโชนในมือของซูอัน ขณะที่สัตว์อสูรยังไม่ทันฟื้นตัว เขาก็ฉีกมันออกเป็นแปดชิ้น จากนั้นเปลวเพลิงของเขาก็แผดเผาสัตว์อสูรให้กลายเป็นเถ้าถ่านในทันที แม้ว่าเจ้าจะสร้างแขนขาใหม่ได้ แต่เจ้าจะงอกใหม่จากขี้เถ้าได้อย่างไร?
“ฮะ?” อวี้เหยียนลั่วเปล่งเสียงประหลาดใจ นางสัมผัสได้ว่าเปลวไฟของเขามีความพิเศษ “ดูเหมือนว่าเปลวเพลิงของเจ้าจะเป็นศัตรูของสัตว์อสูรเหล่านี้ แต่ก็ไม่เป็นไร”
สายลมเย็นพัดผ่านทันทีที่นางพูด หมอกก่อนหน้านี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จู่ ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ ตรงพื้นดินข้างใต้ จากนั้นเขาก็ร่วงหล่นทันที น้ำที่ทั้งคาวและเค็มซาดซัดรอบตัว เขาได้กลิ่นทะเล!
เขาพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ พื้นดินเมื่อครู่หายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยทะเลที่ไร้ขอบเขต
“ภูมิประเทศเปลี่ยนไปหมดเลย” ซูอันตกใจ ผู้หญิงคนนี้มีการบ่มเพาะสูงแค่ไหน? ทำไมนางถึงทำสิ่งเหล่านี้ได้?
อวี้เหยียนลั่วยังคงอยู่ในห้องของตัวเอง นางยืนอยู่หน้าโต๊ะโดยมีม้วนกระดาษอยู่ตรงหน้า ในมือของนางมีพู่กัน ขีดเขียนแต่งเติมทีละน้อย
ซูอันรู้สึกได้ทันทีว่าลมที่แผ่วเบาก่อนหน้านี้รุนแรงขึ้น น้ำทะเลเบื้องล่างเริ่มปั่นป่วนสาดกระเซ็นอย่างรุนแรง
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงปลอมตัวเป็นเจี่ยนเหยียนโหย่ว? หากเจ้ายังไม่พูด ข้าจะไม่ยั้งมืออีกต่อไป” อวี้เหยียนลั่วพูดจากด้านบนอีกครั้ง ใบหน้าของนางปรากฏลางๆ บนท้องฟ้า เหมือนกับรูปลักษณ์ของเทพในภาพยนตร์ในโลกก่อนหน้าของซูอัน
ซูอันขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น? อย่าบอกนะว่าข้าอยู่ในอาณาเขตพลังของนาง? แต่ไม่ว่าอวี้เหยียนลั่วจะน่าเกรงขามแค่ไหน มันก็ไม่ควรอยู่ในระดับนี้ใช่ไหม? ทำไมนางถึงครอบครองอาณาเขตที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้?
เขาคำรามด้วยเสียงหัวเราะ “เจ้าหมายความว่ายังไง เลียนแบบ? ข้ารับประกันว่าเป็นตัวจริง สัมผัสได้ด้วยร่างกายเจ้าเลย ลองดูไหม?” เขาจงใจพยายามทำให้อีกฝ่ายโกรธ เผื่อจะหลุดอาการอะไรออกมาบ้าง
อวี้เหยียนลั่วไม่พอใจ
ท่านยั่วยุ อวี้เหยียนลั่ว สำเร็จ ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +233 +233 +233…
ลมที่บ้าคลั่งรอบตัวซูอันนั้นแข็งแกร่งขึ้นทันทีจนถึงระดับที่ไม่สามารถยืนนิ่งได้อีกต่อไป ทันใดนั้นเขาเห็นเส้นสีขาวมุ่งตรงมา
“นี่มันอะไรกัน?” ซูอันเริ่มระแวดระวัง เส้นสีขาวนั้นเร็วมากจนมาถึงเกือบจะในทันที
ในที่สุดสีหน้าของซูอันก็เปลี่ยนไป เพราะเขาเห็นว่ามันไม่ใช่เส้นสีขาว แต่เป็นคลื่นสึนามิที่สูงหลายร้อยเมตร! เหตุการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดที่เขาเคยสัมผัสสึนามิคือในโรงภาพยนตร์ตอนดูเรื่อง อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก แค่นั้นก็ทำให้ตกใจมากพอแล้ว!
ในโลกที่แล้วของเขา สึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 มีความสูงเพียง 30 เมตรเท่านั้น แต่ยังทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 แสนคน และอีกกว่า 2 ล้านคนกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย
คลื่นสึนามิสูงกว่าในโลกที่แล้วเป็นสิบเท่าคล้ายกับตั้งใจที่จะทำลายล้างโลกนี้ สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ของซูอันทำให้ขนแทบทุกเส้นบนร่างกายลุกชูชัน
“นี่คือโอกาสสุดท้าย! บอกมา! เจ้าเป็นใคร!” เสียงตวาดของอวี้เหยียนลั่วดังขึ้นจากด้านบนอีกครั้ง
“ทำไมเจ้าถึงแน่ใจว่าข้าไม่ใช่สามีของเจ้า เป็นเพราะเจ้าเห็นข้าตายกับตาตัวเองใช่ไหม?” ซูอันถามด้วยรอยยิ้มสงบราวกับว่าไม่มีคลื่นทะเลขนาดมหึมาตรงหน้า
“เจ้าแค่ไม่ยอมรับผิด!” คิ้วสวยของอวี้เหยียนลั่วขมวดมุ่น มือของนางปัดออก คลื่นทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็กระแทกใส่ซูอัน
แต่หลังจากลังเลเล็กน้อย พู่กันของนางก็ขยับอีกครั้ง คลื่นสึนามิอันน่าสะพรึงกลัวในส่วนแรกก็ได้พุ่งผ่านไปแล้ว นางไม่เห็นวี่แววของอีกฝ่ายอีกต่อไป มีเพียงผีนทะเลที่ซัดสาดไปมา
อวี้เหยียนลั่วตกตะลึงเมื่อเห็นสิ่งนั้น สงสัยว่า “เขาตายแล้วเหรอ?”
นางไม่กล้ายั้งมือเมื่อเห็นเขาต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวนั้น เนื่องจากการบ่มเพาะของเขาไม่ได้ต่ำเลย นางเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นธาตุไฟ เขาจึงถูกตอบโต้ด้วยธาตุน้ำ
นั่นคือเหตุผลที่นางสร้างมหาสมุทรขนาดใหญ่ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย แม้ว่าคลื่นทะเลเหล่านั้นจะน่าสะพรึงกลัว แต่พวกมันก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปได้ แต่พวกมันไม่ควรเอาชีวิตเขาได้! ทำไมไม่มีร่องรอยของเขาเหลืออยู่เลย?
นางคิดกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็หยิบพู่กันขึ้นมาวาด 2-3 ขีด ทะเลใหญ่ถูกแบ่งครึ่งทันที ค่อย ๆ เผยให้เห็นก้นบึ้ง
ซูอันอยู่ที่ก้นสมุทร เขาแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าด้วยความงงงวย เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถแยกทะเลใหญ่ได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นความสามารถที่มีแต่ตัวละครในเทพนิยายเท่านั้น!
อวี้เหยียนลั่วดูตกใจ นางจินตนาการถึงความเป็นไปได้มากมาย สิ่งที่นางกังวลที่สุดคือคลื่นสึนามิจะฆ่าเขาหรือทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสหรือหมดสติจนไม่สามารถตอบคำถามของนางได้อีกต่อไป ไม่คาดคิดว่าเขาจะนั่งอยู่ที่ก้นทะเลอย่างสบาย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย!
มีฟองสีฟ้าใสอยู่รอบตัวเขา นั่นคือธาตุน้ำ? แต่จะเป็นไปได้อย่างไร? เขาเป็นผู้บ่มเพาะธาตุไฟไม่ใช่เหรอ? อวี้เหยียนลั่วรู้สึกมึนงงราวกับว่าสิ่งที่คิดว่าเป็นความรู้ทั่วไปมานานหลายปีได้พังทลายลง
“นั่นเป็นทักษะหรือสมบัติวิเศษ? ไม่มีทางที่เจ้าเป็นทั้งผู้บ่มเพาะสองธาตุทั้งน้ำและไฟ ใช่ไหม?” อวี้เหยียนลั่วอดไม่ได้ที่จะถาม
เห็นได้ชัดว่าซูอันจะไม่บอกนางว่าเขาใช้ความสัมพันธ์ธาตุน้ำของนกเป็ดน้ำสีคราม เขามองไปที่ภาพบนฟ้า แล้วพูดว่า “ตอนนี้ข้าควรจะเข้ามาอยู่ในภาพวาดของเจ้า ถูกต้องไหม?”
อวี้เหยียนลั่วตกใจมากยิ่งขึ้น โพล่งออกมาว่า “เจ้าเดาได้เหรอ?”
มีศัตรูมากมายที่เคยติดอยู่ในภาพวาดของนางมาก่อน พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอยู่ในภาพวาด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับการตายของตัวเอง คิดเพียงว่าถูกส่งไปยังมิติลึกลับหรือดินแดนอันตราย
นี่เป็นคนแรกที่สามารถบอกได้ว่าตัวเองถูกขังอยู่ในภาพวาด!
………………..