เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 1 ให้เธอสิบล้าน
“ฉันจะให้เงินเธอสิบล้าน รีบเก็บของแล้วตามฉันกลับไปที่บ้านเฝ่ย”
ชายหนุ่มท่าทางเย็นชา พูดด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นการสั่ง
เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งจะได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม ขณะนี้เธอต้องการเวลาเพื่อซึมซับเรื่องราว แต่เสียงของชายตรงหน้าก็เอะอะเสียงดังผิดปกติ
ถึงอย่างนั้นเธอก็ก้มศีรษะลง และยังคงไม่สนใจอีกฝ่าย
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ใช่คนของโลกนี้
เดิมทีเธอคือศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งสำนักเต๋าที่เป็นที่ยอมรับนับถือ
เธออยู่ในดินแดนลึกลับ แต่ด้วยไม่ระวังจึงตกหลุมพรางของราชามาร ร่วงลงสู่หุบเหวลึก และพอตื่นขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่บนโลกมนุษย์นี้แล้ว
เจ้าของร่างเดิมนี้มีประสบการณ์ชีวิตที่ซับซ้อน เดิมทีเจ้าของร่างเป็นลูกสาวของครอบครัวเฝ่ยผู้ร่ำรวยแห่งเมืองเจียง แต่เพราะความผิดพลาดของโรงพยาบาล จึงเกิดการสับเปลี่ยนเตียงกับเด็กอีกคนโดยไม่รู้ตัว ชะตากรรมของทารกทั้งสองเปลี่ยนไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา
เจ้าของร่างเดิมถูกทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่โชคดีพ่อแม่บุญธรรมคนปัจจุบันรับอุปการะเลี้ยงดู ทว่าเมื่อเดือนที่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
พ่อแม่บุญธรรมประสบอุบัติเหตุ และทั้งคู่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เจ้าของร่างเดิมจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่แสนแพง ทว่าอาชีพการงานก็ยังมาพังเละไม่เป็นท่าอีก ด้วยแรงกดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจที่หนักหนาเกินไป เจ้าของร่างเดิมจึงเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อคืนนี้
ตามความทรงจำที่เฝ่ยไป๋ลู่ได้รับมา ปณิธานหนึ่งเดียวก่อนตายของเจ้าของร่างเดิมคือ การหาเงินให้มากพอเพื่อช่วยชีวิตพ่อแม่บุญธรรม
เพราะโชคชะตาชักนำให้เธอมายืมใช้ร่างนี้ เธอย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาให้กับเจ้าของร่างเดิม
ส่วนผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า…
ดวงตาสีดำสนิทของเฝ่ยไป๋ลู่มองตรงไปยังเฝ่ยอวี้
แสงไฟในห้องมืดสลัว ทำให้สีหน้าท่าทางของเธอมืดมัวจนมองเห็นได้ไม่ชัด
เฝ่ยอวี้คือลูกชายคนโตของครอบครัวเฝ่ยแห่งเมืองเจียง แล้วก็ยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ที่มีพ่อแม่เดียวกันกับเจ้าของร่างนี้ด้วย
ไม่รู้ว่าครอบครัวเฝ่ยรู้เรื่องการสลับตัวทารกเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วได้ยังไง แต่จู่ ๆ ก็มีคนมาถึงประตูบ้านและต้องการนับเธอเป็นญาติ
เฝ่ยไป๋ลู่นึกถึงท่าทางของเฝ่ยอวี้ที่ชี้หน้าเธอทันทีที่เข้ามาในบ้าน พลันในใจก็อยากจะหัวเราะ
เฝ่ยอวี้ใช้เงินสิบล้านฟาดหัวเธอทันทีที่เปิดปากพูด เขาเข้าใจสภาพจนตรอกของเธอในตอนนี้ และเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่บุญธรรม เธอจะต้องก้มหัวคำนับเขา แล้วกลับไปหาครอบครัวเฝ่ยอย่างเชื่อฟังแน่นอน
ปากบอกว่านับญาติ แต่ท่าทางที่วางตัวสูงส่งกลับไม่เหมือนจะนับญาติกันเลยสักนิด มันเหมือนเป็นศัตรูกันมากกว่า
เฝ่ยไป๋ลู่บีบนิ้วมืออย่างสบาย ๆ มุมปากยกขึ้นช้า ๆ
แต่ว่าเป็นศัตรูงั้นเหรอ? พ่อแม่บุญธรรมเกิดอุบัติเหตุ อาชีพการงานของเจ้าของร่างก็ไม่ดี พออับจนหนทาง ครอบครัวเฝ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี แล้วแสดงออกว่าเต็มใจช่วยออกเงินออกแรงให้
ส่วนจุดประสงค์ของทั้งหมดนี้ก็เพื่อบีบบังคับให้เธอกลับไปครอบครัวเฝ่ยอย่างเชื่อฟัง
ร่างกายนี้คือกระดูกเต๋าธรรมชาติ สมาชิกในครอบครัวเฝ่ยคนหนึ่งต้องการให้เธอยินยอมปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อยืดอายุน้องสาวต่างแม่ น้องสาวที่รอแย่งชิงโชคและการเลี้ยงดูจากครอบครัวเฝ่ยที่จะคงอยู่เป็นร้อยปีของเธอไป อา…ขอให้ครอบครัวเฝ่ยเจริญรุ่งเรือง
มีเรื่องเข้ามาไม่หยุดเลย น่าขยะแขยงจริง ๆ!
เมื่อถูกสายตาของเฝ่ยไป๋ลู่จ้องมอง เฝ่ยอวี้ก็เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ เขากลัวว่าจะโดนอ่านใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาพลันรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ‘ผู้หญิงคนนี้มาจากสถานที่เล็ก ๆ จะสร้างแรงกดดันใส่ฉันได้ยังไง? ฉันต้องเข้าใจผิดไปเองแน่ ๆ!’
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และด่าว่า “ฉันพูดกับเธออยู่นะ เป็นใบ้หรือไง? ตอบไม่ได้เหรอ?”
เฝ่ยไป๋ลู่มึนงงไปชั่วขณะ แล้วก็ได้สติกลับมาจากภวังค์ความคิดทันที เธอเหลือบมองเฝ่ยอวี้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “คุณกลับไปได้แล้ว”
“เธอรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับใคร?” ความเมินเฉยของเฝ่ยไป๋ลู่ค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฝ่ยอวี้จริง ๆ
ในความคิดเห็นของเขา การที่เฝ่ยไป๋ลู่ผู้ขาดแคลนเงินคนนี้จะได้กลับไปหาครอบครัวเฝ่ย แทบจะถือว่าเป็นบุญหล่นทับเลยก็ว่าได้
และในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายคนโต เฝ่ยไป๋ลู่ก็ควรจะแสดงท่าทีอบอุ่นและสุภาพต่อเขา นั่นจะช่วยให้เธอเข้ากับครอบครัวเฝ่ยได้ดีและได้รับผลประโยชน์มากขึ้นในอนาคต
แต่เมื่อเห็นท่าทางเย็นชาของเฝ่ยไป๋ลู่ตอนนี้ เธอไม่ได้แสดงออกถึงความอยากใกล้ชิดกับเขาเลยแม้แต่น้อย เธอไม่ได้อยากรู้อยากเห็นจนซักถามถึงเงินและกิจการของครอบครัวเฝ่ยอย่างโลภมาก หรือประจบสอพลอก็ไม่ได้ทำ สิ่งนี้เกินความคาดหมายของเฝ่นอวี้จริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่ทนเถียงกับเขาต่อไปไม่ไหวแล้ว “คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร นี่มันเรียกว่ายังไงนะ?”
ตัวเธอนั้นนับว่าเป็นคนที่อารมณ์ดีมาก ไม่ว่าเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักจะวุ่นวายแค่ไหนเธอก็ไม่โกรธ อีกทั้งปฏิบัติต่อเผ่าพันธุ์อื่นด้วยความรักและให้อภัย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนตระกูลเฝ่ย และคิดถึงเรื่องที่ครอบครัวเฝ่ยทำ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจ และรังเกียจจริง ๆ
“เธอโกรธงั้นเหรอ?” เฝ่ยอวี้ถูกเยาะเย้ยอย่างหยาบคาย สีหน้าเขาแปลกไป แต่ไม่โกรธ กลับเริ่มรู้สึกสนใจมากขึ้นเล็กน้อย และสังเกตเฝ่ยไป๋ลู่อย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่าร่างกายเฝ่ยไป๋ลู่ซูบผอม สีหน้าขาวซีดดูไม่แข็งแรง ใต้ตาคล้ำลึก บ้านที่อยู่ก็เล็กแคบและรกรุงรัง เขาก็รู้สึกว่าเธอเหมือนหนูในกองขยะต่ำต้อยจนไม่อาจออกมาให้ใครเห็นได้
ความรู้สึกแปลก ๆ ในใจของเฝ่ยอวี้อันตรธานหาย และร่องรอยความรังเกียจก็วาบผ่านดวงตาไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งน่าเกลียดทั้งสกปรก เทียบกับพวกคุณหนูจากครอบครัวเศรษฐีไม่ได้เลย แม้แต่กับปลายเล็บของน้องสาวชิงรั่วที่บ้านก็ยังเทียบไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะการตรวจความเป็นพ่อลูกนั่น เฝ่ยอวี้ก็ไม่อยากยอมรับเลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้คือน้องสาวแท้ ๆ ของเขา
ภาพเฝ่ยไป๋ลู่ถูกเชือดปรากฏขึ้นในใจเฝ่ยอวี้เงียบ ๆ เขาไม่มีอารมณ์จะพูดจาไร้สาระกับเฝ่ยไป๋ลู่อีกต่อไป
เขาตบฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าตัวเอง และเตรียมจะจากไปหลังจากทิ้งคำพูดเอาไว้ “ครอบครัวเฝ่ยร่ำรวยมาก ถ้าเธอกลับไปหาครอบครัวเฝ่ยเมื่อไหร่ เธอก็จะมีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่บุญธรรม ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มีผลกระทบกับเธอมาก ฉันจะให้เวลาคิดก็แล้วกัน แต่อย่าทำให้พวกเราต้องรอนานเกินไปล่ะ!”
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ที่ทำท่าทางให้เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าจะไปแล้ว แต่กลับยังรีรออยู่ในบ้านคอยให้เธอยอมจำนนและรั้งให้เขาอยู่ต่อ หญิงสาวจึงพูดย้ำอีกครั้ง “คุณออกไปได้แล้ว”
“เนรคุณ!” เฝ่ยอวี้กำลังรอให้เฝ่ยไป๋ลู่ยอมแพ้ แต่พอถูกฉีกหน้าอีกครั้ง ก็ทำให้โกรธจัด “ถ้าเธอไม่กลับไปหาครอบครัวเฝ่ยตอนนี้ จากนี้ก็อย่าคิดว่าจะเข้ามาในครอบครัวเฝ่ยได้ง่าย ๆ!” พูดจบ เขาก็กระแทกประตู แล้วจากไป
เขาจะรอดูวันที่เฝ่ยไป๋ลู่ร้องไห้คร่ำครวญกลับไปหาตระกูลเฝ่ย!
“คิดว่าฉันอยากเข้าตระกูลเฝ่ยมากนักเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่มั่นใจว่าเฝ่ยอวี้จะต้องกลับมาขอร้องเธออีก
ระหว่างคิ้วชายหนุ่มมีสีดำ และด้านบนศีรษะก็ดำทะมึนยิ่งกว่า
เมฆหนาแห่งหายนะกำลังม้วนตัว ควบแน่นจนใกล้จะเป็นรูปเป็นร่าง นั่นหมายความว่าเขาจะต้องพบกับหายนะครั้งใหญ่
ก่อนที่เมฆแห่งหายนะจะก่อตัวสมบูรณ์ หากพบจุดเปลี่ยนก็จะสามารถแก้ไขหายนะนี้ได้ และจุดเปลี่ยนั่นคือเธอ
แต่ทำไมเธอต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้คนพรรค์นี้ด้วยล่ะ?
เฝ่ยไป๋ลู่อดหัวเราะเยาะไม่ได้
หลังจากเฝ่ยอวี้ไปแล้ว บ้านก็กลับสู่ความเงียบสงบ ท้องของเฝ่ยไป๋ลู่ส่งเสียง ‘โครกคราก’ ออกมาในเวลาที่พอเหมาะพอดี
เจ้าของร่างเดิมใช้เงินทุกหยวนไปกับโรงพยาบาล และไม่อยากเสียเงินไปกับการกินดื่ม
เมื่อนับ ๆ ดู ร่างนี้ก็ไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่อยากให้ตัวเองต้องเจอกับการตายกะทันหัน เธอจึงควักโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูยอดเงินคงเหลือ
…หนึ่งหยวนกับสิบเจ็ดเหมา
ศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งสำนักเต๋าผู้ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงินเบิกตากว้าง ‘…’
จน!
จนเกินไปแล้วจริง ๆ!
ไม่แปลกใจเลยที่เฝ่ยอวี้มั่นใจมากว่าเงินสิบล้านจะทำให้เจ้าของร่างเดิมก้มหัวอย่างเชื่อฟังได้ ก็เพราะระหว่างหนึ่งหยวนกับสิบล้านเลขศูนย์มันต่างกันหลายตัวมากเลยนี่!
เฝ่ยไป๋ลู่วางโทรศัพท์ลงด้วยอารมณ์ซับซ้อน และคิดจะหาของกินในบ้านเอา แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ เธอก็รู้สึกสับสน
เจ้าของร่างเดิมใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการหาบ้านที่มีค่าเช่าเดือนละแปดสิบหยวน เธอเพิ่งย้ายมาที่นี่เมื่อวานนี้ และยังไม่มีเวลาจัดเก็บห้องเลยด้วยซ้ำ
ภายในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ นี่จึงยังอัดแน่นไปด้วยสิ่งของที่ผู้เช่าคนเก่าไม่เคยโยนทิ้ง ทำให้มีกลิ่นเหม็นรุนแรงในอากาศ สภาพห้องแบบนี้หาของกินได้ก็แปลกแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่นวดคิ้วเพราะความปวดหัว เธอเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในระดับที่พอเหมาะ และเริ่มคิดขั้นต่อไป
เริ่มจากต้องหาเงินก่อน
เมื่อหาเงินได้แล้ว เธอก็จะย้ายออกจากที่นี่ทันที
ปี๊บ ๆ
โทรศัพท์ส่งเสียงและสั่นเล็กน้อย พร้อมกับมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา
[ผู้ช่วยสตรีมมิงโต้วโซ่ว : ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว ระยะเวลาถ่ายทอดสดของอาจารย์ยังไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดเลย ยังเหลืออีกสิบแปดชั่วโมง แฟน ๆ รอให้คุณไลฟ์อยู่น้า~]