เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 2 ไลฟ์สดแพลตฟอร์มโต้วโซ่ว
บทที่ 2 ไลฟ์สดแพลตฟอร์มโต้วโซ่ว
ไลฟ์สด?
เฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองข้อความสองสามครั้ง แล้วก็จำได้ว่า เธอมีงานทำนี่นา!
เจ้าของร่างเดิมเป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ตบนแพลตฟอร์มโต้วโซ่ว มีแฟนคลับมากกว่าห้าหมื่นคน ปกติก็มักจะสร้างรายได้ด้วยการไลฟ์สดและถ่ายคลิปสั้น ๆ แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนชีวิตและการงานของเจ้าของร่างเดิมก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น
พ่อแม่บุญธรรมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล เจ้าของร่างเดิมใช้เงินเก็บจนหมดเกลี้ยง ตอนนั้นเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโพสต์วิดีโอลงบนโต้วโซ่วเพื่อขอรับเงินบริจาค ในช่วงแรกได้เงินบริจาคเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ช่วยลดแรงกดดันทางการเงินให้กับเจ้าของร่างเดิมได้
ทว่าความคิดเห็นของผู้คนบนอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนไปกะทันหัน เพราะจู่ ๆ ก็มีบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากโผล่ออกมาเปิดโปงการฉ้อโกง บอกว่าเธอโพสต์ข้อมูลขอความช่วยเหลือปลอม ๆ โกงเงินบริจาค และใช้ชาวเน็ตหาเงิน
[ระดมเงิน โกงเงินบริจาค สตรีมเมอร์หญิงหน้าตาดี อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เวอร์เกินจริง และประสบการณ์ชีวิตของลูกสาวบุญธรรม ให้ตายเหอะ นิยายยังไม่กล้าเขียนขนาดนี้เลย ชาวเน็ตนี่โง่จริง ๆ!]
[ตอนแรกก็เห็นใจเธออยู่หรอก แต่ยิ่งคนระยำอย่างเธอแสดงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มันปลอมมาก! คืนเงินมา! ฉันเป็นนักศึกษา เงินที่บริจาคให้เธอคือเงินที่ฉันเจียดมาจากเงินค่าขนมเลยนะ!]
[เธอโกงเงินบริจาค ก็คือกำลังหลอกลวงความเมตตาของสาธารณชน ต่อจากนี้ใครจะกล้าเชื่อถือข้อมูลการขอรับบริจาคในเน็ตอีกล่ะ? เธอได้เงินแล้วก็ไป แล้วพวกเราที่ต้องการเงินบริจาคจริง ๆ ล่ะจะทำยังไง? ฉันล่ะโคตรเกลียดเธอเลย!]
แอ็กเคานต์ปล่อยข่าวที่มีจุดประสงค์แอบแฝงกับชาวเน็ตที่ถูกยุยงต่างไม่ละความพยายามในการคาดเดา วิพากษ์วิจารณ์ และโจมตีเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด
ก่อนเธอจะสวมร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันทางจิตใจอย่างมากจนไม่ได้ถ่ายทอดสดมาครึ่งเดือนแล้ว เมื่อถูกความเป็นจริงบีบบังคับ เธอจึงต้องเลิกทำงานในโลกออนไลน์ที่ชอบและหางานในโลกความเป็นจริงแทน
แต่น่าสงสารผ่านไปครึ่งเดือนแล้วก็ยังหางานไม่ได้ แถมยังต้องเผชิญกับข่าวลือบ้าบอจากเหล่าชาวเน็ตที่คิดว่าเธอแอบฉ้อโกงเงินบริจาคจนถูกจับติดคุกอีก เหตุเพราะเธอไม่ได้ถ่ายทอดสดมาครึ่งเดือนแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา
ผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรงคนหนึ่งคงไม่ถึงขนาดหางานทำเลี้ยงชีพไม่ได้ ถ้าบอกว่าครอบครัวเฝ่ยไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เธอไม่มีวันเชื่อ!
ครอบครัวเฝ่ยต้องการบีบเฝ่ยไป๋ลู่เข้าสู่สถานการณ์สิ้นหวัง แต่เห็นได้ชัดว่าครอบครัวเฝ่ยไม่ได้ยิ่งใหญ่มากพอจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว
โต้วโซ่วคือแพลตฟอร์มโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากเซินไห่กรุ๊ป ถึงครอบครัวเฝ่ยจะพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังบล็อกบัญชีของเธอไม่ได้ สรุปว่าเธอเลยยังมีงานทำใช่ไหม?
เฝ่ยไป๋ลู่ระงับความเจ็บปวดใจที่มีให้เจ้าของร่างเดิมไว้ภายใน เธอเปิดแพลตฟอร์มโต้วโซ่วขึ้น ถอนเงินรางวัลที่มีอยู่ข้างในเพียงสี่สิบหกหยวนออกมา
นี่คือเงินก้อนใหญ่ที่สุดที่เจ้าของร่างเดิมเหลืออยู่ ซึ่งพอจะช่วยแก้ปัญหาความลำบากยากเข็ญของเธอในตอนนี้ได้
แล้วจะใช้สี่สิบหกหยวนมาเติมท้องที่ไม่ได้กินอะไรหลายวันยังไงดีล่ะ?
สถานการณ์ที่ยากลำบากทำให้เฝ่ยไป๋ลู่เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากแอปเสี่ยวลู่ซู
หลังจากอ่านคู่มือคำแนะนำแล้ว เธอก็ขึ้นรถบัส ไปร้านหม้อไฟบริการตัวเองราคาสามสิบสองหยวนแบบกินได้ไม่อั้นในเวลาสามชั่วโมง
ตอนนี้เฝ่ยไป๋ลู่หิวสุด ๆ เธอกินอาหารกองแล้วกองเล่า จนจานก่อตัวเป็นภูเขาสูงตระหง่านอยู่บนโต๊ะ
“ไม่ไหวแล้ว ฉันกินไม่ไหวแล้ว สู้ไม่ได้ สู้ไม่ได้จริง ๆ ถ้ายังกินต่อไปท้องฉันคงแตกแน่” โต๊ะข้าง ๆ ชายร่างกำยำเหยียดตัวอยู่บนเก้าอี้ เขากำลังกุมท้องด้วยสีหน้าทั้งพอใจและตึงเครียด ใบหน้าของชายผู้แข็งแกร่งเต็มไปด้วยอารมณ์
เขายกโทรศัพท์ขึ้นแล้วบ่นใส่กล้อง “พี่น้องครับ วันนี้ผมละยอมเขาเลยจริง ๆ เหนือคนยังมีคนอยู่นะ พวกคุณอย่าได้คิดว่าสาวน้อยคนนั้นผอมแห้งมากเชียว ท้องของเธอเหมือนกับหลุมลึกสุด ๆ ไปเลย”
จางเฉิงหันกล้องไปทางเฝ่ยไป๋ลู่เงียบ ๆ ชี้นิ้วไปที่กองจานเปล่าตั้งตระหง่าน ก่อนชูสี่นิ้วขึ้น แล้วพูดอย่างชื่นชม “คืองี้นะ พนักงานเสิร์ฟเคลียร์ไปสามรอบแล้ว นี่คือรอบที่สี่”
[น้องผู้หญิงน่าทึ่งชะมัด! ถ้าน้องผู้หญิงมีบัญชีผู้ใช้ละก็ คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทางม็อกบัง*[1]ของพี่จางได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!]
[ช็อกเลย! เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนกินได้เยอะขนาดนี้ อีกอย่างฉันสังเกตว่านอกจากตอนไปหยิบอาหารแล้วเธอก็ไม่หยุดกินเลย แถมไม่ได้ออกไปอ้วกด้วย กินเข้าไปได้มากขนาดนี้ พูดตรง ๆ เลยว่า แข็งแกร่ง!]
[ผู้หญิงนั่นกินเข้าไปขนาดนี้ จะเข้าโรงพยาบาลหรือเปล่าอะ? ทำไมพี่จางไม่รอสักหน่อย ถ้าเกิดเรื่องจะได้ส่งโรงพยาบาลได้ทันทีไง?]
จางเฉิงเห็นคอมเมนต์จากผู้ชม เขาเองก็รู้สึกกังวลใจแบบนั้นเหมือนกัน จางเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับผู้ชม “ยังไงฉันก็กินไม่ไหวแล้ว ถ้าอย่างนั้นนั่งสักเดี๋ยว รอน้องผู้หญิงคนนี้กินเสร็จ พวกเราไปสัมภาษณ์เธอกัน”
เฝ่ยไป๋ลู่สังเกตเห็นนานแล้วว่ามีกล้องตัวหนึ่งหันมาทางเธอ แต่เพราะว่าดูแล้วไม่มีเจตนาร้ายจึงเมินเฉยและกินต่อโดยไม่ได้สนใจ
ณ บ้านตระกูลเฝ่ย
เฝ่ยชิงรั่วนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยใจจดจ่อ เธอกำลังรอพี่ใหญ่พาคุณหนูเฝ่ยตัวจริงคนนั้นกลับมา
เมื่อเดือนที่แล้ว เธอแอบได้ยินคำพูดของพ่อโดยบังเอิญ จึงรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คุณหนูใหญ่ที่แท้จริงของครอบครัวเฝ่ย
พ่อแท้ ๆ ของเธอยังคงเป็นเฝ่ยมา เพียงแต่แม่แท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดเธอไม่ใช่คุณนายของครอบครัวเฝ่ย แต่เป็นหนึ่งในชู้รักจำนวนมากของเฝ่ยมาเท่านั้น
เธอนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นแค่ลูกสาวของบรรดาเมียน้อยเหล่านั้น ไม่ใช่คุณหนูของครอบครัวเฝ่ยจริง ๆ! จะให้เฝ่ยชิงรั่วที่เติบโตมาในครอบครัวเฝ่ยที่รักใคร่และเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีทนรับเรื่องได้ยังไง เธอเป็นลมไปในทันที และนั่นทำให้คนในครอบครัวเฝ่ยรู้เรื่องที่เธอไม่ใช่คุณหนูตัวจริงด้วยเช่นกัน
หลังจากเหตุการณ์นั้น เฝ่ยมาก็ยังปกปิดตัวตนของเธอที่เป็นลูกซึ่งเกิดจากชู้รักกับคนในครอบครัวเฝ่ย และบอกแค่ว่าเป็นความผิดพลาดของโรงพยาบาลในปีนั้น
โดยใช้ข้ออ้างว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ นั่นทำให้เธออยู่ในครอบครัวเฝ่ยต่อได้สำเร็จ
วันนี้พี่ใหญ่จะไปพาคุณหนูใหญ่ที่แท้จริงของครอบครัวเฝ่ยกลับมาแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็เป็นลูกสาวของพ่อ แต่นับจากนี้ไปเธอจะต้องสวมบทบาทว่าพ่อแม่ของเธอได้ตายไปแล้ว กลายเป็นลูกสาวบุญธรรมที่น่าเวทนาของครอบครัวเฝ่ยแทน เธอจึงไม่เต็มใจ…
เฝ่ยชิงรั่วรู้สึกมีก้อนหินกดทับอยู่ในใจ เธอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
หนุ่มน้อยรูปหล่อเห็นคิ้วสวยของเฝ่ยชิงรั่วขมวดเป็นปม แม้ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจ “พี่สาวไม่ต้องกังวลนะ ถึงผู้หญิงคนนั้นจะกลับมาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก ผมจะไม่เรียกหล่อนว่าพี่สาวเด็ดขาด พี่เป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของครอบครัวเฝ่ยของพวกเรา”
เฝ่ยชิงรั่วฝืนยิ้มทั้งที่กำลังหนักใจ และมีเพียงร่องรอยความเศร้าในหัวคิ้วให้เห็น ด้วยท่าทางที่ไม่กล้าแสดงความรู้สึกนี้ ทำให้คนอื่นยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้น “เสี่ยวเฉิง อย่าพูดแบบนั้นเลย ไป๋ลู่เป็นพี่สาวแท้ ๆ พ่อแม่เดียวกันกับนาย นายห้ามไม่เคารพเธอ ไม่อย่างนั้นเธอได้ยินแล้วจะเสียใจ”
พี่จะไม่เสียใจเหรอถ้าผมเรียกเฝ่ยไป๋ลู่นั่นว่าพี่สาว? เขาอยากจะถาม แต่เมื่อเฝ่ยเฉิงเห็นว่าเฝ่ยชิงรั่วรู้สึกอึดอัดใจ เขาจึงกลืนคำพูดที่เขากำลังจะโพล่งออกมาลงไป
เพียงแค่คิดว่าจะต้องเรียกผู้หญิงที่มาจากสถานที่เล็ก ๆ นั่นว่าพี่สาว ในใจเขาก็หงุดหงิด จนใบหน้าแสดงออกว่าโกรธอย่างเห็นได้ชัด
“ก็แล้วเธอคู่ควรจะเป็นพี่สาวของผมหรือเปล่าล่ะ? ถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้จักสถานะตัวเองก็ไม่ต้องมาสู้อะไรกับพี่…ฮึ สู้ยังไงก็ไม่ชนะหรอก ผมมีพี่เป็นพี่สาวคนเดียว”
“นายพูดคำพวกนี้เพื่อปลอบให้ฉันดีใจสินะ” ความเศร้าในดวงตาเฝ่ยชิงรั่วจางหายไปเล็กน้อย และมีรอยยิ้มกว้างขึ้นนิดหน่อย
เพราะเหตุผลทางกายภาพทำให้เฝ่ยชิงรั่วได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจและทะนุถนอมมาก เธอมีนิสัยอ่อนหวานละมุนเจือด้วยความเศร้า ทำให้มีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
ดวงตาของเฝ่ยเฉิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พี่ชิงรั่วสวยมากจริง ๆ ถึงจะอยู่ท่ามกลางบรรดาครอบครัวที่ร่ำรวยมากมาย ก็ยังเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด
ตั้งแต่เล็กจนโตเขาได้ยินผู้คนชื่นชมเฝ่ยชิงรั่วนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อนเล่นรอบตัวเขาก็ต่างพากันอิจฉาที่เขามีพี่สาวสวยแบบนี้
มีเพียงคนแบบนี้เท่านั้น ถึงคู่ควรจะเรียกว่าพี่สาวของเขา
ได้ยินมาว่าเฝ่ยไป๋ลู่คนนั้นเติบโตในชนบท พ่อแม่บุญธรรมก็ยากจนด้วยเช่นกัน
พอคิดแล้วไม่ว่าจะหน้าตา นิสัยหรือความสามารถ เฝ่ยไป๋ลู่คนนั้นคงเทียบกับพี่ชิงรั่วไม่ติด
“ผมพูดจริงนะ เฝ่ยไป๋ลู่นั่นกับพี่ก็เหมือนกับเมฆบนท้องฟ้าและโคลนตมบนพื้นดิน ใครจะอยากมีพี่สาวที่ทำให้ตัวเองต้องขายขี้หน้ากันล่ะ? พูดแล้วมีแต่จะอายคน”
เฝ่ยเฉิงทำหน้าหดหู่ ถ้าถามเขา เขาก็เห็นว่าไม่ควรรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมา ยังไงก็ไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกันอยู่แล้ว เพราะงั้นแค่ให้เงินนิดหน่อยแล้วไล่ไปก็พอ
น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะคัดค้านขนาดไหน พ่อกับแม่ก็ยังยืนกรานจะยอมรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับสู่ครอบครัวเฝ่ย
เฝ่ยไป๋ลู่คนนั้นจะต้องภาคภูมิใจมากเลยสินะ?
ไม่ได้! เขาจะต้องเล่นเธอให้หนัก เพื่อป้องกันไม่ให้เธอมีความคิดที่ไม่ดี จนทำร้ายพี่สาวชิงรั่วให้เศร้าและไม่สบายใจ!
ดังนั้นขณะที่เฝ่ยไป๋ลู่กำลังเพลิดเพลินกับการกิน โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนว่ามีความข้อความส่งเข้ามา
[เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันขอเตือนเธอ ถึงแม้ว่าครอบครัวเฝ่ยจะรับเธอกลับมา แต่เธอต้องเข้าใจสถานะของตัวเองให้ชัดเจน อย่าได้กล้าคิดฝันถึงสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ!]`
[การเสแสร้งทำอวดดีไม่มีประโยชน์อะไรต่อเธอเลย ถ้ารู้จักวางตัวก็กลับมาอย่างเชื่อฟัง กลับมาแล้วก็ทำให้ฉันสบายใจด้วย อย่าคิดทำอะไรแผลง ๆ!]
[1] ม็อกบัง คือ การถ่ายทอดสดภาพหรือเสียงทางออนไลน์เกี่ยวกับการรับประทานอาหารหลากหลายจานพร้อมกัน