เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 113 ผีโรคระบาด (2)
บทที่ 113 ผีโรคระบาด (2)
ภูเขาเสี่ยวเหวินคือชีพจรมังกรที่เหลืออยู่ของภูเขาซานไท่ เฝ่ยไป๋ลู่มองมันจากระยะไกล แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของชีพจรมังกรที่เหลืออยู่บนภูเขาเสี่ยวเหวินเลย
เดิมทีเธอสงสัยว่าชีพจรมังกรอาจมีความผิดปกติ จนเมื่อปีนเขาขึ้นมาด้วยตัวเอง และชมทิวทัศน์ของภูเขาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก็ได้ยืนยันการคาดเดาในใจ
หลังจากเกิดเรื่อง ภูเขาเสี่ยวเหวินก็ถูกปิด ซูม่านม่านทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเชื่อใจเธอในครั้งนี้ และพาเฝ่ยไป๋ลู่ขึ้นเขา
ครั้นพอเห็นสีหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนไปอย่างมาก ซูม่านม่านก็อดไม่ได้ที่จะกังวล “มีปัญหาบางอย่างสินะคะ”
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่นั้นราวกับเต็มไปด้วยไฟโกรธ “ปัญหาใหญ่มากด้วย! สิ่งที่พวกคุณทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันผิด!”
นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นท่าทางที่เคร่งขรึมของเฝ่ยไป๋ลู่ ทำให้หัวใจของซูม่านม่านดิ่งวูบ
คำว่า ‘มังกร’ ถูกยืมมาใช้ในหลักฮวงจุ้ยเพื่อแทนทิศทางการขึ้นลง การเลี้ยว และการเปลี่ยนแปลงของภูเขา
ภูเขาเสี่ยวเหวินเป็นสาขาเล็ก ๆ ของชีพจรมังกร คนของหมู่บ้านเสี่ยวเหวินตั้งรกรากที่นี่ในสมัยราชวงศ์ฉิน นอกเหนือจากภัยพิบัติเมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ฝนฟ้าก็ยังคงตกตามฤดูกาล มันจึงได้รับประโยชน์จากสภาพภูมิประเทศที่สูงและบริเวณตรงกลางต่ำ
“พื้นที่โดยรอบสูง กลางต่ำเป็นแหล่งรวบรวมชี่ เหมาะแก่เป็นจุดรวบรวมเพราะไม่กระจาย การรวบรวมชี่คือการมีชีวิต ที่ใดมีชีวิต ทุกอย่างเจริญรุ่งเรือง”
เฝ่ยไป๋ลู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความโกรธ เธอชี้ไปที่สถานที่รกร้างอันมืดมิด “แต่พวกคุณกลับสร้างดินแดนแห่งความตายไว้ที่ศูนย์กลางรวบรวมชี่ กระดูกของคนนอกที่ตายอย่างอนาถถูกฝังไว้ที่นี่ ความโกรธกลายเป็นความอาฆาต เป็นพลังหยิน เป็นวิญญาณชั่วร้าย”
พลังหยินและหยางที่ชั่วร้ายในยามนี้ได้รวมตัวกันตามลักษณะภูมิประเทศ และถักทอขึ้นเป็นเหมือนกรวยสีดำขนาดใหญ่ จุดศูนย์กลางที่ดูเหมือนจะมีชีวิต ได้ดูดกลืนสิ่งมีชีวิตในอากาศแล้วคายพลังด้านลบออกมา!
หากพลังด้านลบล้นทะลัก โรคระบาดใหญ่ย่อมปะทุขึ้นในโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ในดินยังเลี้ยงแมลงซากศพจำนวนมหาศาลไว้ด้วย เมื่อแมลงซากศพคืบคลานไป ณ ที่แห่งใด…
ที่นั่นจะเป็นนรกบนดิน!
สิ่งที่หมู่บ้านเสี่ยวเหวินทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วยชีวิตตัวเอง แต่เป็นการทำความชั่ว!
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่คมกริบขึ้นเรื่อย ๆ ซูม่านม่านตัวสั่นเทา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา เธอยังคงไม่อยากจะเชื่อ “ไม่ ไม่มีทาง นี่คือคำพยากรณ์ที่คุณย่าได้รับมา พวกเราทำตามคำพยากรณ์…”
“คำพยากรณ์เหรอ? ได้ ฉันจะทำให้คุณดู ว่าตอนนี้เทพภูเขาเป็นยังไง!” เฝ่ยไป๋ลู่วางยันต์สีเหลืองไว้บนหน้าผากซูม่านม่านแล้วให้เธอลืมตาพลางพูดไปด้วยว่า
“แผ่นดินถล่มและแผ่นดินไหวหนึ่งร้อยปีก่อนคือการพลิกตัวของมังกรคราม*[1] ความหมายไม่แน่ชัด แต่เป็นการแจ้งเตือนให้ระวัง ภัยแล้งเป็นเพราะมีคนตัดกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจากภูเขาไปทางแม่น้ำ จนมังกรครามไร้ขา”
ยันต์เนตรสวรรค์ทำให้โลกตรงหน้าของซูม่านม่านเปลี่ยนไป เธอเห็นพลังงานสีดำหนาปกคลุมหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน
เมื่อมองไปยังจุดที่เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ เธอก็มองเห็นมังกรครามไร้ขานอนคว่ำหน้าหายใจรวยรินอยู่บนภูเขา
เกล็ดมังกรบนตัวมันไร้ซึ่งแสงสว่าง บนตัวมีบาดแผลเน่าเปื่อยร้ายแรงจำนวนนับไม่ถ้วน พลังงานสีดำเพิ่มขึ้นในหมู่บ้านราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นได้จมลงไปในเนื้อของมัน เลือดที่ไหลออกมาเป็นสีดำ นำมาซึ่งบรรยากาศอันอัปมงคล
…บนตัวเทพเจ้าภูเขาเต็มไปด้วยบาดแผล
ซูม่านม่านปิดปากแน่น น้ำตาไหลลงมาไม่รู้ตัว
เห็นได้ชัดว่าพลังงานสีดำนั่นกำลังดึงชีวิตมังกรครามไปทีละนิด
เป็นพวกเธอที่ทำร้ายเทพเจ้าขุนเขา…
เมื่อสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของดวงตาสองข้าง มังกรครามพยายามเปิดเปลือกตาสุดกำลัง แต่กลับเห็นเพียงภาพอันเลือนรางเท่านั้น
ความอ่อนแอของชีพจรมังกรนี้ร้ายแรงกว่าที่เฝ่ยไป๋ลู่จินตนาการไว้
เมื่อดวงตาของมังกรขุ่นมัว ชีพจรมังกรนี้ก็จะสูญเสียจิตวิญญาณและหายไปจากสวรรค์และโลก แล้วแมลงซากศพและพลังด้านลบตรงเชิงเขาที่ถูกกดทับไว้จะควบคุมไม่ได้อีกต่อไป
เฝ่ยไป๋ลู่ทนดูภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้ เธอจะต้องช่วยมังกรครามให้หลุดพ้นจากปัญหา
“ทะยาน ทะยานไปแล้ว…” ซูม่านม่านเห็นแค่ปลายเท้าของเฝ่ยไป๋ลู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น เธอบินไปทางมังกรครามอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เท้าเลย สง่างามราวกับกำลังเหยียบเมฆที่มองไม่เห็น
การเคลื่อนไหวอันน่าอัศจรรย์นี้ ราวกับอิริยาบถของเทพเซียนในตำนาน
เธอเป็นใครกัน?
เฝ่ยไป๋ลู่ถ่ายปราณวิญญาณให้มังกรคราม จากนั้นพลิกฝ่ามือขึ้น ที่กลางฝ่ามือมีเปลวไฟเล็ก ๆ สีขาวปรากฏขึ้น เธอคว้าพลังงานสีดำที่พันรอบตัวมังกรครามแล้วดึงออกอย่างแรง ราวกับพลังงานสีดำได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจของมัน มันจึงถูกเปลวเพลิงสีขาวเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
เมื่อกำจัดพลังงานสีดำที่พันธนาการส่วนสำคัญของมังกรครามไว้แน่นราวกับโซ่ตรวนแล้ว มังกรครามถึงมีอากาศหายใจ
หางมังกรของมันสะบัดอย่างแรง
หินภูเขาเคลื่อน ดินถล่ม ผืนดินแตกร้าว
แผ่นดินไหวสะเทือนถึงหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน
ปู่ซูนอนพักสายตาอยู่ในกระท่อมหลังเล็ก ๆ และซูจือซินที่นอนพักรักษาอาการบาดเจ็บบนเตียง ต่างตกใจทั้งคู่
ปู่ซูที่เข้ามาตามหาซูม่านม่าน พอไม่เจอ สีหน้าก็บึ้งตึงทันที “ม่านม่านไปไหน?”
ซูจือซิน “เธอบอกว่าจะเอาข้าวไปส่งให้คนนอกพวกนั้นที่ห้องโถงบรรพบุรุษ…”
“นานขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่กลับ?” ราวกับคิดอะไรได้บางอย่าง สีหน้าปู่ซูก็มืดมนอย่างมาก ท่าทางเศร้าหมอง “ไอ้พวกคนนอกสารเลวนี่…” พูดจบเขาก็รีบไปที่ภูเขาเสี่ยวเหวิน
ซูจือซินดิ้นรนลุกขึ้นมาจนกระชากโดนแผล เจ็บปวดจนเหงื่อเย็นออกท่วมตัว
ถึงกระนั้นเธอยังคงพยายามฝืนทนความเจ็บปวด หยิบหุ่นเชิดไม้จากใต้เตียงแล้วเดินตามปู่ซูไปติด ๆ
มังกรครามเขย่าตัว ทำลายพลังงานสีดำที่เหลืออยู่บนตัว
เฝ่ยไป๋ลู่ผนึกยันต์ไว้ที่ระหว่างคิ้วมังกรคราม แล้วท่องมนต์เสียงดัง นิ้วมือประสานไม่ขาดจากกัน
“สาสน์แห่งสวรรค์อยู่ในมหาสมุทร สุริยันพ้นประจิม รับยันต์ศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าความชั่วร้าย พ่นอัคนีแห่งขุนเขา…กำราบปีศาจให้มอดม้วย จากร้ายกลายเป็นดี ไท่ซ่างเหล่าจวิน*[2] ประทานมงคลดั่งเป็นประกาศิต*[3]!”
ดวงตาของมังกรครามส่องแสงเป็นประกาย ร่างกายที่อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงได้รับการถ่ายปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์และทรงพลัง จนบาดแผลหายสนิทแล้ว
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญในร้อยปีที่ผ่านมา มันก็เงยหน้าขึ้นแล้วร้องคำราม เปลวไฟอันร้อนรุ่มเต็มไปด้วยความโกรธและเกลียดชัง เผาพลังด้านลบที่เชิงเขาเสียสิ้นซาก
เสียง ‘เอี๊ยด! เอี๊ยด!’ ที่น่าสยดสยองดังก้องไปทั่วหุบเขา แมลงซากศพเริ่มส่งเสียงร้องอย่างสิ้นหวัง
ผีโรคระบาดที่กำลังก่อรูปร่างขึ้นจากพลังด้านลบไม่ยอมเผยร่างของมัน ตัวของมันผอมแห้ง ลักษณะแปลกประหลาด ชุดขาดรุ่งริ่ง ดวงตาไม่มีรูม่านตา แต่กลับจ้องเขม็งกลางอากาศมายังหนึ่งมนุษย์หนึ่งมังกรอย่างดุร้าย
เฝ่ยไป๋ลู่เหยียบลงบนหัวของมังกรคราม แล้วมองลงไปที่ผีโรคระบาด
คำว่า ‘ผี’ ในชื่อ ‘ผีโรคระบาด’ ที่จริงแล้วมันเป็นของเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ไม่ว่าจะผ่านไปที่ใด ความเงียบงันซึ่งอยู่ห่างไปพันลี้ ที่รกร้างนั้นจะเต็มไปด้วยซากศพ
สิ่งนี้เองที่ลอบโจมตีเธอในคืนนั้น
เฝ่ยไป๋ลู่ท่าทางเคร่งขรึม ผีโรคระบาดที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างจะต้องถูกกำจัด!
ราวกับมังกรครามจะมีความคิดเดียวกันกับเธอ ทั้งสองจึงร่วมกันต่อสู้กับผีโรคระบาด ถึงแม้จะต้องใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายสู้จนตัวตายไปพร้อมกัน มันก็จะแก้แค้น!
ผีโรคระบาดปล่อยพลังด้านลบออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ดวงตาของมังกรกลับไปขุ่นมัวอีกครั้ง
เมื่ออยู่ในสภาวะมองไม่เห็น ความแข็งแกร่งของมังกรครามจะลดลงอย่างมาก
แผนที่วางไว้ของผีโรคระบาดนั้นดีมาก แต่มันกลับลืมไปว่าบนหัวของมังกรครามมีเฝ่ยไป๋ลู่ที่เกิดมาพร้อมดวงตาหยินหยาง …เธอคือดวงตาของมังกรคราม!
เฝ่ยไป๋ลู่มองผีโรคระบาดในชั้นพลังด้านลบอย่างเย็นชาแล้วชี้บอกมังกรคราม
มังกรครามราวกับได้รับความช่วยเหลือจากเทพเจ้า ผีโรคระบาดคำรามด้วยความไม่ยินยอม ท้ายที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้แก่มังกรคราม
ร่างที่ขาดรุ่งริ่งของผีโรคระบาดมลายหายไปกลายเป็นเถ้าถ่าน
ลมกระโชกแรงพัดมา เชือกสีแดงเส้นหนึ่งปลิวมาจากตัวผีโรคระบาด ซูม่านม่านเอื้อมมือออกไปคว้าไว้ตามสัญชาตญาณ ใบหน้าซีดเผือด
บนนั้นมีชื่อของคุณย่า…
……
ภายในห้องเล็ก ๆ มีเสียงตุ๊กตาดินเผาแตกดังขึ้น
คนผู้นั้นหยิบมาดู พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจอย่างยิ่ง “รออีกแค่ห้าปีก็จะเป็นผีโรคระบาดร้อยปีแล้ว ช่างน่าเสียดาย…”
[1] มังกรคราม คือสัตว์เทพสี่ทิศของศาสตร์ฮวงจุ้ย หนึ่งในดาวใหญ่สี่กลุ่มดาว
[2] ไท่ซ่างเหล่าจวิน คือเทพเจ้าสูงสุดของลัทธิเต๋า
[3] บทสวดถ่ายพลังบริสุทธิ์
…………………………………………………………………………………………………….