เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 114 เทพเจ้าภูเขา (1)
บทที่ 114 เทพเจ้าภูเขา (1)
ซูม่านม่านกระชากเชือกสีแดงที่อยู่บนคอตัวเองออกมา
มันมีลักษณะเหมือนเชือกสีแดงที่เก่าขาดและสีซีดจางนี้ทุกประการ
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา ราวกับเธอเข้าใจบางอย่างแล้ว เธอพลันย่อตัวนั่งลงบนพื้นแล้วร้องไห้โฮ “คุณย่า…”
ถ้าหากว่าผีโรคระบาดที่แปลกประหลาดและขาดกะรุ่งกะริ่งคือคุณย่าของเธอ ถ้าอย่างนั้นคนที่นอนอยู่ในสุสาน ให้เธอกราบไหว้ทุกปีคือใครกันล่ะ?
ปีนั้นใครเป็นคนเผยแพร่คำพยากรณ์เท็จและทำร้ายคนของหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน? ความจริงคืออะไรกันแน่?
เฝ่ยไป๋ลู่เดินมาหาซูม่านม่านแล้วลูบหลังเธอเบา ๆ “ปู่ของคุณน่าจะรู้ความจริง”
คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินมีชีวิตอยู่อายุไม่ถึงหกสิบ
แต่ว่าปู่ซูกลับเป็นกรณีพิเศษ เขาเป็นคนที่อายุยืนที่สุดในหมู่บ้าน
เพราะว่าเขายังคงอยู่ ทำให้คนของหมู่บ้านเสี่ยวเหวินมองเห็นความเป็นไปได้ในการใช้ชีวิตแลกชีวิต
และเขายังเป็นคนเดียวที่ได้เห็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์นั้นด้วย
ซูม่านม่านเดินตามเฝ่ยไป๋ลู่ลงเขามาด้วยจิตใจที่ฟุ้งซ่าน
ทันทีที่คนทั้งสองเดินมาถึงตีนเขาก็ได้ยินเสียงดังโหวกเหวก
“ปล่อยคนซะ!”
“ไม่อย่างนั้นอย่าโทษว่าฉันหยาบคาย!”
น้ำเสียงที่รุนแรงผสมกับเสียงที่ร้องขอวิงวอนของเหมียวจื่ออั๋ง “อย่า ๆๆ พี่สาวมีอะไรก็พูดกันดี ๆ ชีวิตของฉันก็คือชีวิตหนึ่งนะ!”
เหมียวจื่ออั๋งมองไปทางหุ่นเชิดที่รัดคอตัวเองอยู่ แล้วกลัวว่าถ้ามันออกแรงขึ้นมา ตัวเองต้องตายแน่
ครั้นเห็นซูจือซินไม่สะทกสะท้าน เขาจึงมองอย่างขี้ขลาดไปทางชายหนุ่มที่กำลังเผชิญหน้ากับซูจือซิน “พี่ชาย หรือว่าพี่จะเป็นฝ่ายปล่อยคนไป?”
กานว่างขมวดคิ้ว ปู่ซูถูกเขาจับตัวไว้
ปล่อยไม่ได้ คนผู้นี้อันตรายกว่าซูจือซินเสียอีก
ตอนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน น้ำเสียงราบเรียบก็ได้แทรกเข้ามา
“กานว่าง ปล่อยเขาซะ”
กานว่างได้ยินจึงหันไป ตอนที่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ปลอดภัยดีไร้รอยขีดข่วน ในดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจ
เขาคลายการควบคุมปู่ซูอย่างเชื่อฟัง
ปู่ซูฉวยโอกาสหนีด้วยความรวดเร็วราวกับลมพัดแล้วยังฉกตัวซูม่านม่านที่อยู่ข้าง ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ไปด้วย
ในเวลาเดียวกันนั้นเองเหมียวจื่ออั๋งก็โยนหุ่นเชิดยักษ์ที่ใช้ควบคุมออกไปขวางตรงหน้าปู่ซูและซูม่านม่านเอาไว้
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่กานว่าง “ร่างกายของคุณไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?”
“ผมไม่เป็นไร” กานว่างส่ายหัว เขามองคนตระกูลซูทั้งสามคนแล้วอธิบายสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสั้น ๆ
การรับรู้ของเขาตกอยู่ในสภาวะโคม่ามาตลอด จนกระทั่งได้ยินเสียงมังกรร้องคำรามดังก้องทั่วท้องฟ้า ถึงได้ฟื้นคืนสติ
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบผ่านเหมียวจื่ออั๋ง เขาก็เตรียมตัวเข้าไปตามหาเฝ่ยไป๋ลู่ในภูเขา แต่กลับเจอปู่ซูและซูจือซินที่มีสีหน้าร้อนใจ
กานว่างเห็นว่าบนตัวพวกเขามีพลังชั่วร้าย สีหน้าไม่ปกติ จึงได้จับตัวพวกเขาไว้
“เธอไปทำอะไรบนภูเขา?” เสียงปู่ซูแหบแห้ง ในดวงตาไม่ปิดบังความเกลียดชังที่ตัวเขามีต่อเฝ่ยไป่ลู่เลยแม้แต่น้อย
เฝ่ยไป๋ลู่สบตาชายชรา มุมปากยิ้มเบา ๆ “แล้วคุณคิดว่าฉันทำอะไรล่ะ?”
น้ำเสียงนั้นเย็นชาราวกับมีดคมกริบ
ซูจือซินบังซูม่านม่านไว้ด้านหลัง ดวงตาสีเข้มจ้องเขม็งไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างระแวดระวังมาก ราวกับอยากพูดว่า ‘คิดจะทำร้ายพวกเขาก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน’
ตัวตนและตำแหน่งของพวกเธอสองคนไม่เหมือนเดิม ราวกับว่าบทสนทนาที่เป็นมิตรในคืนนั้นเป็นภาพลวงตา
“พวกคนนอกอย่างพวกแก!” ปู่ซูพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง “น่าจะปล่อยให้ตายในที่รกร้างนั้นตั้งแต่แรก!”
เฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยอย่างสงบและเยือกเย็น “คุณลังเลที่จะฆ่าฉัน เพราะคุณจะใช้ร่างของฉันแทนชีวิตซูม่านม่าน”
‘เธอรู้ได้ยังไง?’ ดวงตาของปู่ซูมืดลง จะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไว้ไม่ได้!
เขาส่งสายตาให้ซูจือซิน ถึงแม้ซูจือซินจะไม่อยากลงมือกับเฝ่ยไป๋ลู่ แต่เธอเองก็มีคนที่ต้องปกป้องเช่นกัน
ซูจือซินกำลังจะควบคุมหุ่นเชิด มือข้างหนึ่งก็มารั้งเธอเอาไว้
“พอได้แล้ว อย่าทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเลย”
ในดวงตาของซูม่านม่านปกคลุมด้วยชั้นหมอก เธอมองไปที่ปู่ซูและซูจือซินแล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ที่คุณย่านำกลับมาไม่ใช่คำพยากรณ์ มันคือการวางแผนชั่วร้าย”
เธอยกเชือกในมือขึ้นมา น้ำตาไหลอาบหน้า มองตรงไปยังปู่ซู “ไม่เพียงแค่นั้น คนที่กลับมาจากบนเขาในปีนั้น คือคุณย่าจริง ๆ เหรอคะ?”
“หลานรู้เรื่องแล้ว…” ปู่ซูถอยหลังอย่างทนไม่ไหว เขาเบนสายตาไปทางอื่น ไม่กล้ามองซูม่านม่านตรง ๆ
ทันใดนั้น แสงในดวงตาของซูม่านม่านก็ดับลง เธอยิ้มอย่างขมขื่น “ปู่คะ เพราะอะไรกันแน่? ทำไมถึงร่วมมือกับคนชั่ว ทำร้ายคนในหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน ทำร้ายเทพเจ้าภูเขา?”
คนคู่เคียงเรียงหมอนมาด้วยกันหลายปี แม้จะแสร้งทำให้เหมือนแค่ไหนก็ต้องมีช่องโหว่ให้เห็นอยู่ดี
ที่จริงคุณปู่รู้มานานแล้วว่าคนที่เผยแพร่คำพยากรณ์ไม่ใช่คุณย่าสินะ
แต่ทำไมทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ถึงไม่ยอมบอกคนในหมู่บ้าน?
เพราะอะไร?!
“ม่านม่าน ปู่ ปู่เองก็เสียใจเหมือนกัน…” ปู่ซูอยากจะเดินเข้าไปปลอบเธอ ครั้นเห็นซูม่านม่านขัดขืนจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เขาหยุดการเคลื่อนไหว ราวกับแก่ลงหลายปี พละกำลังและจิตวิญญาณพลันเสื่อมถอย
ซูจือซินลดมือที่ควบคุมหุ่นเชิด ราวกับว่าความเลื่อมใสและศรัทธาอันแรงกล้าในใจได้พังทลายลง
สีหน้าเธอถมึงทึง น้ำเสียงตึงเครียด “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ซูม่านม่านร้องไห้อย่างอดกลั้นไม่ไหว เธอสะอึกสะอื้นแล้วพูดเรื่องที่ตนเองรู้ออกมา
เมื่อซูม่านมานพูดจบ เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวเสริมว่า “ความโกรธกลายเป็นพลังหยินและวิญญาณชั่วร้าย สถานที่อันล้ำค่าได้กลายเป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง การอาศัยอยู่เป็นเวลานานจะเป็นอันตรายต่อโชคของมนุษย์ และการเลี้ยงศพทำให้เกิดพลังด้านลบซึ่งจะก่อให้เกิดโรค”
“ผู้คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินมีชีวิตอยู่ไม่ถึงอายุหกสิบ เป็นเพราะติดเชื้อโรคที่ไม่รู้จัก ขอเพียงเข้ามาในหมู่บ้านก็ติดโรคแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือคนนอก ไปที่ใดก็ตาย ไม่ใช่เพราะคำสาปแช่งของเทพเจ้าเลย”
“ถูกต้อง! สิ่งนี้สิถึงจะเป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือที่สุด” เหมียวจื่ออั๋งแสดงความเห็นที่ชักช้าไม่ทันกาล พร้อมกับใช้กำปั้นซ้ายทุบลงบนมือขวาอย่างอวดรู้ให้ความรู้สึกหนักแน่นในน้ำเสียง
ตอนที่ได้ยินชื่อผีโรคระบาด สีหน้าของกานว่างเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่หลังจากที่ได้ยินว่าเทพเจ้าภูเขากำจัดมันไปแล้วนั้น สีหน้ากังวลถึงผ่อนคลายลง
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขอบคุณ “โชคดีที่โรคระบาดในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินแพร่กระจายจากคนสู่คนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากคนที่ออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเหวินนำโรคออกไปด้านนอก…” ทั่วทั้งเมืองเจียงจะตกอยู่ในความวุ่นวาย
ซูม่านม่านที่มีจิตใจบริสุทธิ์และดีงามได้ยินคำพูดนี้ ในใจรู้สึกผิดและไม่สบายใจ “ฉันขอโทษจริง ๆ…”
เธอเองก็เป็นคนบาปเช่นกัน
ปู่ซูอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ “นี่มันเป็นไปไม่ได้! คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินมีชีวิตอยู่ไม่ถึงหกสิบ เห็นชัด ๆ ว่าเป็นคำสาปของเทพเจ้าชั่วร้าย! ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เรียกว่าโรคระบาด!”
ซูจือซินตกตะลึง “เทพเจ้าชั่วร้ายที่ปู่พูดคือเทพเจ้าภูเขางั้นเหรอ?”
หมู่บ้านเสี่ยวเหวินเชื่อในเทพเจ้าภูเขามาหลายชั่วอายุคน ถึงเทพเจ้าภูเขาจะโกรธและส่งการลงโทษอันศักดิ์สิทธิ์ลงมา แต่ที่ทุกหลังคาเรือนคิดคือการภาวนาขอการอภัยและไม่ละทิ้งเทพเจ้าภูเขา
ตอนที่ปู่ซูยังหนุ่มเขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน เขาละทิ้งศรัทธาและด่าว่าเทพเจ้าภูเขาเป็นเทพเจ้าชั่วร้ายได้ยังไง?
“ถูกต้อง! ทั้งหมดนี่เป็นเพราะโดนลงโทษจากสวรรค์ ทำลายชีวิตของหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน! มันเป็นคนทำลายหมู่บ้านเสี่ยวเหวินของพวกเรา!” ใบหน้าปู่ซูนิ่งขึง ดวงตาเจ็บปวด ราวกับได้ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
แผ่นดินถล่ม โคลนถล่ม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง และตั๊กแตนระบาดทยอยมาไม่ขาดสาย นอกจากชีวิตและบ้านเรือนของผู้คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินจะถูกทำลายแล้ว ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือขาดแคลนอาหาร
บางคนหิวโหยผอมจนหนังหุ้มกระดูก บางคนกินดินกวนอิมหรือดินขาว*[1] จนท้องอืดตาย บางคนตัดเนื้อที่ขาตัวเองป้อนลูก…เมื่อปู่ซูมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาเกิดคำถามถึงความเชื่อในเทพเจ้าภูเขาเป็นครั้งแรก
และเมื่อผู้หญิงคนนั้นปลอมตัวเป็นคุณย่าของม่านม่านบอกว่าเทพเจ้าภูเขาได้กลายเป็นเทพเจ้าชั่วร้ายไปแล้ว มีแต่การกำจัดเทพเจ้าภูเขาเท่านั้นถึงสามารถทำให้หมู่บ้านเสี่ยวเหวินกลับคืนสู่สภาพเดิม มันยิ่งทำให้เขาแน่วแน่กับความคิดนี้
[1] ดินขาวหรือเรียกว่าดินเจ้าแม่กวนอิม เป็นแร่ซิลิเกตชนิดหนึ่งมีอนุภาคละเอียดคล้ายแป้ง