เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 115 เทพเจ้าภูเขา (2)
บทที่ 115 เทพเจ้าภูเขา (2)
“ไม่ใช่แบบนั้น! เทพเจ้าภูเขาจะเป็นเทพชั่วร้ายได้ยังไง?” ซูม่านม่านเป็นคนแรกที่โต้กลับเสียงดัง
เนตรสวรรค์ที่เฝ่ยไป๋ลู่เปิดให้เธอยังไม่ถูกปิด
เธอจึงสามารถมองเห็นมังกรครามไร้ขาลอยละล่องไปตามหุบเขา อาศัยพละกำลังของตนเองที่ยังเหลืออยู่ขับไล่พลังงานสีดำที่แทรกซึมสู่ภูเขาและพลังงานสีดำเหล่านั้นคือความชั่วร้ายที่พวกเขาทำ
ไม่ใช่เพราะเทพเจ้าภูเขาเกลียดชังและสาปแช่งพวกเขา เป็นพวกเขาเองที่กำลังช่วยคนอื่นทำร้ายเทพเจ้าและช่วยคนอื่นทำชั่ว
“ม่านม่าน หลานถูกคนนอกพวกนี้หลอกแล้ว!” ปู่ซูรู้สึกขมขื่นและเกลียดชัง รวมทั้งผิดหวังอย่างมาก
เหมียวจื่ออั๋งเกาหัวแล้วพึมพำขึ้นมาว่า “คาดคะเนตามระยะเวลาแล้ว ในช่วงเวลาคับขันไม่ใช่แค่หมู่บ้านเสี่ยวเหวินเท่านั้นที่ประสบกับสภาวะอดอยากหรอกนะ เทพเจ้าภูเขาไม่ได้ทำให้เกิดช่วงเวลาสามปีแห่งภัยพิบัติธรรมชาติ*[1]ไม่ใช่หรือไง? ถ้ามีความสามารถยิ่งใหญ่ขนาดนั้นคงไม่อยู่บนยอดเขาคับแคบนี้หรอก”
กานว่างมองเขาด้วยสายตาชื่นชม ใช่เลย เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน
แต่ว่าหมู่บ้านถูกปิดมานาน คนทั้งสามแห่งหมู่บ้านเสี่ยวเหวินจึงไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกต่างงุนงง “ภัยพิบัติสามปีแห่งความอดอยากงั้นเหรอ?”
“รู้หรือเปล่าว่าราชวงศ์ชิง*[2] ถูกขังไว้ในประเทศ? พวกคุณในตอนนี้กำลังเลียนแบบราชวงศ์ชิง ปิด ‘หมู่บ้าน’ เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลยถึงได้ถูกคนหลอกจนหัวหมุน” เหมียวจื่ออั๋งเชิดหน้าขึ้นแล้วให้เกร็ดความรู้เรื่องสามปีแห่งความยากลำบาก*[3] แก่พวกเขา
มังกรครามไร้ขาที่แสนชาญฉลาดส่งเสียงคำราม พร้อมพ่นลมหายใจออกมาด้วยท่าทางโกรธเคือง
เฝ่ยไป๋ลู่ยื่นมือมารับแสงสีขาวที่ทะยานออกมาจากตัวมัน แสงสีขาวสายนั้นล้อมรอบปลายนิ้วของเธออย่างแนบชิดแล้วค่อย ๆ จมลงในฝ่ามือของเธอ
หลังจากเรียบเรียงความทรงจำเทพเจ้าภูเขาเสร็จแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงถอนหายใจและมองไปทางปู่ซูผู้ดื้อรั้น
“คุณจำได้แค่ว่าคนของหมู่บ้านเสี่ยวเหวินกินดินกวนอิม ตัดเนื้อที่ขาตัวเองแล้วโทษว่าเทพเจ้าภูเขาสร้างภัยพิบัติ แต่กลับจำไม่ได้ว่า เห็ด หน่อไม้ กวาง และกระต่ายที่ปรากฏขึ้น รวมถึงใบไม้ที่งอกออกมาเป็นครั้งคราวนั้นช่วยชีวิตคนไปกี่คน”
ทุกอย่างบนภูเขาล้วนเป็นของเทพเจ้าภูเขา
และในเวลานั้นเทพเจ้าภูเขาถูกคนตัดขาออกทั้งสี่ข้าง ถูกควบคุมและกักขัง แต่สะสมพลังอันน้อยนิดที่มีทั้งหมดกระตุ้นพืชและสัตว์มาเป็นอาหารให้ชาวบ้านอย่างยากลำบาก
เมื่อผู้คนตกอยู่ในความลำบากและสิ้นหวังถึงขีดสุดก็จะเลือกรับการปลอบประโลมทางจิตวิญญาณผ่านศรัทธา โดยหวังว่าเทพเจ้าจะประทานพลังให้พวกเขาหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบาก แต่ก็มีคนเลือกเดินไปยังจุดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นกัน โดยโทษว่าความชั่วร้ายทั้งหมดเป็นฝีมือของเทพเจ้า
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว เห็นได้ชัดเลยว่าปู่ซูเป็นอย่างหลัง
“ปู่ หนูจำได้ว่าปู่เคยบอกว่า ปีนั้นปู่ตามคนกลุ่มใหญ่เข้าไปหาของกินบนภูเขา”
ซูม่านม่านพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัดใจว่า “ปู่ทั้งหิวทั้งคอแห้ง จนกลิ้งลงไปในหลุมบนภูเขา ตื่นขึ้นมาก็เจอเห็ดอยู่ใต้ร่างปู่หลายดอก พอกินแล้วถึงได้มีแรงปีนออกจากเขา”
ปู่ซูโอดครวญอยู่หลายครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเห็ดพวกนั้น เขาคงไม่มีชีวิตรอด
ที่แท้ทุกอย่างล้วนแต่เป็นคุณงามความดีของเทพเจ้าภูเขาหรือนี่…
ในดวงตาที่ขุ่นมัวของปู่ซูเต็มไปด้วยอารมณ์ยากจะคาดเดาได้
สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวและเทาแล้วร่างก็ล้มลงบนพื้น
“ปู่ อย่าทิ้งหนูไป!” ซูม่านม่านกรีดร้องแล้วก้าวไปพยุงเขาขึ้น ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
มีคนเสียชีวิตมากมายในหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน เธอไม่อยากเห็นคนข้างกายเธอเป็นอะไรอีกแล้ว!
ซูจือซินเดินมาด้านหน้าแล้วโอบคนทั้งคู่ไว้ในอ้อมแขน เธอมองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาอ้อนวอน “ขอร้องละ คุณช่วยคุณปู่ด้วย อย่าให้เขาเป็นอะไรเลย”
เฝ่ยไป๋ลู่ย่อตัวลงแล้ววางมือลงบนชีพจรของปู่ซู เธอมองหน้าเขาอีกครั้งแล้วเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไร
ปู่ซูใช้หนอนพิษกู่ยืดอายุตัวเอง พอมีชีวิตอยู่มาได้นานหลายปี ร่างกายที่เคยเข้มแข็งก็ใกล้หมดสิ้นกำลังแล้ว และเมื่อเจ้าตัวไร้ซึ่งพลังและจิตวิญญาณแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
ที่สำคัญคือเขาไม่มีความคิดที่จะมีชีวิตอยู่
ซูม่านม่านรู้สึกเหมือนตกลงไปในห้องใต้ดินน้ำแข็ง ร่างกายเธอสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
ดวงตาของซูจือซินแดงเล็กน้อย แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
เธอกัดฟัน อุ้มเขาด้วยมือเดียวแล้วประคองอีกคนเดินไปทางหมู่บ้าน “กลับบ้านกัน ฉันจะพาเธอกลับบ้าน กลับไปแล้วเชิญคุณยายแม่บุญธรรมมา เธอต้องมีวิธีแน่…”
ซูจือซินพูดพึมพำกับตัวเอง และไม่รู้ว่ากำลังพูดกับซูม่านม่านหรือบอกตัวเอง
เรื่องที่ปู่ซูทำคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ แต่คนผู้นี้ก็เป็นญาติที่มีอยู่ไม่กี่คนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันไปตลอดชีวิต และสายใยแห่งความรักในครอบครัวย่อมไม่มีวันขาด
โลกไม่ได้มีเพียงสีขาวหรือดำเท่านั้น
เฝ่ยไป๋ลู่มองพวกเขาเดินจากไปไกลลับตา ต่อมาเธอปกปิดอารมณ์อันซับซ้อนในดวงตาแล้วหันไปทางกานว่างกับเหมียวจื่ออั๋ง “ไปกันเถอะ พวกเราเองก็มีสิ่งที่ควรทำ”
หลังจากขับไล่พลังหยินและพลังชั่วร้ายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เหมียวจื่ออั๋งก็เหนื่อยจนกลายเป็นอัมพาตและหย่อนบั้นท้ายนั่งลงบนพื้น
เหมียวจื่ออั๋งหยิบโทรศัพท์ออกมา ตอนที่เขาตระหนักได้ว่าไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็คิดจะโยนกลับเข้าไปในกระเป๋า แต่แล้วก็กดหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ
“!” เขาอ่านข่าวที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ แล้วดวงตาก็เบิกกว้าง “หัวหน้า มีสัญญาณแล้ว!”
เฝ่ยไป๋ลู่ “อา รู้แล้ว”
เหมียวจื่ออั๋งเองก็ไม่ได้สนใจความเฉยเมยของเฝ่ยไป๋ลู่เช่นกัน เขาคลิกปุ่มเปิดแอปโต้วโซ่วอย่างมีความสุข “ให้ฉันดูหน่อยว่ามีเรื่องสำคัญอะไรบ้างที่เกิดขึ้นสองสามวันนี้ เพื่อเสริมคลังข้อมูลของฉัน”
“นักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนกำลังหักล้างข่าวลือบนโลกโซเชียล ‘คำจารึกสุสานจักรพรรดิ’ เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นหลังอย่างแท้จริง เนื้อหาไม่เป็นความจริง…สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้โจรปล้นสุสานเชื่อว่ามีหนังสือเกี่ยวกับเจ้าชายอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ?”
“คนดังบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่มีการออนไลน์มาหลายวันแล้ว น่าสงสัยว่าหายสาบสูญไปแล้ว?” เหมียวจื่ออั๋งคลิกที่วิดีโอและมีรูปภาพของเฝ่ยไป๋ลู่อยู่ในนั้น
ดูจากไอดีที่โพสต์วิดีโอ น่าจะเป็นแฟนคลับของเฝ่ยไป๋ลู่
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็น บางคนคาดเดาว่าเฝ่ยไป๋ลู่ถูกตระกูลเฝ่ยสังหารเพื่อระบายความโกรธแค้น บางคนเดาว่าถูกคนฆ่าชิงทรัพย์ บางคนเดาว่าเฝ่ยไป๋ลู่ถูกชาวเน็ตรุมซ้อมไปแล้ว
เหมียวจื่ออั๋งถึงกับนิ่งอึ้ง “…”
นี่เป็นแฟนคลับจริงเหรอ? โหดเหี้ยมชะมัดเลย
เขามองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ “หัวหน้า แฟนคลับของคุณสงสัยว่าคุณหายไป ควรจะอัปเดตสถานการณ์บ้างหรือเปล่า?”
เฝ่ยไป๋ลู่ถ่ายรูปภูเขาเสี่ยวเหวินแล้วโพสต์ความเคลื่อนไหวใหม่ เพื่อ ‘หักล้างข่าวลือบนโลกออนไลน์’
แฟนคลับก็แค่พูดขำ ๆ และแกล้งเล่นเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะได้รับการตอบกลับจากเจ้าตัวจริง ๆ พวกเขาจึงพากันคึกคักมีชีวิตชีวากันมาก
เหมียวจื่ออั๋งรวมอยู่ในนั้นด้วย เขาสนทนากับแฟนคลับของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างไม่รู้เบื่อ โดยแสร้งทำเป็นอนุมานตำแหน่งของรูปภาพ สร้างบุคลิกที่ฉลาดดั่งเทพขึ้นมาจนได้รับคำชื่นชมมากมายจากแฟนคลับ
สายลมเย็นสดชื่นพัดมาช้า ๆ แล้วด้านที่งดงามของภูเขาเสี่ยวเหวินก็ปรากฏขึ้น
กานว่างและเหมียวจื่ออั๋งไม่ได้เปิดเนตรสวรรค์ จึงมองไม่เห็นมังกรคราม
มังกรครามเอาตัวคลอเคลียเฝ่ยไป๋ลู่อย่างไม่เกรงกลัว
มันส่งเสียงร้องคำรามที่ยาวและกึกก้องออกมา ตัวยืดออกแล้วลอยละล่องไปท่ามกลางหมู่เมฆ
หลังจากนั้นไม่นานก็หายไปจากสายตา
ในหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน ซูม่านม่านได้ยินเสียงมังกรคำรามพร้อมกับมองร่างใหญ่โตของมังกรหายลับไป
เธอลดสายตาลง พูดเสียงแหบพร่า “เทพเจ้าภูเขาจากไปตลอดกาลแล้วใช่ไหม?”
ท่านทอดทิ้งหมู่บ้านเสี่ยวเหวินไปอย่างสิ้นเชิงแล้วใช่ไหม…
ผู้คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินเชื่อเรื่องเทพเจ้าภูเขา
เธอโชคดีที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเทพเจ้าภูเขาด้วยตาของตัวเอง แต่กลับได้เห็นฉากสุดท้ายที่เขาจากไปด้วย
“ม่านม่าน…” เสียงอ่อนแรงของปู่ซูที่อยู่บนเตียงดังขึ้น “เทพเจ้าภูเขาไปแล้วงั้นเหรอ?”
หลังจากได้รับคำตอบที่ชัดเจน น้ำตาก็ไหลออกมาจากหางตาของเขา
ลมหายใจก็หยุดลงเช่นกัน
จบลงด้วยความเสียใจ
[1] สามปีแห่งภัยพิบัติธรรมชาติ เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1959–1961 เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นติดต่อกันจนเกิดความอดอยากที่ร้ายแรงที่สุดของจีน
[2] ราชวงศ์ชิง คือราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองจีนและถูกยึดอำนาจ โดยปกครอง ตั้งแต่ ค.ศ. 1636 ถึง ค.ศ. 1912
[3] สามปีแห่งความยากลำบาก เป็นสามปีแห่งภัยพิบัติที่ทำให้เกิดความอดอยากที่รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 55 ล้านคน