เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 117 จริงป่ะเนี่ย o.O?
บทที่ 117 จริงป่ะเนี่ย o.O?
เหมียวจื่ออั๋งกำลังคิดจะซักไซ้ถึงต้นตอเพื่อตอบสนองความเผือกของตัวเอง แต่แล้วก็ได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่ตะโกนว่า “ไปกันได้แล้ว!”
กานว่างรีบเดินตามไปทันที
คู่หูร่วมนินทาเดินไปแล้ว เหมียวจื่ออั๋งก็จ้องมองไปที่คนทั้งสี่ในห้องโถงบรรพบุรุษที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ “ไม่ได้ยินหรือไง? หัวหน้าพูดน่ะ รีบไปเร็วเข้า มัวอืดอาดยืดยาดอะไรอยู่?”
คนทั้งสี่ที่ทุบทำลายห้องโถงบรรพบุรุษของหมู่บ้านเสี่ยวเหวินเพื่อหลบหนี และยังพยายามทำร้ายเด็ก ๆ ในหมู่บ้านจึงถูกชาวบ้านประทุษร้าย
หากไม่รู้ว่าพอออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเหวินแล้วพวกเขาจะได้รับโทษตามกฎหมาย คนของหมู่บ้านเสี่ยวเหวินไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตาม
เมื่อเห็นพวกเขาถูกรุมซ้อมจนจมูกเขียวหน้าบวม จนพ่อแม่ยังจำไม่ได้ เหมียวจื่ออั๋งก็สาปแช่งในใจ ‘สมน้ำหน้า!’
ทั้งสี่คนโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร “…”
เฝ่ยไป๋ลู่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วส่งข้อความถึงเจ้าหน้าที่โจวให้เขาส่งคนมาจับกุมสี่คนนี้
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผีโรคระบาดและเทพเจ้ากับผีอื่น ๆ ของหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน กานว่างจะเป็นผู้รายงานต่อกลุ่มพันธมิตรเอง
ทันทีที่เธอมาถึงชายเขาเสี่ยวเหวิน หูของเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก เธอได้ยินเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวแบบเด็ก ๆ และเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนใจ
“ศิษย์พี่รอง!”
ได้ยินเสียงก่อนจะเห็นตัวเสียอีก
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา มองเจียงชิงเดินออกมาจากถนนเส้นหนึ่ง ด้านหลังของเขายังมีคนอีกสามคน หนึ่งในนั้นคือหานเสียวเสี่ยวและอีกสองคนดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลหานมาที่นี่เพื่ออารักขาหานเสียวเสี่ยว
เจียงชิงสีหน้าประหลาดใจ “ศิษย์พี่รอง บังเอิญจังคิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอพี่ที่นี่!”
เมื่อเห็นคนคุ้นเคย รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้ากานว่าง “บังเอิญจริง”
หานเสียวเสี่ยวเบนสายตาหนีอย่างรู้สึกผิด ที่จริงแล้วไม่ได้บังเอิญ
ความบังเอิญทั้งหมดล้วนมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้ว
กานว่างเห็นว่าเจียงชิงไม่ได้รับบาดเจ็บจึงถามว่า “ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่? ภารกิจแรกเสร็จสิ้นแล้วเหรอ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เจียงชิงไม่สามารถซ่อนความหดหู่เอาไว้ได้ “เราไม่เห็นภารกิจแรกของพวกเราเลยด้วยซ้ำ ค่ายกลส่งพวกเราไปที่หลุมบนภูเขา พวกเราถูกขังอยู่ในนั้น ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเสี่ยวเฮยพวกเราถึงออกมาได้”
นกแซงแซวหางปลาที่หางเป็นแฉกเหมือนส้อมบินลงมาที่มือของเจียงชิง นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘เสี่ยวเฮย’
‘อาศัยนกตัวน้อยที่ไม่มีสติปัญญานำทางเนี่ยนะ?’ เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองเจียงชิงหลายครั้งพลางครุ่นคิดในใจ
เจียงชิงสบกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาจึงเชิดคางขึ้นแล้วส่งเสียงเฮอะ
เหมียวจื่ออั๋งลอบยกนิ้วโป้งขึ้นด้านหลัง กล้าชักสีหน้าใส่ลูกพี่ น้องชายคนนี้กล้าหาญจริง ๆ!
กานว่างส่งสายตาเหล่มองเจียงชิงให้เขาพูดตามจริง จากนั้นก็อธิบายกับเฝ่ยป๋ลู่ “เจียงชิงเก่งเรื่องพลังจิต”
เฝ่ยไป๋ลู่เข้าใจทันที
มันก็เป็นทักษะที่ค่อนข้างดี
เจียงชิงมีต้นทุนที่ควรค่าแก่ความหยิ่งผยองจริง ๆ นั่นแหละ
พลังจิตคือสภาวะความแข็งแรงของร่างกายที่พิเศษอย่างยิ่ง สามารถสื่อสารกับสรรพสัตว์ได้ ในขณะเดียวกันก็อัญเชิญเทพเจ้ามาได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
ผู้มีพลังจิตไม่สามารถควบคุมความสามารถของตนเองได้อย่างอิสระจนกว่าจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หากไม่มีมนุษย์เข้ามาข้องเกี่ยวด้วย เพราะได้ยินเสียงประเภทต่าง ๆ จากโลกภายนอก จิตวิญญาณก็จะสับสนและตายในที่สุด
สิ่งนี้ยังสามารถอธิบายได้ว่าทำไมเจียงชิงถึงอยู่บนภูเขาตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ถึงได้ลงมาจากภูเขาเป็นครั้งแรก พัฒนา ‘ความไร้เดียงสา’ ที่ไม่ถูกสังคมที่เป็นพิษแตะต้อง
“พี่ว่าง พี่เสร็จสิ้นภารกิจแล้วเตรียมตัวเดินทางแล้วใช่ไหมคะ?” หานเสียวเสี่ยวเห็นว่ากานว่างตั้งใจอธิบายกับเฝ่ยไป่ลู่ฟังเต็มที่ ก็ไม่ยอมด้อยกว่า พยายามเรียกร้องความสนใจ
กานว่างเผชิญหน้ากับหานเสียวเสี่ยว โดยมีรอยยิ้มที่มุมปาก แต่ไม่ถึงกับสนิทสนม เขาพยักหน้า
ดวงตาหานเสียวเสี่ยวเป็นประกายแล้วพูดอีกว่า “พี่ว่างทำภารกิจทางด้านนี้เสร็จแล้ว งั้นพวกเราไม่ต้องไปแล้ว พวกเราไปที่ภารกิจถัดไปด้วยกันเถอะ สามัคคีคือพลัง”
“ใช่เลย ศิษย์พี่รอง” เจียงชิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เสี่ยวเฮยบอกฉันว่าช่วงนี้ไม่ปลอดภัย พวกเราไปด้วยกันจะได้ดูแลกัน” เขายังต้องการปกป้องศิษย์พี่รองด้วย!
กานว่างรู้สึกลังเลเล็กน้อยกับข้อเสนอนี้
เขาสัมผัสได้ว่าการแข่งขันครั้งนี้มีบางอย่างผิดปกติ ถึงคนจะเยอะแต่ก็ต้องคอยดูแล
ทว่าเขาไม่ได้ตอบรับและหันไปมองทางเฝ่ยไป๋ลู่พร้อมถามความเห็นเธอแทน
“ตามสบาย” เฝ่ยไป๋ลู่ก้มหน้ามองข้อความในโทรศัพท์ด้วยท่าทางไม่แยแส
กานว่างหันมองไปที่เหมียวจื่ออั๋งอีกครั้ง
เหมียวจื่ออั๋งยังไม่ทันพูดอะไร ก็เห็นสายตาของเจียงชิงมองตนเองหัวจรดเท้าแล้วยังแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
“นี่คือเพื่อนร่วมทีมแบบสุ่มของศิษย์พี่รองงั้นเหรอ? ดูแล้วแย่กว่าเฝ่ยไป๋ลู่เสียอีก ศิษย์พี่รองต้องลากสองคนนี้จนเหนื่อยมากเลยสินะ” เจียงชิงคิดกับตัวเองว่า หากคนที่ได้อยู่ทีมเดียวกันกับพี่รองคือตัวเขา มันจะต้องดีมาก และในน้ำเสียงของเขาก็แฝงด้วยความริษยา
เหมียวจื่ออั๋ง “?” ไม่มีใครพูดแทนเขาได้เลยหรือไง?
เขาตีคนได้ไหมนะ?
หนุ่มน้อยคนนี้ดูท่าจะขาดทักษะการสื่อสารอย่างมีความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงจริง ๆ
หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามีความฉลาดทางอารมณ์ที่ต่ำสุด ๆ!
และอีกอย่างหัวหน้าที่ ‘หนึ่งคนลากสองคน’ คือเฝ่ยไป๋ลู่ต่างหาก ถึงจะถูก!
ภารกิจของหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน เขาและกานว่างคือคนที่ชนะอย่างง่ายดาย เข้าใจไหม?
ดวงตาโปนของเหมียวจื่ออั๋งพลันสบกับสายตาของเจียงชิง
ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน แรงเสียดทานก่อให้เกิดประกายไฟเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็สั่น
เป็นข่าวเจ้าหน้าที่โจวมาถึงแล้ว เขาได้จัดทีมเข้าจับกุมเรียบร้อยแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจพฤติกรรมแบบเด็ก ๆ ของพวกเขาทั้งสองคน เธอเก็บโทรศัพท์และเป็นคนแรกที่เดินไปข้างหน้า “เอาละ ไปกันได้แล้ว”
นกแซงแซวหางปลาผู้มีพลังจิตตัวนั้นบินไปด้านหน้าสุดอย่างไม่ลังเล และนำทางให้เฝ่ยไป๋ลู่ มันส่งเสียง “แคว้ก ๆ” อยู่หลายครั้ง
ในใจของเจียงชิงยิ่งรู้สึกขมขื่น
เขาสามารถสัมผัสได้ถึงท่าทางที่ให้ความใกล้ชิดอย่างคลุมเครือกับเฝ่ยไป๋ลู่ของนกแซงแซวหางปลา ทำให้เขารู้สึกไม่ยุติธรรมที่คนหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเขาต่างให้ความสำคัญกับเฝ่ยไป๋ลู่
เหมียวจื่ออั๋งส่งเสียงเฮอะ แล้วเดินตามไปอย่างวางมาด
หานเสียวเสี่ยวอยากพูดกับกานว่าง แต่กลับเห็นกานว่างตามเฝ่ยไป๋ลู่ไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอปิดปากที่อ้าออกลง แล้วกลั้นหายใจตามคนกลุ่มใหญ่ไป
ทำไมทุกคนต้องเชื่อฟังเฝ่ยไป๋ลู่ด้วย!
……
[เฝ่ยไป๋ลู่กำลังไปเที่ยวใช่ไหม? ที่ไหนอะ วิวสวยมากเลย!]
[ป้ายถนนที่แวบผ่านไป บนนั้นเขียนว่า ‘หุบเขาชิงเซี่ย’ เป็นรีสอร์ทฤดูร้อนสไตล์เฉพาะกลุ่มข้าง ๆ เมืองเจียง น่าเสียดายที่บ้านฉันอยู่ไกล ไม่อย่างนั้นจะวางแผนไปหาคุณสตรีมเมอร์ให้ทำนายดวงชะตาให้]
[รีสอร์ทฤดูร้อนมีสไตล์เฉพาะกลุ่มเกินไปแล้วนะ ฉันค้นหาที่นี่ในไป๋ตู้และเสี่ยวลู่ชูไม่เจอเลย]
ก่อนหน้านี้เฝ่ยไป๋ลู่รับปากชาวเน็ตเอาไว้ว่าเธอจะเริ่มออกอากาศถ้ามีโอกาส
หลังออกจากภูเขาเสี่ยวเหวิน เธอจึงใช้โอกาสที่ภารกิจที่สองยังไม่เริ่มต้น เริ่มถ่ายทอดสดให้กับแฟนคลับของเธอ
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่หุบเขาชิงเซี่ย มีภูเขาและน้ำ สภาพแวดล้อมเงียบสงบ เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อนฤดูร้อน
แต่ยกเว้นแค่คนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยปกติมักไม่มีคนมาที่นี่เพื่อหลบอากาศร้อนในฤดูร้อนมากนัก ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกลมาก การขนส่งคมนาคมพื้นฐานยังไม่ดีเท่าเมืองใหญ่ ปริมาณผู้โดยสารจึงน้อยมาก ตลอดทางเฝ่ยไป๋ลู่เห็นนักท่องเที่ยวไม่กี่คน
[สตรีมเมอร์ไปกับเพื่อนหรือไปกับกรุ๊ปทัวร์?]
[ดูสตรีมเมอร์ไปเที่ยวในออฟฟิศแล้วก็ได้เงินเดือนแหละ~]
“กับเพื่อน” เฝ่ยไป๋ลู่เลือกตอบคำถามสองสามข้อ “เมื่อเราเข้าไปในจุดชมวิวแล้ว จะให้พวกคุณดูทิวทัศน์บริเวณใกล้เคียงนะ”
ณ สถานที่ซึ่งเลนส์กล้องไม่สามารถบันทึกภาพได้
หานเสียวเสี่ยวกำลังเบะปากด้วยความไม่ชอบงานของเฝ่ยไป๋ลู่
การเป็นคนดังบนโลกออนไลน์มันน่าอายจะตายเมื่ออยู่หน้ากล้อง
ด้วยการใช้ศาสตร์ดูโหงวเฮ้ง แสร้งทำเป็นลึกลับต่อหน้าฝูงชน หากทำผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจย่อมถูกชาวเน็ตเยาะเย้ยและนำความอับอายมาสู่แวดวงผู้ฝึกตน
สู้ทำงานอย่างจริงจังก็ไม่ได้
หรือว่าจะไปเกิดใหม่ให้เหมือนเธอที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหาเงินตั้งแต่เกิด
หานเสียวเสี่ยวเฝ้ามองเฝ่ยไป๋ลู่ที่ถ่ายทอดสดอย่างตั้งใจและเกิดความรู้สึกเหนือกว่าขึ้นในใจ
มุมปากที่คว่ำบึ้งตึงอยู่นาน พลันเหยียดยกขึ้นเล็กน้อย
“หัวหน้า มีแค่โรงแรมเดียวในที่ที่ทิวทัศน์สวยงาม ฉันจองห้องกับเจ้าของโรงแรมแล้ว ขาดแค่จ่ายเงิน!” เหมียวจื่ออั๋งที่เข้ามาในหุบเขาชิงเซี่ยล่วงหน้าเพื่อรวบรวมข้อมูลได้กลับมาแล้ว
หานเสียวเสี่ยวรีบควักโทรศัพท์ออกมาทันที “ทุกคนหาเงินอย่างยากลำบาก ทั้งหมดเท่าไหร่ ฉันจะจัดการให้เอง”
มีคนรีบให้เงิน เหมียวจื่ออั๋งจึงไม่คัดค้าน แต่ว่า…
เขาถาม “เจ้าของโรงแรมไม่รับเงินโอนออนไลน์ คุณมีเงินสดไหม?”
มือของหานเสียวเสี่ยวพลันชะงักค้างอยู่ในอากาศ เงินสดเหรอ? มันคืออะไร?
ทุกคนต่างมองหน้ากัน “จ่ายผ่านมือถือไม่ได้เหรอ?”
เหมียวจื่ออั๋งสีหน้าลำบากใจ “โทรศัพท์ของเจ้าของโรงแรมเป็นรุ่นเก่า เลยรับได้แต่เงินสด”
[ฮ่า? ฉันเกือบลืมไปแล้วนะว่าเงินสดเป็นยังไง]
[ดูเหมือนชาวเน็ตจะยินดีกับความโชคร้ายของเฝ่ยไป๋ลู่ที่จะต้องนอนกลางดินกินกลางทรายและไม่มีเงินใช้ ฮ่า ๆๆๆ ]
เฝ่ยไป๋ลู่เอามือแตะกระเป๋าแล้วพูดเสียงเรียบว่า “ฉันมี”
[จริงป่ะเนี่ย o.O?]
[ไม่จริงน่า สมัยนี้แล้ว ใครจะยังพกเงินสดติดตัวกันอยู่เนี่ย?]