เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 118 หลังบ้านมีแม่น้ำ
บทที่ 118 หลังบ้านมีแม่น้ำ
เงินที่ออกโดยรัฐเชื่อมต่อกับยุคสมัย โชคชะตาของชาติรุ่งเรือง สังคมมีเสถียรภาพและมั่งคั่ง รัฐบาลดีประชาชนก็มีสุข ยิ่งสกุลเงินหมุนเวียนนานเท่าไหร่ ยิ่งได้รับพลังของจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ ผืนดิน และผู้คน
เฝ่ยไป๋ลู่จะพกเงินเหรียญโบราณและเงินหยวนทุกชนิดติดตัว
“แน่นอนว่าจริง”
เธอดึงมือออกจากกระเป๋า
สีอันเป็นเอกลักษณ์ของธนบัตรร้อยหยวนทำให้ทุกคนตาบอด
[ให้ตายสิ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเงินสดเยอะขนาดนี้! สตรีมเมอร์คนนี้มีของจริง ๆ เลย…]
[ฉันรู้สึกว่ากระเป๋าของเฝ่ยไป๋ลู่เหมือนกระเป๋าโดราเอมอนเลย ใส่ได้ทุกอย่าง]
[เอาละ ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นภาพสตรีมเมอร์นอนในท่อระบายน้ำข้างนอกแล้วละ]
‘ทำไมน้ำเสียงคุณถึงดูเสียดายล่ะ?’ เฝ่ยไป๋ลู่คิดพลางขมวดคิ้ว
เมื่อเดินทางมาข้างนอก จะขาดอะไรก็ได้แต่ขาดเงินไม่ได้
มีคนทั้งหมดเจ็ดคน เธอหยิบธนบัตรเงินหยวนเจ็ดใบยื่นให้เหมียวจื่ออั๋ง “พอไหม?”
เหมียวจื่ออั๋งคิดไม่ถึงว่าจะยังมีคนมีเงินสดจริง ๆ เขารีบรับมาแล้วพูดอย่างมีความสุขว่า “พอแล้ว ๆ พักโรงแรมไกลปืนเที่ยงแบบนี้ใช้เงินไม่เยอะหรอก”
เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่จ่ายค่าห้อง หานเสียวเสี่ยวกระตุกมุมปากอย่างกระอักกระอ่วน “เธอทะเลาะกับพ่อแม่แท้ ๆ และเลี้ยงดูพ่อแม่บุญธรรมด้วยตัวเองคนเดียว ไม่ง่ายเลยที่จะหาเงินได้ ฉันจะโอนเงินคืนให้เธอแล้วกัน”
เฝ่ยไป๋ลู่เองก็ไม่ได้เกรงใจ “ฉันไม่ได้เพิ่มคุณเป็นเพื่อน คุณน่าจะมีแอปโต้วโซ่วใช่ไหม? เข้าห้องถ่ายทอดสดของฉัน แล้วให้รางวัลคืนมาแล้วกัน”
‘ยากจนเป็นบ้า กับเงินแค่เจ็ดร้อยหยวนก็ยังคิดเล็กคิดน้อย?’ หานเสียวเสี่ยวหลุบสายตาลง ซ่อนประกายเย้ยหยันในดวงตาของตัวเอง ครั้นพอเงยหน้าขึ้นก็แย้มยิ้มบาง ๆ อีกครั้ง
หานเสียวเสี่ยวเปิดห้องถ่ายทอดสด
วินาทีต่อมาเธอก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าในห้องถ่ายทอดสดระดับความนิยมของเฝ่ยไป๋ลู่มีมากกว่าหนึ่งล้าน
หานเสียวเสี่ยว “!”
ความคิดเห็นบนหน้าจอวิ่งผ่านไปราวกับเกล็ดหิมะ
[ฉันอ่อนไหวเกินไปหรือเปล่า? รู้สึกว่าคำพูดของคนคนนี้แปลก ๆ เหมือนว่าเธอรู้สึกเสียใจที่เฝ่ยไป๋ลู่ต้องจ่ายเงิน แต่ทำไมจะต้องพูดแทงใจดำคนอื่นด้วย? เหมือนแสดงตัวว่าสงสารและสร้างบุญคุณกับเฝ่ยไป๋ลู่ยังไงยังงั้น]
[+1 เหมือนเพื่อนร่วมงานฉันเลย น่ารำคาญมาก]
[ถึงคุณจะพูดเรื่องจริง แต่ไป๋ลู่ไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นใจจากคุณ]
[มีคนในห้องถ่ายทอดสดเยอะขนาดนี้ หนึ่งคนซื้อของขวัญที่ถูกที่สุด ไม่รวมค่านายหน้า มูลค่าการไลฟ์สดก็มากกว่าเจ็ดร้อยไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ใครกำลังดูถูกใครเอ่ย]
เมื่ออ่านความคิดเห็นบนหน้าจอเหล่านี้ หานเสียวเสี่ยวก็หน้าแดงก่ำ
เธอเคยตรวจสอบและรู้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ตด้วยการอาศัยวิธี ใช้เรื่องลี้ลับเลื่อนลอยเชื่อถือไม่ได้มาดึงดูดยอดการเข้าชม เธอจึงดูถูกเฝ่ยไป๋ลู่อยู่ในใจ
กระทั่งยังนึกว่าเป็นคนยากจนที่น่าสงสาร
แต่คิดไม่ถึงว่าเงินรางวัลเจ็ดร้อยหยวนที่เธอมอบให้ จะไม่ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นใด ๆ ในห้องถ่ายทอดสดเลย
เป็นครั้งแรกที่จ่ายเงินแล้วซื้อความสุขให้ตัวเองไม่ได้!
หลังจากหานเสียวเสี่ยวให้รางวัลแล้ว เธอก็ออกจากห้องถ่ายทอดสดอย่างอัดอั้นตันใจ
“หุบเขาชิงเซี่ยแห่งนี้เป็นสถานที่ห่างไกล คนท้องถิ่นหนีออกไปหาความก้าวหน้าข้างนอกหมดแล้ว มีคนอยู่ไม่มาก กอปรกับนักท่องเที่ยวก็มาน้อย สภาพจึงค่อนข้างแย่ แต่ยังดีที่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต…”
เหมียวจื่ออั๋งเดินนำกลุ่มคนไปข้างหน้า เมื่อเดินมาถึงหน้าโรงแรมเล็ก ๆ เขาก็ตะโกนเสียงดังเข้าไปข้างใน “ปู่เฉิง ผมเอาเงินมาแล้วครับ!”
จู่ ๆ ก็มีศีรษะโผล่ขึ้นมาที่เคาน์เตอร์ต้อนรับอันว่างเปล่า
[โหย! เล่นเอาฉันตกใจหมดเลย!]
เฝ่ยไป๋ลู่ถือกล้องเดินเข้าไปใกล้ ทำให้ชาวเน็ตมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วพบว่าด้านหลังเคาน์เตอร์ที่สูงหนึ่งเมตรมีชายอายุมากกว่าห้าสิบปีเอนตัวอยู่บนเก้าอี้โยกตัวหนึ่ง
ชายชรามองเหมียวจื่ออั๋งอย่างง่วงงุน และสักครู่ก็ราวกับจำได้แล้วว่าเป็นใคร เขาจึงลุกขึ้นนั่ง โบพัดที่ทำจากต้นปาล์มอย่างเกียจคร้าน “เอาเงินมาสิ”
เหมียวจื่ออั๋งส่งเงินให้เขา ชายชราจุ่มนิ้วลงในน้ำลายแล้วนับเงิน หลังจากหาเงินทอนและกุญแจให้แล้ว เขาเอนตัวพิงเก้าอี้โยกอีกรอบด้วยท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“เรื่องที่พักเชิญนายพูดแทนฉันได้เลย ฉันขี้เกียจจะพูดมาก นายบอกกับคนอื่น ๆ เลยว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็ไม่สนใจ”
ทัศนคติการบริการแบบนี้ หากเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาคงจะโกรธไปนานแล้ว
เหมียวจื่ออั๋งยิ้มตาหยี พยักหน้าอย่างอารมณ์ดี “เอาละ ๆ ปู่เฉิง ผมจะอธิบายให้พวกเขาฟังแน่”
เมื่อรับกุญแจห้อง แล้วออกมาจากแผนกต้อนรับ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไป
เหมียวจื่ออั๋งมองหน้าทุกคนแล้วพูดว่า “เมื่อกี้มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้พูด ที่โรงแรมนี้ กลางคืนจะมีผีสิง ตอนทุกคนนอนหลับก็ระวังหน่อยละ”
[เข้าสู่หนังสยองขวัญภายในหนึ่งวินาทีเลยเหรอ?]
[พอพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้น่าขนลุกมากอะ น่าสยองขวัญสุด ทำไมไม่เปลี่ยนไปอยู่หลังอื่นล่ะ?]
[ก่อนหน้านี้มีคนพูดว่านี่คือโรงแรมเดียวในหุบเขาชิงเซี่ย ไม่พักที่นี่ก็ไม่มีที่อื่นแล้วล่ะ]
[อย่าทำให้ตัวเองต้องกลัวสิ โรงแรมผีสิงเนี่ย อาจจะเป็นแนวคิดที่ใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็ได้]
ตอนนี้มีความคิดเห็นทุกแบบบนหน้าจอ
ทุกคนล้วนไม่แปลกใจกับคำพูดของเหมียวจื่ออั๋ง
ท้ายที่สุดแล้วคะแนนของภารกิจที่สองจะปรากฏที่โรงแรมแห่งนี้
ส่วนเรื่องถูกผีหลอกตอนกลางคืน…
มุมปากเฝ่ยไป๋ลู่ยกขึ้นเบา ๆ สิ่งที่เธอกลัวน้อยที่สุดก็คือเทพเจ้าและผี
เจียงชิงกับหานเสียวเสี่ยวกระตือรือร้นถึงขีดสุดและหวังว่าเที่ยงคืนจะมาถึงไว ๆ พวกเขาจะได้จับผีได้
“โรงแรมเล็ก ๆ นี้มีสองชั้น แต่ละชั้นมีห้าห้อง ไม่รวมห้องเจ้าของหนึ่งห้อง ทั้งหมดมีห้องให้เช่าจำนวนเก้าห้อง”
กานว่างมองไปรอบ ๆ และพูดว่า “ตอนนี้มีห้องว่างสามห้องสำหรับพวกเราเจ็ดคน ที่เหลือหกห้องมีคนพักแล้ว”
“ลำบากเหมียวจื่ออั๋งแล้ว เราไปสอบถามข้อมูลของคนเหล่านี้กันดีกว่า”
“คนอื่น ๆ กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองก่อน พอถึงเวลาค่อยว่ากัน”
เจียงชิงที่ได้พบกับภารกิจครั้งแรก หัวใจของเขาปั่นป่วน เขายกมือขึ้นซ้ำ ๆ “ศิษย์พี่รอง ฉันไม่ต้องพักก็ได้ ฉันจะไปหาข้อมูลด้วย!”
เฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองเขาหลายครั้ง
ทัศนคติเชิงบวก ควรค่าแก่การยอมรับ
ทว่า…
“ไม่ได้” กานว่างปฏิเสธทันทีตามคาด
เหมียวจื่ออั๋งรู้จักผ่อนรู้จักตึง บุคลิกไหลลื่น ทำให้ผู้คนไม่รู้สึกว่าถูกคุกคาม สามารถติดต่อผู้คนได้ง่ายกว่า
เจียงชิงทำงานอย่างหุนหันพลันแล่น ให้เขาไปสอบถามข้อมูล แต่ไม่ทำร้ายใครด้วยปากก็ถือว่าโชคดีแล้ว
ในฐานะศิษย์พี่รองของอีกฝ่าย กานว่างย่อมรู้พฤติกรรมของเจียงชิงเป็นอย่างดี ไม่ว่ายังไงก็ไม่เห็นด้วยกับการทำตัวอิสระเสรีของเจ้าตัว
เจียงชิงถูกปฏิเสธอีกครั้ง ทำให้เขาได้รับผลกระทบอย่างลึกซึ้ง
ไหล่ของเขาเหี่ยวเฉาและลู่ลง ราวกับมะเขือยาวที่ถูกน้ำค้างแข็ง
ด้วยจำนวนห้องมีจำกัด เฝ่ยไป๋ลู่กับหานเสียวเสี่ยวจึงถูกจัดให้อยู่ห้องเดียวกันโดยอัตโนมัติ
หานเสียวเสี่ยวไม่เต็มใจ แต่เพื่อสร้างความประทับใจให้กานว่าง เธอจึงทำได้เพียงบีบจมูกยอมรับมัน
ยังดีที่หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่เข้าไปในห้อง ก็ตั้งใจไปที่ระเบียงเพื่อถ่ายทอดสดโดยไม่รบกวนเธอ
หานเสียวเสี่ยวพ่นเสียงดังเฮ้อ และนอนลงบนเตียงด้านที่แสงแดดส่องถึง
การเคลื่อนไหวของเธอไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาที่แหลมคมของเหล่าชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดได้
[ทำไมเฝ่ยไป๋ลู่ถึงมาเที่ยวกับแม่คุณหนูใหญ่นี่ได้?]
[บางทีอาจจะเจอกันระหว่างทางก็เลยเดินทางมาด้วยกันหรือเปล่า? อย่าสนใจเลยน่า มาดูไลฟ์สดกันดีกว่า]
เมื่อมองทิวทัศน์ด้านนอกผ่านเลนส์กล้อง ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชม ภูเขาเขียวขจี น้ำไหลเอื่อย ท้องฟ้าสวยอากาศแจ่มใส ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเฉพาะกลุ่ม แต่เมื่อมองเห็นแวบแรกดูจะเหมาะสมอย่างมากกับวันหยุดฤดูร้อน คนที่เกษียณอายุแล้วพาครอบครัวมาเที่ยวเล่นที่นี่ในวันอื่น ๆ
“ผิดแล้ว ฉันไม่แนะนำให้ทุกคนมาที่นี่ในวันหยุดฤดูร้อนและเกษียณอายุหรอกนะ” เฝ่ยไป่ลู่ส่ายหัว
เธอเดินมาข้างหน้าสองสามก้าว ขอบเขตการมองเห็นกว้างขึ้น นิ้วชี้ไปที่แม่น้ำหลังโรงแรมแล้วพูดว่า “ผังฮวงจุ้ยที่ดีคือมีภูเขาอยู่ด้านหลังและมีน้ำอยู่ด้านหน้า ให้ภูเขาเป็นมังกรหยิน น้ำเป็นมังกรหยาง พลังหยินหยางและภูเขาแม่น้ำบรรจบกัน ทำให้เกิดรูปแบบที่ทรงพลัง แต่ที่นี่กลับตรงกันข้าม ด้านหลังของบ้านมีแม่น้ำ การพึ่งพิงภูเขาถูกแม่น้ำตัดขาด ไม่มีการหมุนเวียนพลังชีวิต นำไปสู่ความพ่ายแพ้อันโดดเดี่ยว”
ฮวงจุ้ยในพื้นที่เฉิ่งหลิวไม่ดี
[ยังมีคนให้ความสนใจเรื่องประเภทนี้อีกเหรอ! ฉันละแปลกใจจริง ๆ ทำไมยังสร้างบ้านที่นี่อยู่ล่ะ?]
[เป็นไปได้หรือเปล่าว่าที่กลางดึกมีหลอกก็เพราะสาเหตุนี้?]
เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ด้านหลังของบ้านมีแม่น้ำ ไม่มีการพึ่งพิงภูเขานำไปสู่ความพ่ายแพ้อันโดดเดี่ยวเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุเท่านั้น”
หานเสียวเสี่ยวกลั้นหายใจ ยกหูขึ้นแอบฟังคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่