เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 119 พวกคุณกล้าดู ฉันก็กล้าออกอากาศ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 119 พวกคุณกล้าดู ฉันก็กล้าออกอากาศ
บทที่ 119 พวกคุณกล้าดู ฉันก็กล้าออกอากาศ
“เคยเห็นที่นี่หรือเปล่า?” เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปยังสถานที่ซึ่งภูเขาและแม่น้ำบรรจบกัน “ตรงนั้นมีโพรงของภูเขาที่ถูกกัดเซาะ และทางน้ำโค้งอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่าจุดฝังเข็มที่ลมพัดเข้าถ้ำ แม่น้ำสมบูรณ์ แต่เต่าอ่อนแอ ลมเว้าพัดเข้าถ้ำ ถือว่าเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง”
หานเสียวเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะลุกจากเตียง แล้วเดินไปที่ระเบียง เมื่อมองไปยังสถานที่ซึ่งเฝ่ยไป๋ลู่ชี้ให้ดู เธอก็สะดุ้งเฮือก
สภาพอากาศของพื้นที่บริเวณนั้นเป็นไปตามที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดทุกอย่างจริง ๆ!
เธอก็เคยเรียนศาสตร์ฮวงจุ้ยมาบ้าง มันเป็นทฤษฎีที่ตรงไปตรงมา และสามารถท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองได้ แต่การปฏิบัติจริงกลับต้องอาศัยความยืดหยุ่นที่สูง
ไม่ว่าเธอจะเรียนภาคทฤษฎีมามากแค่ไหน มันก็เป็นแค่ยุทธวิธีบนแผ่นกระดาษเท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะเฝ่ยไป๋ลู่ชี้ให้เห็น เธอเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าตรงส่วนโค้งทางด้านหลังเป็นส่วนเว้าให้ลมพัดเข้าถ้ำ
‘เฝ่ยไป๋ลู่เก่งกาจขนาดนี้เลยเหรอ? น่าจะบังเอิญหรือเปล่า?’
หานเสียวเสี่ยวมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างประหลาดใจ
[ลาง…ลางร้ายมากเลยเหรอ? คุณสตรีมเมอร์รีบออกมาจากสถานที่ชั่วร้ายนั้นเถอะ ฉันกลัว QAQ]
[ตื่นเต้นมากเลย อย่าเพิ่งไปนะ! การมาที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไป๋ลู่ เธออย่าหลับกลางดึกละ พาเราไปดูบ้านผีสิงด้วย!]
[เพิ่มระดับความแข็งแกร่ง!]
[+10,086]
[ฉันคิดชื่อรายการถ่ายทอดสดกลางดึกไว้แล้ว ‘ถ้าคุณกล้าดูการถ่ายทอดสดการล่าผีสุดระทึก ฉันก็กล้าถ่ายทอดสด!’ เป็นไงมั่ง?]
[งั้น ๆ อะ สู้ตั้งว่า ‘สามีไม่อยู่บ้าน อยู่คนเดียวเหงาจังเลย☆^☆ ยังดีกว่า’]
บนหน้าจอคลื่นเครื่องหมายคำถามตามมาจนแน่นขนัด เธอเห็นความคิดเห็นไร้สาระไหลมาไม่ขาดสายและไม่สามารถควบคุมได้แล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่เผยยิ้มใจดี “ได้เลย ถ้าพวกคุณกล้าดู ฉันก็กล้าถ่ายทอดสด คืนนี้เจอกันหลังเที่ยงคืน ไม่พบไม่เลิกรานะ”
ชาวเน็ต […]
[ล้อเล่นเองน่า อย่าจริงจังสิ]
[ฮือ ๆ พวกเราไม่กล้าดูผีหรอกนะ!]
เมื่อการถ่ายทอดสดสิ้นสุดลง หานเสียวเสี่ยวพลันหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยใบหน้าซับซ้อน “เธอดูฮวงจุ้ยได้ด้วยเหรอ?”
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบอย่างสุภาพ “ได้นิดหน่อยค่ะ”
‘นิดหน่อยเหรอ?’ สีหน้าของหานเสียวเสี่ยวยิ่งซับซ้อนขึ้น
เดิมทีเธอคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ตตัวเล็ก ๆ ที่มีวิชาดูโหงวเฮ้ง คิดไม่ถึงว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะหาความรู้จนก้าวหน้ากว่าเดิม
“เธอจะไลฟ์สดคืนนี้จริง ๆ เหรอ? การเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้มันไม่ดีหรือเปล่า?” พอหานเสียวเสี่ยวคิด ๆ ดูแล้ว เธอคงสร้างปัญหาให้เฝ่ยไป๋ลู่ได้ด้วยวิธีนี้เท่านั้น
“ใช้วิทยาศาสตร์ทำให้ชาวเน็ตรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงของบ้านผีสิง เพื่อป้องกันความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ดีตรงไหนเหรอคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่ถามกลับ “คุณคิดว่ามีผีจริง ๆ หรือเปล่า?”
เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่สดใสและแจ่มชัดคู่นั้น ทำให้หานเสียวเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะเสมองไปทางอื่น
เธอรู้สึกแค่ว่าสถานที่แห่งนี้พลังหยินรุนแรงและไม่มีผี
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลขสิบสอง พลังหยางจะลดลง และพลังหยินจะเริ่มสูงขึ้น
เที่ยงคืนครึ่ง เป็นเวลาที่พลังหยินรุนแรงที่สุดของวัน
พลังหยินพลันแผ่ออกมาจากมุมหนึ่ง โยงใยเกี่ยวพัน แทรกซึมไปทั่วทุกที่ของโรงแรม
ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็ลืมตาขึ้นและปลุกหานเสียวเสี่ยว
หานเสียวเสี่ยวขยี้ตาอย่างง่วงงุน เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ไม่ปกติ ก็ตกใจทันที “ทำไมฉันถึงหลับไปล่ะ?”
เพราะเธอรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในโรงแรม เธอจึงนอน แล้วแกล้งหลับอยู่บนเตียง ใครจะรู้ว่าเธอผล็อยหลับไปจริง ๆ!
“หรือว่าของที่พวกเรากินจะมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งของหานเสียวเสี่ยวคือชายชราแผนกต้อนรับ
“ไม่แน่ใจ ออกไปดูก่อนเถอะ” เฝ่ยไป๋ลู่หยิบโทรศัพท์มาดูเวลา …เที่ยงคืนพอดี
“ไป๋ลู่ เสียวเสี่ยว พวกเธอตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของกานว่างดังมาจากนอกห้อง
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดประตูก็เห็นกานว่างและทุกคนอยู่ด้วยกัน “ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างคะ?”
เหมียวจื่ออั๋งพูดอย่างรวดเร็ว “นอกจากพวกเรา นักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย”
หานเสียวเสี่ยวสงสัยเจ้าของโรงแรม “ปู่เฉิงคนนั้นล่ะ?”
เหมียวจื่ออั๋ง “เหมือนกัน”
หานเสียวเสี่ยวอึ้งไปชั่วขณะ ดูท่าปู่เฉิงคงไม่ใช่คนทำ
ทันใดกานว่างสลายพลังหยินที่เข้ามาพัวพันด้วยฝ่ามือ “พวกเราแยกกันทำงาน จะได้เห็นชัด ๆ ว่าพลังหยินพวกนี้มาจากที่ไหน”
ยิ่งตัวคนแปดเปื้อนพลังหยินมากเท่าไหร่ พลังหยางจะยิ่งอ่อนลง พวกเขาไม่กลัวพลังนี่หรอก ทว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่พักอยู่โรงแรมจะต้องเจอกับเคราะห์ร้าย
ดังนั้น พวกเขาต้องเอาชนะให้ได้โดยเร็ว
เจียงชิงถกแขนเสื้อขึ้น พร้อมกล่าวอย่างตื่นเต้น “ฉันเตรียมพร้อมแล้ว! จะต้องหาเบื้องหลังสิ่งที่พรางเป็นเทพแสร้งเป็นผีว่าคืออะไรได้แน่!”
ท่าทางราวกับจะทำศึกครั้งใหญ่
เหมียวจื่ออั๋งเบะปาก ดูท่าเจียงชิงจะเป็นพวกสุดโต่งสินะ
เขาขยับใกล้เฝ่ยไป๋ลู่อย่างขลาดกลัว “หัวหน้า ฉันกับคุณทำภารกิจด้วยกันนะ”
ตอนที่เฝ่ยไป๋ลู่ถ่ายทอดสดช่วงกลางวัน เหมียวจื่ออั๋งเองก็อยู่ในห้องถ่ายทอดสดด้วย เขากล่าวอย่างประจบประแจงว่า “หัวหน้า คุณไม่อยากไลฟ์สดเหรอ? ฉันจะช่วยถือโทรศัพท์ให้นะ!”
“ได้” ความสนใจและความเชื่อของชาวเน็ตที่เกิดขึ้นเวลาดูการถ่ายทอดสด คือส่วนหนึ่งในการฝึกฝนของเฝ่ยไป๋ลู่ เธอจึงเปิดโต้วโซว่และเริ่มถ่ายทอดสด
เจียงชิงดูถูกความขี้ขลาดของเหมียวจื่ออั๋ง เขารู้สึกขมขื่นใจ… อะไรกัน คนแบบนี้มีสิทธิ์อะไรมาเป็นเพื่อนร่วมทีมศิษย์พี่รอ’
เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งเริ่มออกอากาศ แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงเที่ยงคืนซึ่งเป็นเวลาที่เลวร้าย แต่จำนวนคนดูไลฟ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[คุณสตรีมเมอร์มาสายอะ บอกว่าจะออกกาศตรงเวลา สุดท้ายสายไปสามนาทียี่สิบสองวินาที!]
[อ๊ะ ดึกดื่นเที่ยงคืน ทุกคนก็ยังรอเฝ่ยไป๋ลู่อออากาศกันสินะ! มีคนเยอะขนาดนี้เป็นเพื่อนฉันดูเฝ่ยไป๋ลู่สำรวจบ้านผีสิง ฉันก็หายกลัวในชั่วพริบตาเลย]
[คนเยอะมากเลยอะ!]
[บรรยากาศบ้านผีสิงฝั่งเฝ่ยไป๋ลู่รุนแรงมาก แสงไฟสลัว บรรยากาศรอบ ๆ เงียบไปหมดเลย สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด ท่าทางเอาจริงเอาจัง นี่มีผีจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?]
“ผีเหรอ? ไม่มีผี…” เหมียวจื่ออั๋งที่เพิ่งเปิดห้องถ่ายทอดสดเห็นความคิดเห็นหน้าจอ เขาก็ตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณ
และวินาทีต่อมา เขาก็เหมือนถูกตบเข้าที่หน้า ด้วยมีเสียงผู้ชายที่น่าสังเวชดังขึ้นในทันที
“ช่วยด้วย อ๊าก! ผี มีผี!!!”
ทุกคนต่างตกใจ
เฝ่ยไป่ลู่มองไปที่ปลายสุดทางเดินด้วยดวงตาที่เฉียบคม
“ห้องสองศูนย์ห้า ใครพักอยู่ที่นั่น?”
เหมียวจื่ออั๋งเสียงสั่น “คู่สามีภรรยาวัยกลางคน แค่สองคนนี้ ไม่มีคนอื่น”
“ฉันจะไปดู” ดวงตาเจียงชิงเป็นประกายแล้วเดินนำไปที่ห้องสองศูนย์ห้า
ปึง!
ทันทีที่ผลักประตู วัตถุที่หนักอึ้งพลันทิ้งตัวลงมาจากเหนือศีรษะ
“คิดจะลอบโจมตีฉันงั้นเหรอ? รีบไปหน่อยนะ!” เจียงชิงยกมุมปากขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
เท้าเขาก้าวหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว
วัตถุหนักนั้นร่วงลงพื้นพร้อมเสียงดัง ‘ตุ้บ’
ภายในห้องมืดสนิท มืดจนไม่สามารถมองเห็นนิ้วมือตัวเองได้ และขณะนี้ก็มีเสียงกรีดร้องทรมานของผู้ชายดังให้ได้ยินอยู่ตลอด “มีผี! อย่าฆ่าฉัน อย่าฆ่าฉัน…”
“เฮ้ ผีอยู่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” เจียงชิงกระตือรือร้นที่จะช่วยชีวิตคน จึงต้องการเข้าไปตรวจสอบ
“อย่าเข้าไป!” กานว่างรีบรั้งเขาไว้ “สถานการณ์ไม่ปกติ”
[พะ พะ พี่น้องทั้งหลาย คนที่นอนบนพื้นนั่น เป็นคนใช่ไหม? ฉันมองผิดหรือเปล่า?]
[เชี่ยเอ๊ย คุณมองไม่ผิด เหมือนจะเป็นคนจริง ๆ!]
[เห็นแค่เงาดำ ๆ ราง ๆ คล้ายมีคนนอนอยู่บนพื้นอะ]
เฝ่ยไป๋ลู่หยิบไฟฉายกระบอกเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วส่องเข้าไปด้านใน ร่างสีดำพร่ามัวที่อยู่บนพื้นมีแขนมีขา พอขยับไปด้านหลังเล็กน้อยก็มีชายคนหนึ่งนั่งเหมือนเป็นอัมพาตอยู่ สีหน้าหวาดกลัวมาก
เมื่อขยับมองไปด้านหลังอีก ก็เห็นว่ามีผู้หญิงคู่หนึ่งนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่
[ภายในห้องมีสาม…คนสามคน!]
[บอกว่ามีแต่คู่สามีภรรยาวัยกลางคนไม่ใช่เหรอ?]
[ที่งอกมาอีกคนคือใครอะ?]
[เป็นคนหรือเป็นผี?]
ชาวเน็ตหวาดกลัวอย่างหนัก
เหงื่อเย็นบาง ๆ ผุดขึ้นมาบนหน้าผากเจียงชิง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………