เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 120 ศพผี (1)
บทที่ 120 ศพผี (1)
“อย่าฆ่าฉัน!” ชายคนนั้นเอามือกุมหัวแล้วขดตัวกลม พูดจาฟังไม่ได้ศัพท์ “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่อยากตาย อย่าฆ่าฉัน…”
เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว
เธอเดินเข้าไปในห้อง ขณะที่กานว่างส่งสายตาห้ามปราม เธอก็กดเปิดสวิตช์ไฟที่ผนัง
แสงไฟสว่างแสบตาทำให้ทุกคนหรี่ตาลงโดยม่รู้ตัว เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เห็นภาพในห้องอย่างชัดเจน พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความสยองขวัญอย่างมาก
ครั้นเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น แขนขาดูหลวม ล้มอยู่ในลักษณะท่าทางผิดรูป
ชุดสีแดงที่สวมสวยพราวเต็มไปด้วยเสน่ห์ราวกับสระเลือด
เหมียวจื่ออั๋งที่กำลังถ่ายทอดสดทางโทรศัพท์หันกล้องไปที่พื้นทันที
การเคลื่อนไหวของเขาเร็วมาก ทำให้ภาพผู้เสียชีวิตเพียงแวบผ่านไปเท่านั้น แต่ชาวเน็ตก็ตกใจกับการเคลื่อนไหวของเขาจนกรีดร้องลั่น
[ระดับความน่ากลัวของการเผชิญหน้ากับศพให้ 100 เลย]
[ระดับความน่ากลัวที่ซ่อนเลนส์กล้องจนมองไม่เห็นคือ 100,000,000]
[ยิ่งคลุมเครือ ยิ่งน่ากลัว]
ผิวของหญิงสาวคนนั้นขาวซีดไร้สีเลือด มีรอยฟกช้ำหลายระดับแตกต่างกันบนร่างกายปรากฏขึ้น บริเวณแก้มบวมเป่ง
เฝ่ยไป๋ลู่ทรุดตัวนั่งยอง ๆ ตรวจดูรอยนิ้วมือบีบคอห้านิ้วที่อยู่บนคออย่างชัดเจน “รอยบีบนั้นจมลึกมาก กระดูกผิดรูปเล็กน้อย คน ๆ นี้น่าจะถูกบีบคอตาย”
เธอยื่นมือออกมาเปรียบเทียบในอากาศ “มันใหญ่กว่านิ้วของฉัน ฆาตกรน่าจะเป็นผู้ชาย”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดไม่เห็นภาพ แต่ยังได้ยินเสียง
จากการอนุมานของเฝ่ยไป๋ลู่ พวกเขาต่างก็แสดงเหตุผลของตนเองออกมา
[บีบคอคนให้ตายได้ แสดงว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้ชายที่แข็งแรงและมีพละกำลังมากเลยนะ]
[คาดคะเนจากที่เกิดเหตุ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว …ผู้ต้องสงสัยคือชายวัยกลางคนที่อยู่ในบ้าน!]
[แต่ว่าไม่ถูกสิ ถ้าชายวัยกลางคนเป็นคนฆ่า ทำไมเขาต้องตะโกนเสียงดังด้วยล่ะ? ควรจะทำลายสถานที่เกิดเหตุด้วยไม่ใช่เหรอ?]
[ฉันเดาได้อีกอย่าง เป็นไปได้ไหมว่าชายวัยกลางคนเกิดอาการประสาทหลอน คิดว่าผู้คนนั้นเป็นผีเลยฆ่า?]
ไม่ว่าจะคาดเดาแบบไหน ก็ไม่พ้นชายวัยกลางคน
กานว่างฟังการอนุมานของเฝ่ยไป๋ลู่จบ ก็เข้าไปจับตัวชายวัยกลางคนทันที และถามแกมบังคับว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?”
“ฉันไม่รู้ ฉันเองก็ไม่รู้จักคนคนนี้!” ชายวัยกลางคนร้องไห้อย่างขมขื่น “เดิมฉันหลับสนิท แล้วก็ได้ยินคนตะโกนเรียกชื่อฉัน พอลืมตาขึ้นก็เห็นผีผู้หญิงห้อยอยู่ตรงประตู ฉันนึกว่าจะมาฆ่าฉัน เลยตกใจกลัวจนร้องลั่น จากนั้นพวกคุณก็เข้ามา!”
“ฉันไม่ได้ฆ่า พวกคุณดูมือฉันสิ…” ชายวัยกลางคนตัวสั่น เขายื่นมือที่พันผ้าก๊อซออกมาอย่างสั่นเทา
จากนั้นเขาก็แกะผ้าก๊อซออก เผยบาดแผลตกสะเก็ดบนฝ่ามือเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง “ถ้าฉันบีบคอเธอตาย บาดแผลบนมือของฉันจะต้องปริออกจนเลือดไหล อีกข้อหนึ่ง ตัวฉันค่อนข้างอ้วนและนิ้วหนา ไม่ตรงกับรอยบีบบนคอผู้หญิงคนนี้”
ชายวัยกลางคนมีพุงใหญ่ มองออกว่าสภาพครอบครัวไม่แย่ กินจนหน้าใหญ่ คอหนา แขนขาอ้วน
เมื่อเห็นว่าบาดแผลบนฝ่ามือของเขาไม่ได้ฉีกขาดและไม่มีเลือดออกเช่นกัน ทุกคนจึงยิ่งเชื่อคำพูดของเขามากขึ้น
คำถามคือ หากคนฆ่าไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น งั้นใครเป็นคนลงมือกับศพผู้หญิงบนพื้นล่ะ?
เธอเป็นใคร? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?
บรรยากาศหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“พวกคุณจะต้องเป็นพยานให้ฉันนะ ฉันไม่ได้ฆ่าคน! โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป เป็นผี นี่ต้องเป็นผี!” สีหน้าของชายวัยกลางคนแซ่ผู่ขาวซีด เขาไม่กล้าเหลือบมองศพผู้หญิงบนพื้นเลย “ฉันแซ่ผู่ มีทรัพย์สินอยู่ที่เมืองเจียงนิดหน่อย ขอแค่พวกคุณพาฉันไปจากที่เลวร้ายนี้ ฉันจะให้พวกคุณคนละห้าแสน!”
‘ห้าแสน!’ เหมียวจื่ออั๋งตาโปนออกมา
เขาต้องทำงานกี่ปีถึงจะหาเงินจำนวนขนาดนี้ได้?
เถ้าแก่ผู่เห็นว่าไม่มีใครขานรับจึงคิดว่าเงินน้อยเกินไป เขากัดฟันแล้วทุ่มสุดตัว “ศพผู้หญิงคนนี้อยู่ในห้องของฉัน บางทีอาจเป็นผีผู้หญิงกลายร่างมาทำร้ายฉัน! ขอแค่พวกคุณสอบถามให้แน่ชัดว่าใครเป็นคนเอาศพนี้มาแล้วพาฉันออกไปอย่างปลอดภัย ฉันจะจ่ายให้เจ็ดแสน คนละเจ็ดแสน!”
[คนมีเงินมักใช้อำนาจบาตรใหญ่!]
[ฉันโทรแจ้งความแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้จะมีตำรวจเข้าไป ขอปรึกษาหน่อย เงินเจ็ดแสนนี่แบ่งให้ฉันได้ไหม?]
ด้วยเงินมหาศาล ไม่เพียงแต่เหมียวจื่ออั๋งจะหวั่นไหว เห็นได้ชัดว่าสมาชิกในตระกูลหานอีกสองคนก็รู้สึกหวั่นไหวเช่นกัน
ก็แค่เป็นพยานและคุ้มกันคนธรรมดาใช่ไหมละ นี่มันงานง่าย ๆ
สมาชิกตระกูลหานสองคนตอบรับทันที “ตกลง พวกเราจะช่วยคุณ”
เถ้าแก่ผู่ถอนใจโล่งอก รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและโอนเงินให้เขาสองคนทันที
กานว่างและเจียงชิงไม่มีปฏิกิริยาต่อเงินรางวัลเจ็ดแสนสักนิด ถึงเถ้าแก่ผู่จะไม่ให้เงิน พวกเขาก็จะพาผู้บริสุทธิ์ทุกคนออกไปอย่างปลอดภัยอยู่แล้ว
ส่วนหานเสียวเสี่ยว เธอดูถูกเงินพวกนั้น
แต่กับเหมียวจื่ออั๋ง เขาไม่ได้มีเกียรติขนาดนั้น ครั้นเห็นสองคนนั้นได้รับเงิน ก็รีบจะตอบตกลง แต่…
เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่กังขึ้น “ศพนี้ไม่มีทางมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีสาเหตุ เรียกคนที่พักอยู่ในโรงแรมนี้ทุกคนมาถามให้แน่ชัด ดูว่าสามารถหาเบาะแสอื่น ๆ เพิ่มเติมได้หรือเปล่า?”
“อื้ม และฉันสงสัยว่าฆาตกรอาจซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้” เสียงของกานว่างต่ำลง “ขอเพียงพบตัวฆาตกร เราจะได้รู้เองว่าเรื่องนี้เป็นคนหรือผีที่ทำ”
“เหมียวจื่ออั๋ง นายคุ้นเคยกับคนที่นี่ นายรอดูว่ามีใครที่ไม่มา” เฝ่ยไป๋ลู่จ่ายงาน
เมื่อเห็นมุมปากที่วาดเป็นเส้นโค้งจาง ๆ ของเฝ่ยไป๋ลู่ เหมียวจื่ออั๋งก็กลืนคำพูดที่จุกตรงปากลงไป “ครับ หัวหน้า”
การขัดจังหวะนี้ ทำให้เขาคุยกับเถ้าแก่ผู่เรื่องเงินรางวัลอีกครั้งได้ยาก
“ทำอะไรเนี่ย? เรากำลังหลับสบายแล้วพาเรามาที่นี่ทำไม?”
“ที่บอกไว้ตอนกลางวันว่าจะมีผีมาหลอกกลางดึก ฉันสงสัยว่าเป็นปาหี่ของพวกชอบเล่นพิเรนทร์อย่างพวกเธอนี่แหละ”
“หมดคำจะพูดเลยจริง ๆ ปล่อยฉันไปนะ! พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่? จะปล้นงั้นเหรอ?”
กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ถูกปลุกขึ้นมาต่างพูดบ่นอย่างไม่พอใจ
บ้างเป็นคู่รักหนุ่มสาวช่วงวัยยี่สิบ บ้างเป็นครอบครัวสี่คนที่มีผู้สูงอายุและเด็ก และยังมีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาไม่เป็นมิตร รวมถึงเจ้าของโรงแรมที่มีดวงตาพร่ามัวปู่เฉิง
“ทุกคนมาถึงแล้ว” เหมียวจื่ออั๋งพยักหน้าให้เฝ่ยไป๋ลู่
สายตาเฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองพวกเขา เห็นสีหน้าสับสนและท่าทางที่ไม่สบายใจของทุกคนชัดเจน
กานว่างก้าวออกมาแล้วพูดเสียงดังว่า “ทุกท่าน เราเรียกพวกคุณมากลางดึกเพราะเกิดการฆาตกรรมในโรงแรม จุดประสงค์ที่ให้ทุกท่านมารวมตัวกัน หนึ่งคือเพื่อป้องกันฆาตกรก่อเหตุอีกครั้ง สองคือเพื่อค้นหาว่าใครคือฆาตกรตัวจริง”
“เอาละ พวกคุณมีใครรู้จักเธอบ้าง?” เขาเคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นศพหญิงสาวชุดแดงที่นอนอยู่ข้างหลังเขา
นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นที่มีสีหน้าพร่ำบ่นมองตรงไป ในดวงตาเผยความกลัวออกมา พวกเขาพากันรีบตะโกนว่าไม่รู้จัก และคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งในหมู่พวกเขาก็ถึงกับกรีดร้องออกมา น้ำเสียงสั่นเทา “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?”
กานว่างอธิบายคำพูดของเถ้าแก่ผู่
“ศิษย์พี่รอง จะพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นกับพวกเขาทำไม?” เจียงชิงหงุดหงิดอย่างที่สุด เขามองไปที่กลุ่มคนด้วยสายตาเฉียบคม “หนึ่งในคนของพวกคุณจะต้องเป็นคนฆ่าแน่นอน! ใครทำ บอกฉันมาตามความจริงให้ชัดเจน!”
ครั้นเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ตัวเขา ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นก็พลันมีสีหน้าบึ้งตึง
เขาจ้องเจียงชิงด้วยสีหน้าไม่คาดคิด “คุณว่ายังไงก็ยังงั้นเหรอ? ผมคิดว่าพวกคุณนั่นแหละที่เป็นคนฆ่าแล้วเรียกพวกเรามา เพราะต้องการโยนความผิดให้พวกเรา!”
โยนความผิด? พูดจาเหลวไหล!
เจียงชิงโกรธจนเดือดปุด ๆ
เหมียวจื่ออั๋งโน้มตัวไปข้างหูของเขา แล้วเอ่ยอย่างมีความสุขที่เห็นเขาโกรธ “คนคนนี้เป็นครูสอนฟิตเนส หมัดเดียวก็ระเบิดกะโหลกนายได้เลย พูดอะไรก็ระวังหน่อยนะ”
เมื่อเห็นกำปั้นที่ใหญ่เท่ากระสอบทรายของชายคนนั้น ความเย่อหยิ่งของเจียงชิงจึงอ่อนลงอย่างอธิบายไม่ได้
เขายืดคอตรงแล้วพูดว่า “คุณทำหรือไม่ต้องดูที่หลักฐาน ถ้ามีความสามารถก็ไปเทียบกับรอยบีบคอเอา!”
“แม่ม! ไปก็ไป!” ด้วยความโกรธ ครูสอนฟิตเนสชายกำหมัดแน่น จนกระดูกส่งเสียง