เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 142 สุดยอดแผนการของเฝ่ยไป๋ลู่
[ประกันภัย? ประกันโรคร้ายแรง? ขาของเด็กหนุ่มคนนั้น… ไม่ใช่แบบนั้นใช่ไหม…]
[โอ้ คิดจะโกงประกันหรือเปล่าเนี่ย? มีลุงแบบนี้ด้วยเหรอ ญาติทางแม่ใช่ไหม?]
[ก็ได้ยินอยู่ว่าผู้ชายที่อยู่ชั้นบนเป็นลุง ไม่ใช่พ่อแม่ที่ให้กำเนิด แบบนี้ ใครจะปฏิบัติกับคุณอย่างเอาใจใส่กันล่ะ?]
[แม้แต่พ่อแม่เองบางทีก็ไม่ได้ปฏิบัติดีด้วยนักหรอก พวกคุณลองนึกถึงเรื่องของไป๋ลู่สิ]
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม
‘ไม่จำเป็นต้องใช้ฉันเป็นตัวอย่างทุกครั้งก็ได้…’
ลุงของอันจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว พร้อมเบ้หน้า “ไม่ต้องซื้อประกันแล้ว”
[ลุงคนนี้ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างสินะ!]
“ปีที่แล้วตกลงกันว่าจะจ่ายค่าชดเชยหลังจากซื้อประกัน แต่จนถึงตอนนี้ บริษัทประกันภัยก็เอาแต่พูดเรื่องนู้นเรื่องนั้น ไม่ได้จ่ายค่าชดเชยแม้แต่หยวนเดียว ฉันจ่ายเบี้ยประกันไปตั้งเท่าไหร่ และอันจวินก็ต้องเสียขาไปอย่างเปล่าประโยชน์แบบนี้” ลุงหยิบบุหรี่ของเขาขึ้นมามวนหนึ่ง
[ให้ตายเถอะ! ศีลไม่เสมอกัน อยู่ด้วยกันไม่ได้จริง ๆ ฉันคิดว่าลุงจะมีคุณธรรมบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไรเลย!]
[ซื้อประกันเพื่อรอให้มีคนเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิต เพราะจะได้รับเงินเนี่นนะ? เฮอะ! เอ็งคิดว่าจะได้เงินจากบริษัทประกันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง? ขั้นตอนการเคลมประกันซับซ้อนจะตาย โดนหลอกด้วยคำพูดไม่กี่คำก็เพ้อเจ้อขนาดนี้แล้ว อ่านข่าวมากเกินไปหรือเปล่า?]
[ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ จะมีประกันประเภทไหนรองรับได้บ้างล่ะ? ถ้าคนขายประกันเซ็นสัญญาให้ได้ เท่ากับว่าเขาก็คงเป็นแค่คนโกหกจอมหลอกลวงเท่านั้นแหละ]
“สุดท้ายก็ไม่ซื้อ คุณเหอ…” เสียงผู้หญฺงคนนั้นดังขึ้น ทว่าก็โดนขัด…
“คุณเหอ คุณเหอ เธอคิดว่าฉันไม่รู้เรอะว่าเขาเป็นสามีของหลานสาวเธอน่ะ? รวมหัวกันขโมยเงินฉันสนุกไหมล่ะ? ส่วนเรื่องซื้อประกันอีก เฮอะ! ไม่มีทาง!”
“ขโมยเงินงั้นเหรอ? คุณมีเงินที่ไหนกัน? คุณมันก็แค่คนขี้แพ้ วัน ๆ เอาแต่กินเหล้ากับเล่นไพ่ เงินแค่นั้นมันจะพอใช้อะไร? ถ้าไม่ใช่เพราะเงินที่แม่ของอันจวินทิ้งไว้ ป่านนี้คุณคงได้ไปนอนอยู่กับกองกับผ้าขี้ริ้วแล้ว!”
ป้าของอันจวินเป็นเหมือนกับประทัดที่ระเบิดออกมา ทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง แล้วก็มีเสียงเด็กชายคนหนึ่งบ่นขึ้นว่า…อย่าเสียงดัง เขาจะนอน
เสี่ยวเถาเถาที่กำลังฟังอยู่กำหมัดแน่น “ด้วยเงินที่แม่ของอันจวินทิ้งไว้? คนพวกนี้กล้าปฏิบัติต่ออันจวินแบบนี้ได้ยังไง ให้ตายเถอะ!”
[จะติดต่อหน่วยงานไหนได้บ้าง ส่งอันจวินไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้หรือเปล่านะ?]
[ไม่สิ แม่ของอันจวินอาจจะทิ้งค่าเลี้ยงดูบุตรไว้จำนวนหนึ่ง และครอบครัวของลุงก็คงไม่ยอมสละสิทธิ์ในการดูแล เพราะพวกเขาจะไม่มีเงินใช้ยังไงล่ะ]
เมื่อนึกถึงการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมของพวกเขาที่มีต่ออันจวิน เสี่ยวเถาเถาก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ “ไป๋ลู่ ฉันพอจะทำอะไรให้เขาได้ไหม”
“ได้ค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่พูด “อันจวินจะปรากฏตัวในอีกสิบนาที ถ้าคุณหยุดเขาไว้ คุณจะช่วยเขาได้”
เสี่ยวเถาเถาสับสน
[เอ่อ เป็นไปได้ไหมที่ป้าของเขาจะโกรธมากจนจะทำอะไรบางอย่างกับอันจวิน ก็เลยต้องห้ามไม่ให้เขาเข้าบ้าน?]
[มีความเป็นไปได้ เพราะอารมณ์ป้าแกก็ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่]
[หยุดกั๊กได้แล้ว ได้หรือไม่ได้ก็พูดมา หมดคำจะพูดจริง ๆ ดูแล้วต้องคอยเดากันไปเดากันมา]
[ใครบังคับให้คุณดูเหรอ?]
[โวยวายอะไร ถ้าสตรีมเมอร์ยังไม่พูดอะไรก็แสดงว่าต้องมีเหตุผลบางอย่าง ถ้าคุณรอแค่สิบนาทีไม่ไหว ก็คลิกกากบาทที่มุมขวาบนแล้วออกไปได้เลย!]
ใช่ เฝ่ยไป๋ลู่ย่อมมีเหตุผลอยู่แล้ว หญิงสาวเมินการถกเถียงในห้องถ่ายทอดสด และรอเวลาสิบนาทีให้หลัง
“เขามาแล้ว…”
เสี่ยวเถาเถาเห็นอันจวินกลับมาแล้ว และตอนนี้เขาอยู่บนรถเข็น เด็กหนุ่มก้มหัว และผมที่ปรกหน้าผากก็ยาวเกินไป จึงมองเห็นสีหน้าของเขาได้ยาก ตอนนี้มือซีดและบางถือของที่ซื้อมาไว้ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ บรรยากาศรอบตัวดูอึมครึมทีเดียว
ขณะนี้ชาวเน็ตล้วนสงสัยว่าป้าสะใภ้จะทำอันตรายอันจวิน แต่เสี่ยวเถาเถาที่เห็นสีหน้าของอันจวิน เขาก็เกิดความคิดขึ้นมา ‘อันจวินต้องการแก้แค้นครอบครัวลุง!’
ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าสมอง เสี่ยวเถาเถารีบรุดไปลากรถเข็นกลับ ด้วยความที่ไม่อยากให้อันจวินทำอะไรโง่ ๆ
แต่อันจวินก็คว้าที่วางแขนของรถเข็นแล้วผลักออกอย่างแรง เขาไม่สนว่าจะบาดเจ็บไหมหรืออาการบาดเจ็บของตนเองจะเป็นอย่างไร… แล้วเขาก็ล้มลงกับพื้น
“นี่เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง?!” เสี่ยวเถาเถาตกใจมาก แต่ก็รีบก้าวเข้าไปประคอง “ฉันไม่ได้จะทำอะไร ฉันแค่…”
ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกปวดร้าวจากการล้มกระแทกพื้น โดยเฉพาะขาพิการทั้งสองข้างซึ่งบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้ใบหน้าของเขาซีดเซียว
ทว่าเขาก็ไม่ได้หยุดความคิดชั่วร้ายที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ “ถอยไป!”
เสี่ยวเถาเถากำลังหัวเสีย เฝ่ยไป๋ลู่จึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจะคุยกับเขาเอง”
เสี่ยวเถาเถารีบยกโทรศัพท์ขึ้น และวางไว้ข้างหน้าอันจวินเพื่อให้เขาดูไลฟ์สด
[ในสถานการณ์ที่พ่อแม่ของเขาจากไปแล้วทั้งคู่ เด็กหนุ่มที่ถูกครอบครัวลุงของรังแกอย่างโหดร้ายคนนี้ สตรีมเมอร์จะพูดยังไง? ฉันเตรียมปากกาและกระดาษไว้แล้ว เริ่มเลย!]
“บ้านที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้ให้กำลังจะถูกรื้อ”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้เอ่ยโน้มน้าว และประโยคที่เธอพูดออกมา ก็ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก
เสี่ยวเถาเถาตกตะลึง
[ถูกรื้อ? จริงเหรอเนี่ย?! เป็นสองคำที่โคตรสะเทือนใจเลยที่สุดในโลกเลย!]
[ก็คงจะจริงละมั้ง? ขนาดขยะที่แมวคาบมายังเอามาจากย่านคนรวย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ก็ไม่แปลกถ้าที่ตรงนี้จะถูกรื้อถอน]
[น้องอันจวิน จากเด็กที่น่าสงสารกลายเป็นผู้ชนะในทันที! พอมีเงินแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องใต้ดินอีกต่อไป และยังรักษาขาได้ด้วย]
[พี่ชาย ฉันเป็นญาติที่พลัดพรากของคุณ!]
ทว่าอันจวินกลับไม่ได้มีความสุขเท่าไหร่
เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ พร้อมกับแววตาที่ดูน่ากลัว
“แต่สุดท้ายเงินจากการรื้อถอนก็ต้องตกไปอยู่ในมือของครอบครัวลุงผมไม่ใช่เหรอ?” เมื่อเห็นอันจวินพูดแบบนั้น เสี่ยวเถาเถาก็ตกตะลึง เขาค่อย ๆ ตระหนักได้ และรู้สึกเสียใจขึ้นมา
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบ “ใครบอกกัน พ่อแม่ของเธอได้ทำพินัยกรรมก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต ดังนั้นบ้านหลังนี้จะตกเป็นของเธอ”
สีหน้าของอันจวินว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยระคนแหบพร่า “เป็นไปไม่ได้”
หลังจากที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุ ญาติก็ไล่ออกจากบ้าน จนต้องมาอาศัยอยู่กับลุง
ครอบครัวลุงเข้ามายึดบ้านของเขา และผลักไสเขามาอยู่ที่ห้องใต้ดิน
เด็กหนุ่มยังจำวันนั้นได้ดี ตอนที่ลุงบังคับให้เขาไปอยู่ในห้องใต้ดินราวกับขยะ ด้วยสีหน้าไม่แยแส ‘เพื่อตอบแทนที่ฉันต้องเลี้ยงแก แม่ของเแกเลยยกบ้านนี้ให้กับฉัน และตรงนี้จะเป็นบ้านของแกต่อจากนี้ไป’
เฝ่ยไป๋ลู่ดูจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ลุงของคุณโกหก ถ้าเขามีสิทธิ์ในทรัพย์สินในบ้านจริง ๆ ทำไมเขาถึงต้องใช้เงินตั้งมากมายมาซื้อปริญญาให้ลูกชายล่ะ?”
จากนั้นเธอก็กล่าวอีกว่า “พินัยกรรมถูกซ่อนอยู่ในตุ๊กตาที่คุณมีเมื่อตอนยังเป็นเด็ก คุณบรรลุนิติภาวะแล้วเมื่อห้าวันก่อน เพราะงั้นตอนนี้พินัยกรรมก็มีผลแล้ว”
“เหมียว~ !” นี่ไง …แมวดำคาบตุ๊กตาปลาหมึกสีซีดมาวางลงข้างกายอันจวิน
อันจวินจึงเปิดมันออกมา และเขาก็เจอแฟลชไดรฟ์ พร้อมบันทึกการฆ่าตัวตายซ่อนอยู่ข้างใน
[สุดยอดแผนการของเฝ่ยไป๋ลู่!]
[คุณบอกได้ไหม ว่าปู่ของฉันทิ้งพินัยกรรมที่จะให้พ่อกับแม่ไว้ที่ไหน? พวกมันถูกซ่อนไว้จนหาไม่เจอ ตอนนี้จะร้องไห้แล้ว T^T]
[อันจวินถือว่าได้มาถึงจุดสิ้นสุดของความยากลำบากแล้วละ หลังจากที่บ้านถูกรื้อ เขาจะไม่ต้องใช้ชีวิตลำบากอีก]
[ไม่เสมอไปนะ เขาอาจจะตกเป็นเป้าสายตาได้ เพราะมีข่าวแบบนี้เคยเกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน ว่าเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี รับมรดกสามสิบรายการจากพ่อ และแต่งงานกับลูกชายพนักงานกรมที่ดินที่ดูแลครอบครัว แต่พอสองชั่วโมงต่อมา เขาก็ตกตึกลงมาเสียชีวิต จากนี้ก็คิดกันเอาเองนะ…]
[ลูกชายพนักงานคนนั้นได้รับมรดกจากสามีผู้ล่วงลับไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แสดงว่าเขาวางแผนมาดีมาก… เดี๋ยวนะ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี และลูกชายเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเหรอ???]
[เชี่ยอะไรวะเนี่ย!]