เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 141 ศักดิ์ศรีอยู่ที่ไหน? จุดยืนอยู่ที่ไหน?
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 141 ศักดิ์ศรีอยู่ที่ไหน? จุดยืนอยู่ที่ไหน?
ห้องใต้ดิน ด้วยการพัฒนาที่รวดเร็วของอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตล้วนต้องเคยได้เห็นข่าวที่น่าตกใจมากมายเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกลักพาตัว ถูกขังในห้องใต้ดิน ใช้เป็นเครื่องมือทางเพศ กระทั่งการมีฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินเพื่อหลีกหนีการจับกุม…
เมื่อนึกถึงผู้คนที่เฝ่ยไป๋ลู่ได้ติดต่อไปในแต่ละครั้ง คนส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับเรื่องราวที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ
เสี่ยวเถาเถา ชายที่โตมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน พลันเย็นวาบไปทั่วกระดูกสันหลัง
ห้องใต้ดินมืดสลัวอยู่ตรงหน้าเขา ราวกับนี่คือโลกใต้พิภพอันน่ากลัว
“ไป๋…ไป๋ลู่ ฉันกำลังจะเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า? มีศพหรือฆาตกรซ่อนอยู่ข้างในไหม?”
ชาวเน็ตทั้งหลาย “…”
[ไม่ต้องกลัว ฉันจะแจ้งตำรวจให้]
[แจ้งตำรวจอะไรกันล่ะ!]
[ถ้ามีฆาตกรจริง ๆ กว่าตำรวจจะมาก็คงสายเกินไปแล้ว เขาคงได้ไปนอนกองกับพื้นแล้วละ!]
เมื่อนึกถึงแมวของเขาซึ่งอยู่ข้างใน ริมฝีปากของเสี่ยวเถาเถาก็ซีดลงด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่มีศพหรือฆาตกรหรอก คุณเป็นคนมีศีลธรรม คุณจะได้ตายอย่างสงบแน่นอน”
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัวราวกับเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น
‘ตายอย่างสงบ…’
ดวงตาของเสี่ยวเถาเถาเริ่มดูหดหู่ลง “ขอบคุณมาก”
[ฮ่า ๆ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดไปเลย]
เมื่อไป๋ลู่บอกว่าไม่มีปัญหา เสี่ยวเถาเถาก็เริ่มตั้งท่าจะเดินลงบันไดไป
บันไดซึ่งทำจากไม้นั้นเก่าพอ ๆ กับตัวบ้าน บางส่วนก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด บางส่วนก็เริ่มผุพังแล้ว
“บันไดนี้แก่กว่าปู่ของฉันอีก ฉันเหยียบมันแล้วได้ยินเสียง…”
เมื่อเท้าแต่บนพื้นบันได เสี่ยวเถาเถาก็เหงื่อออก
“เหมียว~” เสียงร้องของแมวน้อยทำให้เขาหยุดบ่น จากนั้นก้มลงผลักประตูบานเล็กให้เปิดออก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าซิวที่รักอยู่ไหนเอ่ย? ฉันตามหาแกตั้งนาน… อ๊ะ!”
จู่ ๆ เขาก็หยุดพูด นั่นก็ด้วยภาพตรงหน้า ตอนนี้เขามองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง
มี…ใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น!
ภายในห้องใต้ดินเล็ก ๆ ที่มืดสนิท มีเด็กหนุ่มร่างผอมคนหนึ่งอาศัยอยู่ ขาของเขาเป็นอัมพาต เขาดึงถุงขยะสีดำบนพื้นขึ้นมาด้วยท่าทางแปลก ๆ และยัดสิ่งที่พบในถุงเข้าปาก
เมื่อได้ยินเสียงคนอื่น เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น เขามองเสี่ยวเถาเถาอย่างเย็นชา ราวกับงูที่อาศัยอยู่ในถ้ำที่เปียกชื้น และมืดทึบ
เนื่องจากขาดสารอาหารมาหลายปี คางของเด็กหนุ่มจึงตอบแหลม ไม่มีเนื้อบนใบหน้าเลย ดวงตาของเขาเป็นบวกและรอบดวงตาก็มีสีเข้ม
เสี่ยวเถาเถากลืนน้ำลายอย่างแรง “ขอโทษครับ คุณเห็นแมวของผมบ้างไหม?”
หลังถามไปแบบนั้น วินาทีต่อมาเาี่ยวเถาเถาก็เห็นบางอย่างจากแสงที่ส่องมาทางประตูที่เขาเปิด เสี่ยวเถาเถาเห็นแมวดำสองตัวที่มีลักษณะเหมือนกันปรากฏตัวอยู่ข้างกายเด็กหนุ่ม
ตัวหนึ่งมีดวงตาเฉียบคม สีหน้าเย่อหยิ่ง ในขณะที่อีกตัวนั่งหมอบพื้น กำลังเลียขนอย่างสบายใจ พลางสะบัดหาง
เจ้าเหมียวทางซ้ายมือคือแมวดำที่ถูกจับผิดตัว ส่วนทางขวาคือแมวน่ารักไร้เดียงสา ซึ่งแยกแยะได้ง่ายตามบุคลิกของพวกมัน ไม่มีอะไรที่น่าสับสนนี่นา?
[ทำไมแมวทั้งสองถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?]
[ไม่สิ มีใครบางคนอยู่ที่นี่! เขาถูกขังไว้ใช่ไหม? ช่างน่าสงสารจริง ๆ เสี่ยวเถาเถา ช่วยเขาด้วย!]
เสี่ยวเถาเถาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เขามองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่เพื่อขอความช่วยเหลือ เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้ เฝ่ยไป๋ลู่เป็นเหมือนกำลังสำคัญของเขา
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลงเล็กน้อย ขนตาแพยาวของเธอเกิดเงาวาว ทำให้มองเห็นสีหน้า และแววตาของเธอได้ยาก
[ไป๋ลู่ลังเลอะไร รีบช่วยเขาก่อนสิ!]
[ไม่เห็นเขาคุ้ยขยะกินเหรอ? เขาอาจจะเป็นคนจรจัด แล้วห้องใต้ดินนี้คือบ้านของเขา แถมขาของเขายังพิการอีก เขาอยู่ได้ยังไงเนี่ย?]
[เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เขายังเด็กมากและไม่ควรอยู่ที่นี่]
[เรื่องใหญ่? งั้นก็ส่งเขาไปอยู่บ้านคุณเลยไหม? ให้เงินรักษาเขาด้วยไหม ในเมื่อเขาน่าสงสารมากขนาดนั้น คุณก็เลี้ยงเขาไปตลอดชีวิตเลยไหมล่ะ?]
[ทำไมถึงใจร้ายได้ขนาดนี้! เมื่อวานพวกเขายังสอนเราว่าควรใช้อินเทอร์เน็ตทำความดีอย่างมีประโยชน์ ถึงจะไม่มีเงิน แต่ก็ยังช่วยกันแสดงความคิดเห็นได้!]
ทันทีที่คอมเมนต์หนึ่งเด้าขึ้นมา ความคิดเห็นก็เริ่มแตกเป็นสองฝั่ง ไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นแฟนคลับตัวจริง หรือแฟนคลับเก๊ แต่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้คนดูในห้องไลฟ์สดเริ่มทะเลาะกันแล้ว
ตอนนั้นเอง เฝ่ยไป๋ลู่ก็เอ่ยขึ้น “เราจะช่วยเขายังไง ดูสิ บนตัวเขาไม่มีโซ่ล่ามด้วยซ้ำ ทั้งยังมีบันไดอยู่ด้านนอกนั่น ไม่มีใครคุมขังเขาได้ แต่ถ้าพาเขาออกจากห้องใต้ดินนี้ไปแล้ว หลังจากนั้นล่ะ?”
“ภาวะขาดสารอาหารต้องใช้้เวลาปรับสภาพในระยะยาว และขาที่พิการก็ต้องได้รับการการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม แล้วพวกคุณคิดว่าเขาควานหาขยะกินเองได้ไหม พวกคุณไม่คิดว่าแมวจะนำขยะพวกนี้กลับมาบ้างเหรอ?”
“ใครจะมารับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งได้เต็มที่ พวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่าบางทีความเมตตากับการกระทำที่ประมาท จะยิ่งทำให้ชีวิตเขาเลวร้ายลง”
สิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดฟังดูมีเหตุผล แต่ก็ทำให้เสี่ยวเถาเถาเงียบ และรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
[พูดกันตามตรงนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณใช่ไหมล่ะ? คุณมีเงินขนาดนั้น แค่ดูดวงครั้งหนึ่งก็…]
[หลักการของคุณก็คือการมีน้ำใจต่อผู้อื่น แต่คำพูดลอย ๆ แบบนั้น ใครก็พูดได้ไม่ใช่เหรอ?]
“ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” เด็กหนุ่มผู้มีสีหน้าเย็นชาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง เขาก้มศีรษะลง และคุ้ยถุงขยะต่อไป
เนื้อติดมันครึ่งกล่อง แตงกวาสองชิ้น ลิ้นจี่ และไก่ทอด…
แล้วเนื้อบางส่วนกับกระดูกก็ถูกโยนให้แมวทั้งสองตัว
มิน่าล่ะ ว่าทำไมพวกมันถึงได้อ้วนขนาดนี้
[ขยะพวกนี้มาจากบ้านคนรวยหรือเปล่า? เขากินดีกว่าฉันอีก]
[ศักดิ์ศรีอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย? จุดยืนของเราอยู่ตรงไหน?]
จู่ ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาเหนือศีรษะ เป็นเสียงแหลมเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า “อันจวิน แกมันสารเลวสมควรตาย! นี่มันกี่โมงแล้วยังลุกไม่ได้อีก? รีบไปซื้อของเลย! วันนี้อากาศร้อน ลุงของแกกินไม่อิ่ม ต้องซื้อเนื้อมาทำโจ๊กเพิ่ม ลูกพี่ลูกน้องของแกก็อยากกินเสี่ยวหลงเปา!”
เงินห้าหยวนถูกโยนลงมา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ที่แท้เขาก็มีญาติ แต่เหมือนว่านิสัยของญาติคนนี้จะไม่ค่อยดีนักนะ
[อยากจะหัวเราะฉิบหาย แค่ห้าหยวนต้องซื้อทั้งเนื้อและเสี่ยวหลงเปา? ด้วยราคาอาหารแบบทุกวันนี้เนี่ยนะ คิดได้ยังไง!]
เสี่ยวเถาเถารู้สึกว่าพฤติกรรมการขว้างเงินของผู้หญิงคนนี้เป็นการดูถูกกันอย่างยิ่ง
เด็กคนนั้นที่น่าจะชื่ออันจวินเช็ดปาก ก่อนจะอาศัยมือของตัวเองพยุงตัว เคลื่อนไหว
เขาคลานไปที่ประตูทีละน้อย หยิบเงินขึ้นมาแล้วปีนขึ้นบันไดไป
ขาของเขาห้อยไปมา กระแทกบันไดและผนังเป็นจังหวะ ราวกับว่าขาของเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอีกต่อไป มันไร้การตอบสนอง และดูไม่มีชีวิตชีวา
‘ช่างน่าสงสารจริง ๆ…’
เสี่ยวเถาเถาเต็มไปด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ “ผมจะไปหาคนมาช่วยทีหลัง…”
พอเขาพูดแบบนั้น แมวดำก็ส่งเสียงร้องด้วยความรำคาญ มันจ้องมองเสี่ยวเถาเถาอย่างไร้ความกรุณา และทำท่าอยากจะข่วนเขา
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “เราช่วยได้แค่ช่วงหนึ่ง แต่ช่วยตลอดไปไม่ได้”
“ปีที่แล้วตอนที่ขายังไม่หัก เขาก็อาศัยอยู่ที่นี่ ตอนนั้นมีผู้ใจดีโทรแจ้งตำรวจว่าครอบครัวลุงของเด็กชายคนนี้กำลังข่มเหงรังแกเขา แต่หลังจากดิ้นรนไปประมาณหนึ่งเดือน เด็กชายก็ยังจัดการกับครอบครัวลุงไม่ได้ แล้วยัง ‘บังเอิญ’ ขาหักอีก ก็เลยจำต้องอยู่ที่นี่”
เธอเน้นคำว่า ‘บังเอิญ’ นิดหน่อย
ตอนนี้เสี่ยวเถาเถาหาแมวของเขาจนเจอ แต่เขากลับไม่มีความสุขสักนิด
เสี่ยวเถาเถาปีนออกจากห้องใต้ดินโดยมีแมวอยู่ในอ้อมแขน และตอนนั้นเอง เขาได้ยินผู้หญิงคนนั้นคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง
“เมื่อไหร่คุณเหอ คนขายประกันจะมากันนะ?”
“ขาของอันจวินพิการ คราวนี้คงซื้อประกันโรคร้ายแรงไม่ได้ ลองถามคุณเหอดูว่าเขาสามารถใช้ประกันแบบไหนได้บ้าง”