เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 154 พบกันอีกแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 154 พบกันอีกแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่
“ผมบังเอิญผ่านมา และคิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่นี่ ก็เลยแวะมา”
เวินสือเหนียนทำราวกับเขาไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินมาที่นี่เป็นการเฉพาะ มองเฝ่ยไป๋ลู่ก่อนเอ่ยขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณเฝ่ยพอจะมีเวลาว่างหรือเปล่าครับ ผมจองโต๊ะไว้ที่ภัตตาคารจื๋อติ่ง เพื่อจะเลี้ยงอาหารคุณเป็นการขอบคุณ”
จิตใจของเฝ่ยไป๋ลู่หวั่นไหวเล็กน้อย
ภัตตาคารจื๋อติ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่นับร้อยปีและมีชื่อเสียงในเมืองเจียง บางคนแม้มีเงิน ก็ยังจองคิวไม่ได้เลย
ได้ยินมาว่าอาหารที่นี่มีเลิศรสมาก บรรพบุรุษของเชฟเป็นถึงเชฟหลวงในวัง
น่าเสียดาย เธอวางแผนจะไปพบหวังซินที่โรงพยาบาล…
เมื่อเวินสือเหนียนเห็นเธอลังเล มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากล่าว “ไม่ต้องรีบครับ คุณไปทำธุระก่อนเถอะ หรือจะไปด้วยกันก็ได้นะ?”
“ดีเลยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “คุณนี่เป็นคนดีจริง ๆ”
เจี่ยนต๋าเช่าก้มศีรษะลงเล็กน้อย เขากลัวว่าจะเผยสีหน้าที่แท้จริงของตัวเองออกมา
ผู้คนต่างมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับคุณชายสามเวิน และแน่นอนว่าไม่มีใครมองว่าเขาเป็นคนดี
แต่เฝ่ยไปลู่กลับบอกว่าคุณชายสามเป็นคนดี
คุณชายเนี่ยนะ เป็นคนดี?
คงมีเพียงคุณเฝ่ยคนเดียวที่คิดแบบนั้นน่ะสิ!
“…สถานการณ์ค่อนข้างร้ายแรง อาการหวังซินของเรายังไม่ดีขึ้น…ใช่ ใช่ ใช่ ค่าเสียหายจะจ่ายให้กับบัญชีของคุณตรงเวลา…” ตัวแทนนักแสดงพยักหน้า คุยโทรศัพท์ด้วยท่าทีถ่อมตัว
ทว่าหลังจากวางสายโทรศัพท์ เขาก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย และทึ้งผมอย่างฉุนเฉียว “ค่าชดเชยความเสียหายตั้งหลายล้าน ถ้าหวังซินไม่ตื่นขึ้นมา แล้วใครจะเป็นคนจ่ายเล่า? ไหนจะเส้นสายบ้าบอนั่นอีก! ฉันปลุกเธอขึ้นมาเลยคอยดู”
เพื่อนนอกวงการของหวังซินเหรอ?
สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่ที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาลพลันเข้มขึ้น
หรือพวกเขาจะมาฆ่าคนที่นี่เพื่อปิดปาก?
ด้วยเกรงว่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของหานซุ่นเซิง หญิงสาวจึงก้มลงบอกเวินสือเหนียนว่า “อย่าเพิ่งเข้าไปค่ะ ระวังไว้ก่อนดีกว่า” ว่าจบ ไป๋ลู่ก็ก้าวรุดไปข้างหน้า
ประตูและหน้าต่างห้องผู้ป่วยปิดสนิทราวกับว่ามีคนลงกลอนจากด้านใน ทั้งยังมีกลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมา
“ไม่ได้การแล้ว!” เฝ่ยไป๋ลู่ตวัดปลายนิ้ว ซัดไปทางประตู กลิ่นอายพลังของผนึกพลันแตกออกพร้อมกับตัวล็อก
ผู้จัดการตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และเมื่อเขาตั้งสติได้ ก็ตะโกนขึ้นทันทีว่า “คุณเป็นใคร ถ้าคุณกล้าก่อเรื่อง ผมจะโทรเรียกรปภ.!”
ดวงตาของเวินสือเหนียนพลันฉายประกายเย็นวาบ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นชี้ไปที่ผู้จัดการของหวังซิน พร้อมเอ่ยว่า “พาเขาออกไป”
เจี่ยนต๋าเช่าเข้าใจทันที เขาก้าวเข้าไปท่ามกลางทีมงานนักแสดงที่พยายามสกัดกั้น
เฝ่ยไป๋ลู่มองเวินสือเหนียนด้วยท่าทางขอบคุณ สถานการณ์ภายในไม่เหมาะสำหรับคนธรรมดาที่จะเข้ามา
เธอผลักประตูเปิดโดยไม่รอช้า และก็เห็นชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำยืนอยู่หน้าเตียงของหวังซิน
“คุณนั่นเอง!” เฝ่ยไป๋ลู่มองชายตรงหน้าอย่างเย็นชา ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายชุดดำที่ต้องการฆ่ากานว่างบนภูเขาซานไท่!
ฉีหงยืดตัวขึ้น เขาค่อย ๆ เงยหน้ามอง ก่อนจะสบสายตากับเฝ่ยไป๋ลู่
วันนั้นเขาประเมินศัตรูต่ำไป จึงตกหลุมพรางอีกฝ่ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากกลับมา เขาก็รักษาตัวอยู่ระยะหนึ่ง
ผู้หญิงคนนี้ได้สอนบทเรียนอันสาหัสให้แก่เขา
“เจอกันอีกแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่” เขาเช็ดเลือดบนมือช้า ๆ ดวงตาสีเข้มภายใต้หน้ากากส่องแสงเย็นชา ราวกับสัตว์ร้ายที่มีความอาฆาตพยาบาท และกระหายเลือด
เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่เห็นคราบเลือด เธอก็รู้สึกถึงลางไม่ดี
ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรูบนหน้าอกของหวังซิน ส่วนชีวิตผู้ป่วยเป็นหรือตายล้วนไร้ผู้ใดหยั่งรู้
ความโกรธพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึก เฝ่ยไป๋ลู่จ้องฉีหงเขม็ง
“เธอเป็นคนของพวกคุณ ทำไมคุณถึงฆ่าเธอ?”
ดวงตาสีดำขลับใสกระจ่าง งดงาม ทำให้ผู้พบเห็นต่างตกสู่ห้วงฝัน ฉีหงลอบชื่นชมแววตาคู่นั้น ตัณหาภายในร่างกายพลุ่งพล่านทันที
เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ “ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับหานซุ่นเซิง ยัยนี่คงไม่กลายเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง และเราก็คงไม่ฆ่าเธอ อา…พอคิด ๆ ดูแล้ว เธอต่างหากที่ฆ่าหวังซิน”
เฝ่ยไป๋ลู่ฟังตรรกะวิบัติของคนพาลไร้ยางอายตรงหน้า และเอ่ยว่า “คุณปฏิบัติกับชีวิตมนุษย์เหมือนคนชั่วที่ไร้สำนึก บังอาจทำเรื่องชั่วช้าโดยไม่เกรงกลัวต่อทัณฑ์สวรรค์!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ฉีหงทำทีราวกับได้ฟังเรื่องน่าขัน เขามองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยดวงตาสีเข้ม พลางหรี่ตาลง
“ว่าเราก่อกรรมทำชั่วสารพัด แล้วผู้ฝึกตนที่ชอบผดุงคุณธรรมเหล่านั้นไม่เหมือนกับเราหรือไง? เธอลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเขาน่ารังเกียจขนาดไหนตอนที่พวกเขาแย่งสมบัติล้ำค่าไปจากเธอ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าตระกูลหานบังคับให้เธอมอบสมบัติได้ยังไง?”
“พวกเราเลว แต่มือของผู้ฝึกตนก็ไม่ได้สะอาดนักหรอก พวกเขาเอาแต่พูดว่าต้องการรักษาความยุติธรรม แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขาแค่ต้องการกำจัดผู้ที่เห็นต่าง ใช้อำนาจรังแกผู้อื่นเท่านั้น”
ดวงตาของฉีหงเผยแววเกลียดชัง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงและกล่าวยั่วยุเฝ่ยไป๋ลู่ว่า “ทำไมเธอไม่เข้าร่วมกับเราล่ะ เรามีกฎไม่กี่ข้อเอง เธอจะทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ เรายังให้เธอฝึกฝนได้ เรากำลังช่วยกันสร้างโลกใหม่ที่ไร้การกดขี่ ความอยุติธรรม และกฎเกณฑ์ล้วนอยู่ในมือของพวกเรา…”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันจะไม่เข้าร่วมกับใครทั้งนั้น!” เฝ่ยไป๋ลู่ขัดจังหวะเขา ตอนนี้แววตาของเธอเย็นชามาก ช่วงเวลาเดียวกันนั้นแผ่นยันต์สีเหลืองก็ปปรากฏระหว่างปลายนิ้วทั้งสอง
“ในเมื่อฉันโจมตีคุณได้ครั้งหนึ่งแล้ว ฉันก็สามารถทำได้อีกเป็นครั้งที่สอง”
คำพูดของชายคนนี้มีวาทศิลป์ที่สามารถสั่นคลอนจิตใจผู้คนได้อย่างเหลือร้าย เพราะคนเหล่านั้นล้วนเกรงว่าตนจะกลายเป็นทหารเดนตาย และดับสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน
หากวาจาดังกล่าวแฝงพลังชั่วร้ายเอาไว้ ผืนฟ้าบนโลกนี้จะถูกย้อมด้วยโลหิต!
“ถ้าไม่อยากเข้าร่วมก็ช่างเถอะ” ฉีหงกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย และคิดว่าคงจะดีถ้าเฝ่ยไป๋ลู่ได้ร่วงหล่นสู่ดินแดนของพวกเขา
ทว่าน่าเสียดายที่เธอฉลาดเกินกว่าจะโดนหลอก
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาระแวดระวังของเฝ่ยไป๋ลู่ ฉีหงก็เก็บมือ เอียงคอมองหญิงสาวอย่างไร้กังวล
ทันใดเขาเดินมาที่ประตูด้วยความมั่นใจไม่น้อย “เอาเลยสิ ถ้าเธอไม่กลัวว่าจะฝังคนทั้งโรงพยาบาลไปพร้อมกับฉันน่ะนะ”
การกระทำของเฝ่ยไป๋ลู่พลันหยุดชะงัก
“เธอนี่มันช่างสอดรู้สอดเห็นเสียจริง ชีวิตคนอื่นเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? แต่ในเมื่อเธอไม่ลงมือ ฉันจะออกไปก่อนก็แล้วกัน” ฉีหงพลันฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นเช่นนั้น น้ำเสียงของเขาติดประชดประชันเล็กน้อย และมีเลศนัยอยู่ในที “เฝ่ยไป๋ลู่ รักษาตัวด้วยล่ะ ไว้เราพบกันใหม่”
หลังจากพูดจบ เขาก็หายตัวไปจากสายตาของเฝ่ยไป๋ลู่
ภายในห้องพักผู้ป่วย เฝ่ยไป๋ลู่ลังเลว่าจะไล่ตามอีกฝ่ายไปดีหรือไม่ ทว่าตอนนั้นเอง หวังซินส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมา
‘เธอยังมีชีวิตอยู่!’ เฝ่ยไป๋ลู่พลันทิ้งเรื่องชายชุดดำ ก้าวไปตรวจอาการของหวังซิน
หวังซินได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหายใจไม่ออก เธอฝืนปรือตาอันหนักอึ้งขึ้น มองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ซึ่งส่งพลังวิญญาณให้เธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกับยุง “ฉัน ฉัน… เสียใจ…”
เธอเสียใจที่เป็นลูกศิษย์ของหานซุ่นเซิง และพาตัวเองเข้าสู่ถ้ำปีศาจ
หญิงสาวเสียใจที่ก่อกรรมมากมายเพียงเพื่อความอยู่รอดของตน อ้างสถานะที่มีชื่อเสียง ขโมยโชคของคนอื่น ส่งตัวเองเป็นเครื่องบำบัดความใคร่ให้กับอาจารย์หลิน ใส่ร้ายเพื่อนร่วมงาน และเฝ่ยไป๋ลู่…
ความผิดบาปที่สั่งสมในส่วนลึกถาโถมเข้ามาในใจ ก่อนที่หวังซินจะหมดลมหายใจ ทั้งที่ตายังลืมค้างอยู่