เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 155 คุณชายสามเวิน การเสพสุขมากไปไม่ดีต่อร่างกายนะ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 155 คุณชายสามเวิน การเสพสุขมากไปไม่ดีต่อร่างกายนะ
เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้วแน่น
เธอปิดตาให้หวังซิน และใช้ผ้าปิดแผลและเลือดที่ไหลบนร่างของหวังซิน จากนั้นก็เดินออกไปบอกเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ
“หวังซินตายแล้ว”
ผู้จัดการส่วนตัวที่โดนเจี่ยนต๋าเช่าจับตัวไว้ได้ยินดังนั้นก็พลันตัวสั่น ทำสีหน้าไร้ชีวิตชีวาเสมือนคนสูญเสียพ่อแม่
นี่คือต้นไม้ทำเงินของเขา เธอตายแล้ว ใครจะหาเงินให้เขา?
ผู้จัดการส่วนตัวปิดหน้าร้องไห้ “โอ๊ย ทำไมเธอถึงตายล่ะ ฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าผลลัพธ์จะร้ายแรง ฉันควรจะห้ามเธอ…”
เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินดังนั้น เธอมองไปเวินสือเหนียนกับอีกคน “เมื่อกี้คุณเห็นคนสวมชุดดำไหมคะ?”
เจี่ยนต๋าเช่าทำหน้างง “ชุดดำ? ไม่มีนะ ชั้นนี้ไม่มีใครมาเลย”
“อ้อ เข้าใจแล้ว” เหมือนว่าคนสวมชุดดำคนนั้นจะเป็นคนลงมือสินะ… แต่เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวเพียงว่า “พวกเราไปกันเถอะ”
เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าดวงตาของเวินสือเหนียนมืดมัวลงชั่วครู่
เขาเห็นคนที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดถึง ชายชุดดำผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนดี ทั้งยังดูมีเล่ห์เหลี่ยม การตายของหวังซินต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่
แต่ในเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่ไม่พูด เขาเองก็ไม่อยากซักไซ้ไล่เลียงอะไร
ระหว่างทางไปภัตตาคารจื๋อติ่ง เวินสือเหนียนหลับตาพักผ่อน นิ้วโป้งนับลูกประคำอย่างสบายใจ จังหวะสม่ำเสมอ
แต่จู่ ๆ เขาก็หยุดมือลง เมื่อนับลูกประคำขาดไปหนึ่งเม็ด
เขาลืมตาขึ้น สบดวงตาสีดำสนิทของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสีหน้าเศร้าเล็กน้อย “คุณมองผมทำไมครับ?”
เวินสือเหนียนหน้าตาหล่อเหลา หลังตรงสง่างาม รูปร่างสูงโปร่ง ทุกอย่างล้วนเผยถึงความสุขุมภายใน
ตัวเขาเปล่งออร่าแตกต่างจากคนทั่วไปที่มีเพียงผิวเผิน อำนาจบารมีและความเย็นชาจากการอยู่ในตำแหน่งสูงสุดแทบจะฝังรากลึกลงไปในกระดูก แม้แต่ลูกน้องที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปีก็ยังต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการสบตากับเขา
ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่นั่งเบาะหลังคู่กับเขา สายตาไม่หลบเลี่ยง กลับจ้องมองอย่างเอาจริงเอาจัง
เธอยังมองโหงวเฮ้งของเวินสือเหนียนได้ไม่ชัดเจน ไม่สามารถมองล่วงรู้อดีตและอนาคตของเขาได้
ดวงตาหยินหยางที่รู้ทั้งฟ้าดินเหมือนจะใช้กับเขาไม่ได้ผล
เห็นไม่ชัดก็ไม่ต้องมอง เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้คิดมาก หลังจากเห็นว่าสีหน้าของเวินสือเหนียนดีขึ้นกว่าตอนพบกันครั้งแรก ร่างกายก็มีชีวิตชีวามากขึ้น เธอจึงถามว่า “ตอนนี้ขาของคุณเป็นยังไงบ้างคะ?”
เมื่อคำถามเป็นเรื่องนี้ เวินสือเหนียนก็นับลูกประคำพลาดไปอีกเม็ดแล้ว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อาการปวดน้อยลงกว่าเดิม นอกนั้นก็เหมือนเดิม”
เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิด ก่อนพูดว่า “วิธีการยับยั้งกู่พิษไม่ให้โตเต็มที่ด้วยการกำจัดไข่ มีข้อดีคือ จะไม่ส่งผลร้ายกับร่างกายของคุณในตอนนี้ แต่ข้อเสียคือ เห็นผลฃช้า แต่ไม่เป็นไร เราทำอีกหลาย ๆ ครั้งก็ได้”
เจี่ยนต๋าเช่าที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ยินดังนั้นก็ไม่กล้าเหลือบมอง ทว่าก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจแทน
พวกเขาสองคนพูดกันเสียงเบาอู้อี้เสมือนมีม่านหมอกปกคลุมไว้ เลขาหนุ่มจึงได้ยินเพียงเฝ่ยไป๋ลู่พูดย้ำว่าหลาย ๆ ครั้ง และเวินสือเหนียนก็พยักหน้ารับตาม
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
คุณชายสามเวิน …เอ่อ การเสพสุขมากไปไม่ดีต่อร่างกายนะครับ
ระวังสุขภาพคุณด้วย!
ด้วยความเอาใจใส่และซื่อสัตย์ของเลขาเจี่ยน เมื่อถึงคราวสั่งอาหาร เขาจึงตั้งใจสั่งซุปกับอาหารบำรุงกำลังและบำรุงไตมาให้เป็นพิเศษ โดยไม่บอกกล่าวใคร และจากไปอย่างเงียบ ๆ
ครั้นรับประทานอาหาร เวินสือเหนียนรู้สึกว่ามีกระแสความร้อนแปลก ๆ พุ่งขึ้นมาในร่างกาย จนปากคอแห้งไปหมด
เขาคิดว่าตัวเองกระหายน้ำ จึงตักซุปกินอีกถ้วย
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกพอใจกับอาหารมื้อนี้ไม่น้อย ทั้งยังพอใจกับเวินสือเหนียนที่มาร่วมโต๊ะอาหาร
เขาพูดไม่มาก แถมยังหน้าตาดี ท่าทางการเคลื่อนไหวไม่เร่งรีบ สง่างาม คิ้วเข้มดวงตาลึกล้ำ มีเสน่ห์แบบหนุ่มมาดนิ่ง เป็นที่เจริญหูเจริญตาเป็นพิเศษ
อาจจะเป็นเพราะอาหารที่กินเข้าไปร้อน เสื้อผ้าที่เมื่อครู่ยังเรียบร้อยจึงถูกปลดกระดุมไปหลายเม็ด คอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย ใบหน้าของชายหนุ่มมีเหงื่อผุดพราย ซับสีแดงระเรื่อ
เฝ่ยไป๋ลู่เผลอมองเขาหลายครั้ง “เปิดแอร์ให้เย็นอีกหน่อยไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอก” เวินสือเหนียนกล่าวเสียงแข็ง
ต่อให้เป็นคนเฉื่อยชาแค่ไหน ตอนนี้ก็ต้องรู้สึกได้ว่าตัวเองไม่ได้กระหายน้ำธรรมดา
เขาฝืนกลั้นความพลุ่งพล่านในร่างกาย กวาดสายตามองไปรอบ ๆ หยิบผ้าห่มมาคลุมขา ท่าทางดูอึดอัดเล็กน้อย “ผมจะไปห้องน้ำ”
เฝ่ยไป๋ลู่หันมองหลังเวินสือเหนียนไป เธอรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ
เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอารมณ์ที่แสดงชัดเจนแบบนี้ในตัวเขา
แต่ก่อนเขาดูไม่มีชีวิตชีวา
ทว่าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
เจี่ยนต๋าเช่ารออยู่ในห้องส่วนตัวอีกห้อง จามออกมาเสียงดัง
เขาขยี้จมูก “ทำไมถึงรู้สึกถึงลางไม่ดีนะ”
ในห้องส่วนตัวไม่มีเครื่องดื่ม เฝ่ยไป๋ลู่จึงเดินไปที่ห้องโถงกลาง ทว่าขณะกำลังเลือกเครื่องดื่มอยู่ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ตบบ่าเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับสนิทสนม “ไป๋ลู่ เธอคือไป๋ลู่จริง ๆ ด้วย! ฉันคิดว่ามองผิดไปเสียอีก”
เฝ่ยไป๋ลู่หลบมือเขา ถามด้วยสีหน้าเฉยชาไม่เปลี่ยน “คุณเป็นใครคะ?”
“เธอจำฉันไม่ได้แล้วเหรอ?” สีหน้าของชายหนุ่มพลันแข็งทื่อ
กระทั่งนึกอะไรขึ้นได้สีหน้าเขาจึงผ่อนคลายลง มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ แฝงความสุภาพ “หรือว่าเธอยังโกรธฉันอยู่ เลยอยากแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ ผ่านไปหลายปีขนาดนี้ แต่เธอคงจะยังแค้นเรื่องสมัยก่อนอยู่สินะ”
เขาส่งสายตาอาลัยให้เฝ่ยไป๋ลู่ “ช่วงก่อนตอนกลับเมืองจีน ฉันอยากเจอเธอตลอดเลยนะ”
เฝ่ยไป๋ลู่ “…”
เหมือนว่าเขาจะรู้จักเจ้าของร่างเดิม
ทว่าพอเธอทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่าง ค้นหาเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร แสดงว่าคงไม่น่าใช่คนสำคัญ
เฝ่ยไป๋ลู่เผยยิ้มเย็นชาตรงมุมปาก “คุณมีธุระอะไรคะ?”
“ตอนนี้ที่เธอเย็นชากับฉันก็สมควรแล้ว เรื่องเมื่อก่อนเป็นความผิดของฉันเอง” ยิ่งเย็นชายิ่งแสดงว่าใส่ใจ
ควงเหวินฟู่ไม่ได้โกรธ รอยยิ้มบนมุมปากกว้างขึ้น แฝงไปด้วยความหลงตัวเอง “ฉันเห็นเธออยู่ที่นี่เลยอยากมาทักทายนิดหน่อย ได้ยินเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยบอกว่าเธอเป็นเน็ตไอดอลหาเงินได้เยอะมาก ตอนแรกฉันยังไม่เชื่อ แต่พอมาเห็นกับตาว่าเธอซื้อของจากภัตตาคารจื๋อติ่งได้ แสดงว่าชีวิตคงดีขึ้นมากจริง ๆ”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มไม่ถึงตา แม้น้ำเสียงอ่อนโยนแต่คำพูดกลับคมเหมือนมีหนาม “ก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าคุณ”
ควงเหวินฟู่อึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่ได้คิดอะไรพร้อมตอกกลับทันที “ฉันว่าชีวิตตัวเองดีกว่าเธอนะ ฉันเปิดฟิตเนสได้เอง หาเงินได้เอง ไม่เหมือนเธอที่ได้เงินมาจากการโดเนตของคนอื่น”
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นเน็ตไอดอล ถ้ากล่าวอีกอย่างก็คือนักขอทานออนไลน์
ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เพื่อหาเงินให้พ่อแม่บุญธรรม เธอถึงกับขายความน่าสงสารและความเซ็กซี่บนโลกออนไลน์ทุกวัน อ้อนวอนราวกับขอทานที่อาศัยการบริจาคของคนอื่น
ในดวงตาของเขามีแววเย้ยหยันวาบผ่าน
“อีกสามวันฟิตเนสก็ใกล้จะล้มละลายแล้วนี่ คุณเจ้าของที่กำลังแบกหนี้เป็นล้าน!” เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเบา ๆ เดินอ้อมเขาไปหยิบเครื่องดื่มมาหลายขวด
ควงเหวินฟู่อึ้งไป “เธอรู้ได้ยังไง?”
หลังจากเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจ เขาเดินตามไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่าหล่อเหลาที่สุด เพราะเมื่อก่อนเฝ่ยไป๋ลู่ชอบรอยยิ้มแบบนี้
“แอบตามข่าวฉันตลอดเลยสินะ ถึงได้รู้เรื่องของฉันไปหมด”
“ในเมื่อเธอรู้เรื่องความลำบากของฉัน งั้นฉันขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน ฉันไม่อยากให้ฟิตเนสเจ๊ง เธอได้เงินมาเยอะเลยนี่ ช่วยฉันหน่อยสิ ฉันจะได้กลับไปคบกับเธอไง…”
เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินอย่างนั้นก็หยุดชะงัก ในความคิดเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “???”
อะไรนะ? บอกให้เธอคบกับเขางั้นเหรอ? เขาพูดเหมือนว่าคนสองคนนี้เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อนอย่างนั้นแหละ
เจ้าของร่างเดิมโสดสนิท แล้วไอ้ผู้ชายชีกอหน้ามันเหมือนกระทะนี่โผล่มาจากไหน
“ไป๋ลู่ เขาเป็นใครครับ?” เสียงเวินสือเหนียนดังขึ้น ไม่รู้ว่าเขาแอบมองมานานแค่ไหนแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่เดินไปหาอย่างว่าง่ายแล้วยื่นน้ำให้ ก่อนจะเข็นรถเข็นของเขาพร้อมเอ่ยติดตลกว่า “ฉันไม่รู้จักหรอก คงจะเป็นขอทานล่ะมั้ง เมื่อกี้เขาเดินมาขอเงินฉัน”
เวินสือเหนียนตัวเกร็งเพราะเฝ่ยไป๋ลู่เข้ามาใกล้ แต่จากนั้นก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย
เขาขยับยกมุมปากเล็กน้อย “งั้นเหรอ”
ควงเหวินฟู่เห็นชายหนุ่มที่นั่งรถเข็นก็เหลือบมองเล็กน้อย ก่อนจะรีบหลบตาไปทันที
ดวงตาสีดำเข้มคู่นั้นราวกับจะกลืนกินคน เพียงครู่เดียวก็แทบมองทะลุเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้ตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น