เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 156 ฉันจะรักษาขาของคุณให้หาย
“นี่!” ควงเหวินฟู่อดไม่ได้ที่จะก้าวมาหาเฝ่ยไป๋ลู่ ถ้าไม่ได้เงินตามความต้องการ ชายหนุ่มก็คงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่
เขาตะโกนเสียงดังจนเรียกสายตาคนรอบข้าง
เฝ่ยไป๋ลู่ทำหูทวนลม เธอยังคงเข็นรถเข็นเวินสือเหนียนเดินต่อไปอย่างไม่รีบเร่ง เหมือนกับว่าคนที่เขาตะโกนเรียกอยู่นั้นไม่ใช่เธอ
หญิงสาวโน้มตัวลง กล่าวกับเวินสือเหนียน “น้ำพอไหม คุณอยากได้อีกหรือเปล่าคะ”
เวินสือเหนียนรู้สึกถึงลมอุ่นร้อนที่พัดมาข้างหู เขารีบหยิบผ้าห่มมาคลุม พร้อมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ไม่แล้ว ถ้าไม่พอค่อยมาเอาเพิ่ม”
“ได้ เอาตามคุณว่า” เฝ่ยไป๋ลู่ตอบรับ
ไม่มีใครสนใจควงเหวินฟู่
ทั้งสองปล่อยเขายืนอึ้งอย่างน่าอับอาย ทนรับแววตารังเกียจและดูถูกของผู้คนอยู่ที่เดิม
ควงเหวินฟู่ทำทีเป็นจัดคอเสื้อ พยายามจะเผชิญหน้าอีกครั้ง “ไม่กล้าทักทายเพื่อนเก่าแบบฉันงั้นเหรอ? กลัวฉันจะรู้ว่าเธอคบหากับผู้ชายพิการงั้นสิ”
ทั้งภัตตาคารจื๋อติ่งพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
สีหน้าของเวินสือเหนียนไม่เปลี่ยน แม้แต่คิ้วก็ไม่กระตุกสักนิด
ราวกับเขาแข็งแกร่งมากจนไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา หรืออาจเพราะเคยชินกับการโดนคนอื่นเหยียดหยาม
เฝ่ยไป๋ลู่คิดถึงตรงนี้ มุมปากก็คว่ำลงแฝงไว้ซึ่งความไม่พอใจ ก่อนจะยกมือขึ้น ส่งแผ่นยันต์ที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าใส่ควงเหวินฟู่
ปากไม่ดี ต้องประสบเคราะห์สักครึ่งเดือน!
ควงเหวินฟู่อยากจะไล่ตาม แต่ไม่ทันระวังจนพลาดสะดุดขาตัวเอง เกือบจะหน้าคว่ำ พอเงยหน้ามอง เฝ่ยไป๋ลู่ก็เข็นรถเวินสือเหนียนลับตาไปแล้ว
“นี่ใครพาเขาเข้ามาน่ะ?”
“ไปล่วงเกินคนคนนั้น เดี๋ยวเมืองเจียงได้วุ่นวายแน่ ๆ…”
“ไม่ใช่แค่เมืองเจียงหรอก ไปเมืองไหนก็หนีเขาไม่พ้น…”
ควงเหวินฟู่ไม่ทันสังเกตสายตาดูถูกยิ่งกว่าเดิมของผู้คน
คนที่ใช้บริการในภัตตาคารจื๋อติ่งไม่ใช่คนธรรมดา ๆ พวกเขามีทั้งอำนาจและอิทธิพล แม้อีกฝ่ายจะเป็นคนพิการ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ใคร ๆ จะวิพากษ์วิจารณ์ได้
แถมคนคนนั้นยังเข้าห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่งอีกด้วย นั่นเป็นห้องที่ใช้ต้อนรับบุคคลสำคัญโดยเฉพาะ…
กล้าด่าเขาคนนั้นนี่ไม่รู้จักกลัวตายจริง ๆ!
ควงเหวินฟู่มาใช้บริการที่ภัตตาคารจื๋อติ่งเป็นครั้งแรก เขาจึงไม่รู้กฎเกณฑ์อะไร
เพียงแต่เมื่อเห็นว่าเฝ่ยไป๋ลู่เมินใส่ เขาก็ทั้งโมโหทั้งขายหน้า
ควงเหวินฟู่รีบเอามือปิดหน้า เดินหนี และมองหาห้องส่วนตัวของตัวเองจนเจอ
ฟิตเนสที่เขาเปิดมาได้สองเดือนมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากอยู่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคุณนายไฮโซ
วันนี้ที่เขาสามารถมาใช้บริการที่นี่ได้ก็เพราะคำชวนจากคุณนายไฮโซท่านหนึ่ง
พอนึกถึงเมื่อก่อนที่ไป๋ลู่แสดงออกว่าชอบเขา ควงเหวินฟู่ก็รีบปรับอารมณ์โกรธเกรี้ยวของตัวเอง เผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมา รอบตัวแผ่กลิ่นอายความสุภาพอ่อนโยนไปทั่ว
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ให้เขาหยิบยืมเงิน เขาก็ยังมีหนทางอื่น
“พี่สาวเซวียนเซวียน ผมมาแล้ว ผมไม่ได้ทำให้คุณรอนานเกินไปใช่ไหม”
‘ซ่า!!!’ เครื่องดื่มเย็น ๆ ที่แสบจมูกถูกสาดกระจายเต็มหน้าเสมือนน้ำเย็นราดดับความกระตือรือร้นและจินตนาการ
บ้าเอ๊ย! ผู้หญิงคนนี้เพี้ยนไปแล้วหรือไง
ควงเหวินฟู่เช็ดของเหลวบนใบหน้าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วอดทนฝืนยิ้ม “พี่เซวียนเซวียน คุณเป็นอะไรไป”
“นายไปขวางหูขวางตาคนที่นายไม่ควรขวาง” หญิงสาวหัวเราะเยาะ “นายหาเรื่องใส่ตัวเองได้ แต่อย่ามาพาฉันซวยไปด้วย ไสหัวไปซะ!”
คนอย่างเขากล้าดูถูกคุณชายเวินว่าไอ้พิการ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวซวยได้เลย
ควงเหวินฟู่อับอายขายหน้า โดนไล่ออกมาจากภัตตาคารจื๋อติ่งอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี
เขายืนอยู่หน้าประตู แววตามีความมึนงงและตกใจ
คนไหนที่ฉันไม่ควรไปล่วงเกิน? เฝ่ยไป๋ลู่?
เธอก้าวไปอยู่ถึงจุดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ด้านในห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่ง เฝ่ยไป๋ลู่หยิบเครื่องดื่มมาจากมือเวินสือเหนียน แต่กลับไม่ไปนั่งที่เดิม เอาแต่จ้องสบตากับเวินสือเหนียน เธอพูดว่า “ฉันจะรักษาขาของคุณให้หาย”
เธอจะรักษาขาให้เวินสือเหนียนให้หาย ไม่อยากจะให้ใครมาว่าเขาเป็นไอ้ขาพิการอีก
เวินสือเหนียนมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความงุนงง ดวงตาสีดำราวกับดึงดูดให้จมลงสู่น้ำหมึก ทั้งล้ำลึกและลึกลับ
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก สายตาของเวินสือเหนียนในตอนนี้ช่างดูแปลกประหลาด เขาตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า
เธอทำท่าเข้าอกเข้าใจก่อนตบบ่าเวินสือเหนียน พร้อมเอ่ยปลอบใจว่า “เชื่อฉันสิ ฉันสัญญากับคุณแล้วว่าจะช่วยรักษาขาให้หาย ช่วยคุณแก้ปัญหาเรื่องพลังชั่วร้ายที่รุมเร้า พอคุณหายเป็นปกติ ก็จะมีชีวิตสุขสบายกว่าพวกเขาทั้งหมด”
“ได้ครับ” แววตาเย็นชาของเวินสือเหนียนเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ความจริงเขาไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคนพวกนั้นเลย
คนที่แข็งแกร่งพอย่อมไม่รู้สึกรู้สากับเสียงคำพูดของคนอื่น
เขายืนอยู่บนจุดที่สูง ทำให้คนพวกนั้นไม่อาจเอื้อมถึง มีแต่ต้องให้ความเคารพยำเกรง เขาไม่มีจุดอ่อนไหนจะสามารถโจมตีได้
คนเหล่านั้นจึงทำได้เพียงดูถูกเรื่องขาที่พิการกับอายุขัยที่สั้น ราวกับว่าย้ำปมด้อย เพื่อชดเชยความไร้ค่าและเติมเต็มจิตใจต่ำช้าของพวกเขาเท่านั้น
และสิ่งที่เวินสือเหนียนชอบที่สุดก็คือ การมองกลุ่มคนพวกนี้อดกลั้นความอิจฉาริษยาเอาไว้ในใจ คอยก้มหัวให้เขา ประจบสอพลอเขาทุกวิถีทาง
เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย
ควรจะเป็นคนพวกนั้นต่างหากที่ต้องกลัวเกรง
แววตาของเวินสือเหนียนเข้มขึ้น ขณะมุมปากยกยิ้มเย็นชา
“รีบกินข้าวกัน อาหารจะเย็นแล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่กลับไปที่โต๊ะ
เมื่อคิดถึงโภชนาการทางอาหารบางชนิดแล้ว สีหน้าของเวินสือเหนียนก็เปลี่ยนไป เขาแสร้งทำเป็นเลื่อนอาหารออกไปแล้วพูดว่า “เย็นแล้วก็ไม่ต้องกิน สั่งมาใหม่เถอะ”
เฝ่ยไป๋ลู่ปฏิเสธทันที “ไม่ได้ เสียดายของ”
“ก็ได้” ทว่าตอนนี้คุณชายสามแห่งตระกูลเวินกล้าทานแค่เครื่องดื่มเท่านั้น
หลังมื้ออาหาร เฝ่ยไป๋ลู่ใช้เวลาว่างช่วยเวินสือเหนียนจัดการอะไรบางอย่าง เจี่ยนต๋าเช่าพาคนทั้งคู่มาส่งที่บ้านตากอากาศกลางหุบเขา พูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไมตรีว่า “คุณชายสาม คุณเฝ่ย ผมรออยู่แถวนี้ มีอะไรก็เรียกได้เลยนะครับ”
เวินสือเหนียนรู้ทันทีว่าคำพูดของอีกฝ่ายมีความหมายแอบแฝง ครั้นคิดถึงมื้ออาหารที่ภัตตาคารจื๋อติ่ง เขาก็ปวดหัวจนต้องกุมขมับ
ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่นี่…
ชายหนุ่มโบกมือให้อีกฝ่ายออกไป
“พวกเราทำเหมือนคราวก่อนเลยนะ คุณอาบน้ำก่อน” เฝ่ยไป๋ลู่บอก ขณะหยิบหยกสีม่วงที่เวินสือเหนียนใส่อยู่มา หยกนี้ดูดซับกลิ่นอายชั่วร้ายเข้าไปเต็มที่แล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงค่อย ๆ ป้อนพลังชั่วร้ายในหยกให้งูน้อยกิน
เจี่ยนต๋าเช่าที่ยังเดินอยู่ไม่ไกลนักลอบหัวเราะ คุณเฝ่ยช่างเป็นคนพิถีพิถันจริง ๆ ชอบอาบน้ำก่อนก็บอกมาเถอะ
อีกด้าน ควงเหวินฟู่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเช่า เขารู้สึกว่าวันนี้ตัวเองคงออกจากบ้านมาโดยไม่ได้ดูฤกษ์ยาม ถึงได้โชคร้ายขนาดนี้
แค่ถูกไล่ออกจากภัตตาคารจื๋อติ่งก็อับอายพอแล้ว
ไม่นึกเลยว่าพอออกจากจื๋อติ่ง มือถือของเขาจะหล่นจนหน้าจอแตก ทั้งยังไปขูดเข้ารถคันใหม่ของคนอื่นอีก
แจ้งความยืดเยื้อกันอยู่นาน สุดท้ายควงเหวินฟู่ก็ต้องยอมจ่ายเงิน ฐานะทางการเงินก็ไม่ได้ไม่ร่ำรวยเท่าไหร่อยู่แล้ว เลยยิ่งลำบากกว่าเก่า ขนาดค่ารถแท็กซี่ยังไม่มีจ่ายจนต้องเดินกลับบ้าน
ระหว่างทางยังโดนขี้นกกระจอกตกใส่หัวอีก วันนี้เขาดวงซวยสิ้นดี ทำไมถึงได้โชคร้ายขนาดนี้นะ…
ควงเหวินฟู่ที่ยากลำบากกว่าจะกลับถึงบ้านทรุดตัวลงนอนบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า
ทันใดโทรศัพท์ก็เริ่มสั่นไม่หยุด ข้อความขอคืนค่าสมาชิกไหลทะลักเข้ามาเป็นแถว รวมทั้งหมดเป็นเงินหลายล้านทีเดียว
ตอนนี้ไม่มีพี่สาวคนรวยอย่างเซวียนเซวียนหนุนหลัง เขาก็ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว จะเอาเงินที่ไหนไปคืน!
ควงเหวินฟู่มองหนทางอันราบรื่นของตัวเองที่กำลังพังทลายลงอย่างสิ้นหวัง
และฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับเขา ก็คือเฝ่ยไป๋ลู่!
ควงเหวินฟู่กัดฟัน กดโทรศัพท์หาเบอร์ที่ไม่มีชื่อ “นี่ เรื่องที่คุณเคยบอกผมเมื่อก่อน ยังใช้ได้อยู่ไหม?”