เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 157 จิตสำนึกมี แต่ไม่มาก
บทที่ 157 จิตสำนึกมี แต่ไม่มาก Content Warning : มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกระทำผิดศีลธรรม เพื่อมุ่งทำลายชื่อเสียงผู้อื่น
เสียงจากปลายสายโทรศัพท์ตอบกลับมา “แน่นอน ผมรู้ว่าคุณเป็นแฟนเก่าของเฝ่ยไป๋ลู่สมัยมหาวิทยาลัย คุณจะใช้วิธีไหนก็ได้ แค่ต้องโค่นเฝ่ยไป๋ลู่ลงมาและทำให้เธอไลฟ์สดไม่ได้อีก ผมให้สามล้าน”
ความรู้สึกผิดฉายชัดในแววตาของควงเหวินฟู่
ความจริงแล้ว เขาไม่ใช่แฟนเก่าของเฝ่ยไป๋ลู่
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เฝ่ยไป๋ลู่หน้าตาสวย และหลาย ๆ คนก็ชอบเธอ เขาก็เป็นเพียงหนึ่งคนในนั้น แต่เขาไม่ได้แสดงความรักออกไป เพราะฐานะครอบครัวของเฝ่ยไป๋ลู่ในตอนนั้นไม่ดี
เฝ่ยไป๋ลู่ยุ่งอยู่กับการทำงานพาร์ตไทม์และไลฟ์สดทุกวัน เธอไม่เคยสนใจเรื่องของคนอื่น และเป็นคนที่เข้าถึงยาก
เธอยิ้มให้เขาเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น…
เป็นเธอเองที่ชอบเขา
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เขาหายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มเคยเล่าให้คนรอบข้างฟังจนใคร ๆ ต่างก็อิจฉา
แต่หลังจากทำใจให้สงบ เขาก็ไม่ตอบรับความรักของเฝ่ยไป๋ลู่ กลับเลือกจากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศกับแฟนสาวในตอนนั้น
ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เขาบอกเพื่อน ๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า อย่ารบกวนเฝ่ยไป๋ลู่ อย่าทำให้เฝ่ยไป๋ลู่เสียใจ
แต่ไม่คิดเลยว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาเพียงนี้ ถึงกับไม่ยอมปล่อยเขาไปหลังจากผ่านมาหลายปี!
ยิ่งเฝ่ยไป๋ลู่ทำตัวเย็นชาเท่าไหร่ ก็หมายความว่าเธอยิ่งใส่ใจเขามากขึ้นเท่านั้น
ควงเหวินฟู่นึกถึงความรู้สึกที่เฝ่ยไป๋ลู่มีต่อเขา หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งความรู้สึกนั้นก็เอาชนะความเกลียดชังได้ในที่สุด
เขาลอบกลืนน้ำลาย และถามอย่างลังเลว่า “ทำไมคุณถึงมุ่งเป้าไปที่เฝ่ยไป๋ลู่?”
คนคนนี้ติดต่อเขามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่าต้องการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางธุรกิจ
แน่นอน เงินลงทุนจำนวนนี้สามารถแก้ปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเขาได้
แต่เขาเคยทำร้ายเฝ่ยไป๋ลู่มาแล้วครั้งหนึ่ง เขาจะทำร้ายเธอเป็นครั้งที่สองเหรอ?
“ถ้ายังอยากได้เงิน อย่าถามคำถามที่ไม่ควรถาม!” น้ำเสียงของชายคนนั้นเริ่มเย็นชาขึ้น
“ผมจะส่งข้อมูลให้คุณทีหลัง แล้วคุณก็ทำตามนั้นเป็นพอ” พูดจบ อีกฝ่ายก็วางสายไป
หลังจากนั้น ข้อมูลก็ถูกส่งมาทันที
ควงเหวินฟู่รีบคลิกเข้าไปอ่าน ข้างในไฟล์มีเอกสารฟ้องร้องไป๋ลู่จำนวนสามสิบสี่หน้า ในข้อหาสร้างความวุ่นวายสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ทั้งทำการทุจริต การค้าประเวณี เป็นเด็กเลี้ยงต้อยบนแพลตฟอร์มหนึ่ง ทารุณกรรมแมว และการเลือกปฏิบัติต่อคนงานด้านสุขาภิบาล โดยมีรูปภาพและข้อความประกอบอย่างละเอียด ประหนึ่งผู้เขียนได้เห็นกับตา
ควงเหวินฟู่รู้ว่าเนื้อหาข้างในไม่ใช่ความจริง เฝ่ยไป๋ลู่ทำงานตัวเป็นเกลียว เธอจะเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?
แต่ชาวเน็ตไม่รู้!
เมื่อเขาเผยแพร่เอกสารนี้ในฐานะ ‘แฟนเก่า’ ของเฝ่ยไป๋ลู่ พร้อมรูปภาพโจ่งครึ่ม ไม่ว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะอธิบายยังไง ข้อแก้ตัวย่อมฟังไม่ขึ้น
แต่ยังไงเขาก็ยังคงมีมโนธรรมอยู่บ้าง เขาลังเลว่าจะทำหรือไม่ดี
[ห้าล้าน]
ดวงตาของควงเหวินฟู่ลุกวาว เขาพิมพ์ข้อความอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ [ตกลง!]
ยิ่งทำแบบนี้คุณธรรมในใจคนแซ่ควงก็ยิ่งดิ่งลงเหว
แต่เมื่อเทียบกับหลักจริยธรรมแล้ว เรื่องเงินก็ต้องมาก่อนไม่ใช่เหรอ!
ถึงจะมีจิตสำนึก แต่ก็ไม่มากนัก
เมื่ออ่านคำตอบของควงเหวินฟู่ เฝ่ยชิงรั่วก็ส่งเสียง ‘เฮอะ’ อย่างพึงใจ ซึ่งก็ค่อนข้างสมเหตุผลอยู่ ก่อนหน้านี้เธอถึงกับสืบค้นข้อมูลสมัยมหาวิทยาลัยของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างยากลำบาก เพื่อร่างเอกสารฟ้องร้องหนาสามสิบหน้านี้ขึ้นมา
หลังจากวางแผนมานานกว่าครึ่งเดือน ควงเหวินฟู่จะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวัง คิ้วเรียวสวยของเฝ่ยชิงรั่วแฝงไว้ด้วยความชั่วร้าย ทำลายภาพลักษณ์ทรงเสน่ห์ของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง
เธอกดลบข้อความระหว่างเธอกับควงเหวินฟู่ และวิ่งลงไปชั้นล่าง พุ่งไปควงแขนเฝ่ยมา
“คุณพ่อ หนูขอเงินห้าล้านได้ไหมคะ?”
“พี่ชิงรั่ว พี่จะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลยนะครับ”
เฝ่ยเฉิงปอกเปลือกผลไม้ แล้วหยิบมันเข้าปากโดยไม่ละสายตาจากโทรศัพท์
‘เพื่อล้มพี่สาวของนายยังไงละ’ เฝ่ยชิงรั่วก้มศีรษะลง กดความอาฆาตในดวงตาเอาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
“ฉันไม่เคยขอเงินจากครอบครัวเลยนะ นี่เป็นครั้งแรก เพราะฉันเป็นลูกสาวบุญธรรม เลยไม่สมควรใช้เงินของครอบครัวเฝ่ยใช่ไหม?”
เฝ่ยเฉิงผุดยืนขึ้น รีบอธิบาย “พี่ชิงรั่ว อย่าคิดมากเลยนะครับ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!”
‘พี่ชิงรั่ว…’ ทันทีที่เธอได้ยิน หัวใจของเฝ่ยชิงรั่วก็ยิ่งโกรธขึ้นไปอีก ไหนหมอนี่บอกว่าเธอเป็นพี่สาวคนเดียวไง แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?
ทั้งดูการถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ ส่งของขวัญ ทั้งยังอัปเกรดเป็นแฟนคลับของยัยนั่นอีก
แถมตอนนี้ก็เรียกเธอว่า ‘พี่ชิงรั่ว’ เพื่อแยกจากเฝ่ยไป๋ลู่
เฟยชิงรั่วกัดฟันด้วยความไม่พอใจ เธอขยี้ตาและไม่พูดอะไรอีก
เมื่อเฝ่ยมาเห็นว่าลูกสาวที่รักถูกทำให้เสียใจ เขาก็ด่าเฝ่ยเฉิงอย่างแรง “โตป่านนี้แล้วยังพูดไม่เป็นอีกหรือไง? แกน่ะมีประโยชน์อะไรบ้าง อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก วัน ๆ เอาแต่ไปข้างนอกกับเพื่อนแล้วก็สร้างแต่ปัญหา พอกลับมาบ้านก็ยังมาทำให้คนอื่นไม่สบายใจ ขอโทษพี่สาวแกเดี๋ยวนี้!”
ความกังวลบนใบหน้าของเฝ่ยเฉิงค่อย ๆ หายไป แทนที่ด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง
“ทำไมผมต้องขอโทษด้วย? ผมแค่ถามเฉย ๆ ว่าทำไมถึงขอมากขนาดนั้น นี่ผมเป็นลูกแท้ ๆ หรือพี่ชิงรั่วเป็นลูกแท้ ๆ กันแน่!”
ท่าทางของเฝ่ยมาและเฝ่ยชิงรั่วดูสะเทือนใจมาก
ทว่าเฝ่ยเฉิงกลับไม่ได้สังเกต และเอ่ยเยาะเย้ยว่า “ตอนจัดงานเลี้ยงต้อนรับครอบครัว พ่อก็ตบผมเพราะเฝ่ยไป๋ลู่ ตอนนี้ก็มาด่าทอผมเพราะเรื่องพี่สาวชิงรั่ว ผมล่ะอยากถามจริง ๆ ว่าถ้าเกลียดมากขนาดนั้น จะให้ผมเกิดมาทำไม?!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้ววิ่งออกจากบ้านไป
เฝ่ยมาจะเอื้อมมือไปรั้งไว้ แต่ก็ไม่อยากเสียหน้า จึงทำได้เพียงปล่อยเฝ่ยเฉิงไป สีหน้าของผู้เป็นพ่อบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้
“คุณพ่อ อย่าโมโหไปเลยนะคะ เสี่ยวเฉิงมีปัญหามาได้สักพักแล้ว เขาไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปด้วย ไม่กี่วันเขาก็คงกลับมา” เฝ่ยชิงรั่วลอบกลอกตา พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หรือเขาจะเกลียดครอบครัวเราเหมือนเฝ่ยไป๋ลู่?”
“ฉันคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นดาวหายนะ เธอนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ!” เฝ่ยชิงรั่วดูจะเจอเป้าหมายในการตำหนิแล้ว เพราะตอนนี้เธอไม่อาจระบายโทสะด้วยวิธีอื่น
จากนั้นหญิงสาวก็แสร้งเปลี่ยนเรื่อง “คุณพ่อคะ ฉันอยากซื้อของขวัญให้แม่ แต่ฉันยังขาดอีกห้าล้าน”
เฝ่ยมากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ชิงรั่ว ซื้อของขวัญราคาถูกไม่ได้เหรอ? งานของพี่ชายลูกตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เขาถูกลดตำแหน่ง จึงต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อดูแลสิ่งต่าง ๆ ในครอบครัว เรายังจ่ายเงินไม่ได้มากขนาดนั้นในตอนนี้”
เฝ่ยชิงรั่วยังคงไม่ยินยอม “ไม่ได้นะคะ พ่อไม่อยากเซอร์ไพรส์แม่เหรอ?”
เมื่อนึกถึงหญิงสาวผู้อ่อนโยนที่คอยเฝ้าบ้านหลังเล็ก ๆ ที่อบอุ่น ดวงตาของเฝ่ยมาก็เผยแววชื่นชมทันที ไม่นานเขาก็พยักหน้า และพูดว่า “พ่อจะตรวจสอบบัตรให้ ส่วนงานของพี่ชาย… ช่างก่อน ให้เขาแก้ไขเองแล้วกัน”
คำตอบนี้ทำให้เฝ่ยชิงรั่วพึงพอใจไม่น้อย
ช่วงนี้เฝ่ยอวี้กลายเป็นที่เพ่งเล็งของของหลิ่วหลีหมิง ทำให้การงานไม่ค่อยราบรื่นนัก
เพียงแต่การไร้สภาพคล่องทางการเงิน หรือในอนาคตจะลำบากเพียงใด นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เฝ่ยชิงรั่วต้องคิด
ทว่าทันใดนั้น เสียง ‘ครืน’ ก็ดังขึ้น ฟ้าร้องคำราม เมฆดำทะมึนลอยปกคลุมทั่วเมืองเจียง และฝนก็ตกหนักตามมา
เฝ่ยชิงรั่วสะดุ้งโหยง หัวใจพลันเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก เธออยากจะแทรกตัวลงในดินเพื่อความปลอดภัยของตน
เธอจับมือเฝ่ยมา แล้วพูดว่า “แม่กลัวฟ้าร้อง เรารีบไปบ้านแม่กันเถอะค่ะ”
ณ บ้านพักตากอากาศระดับกลางแห่งหนึ่ง
เฝ่ยไป๋ลู่เผาไข่หนอนกู่พิษจนเกลี้ยง ครั้นได้ยินเสียงฟ้าร้อง เธอก็ลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียง มองสายฝนที่ตกลงมาข้างนอกแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
วันนี้มีบางอย่างผิดปกติ
เวินสือเหนียนอาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดลำลองแล้ว เขาเลื่อนรถเข็นมาข้างกายไป๋ลู่
“ฝนตกหนักขนาดนี้ บนถนนคงจะขับขี่ไม่ปลอดภัย ทำไมไม่อยู่ต่อล่ะครับ”
……………………………………………………………………………………………………………………………….