เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 16 หยดเลือดหัวใจ
บทที่ 16 หยดเลือดหัวใจ
“คู่หมั้นคนใหม่ของนายท่าทางจะเจ้าอารมณ์ไม่ใช่น้อยนะ ใช้ไม่ได้เลย กล้ารังแกชิงรั่วต่อหน้าคนมากมายแบบนี้น่ะ” บนชั้นสอง โจวฮ่าวกับเพื่อนสนิทของเขาโอวหยางจุนกำลังมองลงไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ตัวเองหลงรักกำลังถูกรังแก โจวฮ่าวก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก จึงคว้าคนข้างกายลงไปข้างล่าง “ไป เราไปช่วยชิงรั่วกอบกู้สถานการณ์กัน!”
“เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ใช่คู่หมั้นของฉัน!” เขารังเกียจที่คนอื่น ๆ ยัดเยียดเฝ่ยไป๋ลู่ให้กับเขา คนที่เขาจะแต่งงานด้วยมีเพียงเฝ่ยชิงรั่วเท่านั้น
“จุ๊ ๆ” จู่ ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ก็รู้สึกปวดฟันเมื่อเห็นท่าทางของเฝ่ยชิงรั่ว
“ดูทำท่าทางเข้า ตัวเองถือไม่ดีเองแท้ ๆ จงใจทำทีให้คนอื่นเขาเข้าใจฉันผิดเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่บีบคางของเฝ่ยชิงรั่ว บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น
ช่วยด้วย! ปกติคนที่เคยเจอใช้แต่คำพูดเพื่อทำร้ายกัน ไม่เคยมีใครที่ไหนเขาลงไม้ลงมือใส่กัน แล้วทำไมนังบ้าเฝ่ยไป๋ลู่นี่ถึงไม่เล่นตามเกมของฉันล่ะ?
นังผู้หญิงคนนี้กินอะไรมาถึงได้แรงเยอะนัก คางฉันโดนบีบจนเขียวไปหมดแล้วเนี่ย!
เฝ่ยชิงรั่วเจ็บคางจนอยากจะร้องขอชีวิต น้ำตาเกือบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ และเธอก็พูดราวกับยอมรับผิดไว้เอง “ไม่มีอะไร เป็นฉันที่ทำหล่นเอง”
“เฮ้ ปล่อยมือ มีใครที่ไหนเขาทำตัวอันธพาลเหมือนเธอกันบ้างฮะ?!” ตอนนั้นเอง โจวฮ่าวก็เข้ามาขัดจังหวะ เขาความโมโหจนอยากจะลงไม้ลงมือกับเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่สูดลมหายใจเย็นเข้าปอด ก่อนจะโยนเฝ่ยชิงรั่วไปหาโจวฮ่าว
โจวฮ่าวรีบพยุงเฝ่ยชิงรั่วไว้ ยามเห็นคางของเธอแดงช้ำ ก็อดปวดใจไม่ได้ ทั้งยังอยากจะปลอบโยนเธอ
แขกเหรื่อในห้องโถงพลันถูกดึงดูดจากการเคลื่อนไหวของทางด้านนี้
เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนที่อ่อนแอกว่า ดังนั้นสายตาที่คนอื่น ๆ มองเฝ่ยไป๋ลู่จึงไม่ค่อยดีนัก
เฝ่ยไป๋ลู่เชิดคางมองทุกคนในห้องโถง ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แล้วหยุดที่เบื้องหน้าของโอวหยางจุน “จุดอิ่นถาง*[1]ของนายดำคล้ำ หมายถึงการทรยศและหักหลัง ยินดีกับนายด้วยนะ ที่ได้สวมหมวกเขียว*[2]”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไป
ทันใดนั้น กระแสเสียงครหาของทุกคนก็เบนจากเฝ่ยไป๋ลู่ผู้กลั่นแกล้งลูกชู้ มาทางโจวฮ่าวกับเฝ่ยชิงรั่วที่กำลังยืนกอดกัน
บรรดาทุกคน ณ ที่นี้ล้วนทราบกันดีอยู่แล้วว่าเฝ่ยชิงรั่วกับโอวหยางจุนมีสัญญาหมั้นหมายกัน
ถึงลูกสาวที่แท้จริงจะกลับมาแล้ว การหมั้นก็ยังไม่ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่ว่าในเวลานี้เฝ่ยชิงรั่วกับโจวฮ่าวกลับใกล้ชิดกันมากเกินไปสักหน่อย
[ข่าวด่วน!!!]
[ฮ่า ๆ! พล็อตนิยายสุดโปรดของฉัน! การเบี่ยงประเด็นไปที่คู่กรณีและหลบหนีไปอย่างแนบเนียน ช่างน่าสนใจจริง ๆ!]
[ฉันก็ว่าผู้ชายคนนี้แปลกมาก เขาทำหน้าตาประหนึ่งว่าแฟนตัวเองถูกรังแก ที่แท้พวกเขาก็เป็นชู้รักกันนี่เอง!]
ใบหน้าของโอวหยางจุนซีดเซียว มือกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว พลางมองโจวฮ่าวด้วยท่าทางซับซ้อนซึ่งแฝงไว้ด้วยความอาฆาต
ถึงว่าทำไมโจวฮ่าวสนใจเฝ่ยชิงรั่วขนาดนี้ ที่แท้หมอนั่นก็…
“โอวหยาง ฉันเปล่านะ! ฉันก็แค่ร้อนใจไปหน่อยเอง!” โจวฮ่าวเกือบจะตาถลนออกมาแล้ว เขารีบปล่อยมือออกจากเฝ่ยชิงรั่วด้วยความตกใจ
เฝ่ยชิงรั่วไม่ทันระวังจึงล้มลงกับพื้น ทั้งความตื่นตระหนก ความอับอาย และความอัปยศอดสูเข้าครอบงำจิตใจของเธอทันที
แต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่เคยได้รับความอับอายขนาดนี้มาก่อน
ที่แท้เฝ่ยไป๋ลู่กับเธอก็ถูกกำหนดให้ต้องขัดแย้งกัน! ทั้งหมดที่เกิดขึ้น …ล้วนเป็นเพราะเฝ่ยไป๋ลู่ทั้งนั้น!
เฝ่ยชิงรั่วปิดหน้าแล้ววิ่งจากไป ทิ้งชายสองคนที่กำลังทะเลาะต่อยตีกันไว้เบื้องหลัง
จู่ ๆ ภายในห้องโถงก็มีเสียงดังกึกก้อง
เมื่อออกจากห้องโถงมา ไม่ว่าแฟน ๆ จะสนใจหรือไม่ก็ตาม เฝ่ยไป๋ลู่ก็ได้ปิดการถ่ายทอดสดไป
วันนี้เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับเฝ่ยชิงรั่ว ดวงตาสีดำขลับของเฝ่ยไป๋ลู่ส่องประกายเยือกเย็น
ความวุ่นวายน่ะ ถ้าจะทำก็ต้องทำให้สุดสิ ถ้าทำแบบนั้น ครอบครัวเฝ่ยทุกคนก็จะเข้ามาเอี่ยวในเหตุการณ์ด้วย และเธอก็จะหลบหนีได้สบายปรื๋อ
เมื่อล็อกประตูดีแล้ว เธอก็เปิดหน้าต่างออก แล้วกระโดดลงจากชั้นสาม
เสียงลมโกรกก้องอยู่ในหู
เฝ่ยไป๋ลู่แตะเท้าข้างหนึ่งบนผนัง ก่อนพลังที่มองไม่เห็นจะแผ่ออกมาจากฝ่าเท้า พลันเธอก็ใช้แรงส่งตัวเองลอยข้ามกำแพงไป หลังจากกระโดดข้ามไปมาอยู่หลายห้อง ในที่สุดเธอก็มาถึงห้องขนาดเล็กห้องหนึ่ง
ห้องนี้ตั้งอยู่ใจกลางบ้านตระกูลเฝ่ย แลัภายในห้องก็มีพลังงานสีดำขุ่นมัวลอยอ้อยอิ่งอยู่
เธอรู้สึกได้ถึงหยดเลือดหัวใจของตัวเองที่หายไป …ว่าอยู่ที่นี่!
……
“พ่อไล่เฝ่ยไป๋ลู่คนนั้นออกไปเถอะครับ!” เฝ่ยเฉิงโกรธมากจนตาแดงก่ำ “ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของพ่อที่เราต้องรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมา ทั้ง ๆ ที่ยัยนั่นไม่ได้มีเจตนาดีเลย แถมยังมารังแกพี่ชิงรั่วต่อหน้าสาธารณะอีก! ถ้าผมไปไม่ทัน ตอนนี้พี่ชิงรั่วก็คงฆ่าตัวตายไปแล้ว!”
เฝ่ยมาเพิ่งจะจัดการเรื่องวุ่นวายในงานเลี้ยงเสร็จ หัวก็ยังปวดตุบอยู่เลย
แล้วตอนนี้ยังต้องมาโดนลูกชายทำตัวไร้มารยาท ตะโกนตะคอกใส่อีก ความอัดอั้นในใจพลันปะทุออกมา ทำให้เฝ่ยมาเหวี่ยงมือตบหน้าลูกชายอย่างไม่รู้ตัว
เพียะ
เฝ่ยเฉิงปิดแก้มที่รู้สึกแสบร้อน ขณะจ้องมองเฝ่ยมาด้วยความตกตะลึง “พ่อตีผมเหรอ พ่อกล้าตีผมเพราะเฝ่ยไป๋ลู่งั้นเรอะ ได้! รับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาได้เลย แล้วหลังจากนี้คุณก็ไม่ใช่พ่อของผมอีก ไปละ!”
ความนับถือในตนเองของเด็กหนุ่มถูกกระทบอย่างรุนแรง เขาร้องไห้พลางหนีออกจากบ้านไปทั้งอย่างนั้น
คุณแม่เฝ่ยอยากจะรั้งไว้ก็รั้งไม่อยู่ จึงอดไม่ไหวที่จะหันไปบ่นใส่เฝ่ยมา “ไม่ไปสั่งสอนเฝ่ยไป๋ลู่ล่ะ คุณจะมาตีเสี่ยวเฉิงทำไมกัน!”
เฝ่ยมาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันโกรธมากจนควบคุมตัวเองไม่ได้น่ะ”
ในตอนนั้นสมองของเขาว่างเปล่า เขาแค่อยากระบายความโกรธที่อยู่ในใจออกมาก็เท่านั้น
คุณแม่เฝ่ยรู้สึกร้อนรนจนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ “เฝ่ยไป๋ลู่ก็เหมือนกัน เธอไม่เข้าใจอะไรเลย! เธอจงใจทำให้ชิงรั่วอับอาย แถมยังบังคับให้ชิงรั่วฆ่าตัวตาย เราควรทำยังไงต่อไปดี”
ยังจะทำอะไรได้อีก เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็ต้องทำตามแผนที่วางไว้ เฝ่ยมากำลังจะพูด ก็พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เมื่อกดรับ เสียงโกรธเกรี้ยวของอาจารย์หลินพลันก็ดังก้องมาจากปลายสาย “ทำไมรูปแบบตำแหน่งของครอบครัวถึงผิดเพี้ยนแบบนี้! รู้ไหมว่าต่อให้คุณพาเฝ่ยไป๋ลู่กลับมามันก็ไร้ประโยชน์แล้ว!”
“อะไรนะ” เฝ่ยมาหน้าถอดสี เขาทำโทรศัพท์หลุดมือโดยไม่ตั้งใจ
หลังจากได้ยิน คุณแม่เฝ่ยก็พึมพำกับตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยความกลัวและความรังเกียจ
“ล้างผลาญญาติหกชั่วโคตร*[3]… ดาวหายนะ…”
“สุดท้ายแล้ว ยังไงเฝ่ยไป๋ลู่ก็เป็นดาวหายนะของตระกูลเฝ่ยสินะ!”
“ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเฝ่ยไป๋ลู่”
อีกด้านหนึ่ง…
ทันทีที่วางสาย อาจารย์หลินก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก หูและจมูกมีเลือดไหล ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเทาซีด
เลือดสีแดงคล้ำหยดลงบนเสื้อคลุมสีเทาลายน้ำเงิน จนกระทั่งกลายเป็นสีดำซึ่งสื่อถึงลางร้าย
เขาตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด ขดตัวอยู่กับพื้น หยิบขวดยาออกจากแขนเสื้อ ก่อนจะกรอกยาเข้าปากด้วยความยากลำบาก
“ไสยเวทย้อนกลับ…”
“ฉันวางแผนอย่างยากลำบากมายี่สิบปี แต่ความพยายามทั้งหมดกลับล้มเหลวงั้นเหรอ…”
“มันคือใคร ใครทำลายค่ายกลของฉัน!”
……
เฝ่ยไป๋ลู่ถืองูตัวเล็ก ๆ กลับมาในห้องโถง จากนั้นเดินตัดห้องโถงมาที่ห้องรับแขก
คนรอบข้างดูจะมองไม่เห็นเธอ
แน่นอน หากมีใครมองผ่านยันต์ซ่อนตัวของเธอได้ด้วยตาเปล่า เฝ่ยไป๋ลู่ก็คิดว่าตัวเองคงต้องกลับไปฝึก ‘อำพรางในพงไพร’ ใหม่อีกรอบ
“ยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
เฝ่ยไป๋ลู่วางงูลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วขาวเรียวจิ้มท้องของมันเบา ๆ
งูตัวนี้มีความยาวราวสามสิบเซนติเมตร สีเข้ม ตัวเล็กแถมยังผอมบาง
ร่างของมันเหยียดตรง นอนแผ่อยู่บนโต๊ะ แกล้งทำเป็นตาย ไม่กระดุกกระดิก
ดวงตาของเฟยไป๋ลู่เป็นประกายดุร้าย “ตายซะก็ดี จะได้เอาไปทำเป็นซุปงู”
ทันทีที่พูดจบ หางของงูน้อยก็กระตุกเบา ๆ
มันผงกหัวไปทางเฝ่ยไป๋ลู่สองสามครั้ง ราวกับกำลังก้มหัวอยู่ ก่อนจะแลบลิ้นพลางส่งเสียงดัง “ฟ่อ…”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน “คายของของฉันที่อยู่ในท้องแกออกมา”
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้…
ไม่รู้ว่าเฝ่ยมาไปหานักพรตเต๋าที่ไหนมาสร้างยันต์เสริมโชคลาภ ห้องนี้จึงกลายสถานที่สำหรับบ่มเพาะตน
ภายในห้องมืดมีกลิ่นควันธูปรุนแรงมาก คลุ้งไปทั่ว ด้านหลังเป็นรูปปั้นทองคำที่มีใบหน้าเลืองราง ซึ่งชวนให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจและสัมผัสถึงความใจดีบนใบหน้านั่น แต่เบื้องหลังความกรุณาอันว่างเปล่า กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด
หยดเลือดหัวใจของเธอถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้สีดำ ซึ่งมีอักขระแปลก ๆ สลักอยู่รอบกล่องอย่างหนาแน่น โดยอักขระนั่นจะคอยกลืนกินพลังและวาสนาที่อยู่ในเลือด
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้กำลังเปิดกล่องดำออกอย่างแรง
ขนาดของเลือดที่เดิมมีขนาดใหญ่เท่ากับเมล็ดถั่ว มาตอนนี้กลับถูกลดขนาดลงเหลือเพียงเท่ารูเข็ม
ขณะที่เธอกำลังจะเอามันออกมา จู่ ๆ เงาดำก็ปรากฏขึ้นเหนือรูปปั้นทองคำ มันอ้าปากกลืนหยดเลือดหัวใจเธอเข้าไป
เงาดำนั้นคือเจ้างูน้อย เฝ่ยไป๋ลู่จึงจับงูตัวนั้นมา แล้วเอามันออกมาพร้อมกัน
งูน้อยเอียงคอกะพริบตาด้วยความสับสน
“ในเมื่อยกระดับสติปัญญาได้แล้ว ยังจะทำเป็นไขสืออีก” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มเยาะ จับหางของมันแล้วเหวี่ยงร่างเล็กไปมา
“ไม่คายออกมาใช่ไหม ฉันมีวิธีมากมายที่จะทำให้แกอ้วกออกมา ถ้ายังไม่คายออกมา ฉันจะถลกหนัง ผ่าท้อง แล้วคว้านหยดเลือดออกมาเอง…”
ดวงตาสีเข้มของงูน้อยเอ่อคลอระริกไหวด้วยความกลัว
“ฟ่อ…”
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ ก่อนถามอย่างสงสัย “แกคายออกมาไม่ได้เหรอ? ทำไม?”
งูน้อยพันหางรอบมือเธอ ยืดตัวขึ้น อ้าปากให้กว้าง เพื่อให้เฝ่ยไป๋ลู่ตรวจสอบ
งูตัวนี้ ทั้งมีปากที่กว้างและมีเขี้ยวแหลมคม ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับกล้าล้วงเข้าไปในปากของงูอย่างไร้ความปรานี โดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย
ดวงตาดุจบ่อน้ำน้อยของงูน้อยสั่นระริก ‘นี่มันจะกลั่นแกล้งงูเกินไปแล้วนะ ฟ่อ ๆ…’
“เฝ่ยไป๋ลู่ เธอพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วใช่ไหม” เฝ่ยอวี้โกรธจัดจึงบุกเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตู ทว่าเมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่กำลังเล่นกับงู ความรังเกียจในดวงตาของเขาก็ฉายชัดขึ้น “งูมาจากไหน โยนมันออกไปเร็วเข้า!”
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดมือที่กำลังล้วงคองูตัวน้อยอย่างใจเย็น และหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือข้างนั้นให้แห้ง “นายมีเรื่องอะไร?”
เฝ่ยอวี้เกลียดท่าทางเย่อหยิ่งของเธอเป็นที่สุด “คุณพ่อเรียกเธอให้ลงไป ท่านมีเรื่องจะพูดด้วย!”
“ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องทำ ดังนั้นจะปล่อยแกไปก่อน” เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองงูที่พันอยู่รอบข้อมือและมันก็กำลังแกล้งตาย จากนั้นเธอก็เดินตามเฝ่ยอวี้ลงไปชั้นล่าง
[1] จุดอิ่นถาง คือ จุดที่อยู่บริเวณหว่างคิ้วทั้งสอง ในการดูโหง้วเฮ้งจะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยใจคอ
[2] การสวมหมวกเขียว หมายถึง มีชู้
[3] การล้างผลาญญาติหกชั่วโคตร เป็นการทำนายว่าเด็กเป็นตัวซวยทำลายญาติพี่น้องหกคนตั้งแต่พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา ไปจนถึงลูกและคนใกล้ตัว รวมทั้งสิ้นหกชีวิต