เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 162 เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง ลมโชยพัดขุนเขา
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 162 เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง ลมโชยพัดขุนเขา
โทรศัพท์สายนี้ได้ควบรวมเอาเงินห้าล้านหยวน และอนาคตที่สดใสเป็นเดิมพัน ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นลางบอกถึงความกังวล และความกลัวที่ซ่อนอยู่ ว่าสิ่งต่าง ๆ จะถูกเปิดเผย
เช่นเดียวกับค้อนหนักอึ้งซึ่งฟาดลงมาที่เขา ควงเหวินฟู่พยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากการสะกดจิตของเฝ่ยไป๋ลู่ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
[ห้าล้าน? คุณเอาเงินจากคนอื่นมาเพื่อใส่ร้ายไป๋ลู่เหรอ? นี่คุณใช้ชาวเน็ตเป็นเครื่องมือเรอะ?]
[กล้ามากที่มาขุดหลุมฝังตัวเอง คนคนนั้นจะต้องโดนด้วย ข้อหาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด]
หลังจากอ่านคอมเมนต์โจมตี และตระหนักได้ถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไป ควงเหวินฟู่ก็รู้สึกปั่นป่วนในใจ
จบเห่ ทำไมเขาถึงพูดออกไปทุกอย่างเลยล่ะ!
‘เฝ่ยไป๋ลู่นี่เหลือร้ายจริง ๆ!’ สมองของเขาในตอนนี้สับสนไปหมด แต่ก็ไม่อาจหยุดตัวเองให้กล่าวความจริงได้
ควงเหวินฟู่พลันหน้าซีด และรีบกดวางสายไลฟ์สด ทว่าโทรศัพท์กลับไม่ตอบสนองต่อสัมผัส ทั้งยังรับสายไม่ได้ด้วย!
เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก ชายหนุ่มใช้สมองคิดหาวิธีที่จะรักษาความลับไว้ด้วยท่าทางกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด
“คุณไม่มีอะไรจะพูดแล้ว งั้นก็ตาฉันบ้าง” ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง
“คุณคิดว่าฉันหลงรักคุณ แต่ฉันเพิ่งเห็นคุณที่ภัตตาคารจื๋อติ่งเมื่อวานเป็นครั้งแรก ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่าคุณเอาความมั่นหน้ามาจากไหนเพื่อขอเงินฉัน แต่ฉันคิดว่าคุณคงอธิบายไม่ได้และอาจปฏิเสธอยู่ดี”
จากนั้นหญิงสาวก็เผยหลักฐานที่เวินสือเหนียนเตรียมไว้ให้ เป็นกล้องวงจรปิดภายในภัตตาคารจื๋อติ่งเมื่อวาน
ชาวเน็ตมองเห็นใบหน้าของควงเหวินฟู่ได้อย่างชัดเจน และสีหน้าแปลก ๆ ของเฝ่ยไป๋ลู่ที่ดูจะจำเขาไม่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เหน็บแนมเรียกควงเหวินฟู่ว่าเป็นขอทาน พวกเขาก็หัวเราะออกมาดัง ๆ ทำได้ดีมาก!
[หมามักลอบกัดคนดีตลอดนั่นละ!]
[การขอหลักฐานกล้องวงจรปิดจากภัตตาคารจื๋อติ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ผู้ชายคนนี้จบเห่แน่ มาดูกัน!]
ควงเหวินฟู่มองดวงตาที่เย็นชาของเฝ่ยไป๋ลู่ และในที่สุดก็เข้าใจได้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยมีความประทับใจในตัวเขาเลย และทุกอย่างล้วนเป็นเพียงจินตนาการของเขา!
ในเมื่อเธอไม่ชอบเขา ทำไมเธอถึงยิ้มให้เขา?
เธอไม่ได้ต้องการเขาหรือไง?
“ฟิตเนสของคุณกำลังประสบภาวะล้มละลาย และการเรียกร้องจากลูกค้า คุณเลยต้องแบกรับภาระหนี้หลายล้านหยวน”
“คุณคิดว่าฉันชอบคุณ และคงจะเชื่อคำพูดของคุณ เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะขอเงินจากฉัน พอฉันไม่ให้ คุณก็เลยไม่พอใจ”
เฝ่ยไป๋ลู่สามารถเข้าใจความคิดของควงเหวินฟู่ได้โดยไม่ต้องมอง “ในตอนนั้นเอง มีคนติดต่อคุณมา และคนคนนั้นก็มีเงินมาก คุณเลยตอบตกลง คนคนนั้นวางแผนต่อต้านฉัน และพยายามจะกำจัดฉัน และคุณก็เป็นเพียงปืนในกำมือพวกเขา”
เฝ่ยไป๋ลู่เหยียดยิ้มที่มุมปาก และเอ่ยอย่างเดียดฉันท์ “น่าเสียดาย คุณมันก็แค่ปืนของเล่น”
[ฮ่า ๆ ๆ ปืนของเล่น ฮ่า ๆ ๆ]
[ตอนแรกฉันโกรธแทน แต่ตอนนี้เริ่มขำแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่นี่ปากคอเราะรายจริง ๆ!]
[แต่ถ้าคุณไม่ได้ทำเรื่องนั้นจริง ๆ คนอื่น ๆ จะลือกันขนาดนี้เหรอ? ถึงผู้ชายคนนี้จะเอาเงินไป ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าคุณบริสุทธิ์!]
หากเธออยู่คนเดียว ก็อาจจะไม่สามารถลงโทษเขาได้
แต่คราวนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียว
เธอยังมีเวินสือเหนียน เวินสือเหนียนยังติดหนี้บุญคุณเธออีกมากมาย
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้วเล็กน้อย และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองกล้องอีกครั้ง ก็เอ่ยขึ้นเสียงขรึมว่า “ฉันไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าฉันมีชีวิตส่วนตัวยังไง ทำทารุณกรรมแมว กระทั่งเลือกปฏิบัติกับพนักงานทำความสะอาดหรือไม่ ฉันทำได้แค่ส่งคุณไปสถานีตำรวจ แล้วคุณจะรู้เอง”
วินาทีต่อมา จำนวนคนในห้องไลฟ์สดก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
[ให้ตายเถอะ มีพวกจะมาแฉกี่คนในห้องนี้เนี่ย?]
[อย่าเพิ่งรีบยกเลิกบัญชีสิ ส่งเสียงออกมาสักสองสามคำ ฉันจะได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม~]
ควงเหวินฟู่รู้สึกสับสน
“อินเทอร์เน็ตไม่ใช่สถานที่ซึ่งอยู่นอกกฎหมาย และชาวเน็ตไม่ใช่เครื่องมือสำหรับคุณ ผู้ที่บิดเบือนความคิดเห็นของประชาชนด้วยความประสงค์ร้าย จะถูกตอบโต้ด้วยความคิดเห็นของประชาชนในที่สุด”
“ควงเหวินฟู่ คุณก็เหมือนกัน ยังมีคนที่เป็นพยาน และเพื่อนร่วมชั้นของฉัน แม้ว่าคุณจะยกเลิกบัญชีตอนนี้ ฉันก็ตามหาคุณได้อยู่ดี”
หลังจากพูดจบ เฝ่ยไป๋ลู่ก็หยุดกล่าว ก่อนจะเน้นย้ำทีละคำช้า ๆ “ส่วนคนที่ทำหน้าที่วางแผนทุกอย่าง ก็รอไปก่อน”
สายตาของเธอดูจะมองทะลุผ่านจอออกไป
‘ปึง!’ เฝ่ยชิงรั่วตกใจมากจนทำโทรศัพท์หล่น
ความรู้สึกในยามนี้เหมือนตอนที่เธอได้ยินฟ้าร้องคำราม หัวใจของเธอเต้นแรง ราวกับว่ามีบางอย่างกำลังจะกระโดดออกจากร่างด้วยความหวาดกลัว
เธอลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดึงสร้อยคอออกมาอธิษฐานขอพร และความรู้สึกกลัวก็ค่อย ๆ หายไป
ทันใดนั้น รอยยิ้มประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวของเฝ่ยชิงรั่ว
เธอลืมตาขึ้นมา ลบประวัติการแชตกับควงเหวินฟู่อย่างใจเย็น พร้อมซิมโทรศัพท์ หักมันแล้วโยนลงถังขยะ พลางพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “จะไม่มีใครหาฉันเจอ ฉันปลอดภัยแล้ว”
“ไม่ ช่วยผมด้วย ผมแค่ฟังคุณ…” ควงเหวินฟู่นั่งไม่ติดที่อีกต่อไป ขณะพยายามติดต่อเฝ่ยชิงรั่ว แต่พบว่าไม่มีหมายเลขโทรศัพท์นี้ในระบบ นอกจากนั้นเขาก็ไม่มีเบอร์อื่นอีก
เงินห้าล้านหายไปแล้ว และเขาก็กลายเป็นแพะรับบาปของคนคนนั้น!
สีหน้าของควงเหวินฟู่ซีดเผือด และหม่นหมองลงราวกับว่าเขาคิดอะไรได้บางอย่าง จึงมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างกังวล และพูดว่า “ผมถูกหลอก คนที่อยากทำร้ายคุณจริง ๆ ไม่ใช่ผม ผมก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน ปล่อยผมไปเถอะ ผมจะช่วยคุณ… ”
เฝ่ยไป๋ลู่ปิดการเชื่อมต่อ ราวกับว่าให้ควงเหวินฟู่ตัดสินชะตากรรมของเขาเอาเอง
เหมียวจื่ออั๋งถอนหายใจด้วยความโล่งอก และคอมเมนต์อย่างตื่นเต้น
[ขอแสดงความยินดีกับไป๋ลู่ที่ปกป้องชื่อเสียงตัวเองได้สำเร็จ! ป่านนี้พวกนั้นคงหน้าดำคร่ำเครียดกันอยู่แน่ ๆ!]
ณ นิกายเก้าสวรรค์ สีหน้าตึงเครียดของกานว่างผ่อนคลายลง พร้อมรอยยิ้มที่จริงใจเผยบนใบหน้าของเขา เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง ลมโชยพัดขุนเขา*[1] ยินดีด้วยที่คุณพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้
สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่บนหน้าจอดูเย็นชา
รูปร่างผอมเพรียวที่นั่งหลังตรงเสมอ แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เธอก็ยังรักษาท่าทีที่สงบไว้ได้ เสมือนสายลมบนเนินเขาที่มองไม่เห็น แต่ทรงพลัง และไม่มีใครมาทำอะไรได้
“โลกออนไลน์ไม่ใช่สถานที่ปลอดกฎหมาย ความคิดเห็นของประชาชนถือเป็นที่สุด และกฎหมายต้องอยู่ในหลักในเกณฑ์ ฉันหวังว่าทุกคนจะระมัดระวังในสิ่งที่พูด และขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับสถานการณ์ภัยพิบัติในเมืองเจียงมากขึ้น”
ข่าวลือเกี่ยวกับเฝ่ยไป๋ลู่ได้รับการแชร์เป็นจำนวนมากทันที นอกเหนือจากชาวเน็ตที่รีโพสต์แล้ว ยังมีบัญชีอย่างเป็นทางการบางส่วนที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของเฝ่ยไป๋ลู่เช่นกัน
หลังจากปิดการไลฟ์สด เฝ่ยไป๋ลู่ก็ถอนหายใจ แต่ความคับข้องใจไม่ได้หายไป
คนเดียวที่มีความขัดแย้งกับเธอ และต้องการกำจัดเธอคือคนในตระกูลเฝ่ย
ตอนนี้เธอแค่ไม่รู้ว่าเป็นใครในตระกูลเฝ่ย…
‘ติ๊งต่อง!’ มีคนมาที่หน้าประตู
เฝ่ยไป๋ลู่เรียบเรียงความคิดของเธอ ก่อนเดินไปเปิดประตู และพบเจี่ยนต๋าเช่าตีหน้าขรึมอยู่ตรงนั้น “คุณเฝ่ย มีคนตามหาคุณอยู่ ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณให้ได้ครับ”
การเผยว่าไป๋ลู่อยู่กับคุณชายสามเวินย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี
และผู้มาเยือนดูจะมาจากวงการผู้ฝึกตน
เขาสงสัยว่าคนพวกนี้จะเป็นคนของตำรวจ
[1] เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง ลมโชยพัดขุนเขา มาจากวลี เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง ลมโชยพัดขุนเขา เขาร้ายปล่อยเขาร้าย จันทร์กระจ่างกลางน้ำ จากคัมภีร์เก้าเอี๊ยง ประพันธ์โดยกิมย้ง หมายความว่าการแพ้ภัยตนเอง