เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 170 จริงสิ เขาเป็นพวกอารมณ์ร้ายนี่นา
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 170 จริงสิ เขาเป็นพวกอารมณ์ร้ายนี่นา
ตอนนี้เฝ่ยไป๋ลู่ตกอยู่ในอาการงุนงง รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาหาเธอ
แล้วคนคนนั้นก็ปรากฏตัวตรงหน้าเธอ
ร่างกายของเธอเกร็งขึง และเมื่อคนคนนั้นกำลังจะแตะต้องเธอ ก้อนหินในมือก็ถูกขว้างอย่างรวดเร็ว
“คุณชายสาม!” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
เวินสือเหนียนเอียงศีรษะ และไม่รู้ตัวเลยว่ามีรอยถากบนลำคอ
ช่วงขณะนี้ม่านตาสีเข้มสะท้อนร่างเปื้อนเลือดของเฝ่ยไป๋ลู่
คุณชายสามเวิน?
‘เวินสือเหนียน… ทำไมเขาถึงมาที่นี่?’
เมื่อรู้ว่าเป็นเขา เฝ่ยไป๋ลู่ก็คลายความตึงเครียดบนร่าง ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น
ก้อนหินเฉือนเนื้อฝ่ามือพลันกระทบหัวใจของใครอีกคนอย่างหนักหน่วง
“คุณ…” เฝ่ยไป๋ลู่ฝืนปรือตาอันหนักอึ้ง เธอเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของเวินสือเหนียนเพียงเสี้ยวเดียว ริมฝีปากบางเหยียดตรง คิ้วคมเข้ม สีหน้าเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าฝนที่ตกใส่เธอตอนนี้เสียอีก
เฝ่ยไป๋ลู่สูดหายใจเข้า ต้องการบอกเขาว่าเธอยังไม่ตาย เพราะอย่างนั้นอย่าทำหน้าแบบนั้นเลย แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวจากการสูญเสียปราณวิญญาณในร่างกาย ทำให้น้ำเสียงของเธออ่อนแรงเหลือเกิน “ฉันสบายดี…”
เวินสือเหนียนกอดเธอ ตอนนี้ฝ่ามือของเฝ่ยไป๋ลู่เปียกชุ่ม จนเธอไม่รู้ว่าคือฝน หรือเลือด
ทันใดนั้น ดวงตาลุ่มลึกของเขาพลันเข้มขึ้น น้ำเสียงแหบแห้งราวกับกำลังสะกดอารมณ์ “หุบปาก!”
เฝ่ยไป๋ลู่หลับตาลงอย่างอ่อนแรง… อา จริงสิ เขาเป็นพวกอารมณ์ร้ายนี่นา ถึงก่อนหน้านี้เขาจะสุภาพกับเธอ แต่นี่ก็ใช่ว่าจะไม่ชินเสียทีเดียว ดีแล้วละ
“คุณชายสาม ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ครับ” เจี่ยนต๋าเช่าตัวสั่นเทา เอื้อมมือไปหาเจ้านายด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแรง
เขาเพิ่งเคยเห็นคนที่บาดเจ็บสาหัสปางตายแบบนี้ครั้งแรก
กระทั่งคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่อาจโจมตีหลายคนในครั้งเดียว
โชคดีที่คุณเฝ่ยไม่ได้บ้าดีเดือดขนาดนั้น
เวินสือเหนียนหันหลังกลับ และจากไปโดยไม่มองกลุ่มคนพวกนั้นอีก “พาพวกเขากลับไป”
ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงจะทรยศต่อความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คนของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาคงปล่อยให้คนกลุ่มนี้เอาตัวรอดเองจนกว่าจะมีคนมาช่วยแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่ขดตัว อาจเป็นเพราะเธอเสียเลือดมากเกินไป อุณหภูมิร่างกายจึงเย็นลง
เวินสือเหนียนถอดเสื้อโคตออก แล้วสวมให้เฝ่ยไป๋ลู่ “ไปโรงพยาบาล”
หลังกลับถึงรถ และเปิดเครื่องทำความร้อน สีหน้าของเฝ่ยไป๋ก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย
ริมฝีปากของเธอไร้สีฝาด กระทั่งลืมตายังไม่ขึ้น หญิงสาวยื่นมือออกจากเสื้อคลุมตัวใหญ่ ส่งโทรศัพท์มือถือให้เวินสือเหนียน
“ช่วยฉันหาชื่อเหมียวจื่ออั๋ง แล้วบอกให้เขาอพยพทันที”
เธอได้ทำลายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ และทำลายค่ายกลไปแล้ว ส่วนยันต์ที่ทิ้งไว้คงคงทำให้คนในลัทธิคลั่งนั่นเดือดร้อนไปอีกพักใหญ่
แต่ไป๋ลู่ไม่รู้ว่าหยวนฉ่างที่กำลังโกรธแค้น และคนอื่น ๆ จะลงมือกับผู้ที่อยู่ในค่ายหรือไม่ ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าเสี่ยง
‘เธอไม่คิดจะดูแลตัวเองก่อนหรือไง?’ เวินสือเหนียนเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยอมรับโทรศัพท์มา
เฝ่ยไป๋ลู่ลืมตาขึ้น ก่อนที่เวินสือเหนียนจะเปิดปาก เธอก็ก้มหัวซุกไปในเสื้อคลุม และหลับตาลงอีกครั้ง
เมื่อได้กลิ่นไม้จันทน์เย็น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์บนเสื้อคลุม ทำให้จิตใจของเธอค่อย ๆ สงบลง และหลับลึก
เวินสือเหนียนผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
ตามคำของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาพบชื่อของเหมียวจื่ออั๋ง และส่งข้อความไปสองสามข้อความ
เหมียวจื่ออั๋งเอนหลังพิงกำแพง ทรุดตัวลงนั่งด้วยสีหน้าหดหู่
เขาแหงนมองท้องฟ้า และพึมพำ “ดูเหมือนฝนจะเบาลงแล้ว เมฆดำก็กระจายไปมาก หัวหน้าจะกลับมาเมื่อไหร่นะ?”
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น และสั่นอยู่หลายครั้ง
เหมียวจื่ออั๋งเหลือบดูหน้าจอผ่าน ๆ แต่แล้วก็ต้องหยิบโทรศัพท์กระโดดผลุงขึ้นมาทันทีเมื่ออ่านจบ
เขารีบเข้าไปในบ้าน “ผู้ฝึกตนทุกคนยังมีชีวิตอยู่ เราต้องหนีแล้ว!”
เมื่อรู้ว่าสายฟ้าจะไม่ได้ฟาดลงมา กองทัพจึงจัดเฮลิคอปเตอร์ อพยพอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาทั้งหมดออกจากค่าย หยวนฉ่างผู้เคราะห์ร้ายก็เข้ามาพร้อมกับคนของเขา
ทว่าภายในบ้านว่างเปล่า และเขาก็ได้แต่มองเฮลิคอปเตอร์ที่บินจากไปด้วยความโกรธอย่างไร้ที่ระบาย หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
มือกำกระบี่ไว้แน่น จนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน
“ฉีหง แกยังกล้าโผล่หน้ามาเรอะ!”
“พี่น้องทั้งหลาย! มาทางนี้เร็ว! ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของเขา!!!”
“…” ก่อนหน้านี้ฉีหงความพยายามอย่างมากในการทลายกับดักของเฝ่ยไป๋ลู่ และเพิ่งได้รับอิสรภาพกลับคืนมา
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวมาที่นี่ จึงติดตามเสียงมาเรื่อย ๆ แล้วทำไมทุกคนถึงโวยวายใส่เขาทันทีที่ปรากฏตัวกันล่ะ?
ฉีหงหลบการโจมตีของหยวนฉ่างพลางขมวดคิ้ว “ศิษย์พี่ใหญ่ นี่ฉันเอง! จะฆ่าฉันเรอะ?”
หยวนฉ่างตะคอก “เออ แกน่ะสมควรโดนแล้ว!”
ไม่ว่าฉีหงที่อยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นตัวจริงหรือปลอม ความโกรธในใจเขาก็ต้องถูกระบายออกไป
เฝ่ยไป๋ลู่ทำหน้าเขาเป็นแผล ตอนนี้ยังมาโดนหยวนฉ่างต่อยอีก ชายหนุ่มโกรธมากจนแทบกระอักเลือด
ใครที่ได้ไปเจอเฝ่ยไป๋ลู่ คนนั้นจะต้องเจอกับความโชคร้าย!
หลังจากอธิบายเรื่องราว ในที่สุดฉีหงก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากสับสนเป็นเฉยเมยตามปกติ
คนที่ปลอมตัวเป็นเขาจะต้องเป็นเฝ่ยไป๋ลู่แน่
เธอลอบเข้าไปในฐานที่มั่นของพวกเขา ทำลายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์กับค่ายกล จากนั้นก็ถอยทัพกลับ ทำให้พวกเขาหัวหมุนกันหมด!
ยังมีสิ่งใดที่เธอไม่กล้าทำอีก? ฉีหงพยายามสงบสติอารมณ์
หยวนฉ่างจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เฉียบคม “นายรู้จักคนที่ปลอมตัวเป็นนายไหม?”
“ไม่รู้จัก” เสียงของฉีหงแข็งกระด้าง ก่อนมองตรงไปยังหยวนฉ่าง “สงสัยเหรอว่าฉันจะเข้าร่วมกองกำลังกับคนอื่น เพื่อช่วยปรมาจารย์ลึกลับเหล่านั้นในเมืองเจียงเรอะ? เฮอะ! ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ใช่ฉัน คุณไม่รู้หรอกว่าฉันกับคนกลุ่มนั้น…” ฉีหงกล่าวเสียงกำกวม ทว่าหยวนฉ่างก็หันมองไปทางอื่น ไม่แน่ใจว่าเขาจะเชื่อดีหรือไม่
“ถึงแผนจะพัง แต่โชคดีที่คราวนี้ยังได้สมบัติมา…” แม้จะได้เม็ดบัวมาน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย หยวนฉ่างมองอาจารย์หลินด้วยสายตาเย็นชา ราวกับไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นศิษย์น้อง
ร่างพิกลพิการของอาจารย์หลิน เคลื่อนไหวได้เพียงดวงตา ส่วนลำคอมีรากชอนไชไม่สามารถเปล่งเสียงได้แล้ว สายตาของเขากำลังอ้อนวอนต่อหยวนฉ่างจนลูกตาแดงก่ำ
‘ศิษย์พี่ใหญ่ ปล่อยผมไปเถอะ ผมยังไม่อยากตาย!’
หยวนฉ่างยังคงไม่ไหวติง เขาเดินเข้าไปหาอาจารย์หลินทีละก้าว เอื้อมมือไปดึงดอกบัวออกจากปากของอาจารย์หลิน
ฉีหงพลันหันหลังกลับ
ก่อนออกมา เขาเหลือบมองอาจารย์หลินจากระยะไกลผ่านหมวกคลุม
ราวกับว่าอาจารย์หลินได้เผยแก่นแท้ทั้งหมดออกมาแล้ว และตอนนี้เขาก็กลายเป็นเพียงโครงกระดูกที่สวมผิวหนังมนุษย์เท่านั้น เขาจะมอบกู่พิษแก่ใครไม่ได้อีกแล้ว
แล้วเสียงถอนลมหายใจก็เลือนหายไปในสายลม
ขณะเดียวกัน ณ บ้านตระกูลเฝ่ย
เมื่ออาจารย์หลินเสียชีวิต เฝ่ยมาก็ยกมือกุมที่หัวใจทันที ความเจ็บปวดเหลือทนได้เกิดขึ้นกับเขา จนต้องตะโกนออกมา รอยเหี่ยวย่นปรากฏชัดใบหน้าชราที่บิดเบี้ยว
“อ๊าก!!!”
เฝ่ยชิงรั่วตกใจมาก “คุณพ่อ เป็นอะไรไปคะ?”
“ฉันไม่อยากตาย… ฉันไม่อยากตาย…” เฝ่ยมาดูจะขาดสติไปแล้ว และสัญญาณมรณะก็เปลี่ยนดวงตาเขาเป็นสีแดง
เฝ่ยมาหยิบหนอนกู่พิษที่อาจารย์หลินเคยใช้วางแผนสังหารพ่อแม่บุญธรรมของเฝ่ยไป๋ลู่ออกมา ก่อนจะคว้าไหล่ของเฝ่ยชิงรั่ว “เด็กดีของพ่อ กินมัน กินมัน! พ่อจะได้มีชีวิตอยู่!”
ฉากที่อาจารย์หลินป้อนหนอนกู่พิษให้เฝ่ยมายังคงติดตาหญิงสาว
“พ่อ ฉันเจ็บนะคะ!” หัวไหล่เฝ่ยชิงรั่วปวดหนึบ เธอจ้องมองเฝ่ยมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ภายในใจเผยไอพยาบาทรุนแรงขึ้น
หญิงสาวสลัดร่างของเฝ่ยมาออก และหลบไปโทรหาเฝ่ยเฉิง
“เสี่ยวเฉิง จู่ ๆ พ่อก็ล้มลงและพึมพำชื่อของนาย รีบกลับมาดูเร็ว ๆ!” น้ำเสียงของเฝ่ยชิงรั่วแฝงแววกังวล แต่ใบหน้าของเธอกลับเย็นชาราวกับน้ำแข็ง และดวงตาสีเข้มก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
เฝ่ยมา! จากนี้ไปคุณไม่ใช่พ่อของฉันแล้ว!
อยากมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ? เอาชีวิตลูกชายของคุณไปแลกสิ!
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………