เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 172 เวินสือเหนียน ช่วยฉันพาเขาออกไปที
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 172 เวินสือเหนียน ช่วยฉันพาเขาออกไปที
“อาจารย์หลินเป็นมารนอกรีตจอมหลอกลวง เขาหลอกพวกเรา…” เฝ่ยมาโยนความผิดทั้งหมดให้อาจารย์หลิน สร้างภาพให้ตัวเองเป็นเหยื่อและผู้บริสุทธิ์
เฝ่ยเฉิงก็หลงเชื่อ
เมื่อได้ยินว่าอายุขัยของตัวเองถูกอาจารย์หลินพรากไป เขาก็รีบมาหาเฝ่ยไป๋ลู่ทันที
หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เขาก็เช็ดน้ำตาพลางกล่าวว่า “เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันรู้ว่าเธอเก่งมาก เธอช่วยฉันกำจัดหนอนกู่พิษออกไปได้ไหม?!”
เฝ่ยเฉิงไม่กล้ามองมือตัวเอง รวมทั้งไม่กล้าส่องกระจก เพราะกลัวจะเห็นใบหน้าที่แก่ชราไปแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว แสดงสีหน้ารังเกียจเล็กน้อย
อาจารย์หลินถูกบัวศักดิ์สิทธิ์เข้าสิง สิ้นชีพอยู่บนแท่นบูชา ผู้ที่โดนอาจารย์หลินลงของใส่ไว้จะต้องได้รับผลย้อนกลับ
เฝ่ยมากับอาจารย์หลินลอบติดต่อกันมานานหลายปี แล้วเฝ่ยมาจะตกเป็นเหยื่อได้อย่างไร
มีแต่คนโง่อย่างเฝ่ยเฉิงเท่านั้นที่จะเชื่อ
เฝ่ยเฉิงกลับไม่เข้าใจ ดวงตาแดงก่ำขึ้น “เธอต้องทำหน้าขนาดนี้เลยเหรอ?”
เขาได้กลิ่นเสื้อผ้าของตัวเอง กลิ่นเหล้าจากเมื่อคืนตอนเมาค้างและกลิ่นเหงื่อตอนที่รีบวิ่งมา มันคงไม่หอมนัก แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้คนนึกรังเกียจได้!
เฝ่ยเฉิงมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ สายตาเต็มไปด้วยการกล่าวโทษ คนที่ไม่รู้เรื่องเห็นแบบนี้ก็อาจจะคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ทำเรื่องร้ายแรงมากอะไรไว้ก็เป็นได้
เฝ่ยไป๋ลู่เพิกเฉย เธอเพียงกล่าวว่า “นายออกไปเถอะ ฉันต้องพักผ่อน”
สีหน้าเวินสือเหนียนเคร่งขรึม เขายกมือขึ้น แล้วบอดี้การ์ดร่างกำยำที่อยู่ด้านหลังก็เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้เฝ่ยเฉิงทันที
เขาจะไปไม่ได้! ดวงตาของเฝ่ยเฉิงแดงก่ำ ด้วยความร้อนรน เขารีบคุกเข่าตรงข้างเตียงของเฝ่ยไป๋ลู่ สองมือยึดจับขอบเตียงแน่น จนไม่มีใครดึงเขาออกไปได้
เฝ่ยไป๋ลู่ตกใจ “นายจะทำอะไร?”
“ก่อนหน้านี้ฉันไม่เข้าใจ เข้าใจเธอผิด ทำเรื่องโง่ ๆ ไว้มาก! แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวเองทำผิด ฉันขอโทษ! เธอบอกฉันมาตรง ๆ ว่าฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะยอมช่วยฉัน”
ใบหน้าของเฝ่ยเฉิงอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด จ้องเฝ่ยไป๋ลู่ไม่วางตา ดวงตาแดงก่ำราวกับจะบอกว่า ‘ฉันทำขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่พอใจอีกหรือ?’
คุกเข่าต่อฟ้าดินและพ่อแม่ สำหรับเด็กหนุ่มวัยรุ่นแล้ว การคุกเข่าลงก็เหมือนกับการก้มกราบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เขาคุกเข่าลงไปกราบนั่นคือคนที่เขาเคยดูถูกและต่อต้าน
เฝ่ยไป๋ลู่ยื่นมือออกไป แต่แล้วก็ชักกลับมา
เธอมองเฝ่ยเฉิงอย่างเย็นชา
ถ้าเขาไม่พูดถึงเรื่องเก่า ๆ ก็คงดี
พูดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ทำให้เธอนึกถึงความทรงจำที่ถูกคนตระกูลเฝ่ยทำร้ายจิตใจ
เฝ่ยเฉิงถูกเฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองจนใจหวิว เขาวิงวอนอย่างดื้อรั้น “เธอพอจะมีวิธีช่วยฉันรึเปล่า?”
“ช่วยนาย ทำไมฉันต้องช่วยนายด้วย?” ริมฝีปากของเฝ่ยไป๋ลู่ยกยิ้ม น้ำเสียงเยือกเย็น “ฉันจะช่วยใครก็ได้ แต่ฉันจะไม่ช่วยคนตระกูลเฝ่ยอย่างนาย!”
เฝ่ยเฉิงเห็นแววความเกลียดชังในดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นครั้งแรก “ทำไมM”
‘ทำไมงั้นเหรอ’ เฝ่ยไป๋ลู่นึกขบขันอยู่ในใจ ถ้าอย่างนั้นเธอจะเล่าให้ฟัง
“ตอนฉันเกิดมา เฝ่ยมากับอาจารย์หลินแย่งหยดเลือดหัวใจของฉันไปและทอดทิ้งฉัน ฉันต้องต่อสู้อย่างยากลำบากเพื่อมีชีวิตรอด แต่พอพวกนายตระกูลเฝ่ยเห็นประโยชน์จากฉันอีก พวกนายก็ต้องการให้ฉันกลับตระกูลเฝ่ย ทำร้ายพ่อแม่บุญธรรมของฉัน ทำลายอาชีพการงาน และดูหมิ่นฉัน…”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบของเฝ่ยไป๋ลู่ เวินสือเหนียนรู้สึกอึดอัดมาก
เฝ่ยไป๋ลู่โกรธแค้นจนแทบจะบดขยี้ตระกูลเฝ่ยให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
ทว่าสำหรับเฝ่ยเฉิงซึ่งไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขาตอบเสียงแผ่วเบาว่า “ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้จริง ๆ…”
“เพราะนายมันโง่ ถึงได้ไม่รู้เรื่องพวกนี้” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ปิดบังความรังเกียจที่มีต่อเฝ่ยเฉิง
คนที่ถูกหลอกจนหัวหมุนมีแต่เขาคนเดียว ส่วนเฝ่ยมานั้นเป็นคนเจ้าเล่ห์
“อาจารย์หลินตายไปแล้ว อายุขัยของนายไม่ได้ถูกเขาแย่งไป แต่ถูกเฝ่ยมาแย่งไปต่างหาก เพราะตัวเขาใกล้จะตายแล้ว!”
“นายน่าจะเต็มใจแบ่งอายุขัยของตัวเองให้พ่อมีชีวิตต่อนะ”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนอาการตกใจของเฝ่ยเฉิง ยังคงพูดจาถากถางต่อว่า “ก็เหมือนตอนที่นายมาขอให้ฉันมอบไขกระดูกให้เฝ่ยชิงรั่วอย่างหน้าด้าน ๆ นั่นแหละ”
สีหน้าของเฝ่ยเฉิงสลับสีแดงขาวไปมา เขารู้สึกมึนงงไปหมด เหมือนกับว่าได้กลับไปในวันที่ตัวเองบุกเข้าไปในห้องของเฝ่ยไป๋ลู่ ต่อว่าให้เธอบริจาคไขกระดูกให้เฝ่ยชิงรั่ว
‘แค่อยากให้เธอมอบไขกระดูกให้ ไม่ใช่เพราะต้องการจะเอาชีวิตเธอสักหน่อย แล้วทำไมเธอถึงใจดำขนาดนี้?’
เขาตำหนิเฝ่ยไป๋ลู่อย่างโกรธแค้นที่ไม่มีความเมตตาและเห็นแก่ตัว
เป็นคำพูดที่ดูดีไม่น้อย แต่แน่นอนว่าเพราะไขกระดูกไม่ใช่ของเขายังไงล่ะ
แต่ตอนนี้… คมมีดได้หันกลับมาหาเขา เฝ่ยเฉิงจึงรู้สึกว่าคำพูดนั้นมันเหลวไหลสิ้นดี!
เฝ่ยไป๋ลู่มองสีหน้าตกตะลึงของเขาแล้วกระตุกยิ้ม “เฝ่ยมาต้องการแค่อายุอีกครึ่งชีวิตของนายเท่านั้น ถ้านายไม่ให้ เขาก็ต้องตาย นายเป็นลูกชายที่ดีของเขา นายคงไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไปใช่ไหม?”
“ไม่ ไม่ ฉันไม่ยอม!” ความจริงได้ทำลายความเข้าใจของเฝ่ยเฉิง เขาโห่ร้องด้วยความสิ้นหวัง
เขาเพิ่งอายุสิบเจ็ด และอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกห้าสิบหรือหกสิบปี
แต่เฝ่ยมาล่ะ เขาคนนั้นกำลังจะตาย!
ทำไมเขาถึงต้องแลกอายุขัยของตัวเองเพื่อเฝ่ยมาด้วย
“เห็นไหม หัวใจอันประเสริฐของนายน่ะ มันมีไว้แค่ทำร้ายคนอื่นเท่านั้น นายก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ในตระกูลเฝ่ยนั่นแหละ แก่นแท้ของจิตใจคือความเห็นแก่ตัว”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่อยากจะคุยกับเขาต่อ เธอดึงผ้าห่มคลุมตัว “เวินสือเหนียน ช่วยฉันพาเขาออกไปที”
เวินสือเหนียนไม่มีทางปฏิเสธคำขอของเฝ่ยไป๋ลู่
เมื่อเฝ่ยเฉิงจากไป ห้องผู้ป่วยก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เวินสือเหนียนได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่พึมพำ “คนตระกูลเฝ่ยช่างน่ารำคาญเหลือทน”
ดวงตาของเขาหรี่ลง
พวกตระกูลเฝ่ยเหมือนตั๊กแตนที่ชอบกระโดดก่อกวนหลังฤดูใบไม้ร่วงจริง ๆ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็จัดการหักขาพวกมันไปเลยดีกว่า
คราวนี้พวกมันจะได้ไม่สามารถกระโดดโลดเต้นได้อีกต่อไป
……
หลังออกจากโรงพยาบาล เฝ่ยเฉิงก็กลับบ้านด้วยอาการเซื่องซึม
ตอนนี้เฝ่ยชิงรั่วแต่งตัวสวยงามเตรียมจะออกไปข้างนอก พอเห็นเขากลับมาก็ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคยว่า “เสี่ยวเฉิง นายไปไหนมา?”
ทว่าเฝ่ยเฉิงไม่ได้สนใจเฝ่ยชิงรั่วสักนิด
“พ่อกำลังรออยู่ชั้นบน” เฝ่ยชิงรั่วรู้สึกหนาวสั่นอย่างน่าประหลาด พูดจบก็รีบออกจากบ้านตระกูลเฝ่ยทันที
ดวงตาของเฝ่ยเฉิงแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและอันตราย
เฝ่ยมาหลอกเขา เฝ่ยชิงรั่วก็หลอกเขา ทุกคนล้วนมองว่าเขาเป็นคนโง่!
ถ้าไม่ใช่เพราะเฝ่ยมา ไม่ใช่เพราะเฝ่ยชิงรั่ว คนที่ถูกแย่งอายุขัยไปก็คงไม่ใช่เขา!
โครม! ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง
เฝ่ยมาซึ่งอยู่ในห้องตกใจจนหน้าซีด “แกทำอะไร?”
ด้วยอิทธิพลของหนอนพิษตัวแม่ลูก เขาจึงรับรู้ถึงความเกลียดชังที่เฝ่ยเฉิงมีต่อเขาได้อย่างชัดเจน
ยิ่งกว่านั้น…ในมือของเฝ่ยเฉิงยังถือมีดอยู่ด้วย!
เฝ่ยมาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งหนีไปทางประตู แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะเส้นทางหลบหนีถูกเฝ่ยเฉิงปิดตายสนิทแล้ว
เฝ่ยมารู้สึกว่าหายนะกำลังมาเยือน!
ส่วนเฝ่ยชิงรั่ว หลังออกจากบ้าน ก็มาหาเหวินชิงหย่า
น้ำเสียงของเธอเหมือนกำลังสมน้ำหน้าและสมเพช “แม่ เฝ่ยมากำลังจะตายแล้ว”
ท่าทางของเฝ่ยเฉิงเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าผิดปกติ
เวลานี้เหวินชิงหย่ากำลังตั้งใจต้มซุปอยู่ เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร หนำซ้ำยังตอบอย่างเย็นชาว่า “อืม รู้แล้ว”
“ถ้าอาจารย์หลินยังมีชีวิตอยู่ เฝ่ยมาก็คงรอด” เฝ่ยชิงรั่วนึกเศร้าใจอยู่ไม่กี่วินาที แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฝ่ยมาลงมือทำกับตัวเอง หัวใจของเธอก็แข็งกระด้างขึ้นมาอีกครั้ง “ช่างเถอะ อย่างน้อยสมบัติของตระกูลก็ตกมาเป็นของฉันแล้ว เขาจะอยู่หรือตายก็เหมือนเดิม”
“แม่ แม่กำลังต้มซุปอะไรอยู่ หอมจัง” เฝ่ยชิงรั่วสูดดมกลิ่น จากนั้นก็รู้สึกว่าเหมือนตัวเองล่องลอยอยู่ในสรวงสวรรค์ ความโลภในส่วนลึกราวกับถูกกระตุ้นออกมา
เหวินชิงหย่าเหลือบมองซุปที่มีลูกกลม ๆ สีขาวกำลังเดือดปุด ๆ อยู่ในนั้น ก่อนตอบว่า “ซุปเม็ดบัว” แน่นอนว่าเป็นเม็ดบัวที่เพิ่งเก็บมาจาก…ร่างของอาจารย์หลิน