เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 174 ครั้งหน้า ผมจะทำให้คุณมาอยู่ด้วยให้ได้
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 174 ครั้งหน้า ผมจะทำให้คุณมาอยู่ด้วยให้ได้
เมื่อไม่มีเฝ่ยมา ครอบครัวเฝ่ยก็สูญเสียเสาหลักไป และทุกอย่างได้เริ่มพังทลาย
“คุณนายเฝ่ย รบกวนตรวจสอบข้อมูลนี้ด้วยค่ะ” เหวินชิงหย่าในฐานะทนายความที่ดูแลทรัพย์สินของตระกูลเฝ่ยได้โอนเงินทั้งหมดให้กับเฝ่ยชิงรั่ว และทำให้ดูเหมือนว่าการลงทุนของเฝ่ยมาล้มเหลว และทำให้ทรัพย์สินของตระกูลก็ลดลงเป็นอย่างมาก
เมื่อแม่เฝ่ยเห็นบัญชีที่เหวินชิงหย่ามอบให้ เธอก็แทบจะเป็นลม ทำไมเงินถึงเหลือแค่นี้?
แค่จะเอาไปใช้เข้าร้านเสริมสวยแบบสมาชิกรายปียังไม่พอเลย!
แล้วแบบนี้อนาคตหล่อนจะบำรุงผิวตัวเองยังไง?!
ทว่าเหตุร้ายไม่ได้มีเพียงอย่างเดียว ตอนนี้โครงการของเฝ่ยเจียกรุ๊ปก็กำลังอยู่ในภาวะกดดัน บางโครงการไม่สามารถส่งมอบได้ และต้องมีการชดเชยค่าความเสียหายเป็นยอดเงินที่สูงมาก
ในแต่ละวัน แม่เฝ่ยใช้เงินหมดไปกับความสวยความงามเท่านั้น หัวสมองเธอว่างเปล่าเกินกว่าจะรับมือกับเหตุการณ์สำคัญ ๆ แบบนี้
ด้านเฝ่ยอวี้มีอาชีพทำงานราชการ และเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ หน้าของเขาดูซีดเซียว และสายตาว่างเปล่า
ส่วนเฝ่ยชิงรั่วนั้น…เธอเป็นลูกสาวบุญธรรมของตระกูลเฝ่ย และเธอก็เป็น ‘คนนอก’ มาโดยตลอด
เฝ่ยอวี้และผู้ถือหุ้นของบริษัทกันเธอออกจากแวดวงธุรกิจ และไม่อนุญาตให้เธอเข้าแทรกแซงการบริหารจัดการของตระกูลเฝ่ย
เฝ่ยชิงรั่วก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ทำหน้าที่เป็นลูกสาวและน้องสาวที่ดี ไร้ความทะเยอทะยานหรือโลภมาก
เมื่อเธอคิดถึงเงินในบัญชีของตัวเอง เธอก็อดหัวเราะไม่ได้
“สบายจริง ๆ เลยนะพ่อ ตายแล้วทิ้งเรื่องยุ่งๆ ไว้ให้พวกเรา!” เมื่อกลับมาบ้านตระกูลเฝ่ยในตอนดึก เฝ่ยอวี้ก็รู้สึกหดหู่ เขาเดินไปรอบ ๆ วิงวอนกับปู่ย่า ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า เฝ่ยมาเป็นคนสร้างความขุ่นเคืองให้คนอื่นครั้งใหญ่ และนำความเดือดร้อนมาสู่ตระกูลเฝ่ย
เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นถึงเฝ่ยเฉิง “เฝ่ยเฉิงเองก็เอาเงินก้อนสุดท้ายจากครอบครัว แล้วหนีไปต่างประเทศ! เขาคงจะไม่มีวันกลับมาที่ครอบครัวนี้อีก!” ชายหนุ่มทำราวกับว่าเขาไม่มีน้องชายคนนี้อีกต่อไป
ตอนนี้แม่เฝ่ยถือเอกสารเรียกร้องค่าชดเชยไว้ในมือ เธอเสียใจ พูดทั้งน้ำตา “เราต้องจ่ายเงินกว่ายี่สิบสามล้านหยวน ครอบครัวของเราจะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ทนายความเหวิน เราควรทำยังไงดี?”
เหวินชิงหย่าหยิบทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาอีกฝ่าย แล้วพูดเสียงแผ่วเบา “ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาแล้ว และการละเมิดสัญญาเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ หากอีกฝ่ายเรียกคุณขึ้นศาล คุณก็ไม่มีโอกาสชนะคดี และบริษัทจะล้มละลาย”
“ล้มละลายเหรอ?” นายเฝ่ยยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ น้ำเสียงของเธอดูฉุนเฉียว “ไม่! บริษัทจะล้มละลายไม่ได้! ต้องมีวิธีอื่นสิ!”
เหวินชิงหย่ายิ้มแย้มอยู่เสมอ “คุณนายเฝ่ย ใจเย็น ๆ ค่ะ คุณแค่จ่ายค่าเสียหายตามสัญญาเท่านั้น บริษัทจะไม่เข้าสู่ขั้นล้มละลาย และการชำระบัญชี…”
เหวินชิงหย่ามีนิสัยอดทนและอ่อนโยน เสียงพูดของเธอราวกับธารน้ำใสไหลรินจากภูเขา ชะความขุ่นเคืองและความหดหู่ในใจผู้คน ราวกับบุปผาช่างจำนรรจา
เฝ่ยอวี้คิ้วขมวด อดไม่ได้ที่จะสบตาเธอ
ทนายคนนี้สวย หุ่นเย้ายวนและมีเสน่ห์ไม่น้อย
ราวกับรับรู้ถึงการจ้องมองของเฝ่ยอวี้ เหวินชิงหย่าเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย เธอพยักหน้าให้เขา จากนั้นก็เดินจากไป
หัวใจของเฝ่ยอวี้รู้สึกแปลก ๆ ด้วยความไม่สบายใจ
เฝ่ยชิงรั่วกับเหวินชิงหย่ามองหน้ากันอย่างเข้าใจ
เฝ่ยชิงรั่วจับมือแม่เฝ่ย แล้วพูดว่า “อย่าเศร้าไปเลยนะคะ หนูขายของที่ฟุ่มเฟือยไปหมดแล้ว ส่วนเงินที่หนูได้มา ก็จะถูกเอามาจ่ายค่าเสียหาย”
เหวินชิงหย่าเม้มริมฝีปาก แล้วพูดว่า “คุณเฝ่ย ลูกสาวของคุณช่างกตัญญูจริง ๆ”
ความกตัญญูสามารถป้องกันไม่ให้บริษัทล้มละลายได้เลยเหรอ? สินค้าฟุ่มเฟือยที่เฝ่ยชิงรั่วขายจะเพียงพอได้ยังไง?
แม่เฝ่ยไม่เห็นด้วย
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในใจ
เธอลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น “ฉันไม่ได้มีลูกสาวแค่คนเดียวนี่นา! เฝ่ยไป๋ลู่ทำเงินได้มากมายจากการไลฟ์สด! เธอมีเงินตั้งเยอะ!”
หากเฝ่ยไป๋ลู่เต็มใจจ่ายเงินเพื่อเติมเต็มช่องโหว่ในตระกูลเฝ่ย เธอก็จะยังเป็นคุณนายไฮโซในวงสังคมชั้นสูงได้!
รอยยิ้มในดวงตาของเหวินชิงหย่าดูลึกซึ้งขึ้น
ถือว่าไม่ได้โง่เกินไป
หวังว่าไป๋ลู่จะไม่ทำตามความปรารถนาของเธอนะ
……
“ฮัดเช้ย!”
ทันทีที่เธอลงจากรถ เฝ่ยไป๋ลู่ก็จามอย่างแรง
อาจเป็นเพราะฝนตกหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อากาศในแถบชานเมืองจึงเย็นอยู่บ้าง
เมื่อได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่จาม เจี่ยนต๋าเช่าก็ยื่นเสื้อสูทให้อย่างกระตือรือร้น “คุณเฝ่ย คุณเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ระวังจะเป็นหวัดครับ”
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกหนาวเล็กน้อย เนื่องจากเสียเลือดไปมาก เธอรับเสื้อมาและดมกลิ่นไม้จันทน์บนเสื้อคลุม จึงรู้ทันทีว่ามันเป็นของเวินสือเหนียน
เธอกล่าวคำว่าขอบคุณ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” เจี่ยนต๋าเช่ายิ้ม
ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกหนาววาบตามสันหลัง
ครั้นเขาหันศีรษะไปมอง ก็เห็นเวินสือเหนียนจ้องเขม็งมา
“คุณชาย…” เมื่อรู้สึกอันตรายที่อธิบายไม่ถูก เจี่ยนต๋าเช่าพลันอ้าปากค้างแต่พูดไม่ออก
คุณชายสามเวินเมินอีกฝ่าย และเข้าไปในบ้านพักตากอากาศบนภูเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
ในใจของเจี่ยนต๋าเช่าพลันผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา และเขาก็วิ่งไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะจับได้
เลขาหนุ่มเกาหัวด้วยความงงงวย “คุณชาย เกิดอะไรขึ้นครับ?”
เจี่ยนต๋าเช่าไม่เข้าใจ ทันทีที่เขากลับไปที่บ้านพัก และชงชาให้พวกเขาสองคน เขาก็ได้ยินเวินสือเหนียนสั่งว่า “ไปเอาข้อมูลในคอมที่บริษัทมาให้ฉัน”
เมื่อมาถึงบริษัท เจี่ยนต๋าเช่าก็ตบหัวตัวเอง และตระหนักได้ในภายหลัง
เขาแย่งซีนคุณชายเวิน เลยโดนเขม่นเสียได้!
หลังจากเอาข้อมูลมาแล้ว เจี่ยนต๋าเช่าก็คาดเดาใจของคุณชายสามเวินคร่าว ๆ เขายังไม่รีบกลับไปที่บ้านพัก เพียงส่งข้อความหาเจ้านายว่าเขาจะอยู่จัดการเรื่องเร่งด่วนในบริษัทก่อน
เวินสือเหนียนพอใจคำตอบของอีกฝ่าย ราวกับมันคือทองคำแท่ง หลังจากนั้นเขาก็กดปิดหน้าจอ
ชายหนุ่มหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ แล้วพูดขึ้น “ผมบอกให้จัดห้องไว้ให้คุณแล้ว คุณอยากขึ้นไปดูไหมครับ? ถ้าคุณไม่พอใจ ผมจะสั่งให้คนมาเปลี่ยนให้”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะย้ายมาอยู่กับเวินสือเหนียน
แม้จะอยู่เพียงชั่วคราว และจะย้ายออกเมื่อเจอหอพักดี ๆ สักที่ก็ตาม เพราะตอนนี้เธอไม่อยากเป็นภาระของอีกฝ่าย
ดังคำที่ว่า แม้มีหนี้สินท่วมหัว หากใช้หมดก็ไร้พันธะ แต่ถ้ามีหนี้บุญคุณมาก ใช้กี่ชาติก็ใช้ไม่หมด
เฝ่ยไป๋ลู่แตะจมูกตัวเอง รู้สึกว่าคำพูดของเวินสือเหนียนราวกับต้องการให้เธออยู่ที่นี่นาน ๆ การปฏิบัติต่อมิตรสหายเช่นนี้ดูจะอบอุ่นเกินไปหน่อยหรือเปล่า
เธอบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ฉันก็พอใจแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรหรอก”
อย่างน้อยเธอก็พอใจกับชุดเครื่องนอน และงูน้อยก็พอใจเช่นกัน
“ถ้าคุณพอใจก็ดีแล้ว” เสียงของเวินสือเหนียนกล่าวเนิบช้าและแหบต่ำ ดวงตาของเขาดูจะเปล่งประกายแสงสว่างแห่งชัยชนะ
ครั้งหน้า ผมจะทำให้คุณมาอยู่ด้วยให้ได้
……
“เฝ่ยไป๋ลู่ ออกมา! ฉันมีเรื่องจะบอก!” เมื่อเห็นว่าประตูปิดอยู่ แม่เฝ่ยก็ยกมือเคาะเสียงดัง
ป้าหลี่กำลังดูแลลูก ๆ ของหล่อนอยู่ในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อน ก็คิดว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับที่มาสาดสีใส่บ้านเฝ่ยไป๋ลู่
ครั้นนึกถึงเฝ่ยไป๋ลู่ที่ถูกกดดันจนไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ป้าหลี่ก็โกรธขึ้นมาทันที
หล่อนหยิบถังน้ำสกปรกที่ยังไม่ได้เทขึ้นมา เปิดประตู แล้วสาดออกไป
“ตะโกนหาอะไร? ที่นี่ไม่มีคนที่เธอตามหาหรอก ออกไปเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ ว่าเธอกำลังบุกรุกบ้านคนอื่น!”
หลังจากพูดจบ เธอก็กระแทกประตูปิด ไม่ให้แม่เฝ่ยได้มีโอกาสตอบโต้
“อา…” แม่เฝ่ยอยู่ในสภาพเปียก น้ำหยดติ๋ง ๆ ลงบนพื้น
แม่เฝ่ยได้แค่ไม่พอใจ… เธอเป็นภรรยาเศรษฐี จะมาลงเอยในสภาพที่น่าสังเวชแบบนี้ได้ยังไง?
ตอนนี้ป้าหลี่กลับเข้ามาในห้องกำลังมีความสุขไม่น้อย อีกฝ่ายต้องไม่ใช่คนดีแน่ หากเรียกเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยน้ำเสียงจิกกัดขนาดนั้น หล่อนก็สมควรถูกตะคอกใส่แล้ว!
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความถึงเฝ่ยไป๋ลู่ว่า [เสี่ยวเฝ่ย เธอยังอยู่บ้านเพื่อนอยู่หรือเปล่า? วันนี้ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านเธอ! หล่อนร้ายกาจมากเลย!]
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบขอบคุณ จากคำอธิบายของป้าหลี่ เธอเดาได้ว่าคงเป็นสมาชิกในครอบครัวเฝ่ยสักคน
เธอได้ยินมาว่าตระกูลเฝ่ยกำลังเสื่อมถอย จนแทบจะล้มละลาย เกรงว่าพวกเขาคงมาขอเงินเธอเพื่ออุดช่องโหว่
สีหน้าของเฝ่ยไป๋พลันเคร่งเครียดขึ้น