เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 177 ผู้ดำเนินรายการเพลง (1)
ไม่ใช่แค่ฉู่ชู แต่ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์
เมื่อได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่พูด บรรยากาศในกองถ่ายจึงตึงเครียดขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
อิงเจ๋อพาผู้ช่วยสาวออกไป
ตอนนี้ท่าทางของซุนกั๋วซิ่งแทบดูไม่ได้ “อาจารย์เฝ่ย พวกทีมงานเจอเรื่องชั่วร้ายอีกแล้วเหรอครับ?” ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกเตือนว่าอย่าเดินไปทั่วหรอก
“เรื่องนี้พูดยากค่ะ” ฉู่ชูอาจบังเอิญไปสัมผัสโดนพลังหยิน จึงมีพลังหยินติดตัวมา ส่วนทำไมลูกทีมถึงมีพลังหยินนั้น เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ต้องลองไปดูถึงจะรู้”
ซุนกั๋วซิ่งเงยหน้ามองฟ้า แล้วถอนหายใจ
นี่มันชะตากรรมบ้าบออะไรกันเนี่ย!
โชคดีที่ผู้กำกับเจิ้งไม่อยู่ที่นี่ ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องไปรับออกซิเจนที่โรงพยาบาลอีกรอบ
อีกด้านหนึ่ง อิงเจ๋อหยิบบทขึ้นมา พลิกดู ราวกับเขากำลังจำให้ขึ้นใจ
แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าตัวหนังสือไม่ผ่านเข้าหัวเลยสักนิด
หลังจากเงียบไปนาน เขาก็เหลือบมองฉู่ชู แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “วันนี้อย่าไปไหนนะ”
ฉู่ชูสับสน “ทำไมล่ะ? ฉันอยากไปหาอาจารย์เฝ่ยค่ะ”
อิงเจ๋อหลับตาลงครู่หนึ่ง แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนเอ่ย “อาจารย์เฝ่ยขอให้เธอตั้งใจทำงาน และงานของเธอก็ต้องติดตามฉันอย่างใกล้ชิด”
“โอเค…” ฉู่ชูเชื่อฟังอาจารย์เฝ่ย
อิงเจ๋อมองความคิดของเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง “…”
……
หลังเดินไปตามทางที่ฉู่ชูชี้ พวกเขาก็เจอทางแยก ทางหนึ่งนำไปสู่ห้องแต่งตัวของนักแสดง อีกด้านหนึ่งเป็นสตูดิโอ และพื้นที่พักผ่อนสำหรับแขกรับเชิญซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
และบริเวณพื้นที่ผักผ่อนก็มีส่วนบริการน้ำดื่มด้วย ซุนกั๋วซิ่งสับสน “ต้องการผู้ช่วยหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ต้องค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองรอบ ๆ แม้แต่เศษเสี้ยวพลังหยินก็ไม่รอดพ้นสายตาของเธอไปได้
เพียงไม่นานก็พบเป้าหมาย
อีกฝ่ายเป็นหญิงสาว ใบหน้าสวยงาม เธอกำลังถือขวดน้ำใบใหญ่อยู่
อุณหภูมิในเมืองเหิงเตี้ยนร้อนและอบอ้าวมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่ทีมงานจะพกขวดน้ำติดตัว
แต่ปัญหาคือผู้หญิงคนนี้มีกลิ่นอายพลังหยินที่แข็งแกร่งเกินไป
ปราณพลังหยินจากเธอเลยติดซากุระไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เฝ่ยไป๋ลู่ถาม “นั่นใครคะ?”
ซุนกั๋วซิ่งเบิกตาให้กว้างที่สุด พยายามนึกชื่ออีกฝ่าย เขากำหมัดแล้วโพล่งขึ้น “ผมจำได้แล้ว เธอคือหัวเยี่ยนนี เป็นผู้เชี่ยวชาญการเล่นขลุ่ยไผ่ นักแสดงรับเชิญของเราเอง!”
ตัวละครประกอบที่ใช้ในเซ็ตติงที่เมืองเหิงเตี้ยนแห่งนี้มีสามประเภทด้วยกัน หนึ่งคือตัวประกอบทั่วไป สองคือตัวประกอบที่น่าจับตามอง และสามคือแขกรับเชิญพิเศษ
โดยตัวประกอบส่วนใหญ่จะแสดงเป็นทหาร ผู้ลี้ภัย และคนธรรมดา ส่วนจะได้รับการปฏิบัติที่ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ผู้ที่ได้รับการปฏิบัติดีที่สุดก็คือนักแสดงที่มาเป็นแขกพิเศษ ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีจากทีมงาน อย่าว่าแต่ค่าตัวแพงหูฉี่ กระทั่งกล้องสำหรับถ่ายทำพวกเขาก็ยอมทุ่ม
และหัวเยี่ยนนีก็คือผู้ดำเนินรายการเพลงของช่องบิลิ มีแฟนคลับห้าแสนคน สาวเจ้าเป็นคนหน้าตาดี เชี่ยวชาญขลุ่ยไม้ไผ่ เก่งทุกอย่างตั้งแต่ทำงานบ้านไปจนถึงเล่นดนตรี
เธอสามารถทำการแสดงได้ แต่ต้องไม่มีบทตายตัว เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องก็จะมีการถ่ายฟุตเทจ*[1] และเผยแพร่ออกไปยามออกอากาศ ความนิยมก็จะเพิ่มมากขึ้น
ส่วนบทบาทที่หัวเยี่ยนนีได้รับครั้งนี้คือ นักแสดงสมทบหญิงที่เล่นขลุ่ยไม้ไผ่เก่ง สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเธอ
“ขอโทษที่ให้รอค่ะ พอดีเติมน้ำนานไปหน่อย” หัวเยี่ยนนีกลับมาหน้ากล้อง
ทั้งที่เป็นวันอากาศร้อน แต่บนหน้าผากเธอกลับไม่มีเหงื่อสักหยด และเธอก็ไม่กลัวความร้อนเหมือนคนอื่น ๆ สักนิด
[นี่ ๆ ได้เห็นนักแสดงชายหญิงคู่ใหม่หรือยัง? กระซิบบอกหน่อยสิเยี่ยนนีว่าเป็นใคร พวกเขาใช่คนที่กำลังดังในโซเชียลช่วงนี้หรือเปล่า?]
“กระซิบหรือ? คนในห้องไลฟ์มีตั้งเยอะแยะ ฉันจะกระซิบบอกยังไง? คุณคงไม่อยากให้ฉันซวยหรอกใช่ไหม? ฮ่า ๆ”
หัวเยี่ยนนีตอบพร้อมหัวเราะ
[ทีมผู้ผลิตเจ๋งสุด พวกเขาอนุญาตให้เธอไลฟ์ได้หนึ่งเดือน แต่ต้องไม่สปอยล์เนื้อเรื่อง]
[ถ้าเธอทำข้อมูลทีมงานรั่วไหล ก็ถือว่าทำผิดสัญญา เธอมาที่นี่เพื่อหาเงิน คงไม่อยากเสียเงินจ่ายค่าผิดสัญญาหรอก]
[เยี่ยนนี คุณได้รับพัสดุที่ฉันส่งไปให้หรือยัง? เมื่อไหร่จะถ่ายเพลง ‘มงคลคู่’ ให้พวกเราดู? อยากดูจนรอไม่ไหวแล้ว!]
บัญชีชื่อเล่น ‘หนึ่งใบไม้’ จ่ายเงินเพื่อทำให้ข้อความดูโดดเด่นขึ้น
“พี่น้องทั้งหลาย ฉันได้รับชุดแต่งงานกับผ้าคลุมสีแดงที่คุณส่งมาแล้วค่ะ” หัวเยี่ยนนีจำเรื่องนี้ได้ จากนั้นเธอก็หยิบกระเป๋า แล้วเอาผ้าคลุมแต่งงานสีแดงออกมาโชว์หน้ากล้อง
ผ้าคลุมหน้าสีแดงทรงสี่เหลี่ยมค่อนข้างเด่นสะดุดตา ทำจากผ้าไหมผสมซาติน พลิ้วไสวเหมือนคลื่นน้ำ ปักลวดลายงดงามด้วยด้ายสีแดงขลิบสีทอง ทำให้ดูหรูหรา สูงส่งอย่างยิ่ง
มันสวยจนหัวเยี่ยนนีวางไม่ลง เธออดไม่ได้ที่จะสัมผัสเนื้อผ้า “สวยมากเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้ฉันจะคุยกับทีมงาน ดูว่าฉันจะใช้มันในฉากได้ไหม”
[ใส่ให้ดูหน่อยสิว่าขนาดพอดีรึเปล่า]
อีกหนึ่งข้อความเตะตาโผล่ขึ้นมา
“คือ…” หัวเยี่ยนนีมีสีหน้าที่ลังเล
หากใส่ผ้าคลุมหน้าสีแดงตรงนี้มันจะไม่แปลกเรอะ?
แต่รอบด้านเป็นฉากเก่าแก่ รายล้อมด้วยผู้คนในชุดโบราณ เธอใส่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?
ราวกับสังเกตเห็นความลังเลใจของหัวเยี่ยนนี เจ้าของแอ็กเคานต์หนึ่งใบไม้จึงกดส่งเงินรางวัลจำนวนสองพันหยวนทันที!
[ใส่เร็ว ๆ ถ้ามันไม่พอดีกับเธอ ฉันจะได้สั่งให้ใหม่]
หนึ่งใบไม้เป็นแฟนคลับที่เพิ่งจะให้ความสนใจเธอเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาใจดีและมักส่งข้อความส่วนตัวมาหาเธอเสมอว่า ชอบเพลงของเธอมาก แต่เพราะพวกเขาคลั่งรักเธอเกินไป เยี่ยนยีจึงไม่ค่อยเขินเวลาพวกเขาต้องการทำอะไรแบบนั้น
“งั้นฉันจะลองสวมให้ดู แต่ผ้าคลุมผืนใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมใช่ไหม?” หัวเยี่ยนนีพึมพำ กางผ้าคลุมหน้าสีแดงออกด้วยสองมือ ยกขึ้นเหนือศีรษะ และกำลังจะสวมบนหัว
ทันใดนั้น หญิงสาวก็รู้สึกว่ามือของเธอร้อนผ่าว
มันร้อนมากจนเหมือนถูกไฟลวก
หัวเยี่ยนนีร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดจนแฟนคลับในห้องไลฟ์สดตกใจ
[เฮ้ย! เยี่ยนนีเป็นอะไรไป? เจ็บมือเหรอ?]
[ลองชุดแต่งงานด้วยสิว่าพอดีไหม? แล้วผ้าคลุมหน้าสีแดงล่ะ โปร่งแสงหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่น่าแปลกนะ]
[+10086 ลองชุดด้วยสิ!]
ข้อความทั้งหลายแล่นผ่านหน้าจอ ในขณะที่ผ้าคลุมหน้าร่วงลงพื้น
หนึ่งใบไม้หายใจกระชั้น มุมปากเหยียดยกกว้างขึ้น ยามเห็นผ้าคลุมสีแดงก็แทบจะคลุมศีรษะของหัวเยี่ยนนีไว้ทั้งหมด
ทว่าตอนนั้นเอง มือขาวปรากฏขึ้นหน้ากล้อง คว้าผ้าคลุมสีแดงไปถือไว้
หัวเยี่ยนนีพลันรู้สึกว่าความเจ็บปวดหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับทุกอย่างเป็นความฝัน
ตรงหน้าเธอ ขาเรียวคู่หนึ่งเหยียบยืนอยู่ หัวเยี่ยนนีพลันเงยหน้ามองโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่เธอเห็นบุคคลนั้นชัดเจน สาวเจ้าก็สะดุ้ง ยืนพรวดด้วยความตกใจ
“เฝ่ย เฝ่ยไป๋ลู่…”
เฝ่ยไป๋ลู่วางผ้าคลุมสีแดงลงบนโต๊ะ มองตรงไปที่หัวเยี่ยนนีด้วยสายตาเย็นชา
สีหน้าของหนึ่งใบไม้แข็งทื่อ พลันก็ทุบโต๊ะด้วยโทสะ “ไอ้บัดซบ!”
[1] ฟุตเทจ (Footage) ใช้เฉพาะในวงการภาพยนตร์ หมายถึง ภาพยนต์ที่มีความยาวหนึ่งฟุต ประกอบด้วยยี่สิบสี่เฟรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..