เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 183 เมื่อพูดถึงวิชากระบี่ คุณยังตามหลังอยู่มาก
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 183 เมื่อพูดถึงวิชากระบี่ คุณยังตามหลังอยู่มาก
เฝ่ยไป๋ลู่นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางนิ่งเฉย และกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าคุณต้องการชะตาของฉัน ก็เข้ามาเอาไปสิ”
ดูถูกกันเกินไปแล้ว! หนึ่งใบไม้ถือกระบี่ไม้ พุ่งเข้าไปฟันเธอ
นิ้วเรียวขาวจับกระบี่อันทรงพลังได้อย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็นแค่อาวุธของเล่น
ในบรรดาผู้คนมากมายที่เฝ่ยไป๋ลู่ได้พบ มีเพียงกระบี่ของหยวนฉ่างเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกคุกคาม
“เมื่อพูดถึงวิชากระบี่ คุณยังตามหลังฉันอีกเยอะ” เพียงสิ้นเสียงดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เฉียบคมขึ้น เธอออกแรงที่ฝ่ามือเพียงเล็กน้อย
ทันใดนั้น รอยแตกก็ปรากฏขึ้นบนดาบไม้
ภายในพริบตา ดาบไม้แตกเป็นเสี่ยง ๆ เหลือเพียงด้ามเท่านั้น
หนึ่งใบไม้ตัวสั่นระริก “เธอเป็นตัวอะไรกันแน่?”
“เป็นคนที่ต้องการชีวิตของคุณ” เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา เช่นเดียวกับดวงตาซึ่งแฝงจิตสังหารเปี่ยมล้น แล้วเธอก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เมื่อรู้สึกถึงอันตราย ทั้งยังเพิ่งจะสูญเสียกระบี่ไป หนึ่งใบไม้จึงต้องรีบถอย ในขณะเดียวกันเขาก็ยกเข็มทิศที่เอวขึ้น แล้วร่ายมนตร์อย่างรวดเร็ว
หนึ่งใบไม้ถือเข็มทิศไว้ในมือข้างหนึ่ง วางมันทาบหน้าอก เข็มเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้นมวลอากาศสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งเสมือนเส้นผมปลิวไปทั่ว ก็ชี้ตรงไปยังเฝ่ยไป๋ลู่
ตอนนั้นเอง หนึ่งใบไม้กัดปลายลิ้นและพ่นเลือดในปากใส่เข็มทิศ พลังสีดำพลันเพิ่มขึ้น แล้วเขาก็ตะโกนขึ้น “ไป!”
พลังสีดำกลุ่มนั้นเสมือนกับลูกธนูนับพันที่ยิงใส่เฝ่ยไป๋ลู่
เวลาเดียวกันนั้น เฝ่ยไป๋ลู่ก็ยกมือขึ้น ส่งกระแสพลังหยินพุ่งออกมาจากตราประทับที่ลอยอยู่บนกลางฝ่ามือ แล้วพลังหยินก็ปกป้องเธอจากปราณชั่วร้ายอย่างหนาแน่น
บัดซบ!
แม้บนร่างของหญิงสาวจะอาบด้วยแสงคุณธรรม แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับสามารถควบคุมกลิ่นอายพลังหยินได้ ซึ่งปกติพลังหยิน ผู้ฝึกวีถีมารจะเป็นผู้ใช้ สรุปผู้หญิงคนนี้เป็นคนหรือผีกันแน่!?
หัวใจของหนึ่งใบไม้ราวกับดำดิ่งสู่ความมืดมิดเฉียบพลัน
ส่วนเจ้าเข็มทิศซึ่งจำไม่ได้ว่าหนึ่งใบไม้คือเจ้านายก็ยังคงดิ้นรนจะหลุดพ้นจากเขาให้ได้
หนึ่งใบไม้รีบกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง เขาลืมไปเลยว่าตนเพิ่งประกาศกร้าว จะปลิดชีวิตของเฝ่ยไป๋ลู่!
เสียงหน้าต่างแตกดังเพล้งท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน
ก๊อก! ก๊อก!
“ผมเอง คุณไม่เป็นไรนะ?” เสียงของเวินสือเหนียนดังมาจากนอกประตูทันที
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดประตู สีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย “ฉันสบายดี แต่หน้าต่างพัง”
เดิมทีเธอต้องการล่อหนึ่งใบไม้ออกไปข้างนอก แต่เขาดันวิ่งหนีไปก่อน
เวินสือเหนียนไล่มองอีกฝ่ายหัวจรดเท้า และถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอสบายดีจริง ๆ
ส่วนเรื่องหน้าต่าง… สำคัญด้วยเหรอ?
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกผิด ต่อไปเธอจะต้องใส่ใจเรื่องของเขาให้มากขึ้น!
“คนนั้นเอาชุดแต่งงานออกไปหรือเปล่า?” เวินสือเหนียนมองตู้เสื้อผ้าที่ว่างเปล่าแล้วถาม “เราต้องส่งคนไปไล่ล่าเขาไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันแปะยันต์ไว้บนเสื้อผ้าแล้ว” เป็นไป๋ลู่ที่จงใจปล่อยเจ้านั่นไป
จากนั้นหญิงสาวก็หยิบยันต์หุ่นเชิดตัวเล็กออกมา บนร่างประกอบด้วยแขนขาเหมือนมนุษย์ ดวงตากลมโตของมันกะพริบราวกับสัมผัสอะไรบางอย่างได้ และชี้ไปในทิศทางหนึ่งด้วยมือทั้งสองข้าง
เฝ่ยไป๋เม้มปาก มองเวินสือเหนียนอย่างภาคภูมิใจ ไม่มีทางที่เจ้านั่นจะหนีรอดไปได้!
เมื่อสบสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น ปากที่เม้มแน่นของเวินสือเหนียนก็คลายลง
……
“แค่กแค่ก…” หนึ่งใบไม้กลับมาถึงห้องรูหนูอันมืดสนิทของตน มือกดห้ามเลือดที่ไหลบนลำคอ จากนั้นเขาก็โยนเข็มทิศลงบนพื้นราวกับระบายความโกรธ
“ไร้ประโยชน์! ไอ้ขยะสวะ! ครั้งต่อไปถ้าแกไม่ฟังคำสั่งของฉัน ฉันจะทำลายแก!” ดวงตาของหนึ่งใบไม้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
หากเข็มทิศนี้เชื่อฟังเขาเช่นเดียวกับตราประทับที่เชื่อฟังเฝ่ยไป๋ลู่ เขาคงไม่ต้องหนีมา!
เสียงแกรก ๆ ดังขึ้น เข็มบนเข็มทิศสะเทือนจากการกระแทกกับพื้น และแสงของมันก็หม่นลง
หนึ่งใบไม้ขมวดคิ้ว ก่อนจะเตะมันไปที่มุมห้อง แล้วค่อย ๆ หยิบชุดแต่งงานออกมาอย่างระมัดระวัง นิ้วของเขาสั่นเทาขณะยกขึ้นลูบผ้าไหมสีแดงปักดิ้นทอง
ดวงตาของเขาแสดงความโศกเศร้า และโหยหา “ยังเหลืออีกหนึ่งคน แต่ไม่เป็นไรนะ ต่อให้ผมต้องเสี่ยงตาย ผมก็จะชุบชีวิตคุณ…”
เฝ่ยไป๋ลู่กลายร่างเป็นกลุ่มควัน มาปรากฏตัวในห้องขนาดเล็กตามทิศทางที่ยันต์หุ่นเชิดบอก และบังเอิญได้ยินคำพูดของหนึ่งใบไม้พอดี
ชุบชีวิต?
เขาต้องการทำอะไรกันแน่?
หนึ่งใบไม้ไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง เขาหยิบชุดแต่งงานออกมา แล้วเปิดกระดานไม้ใต้เตียง
มีทางเดินมืดซ่อนอยู่เบื้องล่าง จากนั้นเขาก็เดินตรงลงขั้นบันไดไป
เฝ่ยไป๋ลู่กลอกตาแล้วเดินตามไป
โคมไฟสีส้มบนกำแพงจุดติด ส่องแสงสว่างแก่ทางเดินลึกยาว ภายในคลุ้งด้วยกลิ่นเชื้อรา เคล้ากับเสียงลมหายใจเหม็นชื้น
เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว ‘มีบางอย่างผิดปกติ’
“เหลียนเอ๋อร์ ผมมาที่นี่เพื่อพบคุณ ผมรู้ว่าร่างกายของคุณคงทนได้อีกไม่นาน ดังนั้นผมจะไม่เสียเวลาไปกับการหาคนที่เจ็ดแล้ว”
“ผมจะมอบชีวิตครึ่งหนึ่งของผมให้ แล้วชีวิตของเราจะเชื่อมโยงกันนับจากนี้ คุณจะเป็นดอกบัว และผมจะเป็นรากบัวเพื่อให้ชีวิตแก่คุณ”
เสียงของหนึ่งใบไม้ทุ้มต่ำ เต็มไปด้วยความรัก และความคิดถึง
ด้านหน้าของเขาคือโลงศพสีทอง ข้างในมีร่างสาวสวยคนหนึ่งนอนราบอยู่
ผิวพรรณของเธอขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากอิ่มสีแดง และสองแก้มก็แดงระเรื่อ
เมื่อมองแวบแรก สภาพเธอไม่มีความแตกต่างจากคนที่มีชีวิตอยู่ ทว่า…
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เคร่งเครียด เธอได้กลิ่นศพ!
ผู้หญิงคนนี้ตายแล้ว
หนึ่งใบไม้เปลี่ยนชุดให้เหลียนเอ๋อร์ในโลงเป็นชุดแต่งงาน แล้วคลำหาชุดแต่งงานของผู้ชาย เขาพึมพำว่า “เหลียนเอ๋อร์ ถ้าเราแต่งงานกันในความมืดมิด คุณกับผมจะมีอายุขัยร่วมกัน จากนั้นคุณจะกลับมามีชีวิต และกลายเป็นมนุษย์อีกครั้ง!”
เฝ่ยไป๋ลู่ตกตะลึง
หนึ่งใบไม้ต้องการแต่งงานกับศพ เพื่อชุบชีวิตคนคนหนึ่งจริง ๆ!
มิน่าเขาถึงดูรับไม่ได้ ตอนเธอพูดว่าการแต่งงานกับศพไร้ประโยชน์ ที่แท้เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง จึงขู่จะฆ่าเธอให้ได้!
“เหลียนเอ๋อร์ ผมคิดถึงคุณ โปรดตื่นขึ้นเถอะ ผมจะให้ชีวิตผมกับคุณ” หนึ่งใบไม้กอดร่างของผู้หญิงในโลงอย่างเสน่หา พลางร่ายอาคม
เหลียนเอ๋อร์คือใครกัน? เสน่ห์แรงขนาดนั้นเลยเหรอ?
เฝ่ยไป๋ลู่เอียงศีรษะครุ่นคิด เธอกำลังคิดว่าจะโผล่ไปหยุดเขาดีไหม ทันใดนั้นแสงแวววาวก็สว่างขึ้นตรงหน้าเธอ
ไป๋ลู่ยกมือขึ้นปิดตาโดยไม่รู้ตัว รอกระทั่งแสงสว่างหายไป
เฝ่ยไป๋ลู่ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่น้อย
ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งจริง ๆ เรียวแขนสีดุจดอกบัวโอบลำคอหนึ่งใบไม้ไว้แน่น ก่อนจะซุกหน้ากับซอกคอเขา
คนทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกัน ดุจคู่รักเป็ดแมนดารินที่หวานซึ้ง
ค…คืนชีพแล้วจริง ๆ เหรอ?
เฝ่ยไป๋ลู่ตกอยู่ในภวังค์ แต่เธอก็กลับมามีสติอย่างรวดเร็ว
ไม่ ผู้หญิงคนนั้นไม่หายใจ เธอตายแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะมีชีวิตอีก!
“เหลียนเอ๋อร์ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว! ผมทำสำเร็จ ผมกลายเป็น…” ต่อมาเสียงที่ตื่นเต้นของหนึ่งใบไม้ก็หยุดไปกะทันหัน
เฝ่ยไป๋ลู่ตกใจมากจนลืมหายใจ ม่านตาหดตัวฉับพลัน
ดอกบัวสีขาวเก้ากลีบซ้อนทับกันเก้าชั้นงอกขึ้นมาจากหัวของหนึ่งใบไม้
ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์!
ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏในเมืองต้าหลินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ผู้หญิงที่ชื่อเหลียนเอ๋อร์เป็นใครกันแน่?
เฝ่ยไป๋ลู่ต้องการค้นหาเบาะแส จึงก้าวรุดไปข้างหน้า
‘ตึ้ง!’ บางอย่างกระแทกพื้นรุนแรง ราวกับต้องการเตือนเฝ่ยไป๋ลู่ และเสียงนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นรอยเท้าก็ปรากฏเหนือศีรษะ
‘เมื่อมีคนมา!’ สีหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เคร่งเครียดขึ้น ตัดสินใจล่าถอยก่อน เธอรีบไต่ขึ้นไปบนเพดานทันที