เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 190 ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์คุณ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 190 ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์คุณ
ครั้งนี้น่าหงเฟยไม่ได้เดินทางกลับประเทศจีนด้วยความสมัครใจ
น่าหงเฟยเป็นคนหัวดื้อ ตอนอายุสิบห้าปี ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวตึงเครียดไม่น้อย เขาจึงใช้เวลาหกเจ็ดปีท่องอยู่ในต่างประเทศตามลำพัง
หากคนที่บ้านไม่ตัดสภาพคล่องทางการเงิน และบังคับให้เขากลับมาไหว้บรรพบุรุษ เขาอาจจะยังอยู่ที่ต่างประเทศ
กลับบ้านแล้วได้อะไร?
พ่อหัวโบราณหมกมุ่นอยู่กับหน้าตาทางสังคม แม่ที่ชอบเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย พี่ชายคนโตที่ดีกว่าตัวเขาเสมอ และทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด และน้องสาวคนเล็กที่ได้รับความรักมากมาย…
เขาเป็นลูกชายคนรองของครอบครัว คนที่พ่อแม่ไม่เห็นคุณค่า พ่อแม่ทำดีแต่กับพี่ชายคนโต และแม้แต่น้องสาวก็ยังหมางเมินเขา
จุดยืนของเขาอยู่ตรงไหนในบ้านหลังนั้นกัน?
แม้ใบหน้าของน่าหงเฟยจะสดใส แต่หัวใจกลับหดหู่เศร้าสร้อย กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่มีวันแสดงออกมา
ทว่าในเวลานี้ น่าหงเฟยกลับเหม่อมองเฝ่ยชิงรั่วด้วยความหลงใหล หลงลืมกระทั่งความดำมืดซึ่งอยู่ในใจของเขามานานหลายปี
“นายน้อยน่า… หงเฟย ฉันมาที่นี่เพื่อดื่มกับคุณ” เฝ่ยชิงรั่วยิ้มบาง ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีความลำบากใจใด
เธอหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา จากนั้นก็กรอกใส่ปากของน่าหงเฟย
ดวงตาของชายหนุ่มตกตะลึง และเขาก็เปิดปากโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ไวน์สหวานเหมือนน้ำเชื่อมก็ไหลลงคอ เข้าสู่ท้อง จนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ชวนให้ใจละลาย
กลิ่นหอมของเฝ่ยชิงรั่วติดจมูก และจิตวิญญาณของเขาก็เหมือนกำลังตกอยู่ในความฝัน ทำให้หลับตาลงโดยไม่ได้ตั้งใจ…
ความรู้สึกนี้สบายจริง ๆ
มีเพียงเฝ่ยชิงรั่วเท่านั้นที่สามารถมอบความสบายใจให้เขาได้
น่าหงเฟยอดไม่ได้ที่จะดูถูกตัวเองที่เมื่อก่อนไม่ชอบเฝ่ยชิงรั่ว
เขาควรจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจเธอสิ!
หากเฝ่ยชิงรั่วบอกว่าชอบอะไร เขาจะนำมันมามอบให้เธอด้วยสองมือ และถ้าเฝ่ยชิงรั่วเกลียดใคร เขาจะกำจัดพวกมันทีละคน!
“หงเฟย ปิดไลฟ์สดก่อนสิคะ” เฝ่ยชิงรั่วเหลือบมองไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความรังเกียจ และพูดว่า “ฉันเป็นแฟนของคุณ คุณควรแนะนำฉันให้เพื่อน ๆ ของคุณรู้จักนะ”
“ได้” น่าหงเฟยทำตามอย่างว่าง่าย เขาปิดการถ่ายทอดสด วางมือบนเอวของเฝ่ยชิงรั่ว
เฝ่ยชิงรั่วพอใจไม่น้อย เทคนิคที่แม่ของเธอสอนได้ผลชะงัดจริง ๆ!
หากเชี่ยวชาญศาสตร์นี้เมื่อไหร่ เธอจะออกงานมากมายและสร้างสีสันในวงสังคมไปทำไม สู้ทำไลฟ์สดแบบเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ดีกว่าหรือ?
“คุณชายเล็กน่าจะเพิ่งกลับมาที่จีน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเฝ่ยชิงรั่ว แต่จิ๊ ๆ เจ้านี่มือไวชะมัด…”
“ถึงภูมิหลังชิงรั่วจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เธอก็เป็นคนดี การเข้าไปในบ้านตระกูลเฝ่ยได้คงเพราะเธอมีความสามารถ…”
“หุบปาก! คุณชายหงเฟยเพิ่งพูดว่าการไม่เคารพเฝ่ยชิงรั่ว ถือเป็นการไม่เคารพเขาด้วยนะ”
บางคนกระซิบพลางคร่ำครวญว่าละครเรื่องรักแรกพบไร้สาระกำลังเริ่มเล่นแล้ว เมื่อเห็นความกระตือรือร้นที่น่าหงเฟยมีต่อเฝ่ยชิงรั่ว ทุกคนต่างพากันสงสัยว่ามันคือพันธุกรรมทรงเสน่ห์ที่ฝังลึกอยู่ในยีนคนตระกูลเฝ่ยหรือเปล่า
เฝ่ยชิงรั่วพลันมีความสุข และมุ่งมั่นจะฝึกฝนวิชามากขึ้นไปอีก ช่างเป็นวิชาที่วิเศษอะไรเช่นนี้!
ในอีกด้านหนึ่ง การถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ยังคงดำเนินต่อไป
ห่านหยวนหลงในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว แล้วเขาก็พบว่าประตูเปิดไม่ได้ จึงกระแทกประตูอย่างแรง “เปิดประตู! พวกคุณจะทำอะไรน่ะ?”
พนักงานร้านชานมรีบขอโทษ “คุณครับ ผมขอโทษจริง ๆ ตัวล็อกประตูพัง ผมจึงเปิดไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วง ผมโทรหาช่างทำกุญแจแล้ว”
ห่านหยวนหลงตีหน้าไม่พอใจ ตอนนี้เขาเสี้ยนบุหรี่เต็มที ชายหนุ่มเลื่อนแตะกระเป๋ากางเกง กลับพบว่าโทรศัพท์กำลังสั่น
เป็นพี่น้องที่รู้จักจากกลุ่มแชตออนไลน์
ห่านหยวนหลงกดรับสาย เสียงตื่นตระหนกพลันดังมาจากอีกด้านหนึ่ง “พี่หลง แย่แล้ว มีคนเจอพี่แล้ว รีบ…”
เจอ?
เจออะไร?
ก่อนที่ห่านหยวนหลงจะทันได้โต้ตอบ ประตูด้านหลังเขาก็เปิดผ่าง
ทันใดนั้น ตำรวจก็เข้าตรึงร่างห่านหยวนหลงไว้กับพื้น สายตาเทรนเนอร์หนุ่มเห็นขงเสี่ยวลู่มองเขาด้วยความเกลียดชัง
‘ที่แท้ก็โดนจับเพราะเรื่องนั้น… บัดซบ!’
ห่านหยวนหลงคิด ช่างน่าเสียดาย…
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตนตกอยู่ในเงื้อมมือของเฝ่ยไป๋ลู่ และ ‘พี่น้อง’ ทั้งหมดในกลุ่มแชตของเขาก็ถูกเรียกตัวไปสอบสวนเช่นกัน
ตอนนี้ชะตากรรมในอนาคตของขงเสี่ยวลู่เปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ติดเชื้อจากห่านหยวนหลง และพ่อแม่ก็ไม่บังคับให้เธอหาคู่อีก สาวน้อยยังคงบริหารร้านดอกไม้ได้ดี ในขณะเดียวกันก็เข้าร่วมองค์กรการกุศลเพื่อการป้องกัน และดูแลโรคเอดส์ เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์
เฝ่ยไป๋ลู่ตัดการเชื่อมต่อสายที่สองนี้ลง
การถ่ายทอดสดกินเวลานานถึงห้าชั่วโมง ทว่าความนิยมที่เธอได้รับก็ยังคงไร้ผู้ใดเทียบได้ ถึงกับแซงหน้าชาวบ้านจนกลายเป็นที่อิจฉาของเพื่อนร่วมสายงาน
แต่เมื่อเทียบกับเงินรางวัลที่ได้รับ เฝ่ยไป๋ลู่ยังได้รับปราณวิญญาณที่หลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทางเช่นกัน
ต่อมาเฝ่ยไป๋ลู่ก็นั่งสมาธิ บาดแผลที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเธอเริ่มตกสะเก็ด เธอจึงต้องชำระล้างสิ่งปนเปื้อนที่สะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อและหลอดเลือดด้วยปราณวิญญาณที่ได้รับมาเมื่อครู่
“ฟ่อ” เหมือนงูตัวน้อยสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มันชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
เฝ่ยไป๋ลู่ลืมตา หันมาหน้าต่าง และก็เห็นเงามืดพยายามเข้ามาทางประตูเหล็กของบ้านพัก
ขโมย?
เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งอ่านข่าวบนอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นเนื้อหาทั่วไปเกี่ยวกับขโมยขึ้นบ้านคนรวย และดื่มสุราเหมาไถของเจ้าของบ้านจนหมดหกขวด
แปลกจริง ๆ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไร้การเคลื่อนไหว ถ้าอย่างนั้นคนคนนี้ไม่น่าจะใช่ขโมย
“แม่ง บัดซบ! ไอ้ฉิบหาย!” เวินเหวินเต๋อพยายามดิ้นรนให้หลุดจากเหล็กดัดเต็มที่ แต่ร่างกายของเขายังคงติดอยู่ จนขยับไม่ได้และอดไม่ได้ที่จะสิ้นหวัง
แล้วเขาก็เห็นใครบางคนมาจากระยะไกล จึงตะโกนขึ้นว่า “ใครน่ะ ช่วยฉันด้วย!”
เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนกำลังมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “เร็วเข้า เปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อย…”
ที่แท้ก็คนที่เธอรู้จักนี่เอง
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้ว
หลังจากกล่าวคำอำลาในหมู่บ้าน เธอก็ไม่เคยเห็นเวินเหวินเต๋ออีกเลย
แม้เขาจะเป็นบุตรนอกสมรสของตระกูลเวิน แต่เขาก็ผ่านประตูเข้ามาได้ ทำไมถึงไม่นัดดี ๆ แทนที่จะแอบเข้ามาผ่านประตูแบบนี้ล่ะ?
“คุณจะทำอะไรคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่มองท่าทางน่าขันของอีกฝ่ายอย่างไม่ไหวติง
เวินเหวินเต๋อรู้สึกผิดทันที
ในที่สุดเขาก็พบว่าเวินสือเหนียนอาศัยอยู่ที่ไหน และต้องการมาลอบสำรวจ และหากล้วงความลับของอีกฝ่ายได้จะดีมาก
แน่นอนว่าเขาคงไม่บอกเหตุผลจริง ๆ แก่ผู้หญิงคนนี้
โชคดีที่เขาเตรียมมา!
เขาควักจดหมายเชิญออกจากกระเป๋า แล้วมองเฝ่ยไป๋ลู่ “ร้านประมูลอันเฟิงจะจัดการประมูลขึ้นในอีกไม่กี่วัน คนที่นั่นเลยขอให้ฉันส่งจดหมายเชิญถึงคุณชายสามเวิน! ฉันไม่ได้บอกเขากับเลขาว่าจะมาที่นี่ เพราะอยากจะคุยด้วยตัวเอง!”
ทว่าขณะเขาพูด เฝ่ยไป๋ลู่ทำเพียงเฝ้าดูเขาเงียบ ๆ