เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 194 ผู้บำเพ็ญตนล้วนปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเปล่งวาจา*[1]
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 194 ผู้บำเพ็ญตนล้วนปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเปล่งวาจา*[1]
เฝ่ยไป๋ลู่พูดไม่ออก เมื่อเห็นราคาประมูลล่าสุดของยาคืนพลัง
สองร้อยล้าน?
เธอต้องไลฟ์กี่วัน และต้องขายยันต์กี่แผ่นถึงจะได้เงินจำนวนนี้มา?
หากยารักษาทุกโรคขายในราคาที่สูงขนาดนี้ ย่อมเดาได้ไม่ยากว่ายาชนิดเดียวกันในโลกนี้ล้ำค่าเพียงใด
ถ้าเธอขายยาคืนพลังด้วยละก็…
กระนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็ล้มเลิกความคิดไปอย่างรวดเร็ว วัตถุดิบในการหลอมยาคืนพลังหายากมาก และมีไม่เพียงพอ อีกทั้งเธอยังขายพวกมันให้กับเวินสือเหนียนด้วยความหวังดี และจะไม่ขายให้กับคนอื่นไม่ว่าพวกเขาจะจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ตาม
แต่เธอสามารถผลิตยาคืนพลังอย่างง่ายเป็นจำนวนมากได้
“ฉันก็ทำได้…” ก่อนที่เฝ่ยไป๋ลู่จะพูดจบ ก็มีเสียงเคาะที่ประตู
ด้านนอกประตูเป็นชายวัยกลางคน เมื่อเห็นเธอออกมา เขาก็ยิ้มกว้าง แล้วถามขึ้นว่า “คุณคือเฝ่ยไป๋ลู่หรือเปล่า?”
ประโยคแรกที่เขาพูดนั้นเฉพาะเจาะจงมาก
เฝ่ยไป๋ลู่มองเขา และข้างหลังเขาเธอก็เห็นเฝ่ยชิงรั่ว และน่าหงเฟยที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่ เธออีกแล้ว!
น่าหงเฟยบอกว่ายาคืนพลังเป็นของตระกูลน่า เฝ่นชิงรั่วจึงพาน่าหงเฟยกลับไปหาน่าเหว่ยจื้ออย่างมีความสุข
ทว่าทันทีที่ออกมา ทั้งสองก็เห็นน่าเหว่ยจื้อถือกล่องหยกที่มียาคืนพลังบรรจุอยู่
ตอนนั้นเฝ่ยชิงรั่วสะกดความยินดีในใจไว้แทบไม่อยู่ แก้มของเธอแดงปลั่งด้วยความตื่นเต้น เธอคิดว่านั่นจะเป็นของขวัญจากน่าหงเฟย จึงเอื้อมมือไปจะรับมัน
ทว่าน่าเหว่ยจื้อกลับเคาะประตูห้องข้าง ๆ
และคนที่ออกมาก็คือ เฝ่ยไป๋ลู่!
เฝ่ยชิงรั่วพลันตระหนักถึงบางสิ่ง สีหน้าของเธอเข้มขึ้น เลือดสูบฉีดหนักด้วยโทสะ
“พ่อ เคาะผิดหรือเปล่า ห้องผมอยู่ข้าง ๆ” น่าหงเฟยไม่เชื่อ ขยับหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น
แต่น่าเหว่ยจื้อก็ผลักเขาออก แล้วมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความเคารพ “อาจารย์เฝ่ย ผมขอคุยกับคุณ และคุณชายสามสักหน่อยได้ไหมครับ”
“เข้ามาเลยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่หลีกทางให้อีกฝ่ายเข้ามา
ต่อมาประตูก็ปิดลง ทิ้งคนสองคนไว้ด้านนอก
น่าหงเฟยพลันตัวแข็งทื่อ “พ่อเรารู้จักเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยเหรอเนี่ย?”
ชายหนุ่มไม่เพียงโดนคนตระกูลเหวินตบหน้า แต่ยังถูกพ่อตัวเองตบหน้าอย่างจัง ใครจะเข้าใจความรู้สึกนี้กัน?
เฝ่ยชิงรั่วไม่ตอบคำถามของน่าหงเฟย
เธอกลับสนใจ ‘คุณชายสาม’ ที่น่าเหว่ยจื้อกล่าวถึงมากกว่า!
ใครจะนึกว่าคุณชายสามเวินจะมาปรากฏตัวในโรงประมูลแห่งนี้ด้วย
ว่าแต่เวินสือเหนียนพาเฝ่ยไป๋ลู่มาด้วยอย่างนั้นหรือ? ทำไมความสัมพันธ์ของทั้งสองคนถึงเป็นมิตรกันขนาดนี้ได้?
ยาคืนพลังกล่องนั้นน่าเหว่ยจื้อคิดจะมอบให้เฝ่ยไป๋ลู่หรือเวินสือเหนียนกัน?
เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ฉันต้องไปอยู่ข้าง ๆ เฝ่ยไป๋ลู่!
เฝ่ยชิงรั่วในยามนี้อิจฉาจนแทบคลั่ง
“มันไม่ปลอดภัยสำหรับพ่อผมที่จะถือยาคืนพลังไว้คนเดียว ผมจะคอยท่านอยู่ที่นี่” น่าหงเฟยเองก็ต้องการยาคืนพลังเช่นกัน
‘รออะไร? รอให้เฝ่ยไป๋ลู่ตบหน้าอีกคนเรอะ?’ เฝ่ยชิงรั่วกระทืบเท้าด้วยความเดือดดาล ก่อนจะลากน่าหงเฟยออกไปด้วยความโกรธ
น่าหงเฟยไม่พอใจเล็กน้อย หลังจากฉุดกระชากกันอยู่ไม่กี่ครั้ง ในที่สุดรองเท้าส้นสูงของเฝ่ยชิงรั่วก็เสียสมดุล ร่างเธอจึงตกบันได
ทว่าก่อนจะล้ม เธอคว้าไหล่ทั้งสองของน่าหงเฟยไว้เป็นโล่มนุษย์
ทำให้ไหล่ของหงเฟยกระแทกพื้นอย่างแรง เสียงกระดูกหักดังลั่น ก่อนที่เขาจะหมดสติไป
“อ๊ะ มือของฉัน!” เฝ่ยชิงรั่วทรุดตัวลง และกรีดร้อง
มือขวาของเธอหัก
แล้วเวลาร่ายอาคม เธอก็ต้องใช้มือขวานะ!
ผนังเก็บเสียงภายในห้องส่วนตัวเก็บเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนคนข้างในไม่ได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก
เฝ่ยไป๋ลู่แสยะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
ผู้บำเพ็ญตนล้วนปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเปล่งวาจา
เธอบอกว่าจะหักข้างเดียว ไม่ใช่สองข้างเสียหน่อย
น่าเหว่ยจื้อรู้สึกว่ารอยยิ้มของหญิงสาวดูอันตรายอย่างบอกไม่ถูก จนเขาอดไม่ได้ที่จะสะท้านใจ
ผู้นำตระกูลน่าได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเฝ่ยไป๋ลู่มาแล้ว และหลังจากดูไลฟ์ของเธอ และสิ่งที่เธอต้องเผชิญ เขาจึงคิดว่าเธอเป็นคนใจบุญใฝ่คุณธรรม
แต่ในขณะนี้ น่าเหว่ยจื้อกลับรู้สึกว่าเขาต้องลบล้างความคิดนี้ออกไปเสีย
บางคนคิดว่าเธออ่อนโยน และใจกว้าง แน่นอนว่านั่นคือลักษณะนิสัยของเธอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะไร้ความรู้สึก
ดังนั้น การยั่วยุของน่าหงเฟยครั้งแล้วครั้งเล่า อาจทำให้การเจรจาในครั้งนี้เป็นไปได้ยาก และตระกูลน่าอาจกลายเป็นศัตรูของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เป็นได้
ใจน่าเหว่ยจื้อในตอนนี้จึงยกสถานะของเฝ่ยไป๋ลู่ให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย
“คุณน่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” เวินสือเหนียนรินชาให้น่าเหว่ยจื้ออย่างใจเย็น “มาดื่มชาให้ชุ่มคอกันก่อน”
“ขอบคุณครับ คุณชายสามเวิน” น่าเหว่ยจื้อกำลังจะส่งยาคืนพลังที่ได้รับมาให้ แต่ทันทีที่เวินสือเหนียนพูดเช่นนี้ ชายวัยกลางคนก็ตระหนักได้ว่าปากของเขาแห้งผาก
น่าเหว่ยจื้อดื่มชาไปสองสามอึก พลันรู้สึกว่าตนในตอนนี้ไม่ต่างกับชายวัยกลางคนที่ต้องคอยตามล้างตามเช็ดให้เจ้าลูกชายไม่รักดี และเมื่อคิดเช่นนี้ รสชาหอมหวานก็กลับกลายเป็นขมฝาด
“อาจารย์เฝ่ย เด็กนั่นไม่รู้ความ จนต้องรบกวนคุณหลายครั้ง อย่าถือสาเขาเลยนะครับ”
น่าเหว่ยจื้อเป็นคนแก่เจ้าเล่ห์ เขาจะไม่ให้ยาคืนพลังที่ตนอุตส่าห์ซื้อมาในราคาสูงแก่ใครแน่ ๆ แต่เขากลับวางมันลงบนโต๊ะ
ในขณะที่คุยกับเฝ่ยไป๋ลู่ เขาเหลือบมองเวินสือเหนียนเป็นระยะ ๆ
เมื่อเห็นว่าเวินสือเหนียนไม่ได้เผยท่าทีคัดค้าน น่าเหว่ยจื้อก็หันความสนใจไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
เขาหลุบตาลง รู้อยู่เต็มอกว่าหากเฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า คุณชายสามเวินก็ไม่ขัดข้อง
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองยาคืนพลัง แล้วหันมองน่าเหว่ยจื้อ ถ้าเธอไม่รับไว้ เกรงว่าคุณน่าคงจะกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นของเวินสือเหนียน และคงนอนไม่หลับทั้งคืนเป็นแน่
เธอจึงตอบรับเสียงเบา “งั้นฉันขอรับไว้นะคะ”
เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่แปลกใจ และไม่ตื่นเต้นของเธอ น่าเหว่ยจื้อก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูกยาคืนพลังนี้ เขาจึงยอมรับผลด้วยความไม่เต็มใจ
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
เป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครต้านทานความเย้ายวนของยาคืนพลังได้หรอก!
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวอิทธิพลของคุณชายเวิน เขาคงไม่มอบยาคืนพลังนี้ให้อีกฝ่ายแน่!
น่าเหว่ยจื้อหัวเราะ พลางกล่าวชื่นชมวิชาที่สุดยอดของเฝ่ยไป๋ลู่ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมหยิบจดหมายเชิญขึ้นมา เพื่อให้อีกฝ่ายมาดูฮวงจุ้ยของบ้านบรรพบุรุษที่ปรับปรุงใหม่ โดยเสนอเงินจำนวนไม่น้อยเป็นค่าตอบแทน
“รับทราบค่ะ แต่ไปหรือไม่ ฉันจะคิดดูอีกทีนะคะ” เฝ่ยไป๋ลู่ย่อมรู้ว่ายาคืนพลังนี้มีไว้เพื่อเวินสือเหนียน ส่วนค่าตอบแทนนี้สำหรับเธอ
เห็นได้ชัดว่าน่าหงเฟยไม่ได้สืบทอดความมีไหวพริบมาจากน่าเหว่ยจื้อเลย
หลังออกจากห้องรับรองพิเศษมา ใบหน้าที่ร่าเริงของน่าเหว่ยจื้อก็พลันถมึงทึง และดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
เจี่ยนต๋าเช่ามาเคาะประตูห้องเขา แล้วบอกว่าน่าหงเฟยล่วงเกินคนที่เขาไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองเข้า
แน่นอน เลขาถือว่าเฝ่ยไป๋ลู่คือว่าที่คุณนายเวิน
การทำให้เธอขุ่นเคือง ย่อมหมายถึงการล่วงเกินเวินสือเหนียน
ดังนั้นยาคืนพลังจึงแทนคำขอโทษของเขาต่อเวินสือเหนียน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แตกต่างไปจากที่เขาคาดไว้
แม้เวินสือเหนียนจะหนุนหลังเฝ่ยไป๋ลู่อยู่ แต่ตัวหญิงสาวก็ไม่ใช่คนที่จะสั่นคลอนได้ง่าย ๆ เช่นกัน
ทว่าน่าหงเฟยกลับทำให้คนสองคนขุ่นเคืองพร้อมกัน!
น่าเหว่ยจื้อพลันปวดหัวจี๊ด “เด็กเวร! ฉันจะพาเขาไปขอโทษอาจารย์เฝ่ยด้วยตัวเอง!”
ตอนนั้นเอง เวินเหวินเต๋อซึ่งนอนดึกเพราะเมื่อคืนไปเที่ยวคลับมา ก็ได้บังเอิญเจอน่าเหว่ยจื้อออกมาจากห้องรับรองพิเศษ
เมื่อได้ยินทุกสิ่งที่น่าเหว่ยจื้อพูด เขาก็กลอกตา
เฝ่ยไป๋ลู่จะช่วยครอบครัวน่าดูฮวงจุ้ยของบ้านบรรพบุรุษเหรอ?
บ้านบรรพบุรุษของครอบครัวน่าเหมือนจะตั้งอยู่ในเขตหรูซินสินะ
คุ้น ๆ แฮะ!
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจของเวินเหวินเต๋อ ก่อนที่เขาจะมาเมืองเจียง เขาบังเอิญเห็นเอกสารชุดหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องทำงานของพ่อ และมีชื่อหรูซินอยู่ด้วย!
“ต้องรีบไปบอกพ่อ!”
[1] ผู้บำเพ็ญตนล้วนปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเปล่งวาจา หมายถึง ตนเคยกล่าวสิ่งใดไว้ ควรทำสิ่งนั้น