เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 193 การประมูล (2)
มือของนายประมูลชะงักกลางอากาศ “แขกผู้มีเกียรติท่านนี้เสนอราคาสี่แสน! มีราคาที่สูงกว่าสี่แสนไหมครับ”
เดิมทีงูตัวน้อยกำลังส่ายหางอย่างมีความสุข จดจ้องกล่องผลไม้จนน้ำลายไหลยืด หวังเพียงจะเขมือบลงท้องเสียให้หมด
แต่เมื่อได้ยินว่ามีคนมาขวางทาง แววตาของมันก็เปลี่ยนเป็นแนวตั้ง รีบถูตัวกับมือของไป๋ลู่ด้วยความโกรธเคือง
เมื่อเทียบกับราคาสิ่งของอื่น ๆ ซึ่งประมูลกันในงานแล้ว ราคาสี่แสนถือว่าไม่แพง แต่การใช้เงินจำนวนมากซื้อผลไม้กล่องหนึ่งย่อมไม่คุ้มค่า จึงไม่มีผู้ประมูลมากนัก
ตอนแรกเฝ่ยไป๋ลู่ก็คิดว่าคงจะได้มาอยู่ในมือแน่ ๆ ไม่คิดว่าจะมีเจ้าคนเมื่อวานซืนโผล่มา
เพื่อของว่างคลายความหิวของงูน้อย เฝ่ยไป๋ลู่จึงเสนอราคาเพิ่มอีกห้าหมื่น “สี่แสนห้าหมื่น”
เฝ่ยชิงรั่วยิ้มเย็นชา ส่งสายตาบอกน่าหงเฟย
น่าหงเฟยประกาศเสียงดัง “ห้าหมื่น เพิ่มแค่ห้าหมื่น! คนขี้แพ้นี่มาจากไหนกัน ผมเสนอหกแสน! ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่าย ก็รีบไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!”
ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องประมูลก็เงียบลง ทุกคนอยากรู้ว่าสองคนนี้จะแข่งขันกันต่อไปหรือไม่
ตอนนั้นเอง เวินสือเหนียนวางแก้วชาในมือลงบนโต๊ะ สายตาเย็นชาขึ้น
“หมอนั่นโอหังจริง ๆ อยู่ต่างประเทศไม่กี่ปีก็ลืมกระทั่งชื่อแซ่ตัวเองแล้ว”
เฝ่ยไป๋ลู่เอนหลังพิงโซฟานุ่มอย่างเกียจคร้านพลางลูบงูตัวเล็ก ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับเวินสือเหนียนหรือกับงูของเธอ
“จะโกรธกับคนแบบนี้ไปเพื่ออะไร”
ภายนอกดูเหมือนเขาเป็นคนอ่อนโยน ใจเย็น แต่แท้จริงรอยยิ้มกลับส่งไปไม่ถึงตา มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ในใจมากมาย
ราคาที่เฝ่ยไป๋ลู่กำหนดไว้สูงสุดคือห้าแสน หากแพงกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแล้ว อย่างไรเธอก็หาขนมให้เจ้างูน้อยกินได้อีกเยอะ
อีกฝ่ายคิดจะทำให้เธอโกรธจนหน้ามืดตามัว ทุ่มเงินเล่นสนุกกับน่าหงเฟย พวกเขาหวังมากไป
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตามอง
เธอเคยพูดไว้แล้วว่า หากยังมาหาเรื่องกันอีก คราวหน้าจะหักแขนพวกเขาทิ้ง
ดูท่าจะไม่ได้ใส่ใจคำพูดเธอจริง ๆ สินะ…
เวินสือเหนียนข่มความโกรธไว้ กล่าวอย่างไม่พอใจ “ผมมีบริษัทผักผลไม้ในเสินหนงเจี้ย ถ้าคุณอยากได้ วันนี้ก็ให้คนขนส่งทางเครื่องบินมาให้ได้”
เฝ่ยไป๋ลู่ชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมา คลื่นอารมณ์ในใจพลันหายไปเจ็ดแปดส่วน
เวินสือเหนียนพูดแบบนี้ มีกลิ่นอายของท่านประธานสุดหล่ออยู่ไม่น้อยเลย
“แค่หกแสนก็ยังไม่กล้าประมูลต่อแล้ว ดูท่าเงินที่เธอหามาได้คงไม่ค่อยมากเท่าไหร่” เฝ่ยชิงรั่วเลิกคิ้ว เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
ในที่สุดก็ทำให้เฝ่ยไป๋ลู่เสียหน้าได้สักที
น่าหงเฟยก็มีท่าทีไม่ต่างกัน เขาหันออกไปตะโกน “ทำไมไม่ประมูลต่อล่ะ ตอนนี้ถ้าเธอยอมแพ้ก็เท่ากับว่าของชิ้นนี้เป็นของฉัน…”
“ฉันให้เจ็ดแสน” เสียงสดใสของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเอ่ยขอโทษขอโพยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างชัดเจน “อุ้ย ขอโทษที ฉันเองก็นึกอยากได้ด้วยสิ ถ้าคุณอยากประมูลแข่งกับฉันก็เสนอราคาสูงสุดมา แต่ถ้าไม่มีปัญญาก็รีบยอมแพ้เถอะ อย่าเสียเวลาฉันเลย”
สีหน้าของน่าหงเฟยเปลี่ยนไปทันที “มันเป็นใครกัน”
เขากำลังพูดจาดูถูกเฝ่ยไป๋ลู่ คนคนนี้ก็พูดแทรกทันที นี่เป็นการตบหน้าเขาฉาดใหญ่ชัด ๆ!
“คุณชายเวินโจวแห่งเมืองเจียง” อารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงของเฝ่ยชิงรั่วถูกทำลายลงทันที
ตระกูลเวินแห่งเมืองเจียงเป็นตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยมาก เธอยังอยากใช้ตระกูลเวินเพื่อเข้าหาคุณชายสามเวินอยู่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับเขา
ยังไงเธอก็เหยียบย่ำเฝ่ยไป๋ลู่จมดินได้แล้ว
เฝ่ยชิงรั่วสูดหายใจลึก ๆ สะกดความโลภที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในใจ พร้อมบอกให้น่าหงเฟยถอนตัว
น่าหงเฟยรู้สึกไม่พอใจ เขาไม่สนใจเธอ “ถ้าถอนตัว ก็เหมือนผมกลัวตระกูลเวินสิ!”
แววตาของเฝ่ยชิงรั่วเย็นลง น่าหงเฟยเริ่มจะต่อต้าน ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเธออีกแล้ว!
เธอรีบท่องคาถาในใจ
แววตาของน่าหงเฟยเลื่อนลอยไปชั่วครู่ ครั้นรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็เชื่อฟังคำพูดของเฝ่ยชิงรั่วโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
“ในเมื่อกลัวจนหัวหดขนาดนี้ ของที่ประมูลได้ชิ้นนี้ก็เป็นของฉัน” เวินโจวหัวเราะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง “ช่วยนำไปส่งที่ห้องส่วนตัวหมายเลขสาม บนชั้นสองด้วย”
“เอ๊ะ พวกเราอยู่ในห้องหมายเลขสามไม่ใช่เหรอ” เฝ่ยไป๋ลู่หันมองเวินสือเหนียนด้วยความสับสน ด้วยคิดว่าตนเองอาจได้ยินผิดไป
เวินสือเหนียนยิ้มจาง ๆ “ใช่”
เจ้างูน้อยดวงตาเป็นประกายทันที!
เฝ่ยชิงรั่วตกใจผุดลุก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอกรีดร้องออกมา “อะไร ๆ ก็ให้เฝ่ยไป๋ลู่ สุดท้ายก็ยังวนเวียนอยู่ที่เฝ่ยไป๋ลู่!”
‘เพราะอะไร?!’ เฝ่ยชิงรั่วโมโหไม่มาก
ตอนนี้ใบหน้าของน่าหงเฟยร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด
ทำไมเขาต้องหมายหัวเฝ่ยไป๋ลู่ ทำไมถึงได้เสียหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังถูกหาว่าทำร้ายคนต่อหน้าคนอื่น ๆ ทั้งยังประมูลกล่องผลไม้ไร้ประโยชน์แข่งกับเฝ่ยไป๋ลู่ ดูถูกเธอแต่ก็โดนคนอื่นดูถูกกลับ… เรื่องพวกนี้เป็นฝีมือเขาจริง ๆ หรือ?
ถึงเขาจะเป็นคนเย่อหยิ่งและชอบรังแกผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้มีความอาฆาตแค้นกับเฝ่ยไป๋ลู่มากขนาดนี้
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?
ดวงตาของน่าหงเฟยกลอกไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในหัวอย่างหนัก เขารู้สึกปวดสมองไปหมด เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนขึ้นมา
หัวใจเต้นกระตุกรุนแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก คล้ายบังคับให้เขาละความคิดสงสัยเหล่านี้เสีย
“แย่แล้ว!” สร้อยคอของเฝ่ยชิงรั่วร้อนขึ้นจนเธอสะดุ้ง หญิงสาวไม่สนใจเฝ่ยไป๋ลู่ รีบหันกลับมา ปลอบประโลมน่าหงเฟย
กระทั่งสีหน้าของน่าหงเฟยค่อย ๆ สงบลง กระนั้นแววตาเขากลับว่างเปล่า สายตาเอาแต่มองเฝ่ยชิงรั่วที่อยู่ใกล้ตัว
อีกด้านหนึ่ง เฝ่ยไป๋ลู่มองผลไม้เสินหนงเจี้ยที่ถูกส่งมา เธอขมวดคิ้วมองเวินสือเหนียน “คุณสั่งเหรอ?”
เวินสือเหนียนไม่ปฏิเสธและไม่ยอมรับ เขาหยิบผลไม้ลูกหนึ่งยื่นให้เฝ่ยไป๋ลู่ “รีบกินก่อนจะหมดเสียก่อน”
เจ้างูตัวน้อยที่กินผลไม่อยู่ผายลมออกมาเบา ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ถามต่ออีก เธอกินผลไม้ที่รับมาอย่างว่าง่าย บอกตามตรงว่า อร่อยมาก สมกับราคาประมูลเริ่มต้นที่สองแสนจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่กินไม่มาก แล้วเธอก็สังเกตว่างูน้อยนำเมล็ดที่กินเหลือมาวางรวมกัน ก่อนจะใช้หางม้วนยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเธอ
“จะทำอะไร ใส่ขยะลงในกระเป๋าเสื้อฉันเหรอ” เฝ่ยไป๋ลู่เคาะหัวมันเบา ๆ
งูตัวน้อยออดอ้อนและเกาะติดไม่ยอมห่าง ถึงจะร้องออกมาไม่หยุดแต่ก็อธิบายไม่ได้
เวินสือเหนียนมองความสัมพันธ์ของคนกับสัตว์เลี้ยงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนพูดขึ้น “บางทีสิ่งที่มันต้องการอาจจะเป็นเมล็ดพวกนี้ คงอยากเอาไปปลูก”
ใช่ แบบนั้นแหละ! มันหมายความอย่างนั้นเลย!
งูน้อยรีบผงกหัวหงึก ๆ
“โอ้” เฝ่ยไป๋ลู่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็เหลือบมองเวินสือเหนียนหลายครั้ง เขาเดาความคิดของมันได้ยังไง
ตอนนี้การประมูลที่ชั้นล่างยังคงดำเนินต่อไป ไม่รู้ว่าสิ่งของที่นำมาประมูลคืออะไร จึงทำให้ทั่วทั้งห้องประมูลคึกคักมาก กระทั่งเสียงประมูลก็ดังอย่างต่อเนื่อง
แทบไม่กี่อึดใจ ราคาของของชิ้นนั้นก็เพิ่มขึ้นไปถึงแปดสิบล้าน
“ของวิเศษที่นำมาประมูลชิ้นแรกปรากฏขึ้นแล้ว” เวินสือเหนียนกล่าว “ยาคืนพลังหนึ่งเม็ด”
ยาคืนพลัง? เฝ่ยไป๋ลู่เริ่มสนใจ เธอก็อยากเห็นเหมือนกันว่า ยาคืนพลังในโลกนี้หน้าตาเป็นยังไง
บนจอยักษ์ขณะนั้น ฉายภาพผู้จัดการประมูลถือกล่องหยกขนาดเล็กขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ภายในกล่องหยกบรรจุยาเม็ดกลม ใหญ่และสีขาวบริสุทธิ์ แม้อยู่ห่างไกลก็ยังได้กลิ่นหอมรัญจวนใจ
“ได้ยินมาว่ายาคืนพลังเม็ดนี้เป็นฝีมือหมอเทวดาของตระกูลฉีเหลียนแห่งคุนหลุน มีสรรพคุณรักษาโรคทุกชนิด และยืดอายุขัยได้” เวินสือเหนียนพูดช้า ๆ สายตามีแววความมุ่งมั่นที่จะได้มาครอบครอง
เขาอยากให้ผู้เฒ่าเวินมีชีวิตยืนยาวอีกหลายปี
แม้จะฟังดูดีไม่น้อย แต่พอได้กลิ่นหอมของยา ก็รู้ได้ทันทีว่าสู้ของของเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้
เฝ่ยไป๋ลู่นั่งตัวตรง แต่ก็กลับมานั่งปกติอีกครั้ง
เธอเอียงตัวพิงโซฟานุ่ม ๆ พูดว่า “อย่าซื้ออันนี้เลย ฉันจะขายอันที่ดีกว่าให้คุณถูก ๆ เอง”
เวินสือเหนียนชะงักเล็กน้อย ความรู้สึกดีผุดขึ้นมาในใจ เพราะเฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยปากจะขายของให้เขาถูก ๆ อย่างนั้นหรือ?
นี่หมายความว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้นแล้วหรือเปล่า?
เมื่อเป็นเช่นนี้ เวินสือเหนียนจึงไม่ร่วมประมูลรอบนี้ กระนั้นแค่การประมูลที่ด้านล่างก็ดุเดือดมาก สุดท้ายก็มีคนซื้อไปด้วยราคาสองร้อยสามสิบล้าน
เฝ่ยชิงรั่วกัดริมฝีปาก สายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและความไม่พอใจ เอาแต่จ้องมองยาคืนพลัง
เธออยากได้ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่มีความสามารถมากพอ!
แต่น่าหงเฟยกลับยิ้มแย้มเบิกบาน เขาจัดการเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“ชิงรั่ว ยาคืนพลังเม็ดนี้ พ่อของผมเป็นคนประมูลได้”
เฝ่ยชิงรั่วที่ตกใจไปในตอนแรก คราวนี้เธอเปลี่ยนมาดีใจจนตัวสั่น
เยี่ยมมาก!
เฝ่ยชิงรั่วจะบอกให้น่าหงเฟยเอายาคืนพลังมาใช้กับเธอให้ได้
ยาคืนพลังมูลค่าสองร้อยสามสิบล้านเป็นของเธอแล้ว!