เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 197 บ้านบรรพบุรุษตระกูลน่า (2)
“บ้านบรรพบุรุษตระกูลน่าครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ไม่มีคนอาศัยอยู่ บรรยากาศจึงเงียบเหงา เกรงว่าคงเก็บฮวงจุ้ยที่ดีเอาไว้ไม่ได้ จึงให้ความสำคัญมากกับการใช้สัตว์มงคลคอยปกปักรักษา แต่ตอนนี้สัตว์มงคลก็สะกดวิญญาณชั่วร้ายที่พุ่งสูงขึ้นมาในบ้านหลังนี้ไม่อยู่แล้ว และที่มาของวิญญาณชั่วร้ายนั้น…” เฝ่ยไป๋ลู่หยุดชะงัก
ประโยคของเธอยังกล่าวไม่จบ กานว่างก็พูดเติมให้
“วิญญาณชั่วร้ายมาจากภูเขาจำลองตรงหน้า สายน้ำที่ไหลผ่านภูเขาจำลอง ล้วนนำพลังอัปมงคลเข้ามา!”
พลังอัปมงคลนี้บางเบามาก หากไม่ใช่เฝ่ยไป๋ลู่ตั้งใจชี้ให้เห็น กานว่างก็คงไม่สังเกตเห็น
สายตาของเขาเฉียบคมขึ้น ปกป้องคนทั้งหลายไว้ด้านหลัง พร้อมชักดาบออกมา ก่อนฟันไปที่ภูเขาจำลอง
ภูเขาจำลองแตกเป็นเสี่ยง ๆ แผ่นยันต์สีเหลืองเข้มพลันลอยออกมาจากตัวภูเขา
น่าเหว่ยจื้อรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิรอบกายที่ลดฮวบจนหนาวสั่นไปทั้งตัว “นี่ นี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงไปอยู่ในภูเขาจำลอง”
ตอนนั้นเอง นกบนไหล่เจียงชิงกระพือปีกบินพลางส่งเสียงร้องแปลก ๆ
เจียงชิงเข้าใจสิ่งที่นกกำลังพูด สีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันที “เจ้านกบอกว่าเมื่อปีก่อน มันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยัดของสิ่งหนึ่งในภูเขาจำลอง”
หานเสียวเสี่ยวไม่คิดว่าพอเฝ่ยไป๋ลู่มาแล้วจะเจอเบาะแส เธอจึงไม่พอใจเล็กน้อย “แต่สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับศพบรรพบุรุษตระกูลน่าฟื้นคืนชีพยังไงล่ะ?”
“หนึ่งปีก่อนมีคนจงใจทำลายฮวงจุ้ยของบ้านบรรพบุรุษตระกูลน่า” กานว่างครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ “บรรพบุรุษตระกูลน่าคงกลายเป็นผีดิบเพราะฝีมือมนุษย์”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้าก่อนเหลือบมองน่าเหว่ยจื้อ “คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าบรรพบุรุษของคุณกลายเป็นผีดิบ”
ที่แท้ก็มีคนคิดร้ายต่อตระกูลน่านี่เอง น่าเหว่ยจื้อรู้ว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล เขาจึงไม่กล้าปกปิดอีกต่อไป “อีกไม่นานก็จะเป็นวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษของตระกูลแล้ว ผมจึงสั่งให้คนไปตัดหญ้ารกรอบ ๆ สุสานบรรพบุรุษ…”
ทว่าในคืนนั้นเลขาที่ควบคุมงานต่อสายมาหาเขา พูดด้วยเสียงสั่น ๆ ราวกับตกใจกลัว “ท่านประธาน ผีดิบลุกขึ้นมาจากหลุมแล้วครับ!”
น่าเหว่ยจื้อรีบรุดไปทันที เขาจึงพบว่าหลังจากตัดหญ้ารกไปแล้ว ก็เห็นว่าหลุมศพของบรรพบุรุษมีโพรงใหญ่ขนาดที่คนลงไปได้ ซึ่งทอดยาวไปถึงโลงศพใต้ดิน
“หรือว่าจะเป็นโพรงที่พวกขโมยสุสานขุดไว้”
ตระกูลน่าร่ำรวยมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่มีคนหมายครอบครองสมบัติของบรรพบุรุษตระกูลก็มีความเป็นไปได้
แต่ลึก ๆ แล้วน่าเหว่ยจื้อไม่เต็มใจยอมรับว่าบรรพบุรุษได้กลายเป็นผีดิบ
เลขาหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ “ท่านประธาน มันไม่ใช่โพรงของพวกขโมย ตอนกลางวันที่กำลังตัดหญ้ายังไม่มีโพรงนี้ แต่ทำไมตอนกลางคืนถึงมีขึ้นมาได้”
ตัวเขาสั่นไปหมด ก่อนสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยกันหามคนคนหนึ่งเข้ามา
คนคนนั้นสวมชุดคนงาน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนงานที่จ้างมาถางหญ้า
เขาถูกมัดด้วยเชือกห้าสีบนแผ่นไม้ หน้าซีดดำ ดวงตาเบิกโปน ปากถูกยัดด้วยผ้าก้อนหนึ่ง จนมองเห็นฟันคม สีหน้าดุร้ายราวกับปีศาจ
น่าเหว่ยจื้อถอยกรูดด้วยความกลัว “คนคนนี้เป็นอะไร์” ทำไมถึงเหมือนผีดิบได้ขนาดนี้!
ผู้เป็นเลขากล่าวด้วยความขมขื่น “หลังจากที่บรรพบุรุษผีดิบฟื้นคืนชีพ ก็ได้กัดคนงานที่ผ่านมาคนหนึ่ง แล้วหนึ่งชั่วโมงให้หลังเขาก็กลายเป็นแบบนี้ครับ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เขากัดคนอื่น เราจึงมัดเขาเอาไว้…”
เมื่อถูกกัดแล้วจะกลายเป็นผีดิบด้วย ส่วนตอนนี้ผีดิบบรรพบุรุษที่เป็นตัวการก็ยังคงเดินเตร่ไปมาอยู่ข้างนอก
กลิ่นอายความตายและอันตรายแผ่ปกคลุมหัวใจของผู้คนราวกับหมอกควัน ในวันนั้นมีคนงานจำนวนมากที่ออกจากที่นี่ไปตอนกลางคืน
“หลังพระอาทิตย์ขึ้นในวันต่อมา คนงานที่ถูกกัดก็ตาย” น่าเหว่ยจื้อลูบหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง “ผมจ่ายค่าชดใช้ให้กับครอบครัวของคนงานคนนั้นแล้ว แต่ในตอนนี้ผมอยากเจอศพบรรพบุรุษร่างนั้น ถ้าเขามีเรื่องอะไรค้างคาใจ ผมก็จะทำให้อีกฝ่ายสมปรารถนา และหวังเพียงให้เขาจะได้กลับคืนสู่ผืนดิน…”
“หลังจากถูกกัดหนึ่งชั่วโมงก็จะกลายเป็นผีดิบ พอเจอแสงแดดในวันที่สองก็ตาย แสดงว่าพิษที่เขาคนนั้นรับเข้าไปนั้นร้ายแรงมาก บรรพบุรุษของคุณคงไม่ใช่ผีดิบธรรมดา!” หานเสียวเสี่ยวหวาดกลัวขึ้นมา ผีดิบที่ร้ายกาจขนาดนี้ เธอจะเอาชนะได้จริง ๆ หรือ?
หากเธอเผลอถูกกัดเข้า แม้เป็นผู้ฝึกตนก็ยังอันตรายถึงชีวิต!
น้ำเสียงของหานเสียวเสี่ยวเริ่มแสดงถึงอาการถอดใจ
“ผมรู้แล้วครับ” น่าเหว่ยจื้อหันมามองด้วยสายตาเศร้าหมอง “หลังจากที่อาจารย์ช่วยดูบ้านให้พวกเราแล้ว ผมจะให้คนไปส่งพวกคุณกลับ”
เขาก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก ไม่แปลกใจที่อาจารย์คนนี้จะยอมรามือ
ดูท่าทางเขาคงต้องหาอาจารย์ท่านอื่นแล้ว
“พักกันก่อนเถอะ วันนี้พวกเราเดินทางมาตั้งแต่เช้า คงเหนื่อยมากแล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่พูดขึ้น ทำลายบรรยากาศอึดอัด บุคลิกของเธอไม่ว่าอะไรก็ไม่ตกใจ ราวกับว่าเรื่องผีดิบที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ
สายตาของน่าเหว่ยจื้อเป็นประกาย เฝ่ยไป๋ลู่จะต้องมีวิธีแน่!
เขารีบเรียกคนให้เตรียมห้องพักไว้ให้เฝ่ยไป๋ลู่
“บรรพบุรุษตระกูลน่าเสียชีวิตมาเป็นร้อยปีแล้ว แต่กลับฟื้นคืนชีพมาไล่ทำร้ายคนอื่น พลังคงไม่ธรรมดาเลย” กานว่างหนีบกระดาษยันต์สีเหลืองไว้ระหว่างสองนิ้ว พร้อมกับร่ายอาคม จากนั้นเก็บดาบ แล้วหันไปหาเจียงชิง “คืนนี้ฉันกับไป๋ลู่จะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่สุสาน นายจะไปด้วยไหม?”
ส่วนที่ว่าทำไมไม่ถามหานเสียวเสี่ยวบ้าง เป็นเพราะพฤติกรรมของเธอก่อนหน้านี้บอกชัดเจนแล้วว่าการอยู่ในบ้านจะปลอดภัยกว่า
เจียงชิงเอ่ย “เฝ่ยไป๋ลู่ยังไม่พูดอะไรเลย ศิษย์พี่รองรู้ได้ยังไงว่าเธอจะไปคืนนี้ เผื่อเธอจะกลัวจน…”
กานว่างมองด้วยสายตานิ่งเฉย “ตอบมาว่าไปหรือไม่ไป?”
เจียงชิงเห็นว่าศิษย์พี่รองเริ่มโกรธแล้ว จึงรีบส่งรอยยิ้มสดใสและพูดว่า “ไป!”
หานเสียวเสี่ยวกำมือแน่น รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกเมิน
เธอเป็นลูกสาวของตระกูลร่ำรวย ไปที่ใดก็ได้รับการยกย่อง
แต่พอเฝ่ยไป๋ลู่มา กลับถูกแย่งซีนกลายเป็นเพียงตัวประกอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
หานเสียวเสี่ยวหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ฉันก็จะไปเหมือนกัน”
แววตาของเธอแสดงถึงความดื้อรั้น
เจียงชิงไม่ได้สังเกต จึงกล่าวด้วยความมั่นใจ “พี่เสียวเสี่ยวไม่ต้องกลัว พี่วางใจเถอะ ผมกับศิษย์พี่รองจะปกป้องพี่เอง!”
เจียงชิงเหมือนจะจงใจพูดว่าเธอเป็นคนขี้กลัว ซึ่งฟังดูน่ารังเกียจยิ่งกว่าเฝ่ยไป๋ลู่เสียอีก ดวงตาหานเสียวเสี่ยวพลันฉายแววความโกรธเคือง
แต่พอคิดถึงความหวังดีและจริงใจที่เจียงชิงมีต่อเธอเสมอมา ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
หานเสียวเสี่ยวถอนหายใจยาว เธอพยายามยิ้มให้ “ตกลง”
น่าหงเฟยอยู่บนชั้นสองมองเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสวน พร้อมพึมพำเบา ๆ ว่า “ฟื้นขึ้นมาจริง ๆ เหรอ? ให้ตายสิ ที่นี่อันตรายขนาดนี้ จะเรียกให้ฉันมาทำไมอีก”
ทันใดโทรศัพท์ก็สั่น เป็นเฝ่ยชิงรั่วส่งข้อความมา
[หงเฟย ฉันจะไปหาคุณ อีกสามชั่วโมงจากนี้มารับฉันด้วย]
เขาเคยบอกเฝ่ยชิงรั่วหรือว่าอยู่ที่ไหน? แล้วเธอไม่ได้รับบาดเจ็บหรือยังไง ทำไมถึงจะมาหาเขาได้?
คำถามมากมายทำให้หัวของน่าหงเฟยสับสนไปชั่วครู่ แต่ความรู้สึกที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจทำให้เขาเชื่อฟัง และสลัดคำถามเหล่านี้ทิ้งไป ก่อนแทนที่ด้วยความปลาบปลื้มยินดีที่จะได้พบกับเทพธิดาของเขา
ส่วนเฝ่ยชิงรั่วในตอนนี้รู้สึกไม่เต็มใจนัก เธอถูกเหวินชิงหย่าบังคับให้ขึ้นรถ มุ่งหน้าไปยังบ้านบรรพบุรุษตระกูลน่า
หลังจากที่แม่ของเธอได้รับสายโทรศัพท์จากคนในปักกิ่ง หล่อนก็รีบให้เธอออกเดินทางไปหาน่าหงเฟยทั้งที่ยังบาดเจ็บอยู่
เหวินชิงหย่าสั่งกำชับนักหนาว่าที่บ้านตระกูลน่ามีสิ่งของชิ้นหนึ่ง ซึ่งเธอต้องไปนำกลับมา
แววตามุ่งมั่นวูบไหวในดวงตาของเฝ่ยชิงรั่ว เธอต้องตามคำสั่งของเหวินชิงหย่าให้สำเร็จ!