เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 205 หนุ่มน้อยผู้ร่าเริงสดใส
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 205 หนุ่มน้อยผู้ร่าเริงสดใส
บทที่ 205 หนุ่มน้อยผู้ร่าเริงสดใส
โสมป่าถูกปกคลุมไปด้วยหนอนกู่พิษที่หนาแน่นราวกับไหมพรม
หรือพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือรากขาวที่งอกออกมาจากเม็ดบัวกำลังโอบรัดหนอนกู่ทุกตัวอย่างหนาแน่น คล้ายร้อยพวกกู่เข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นหนึ่งเดียวโดยมีเม็ดบัวเป็นตัวควบคุม
“เม็ดบัวนี้ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ” เฝ่ยไป๋ลู่พลัันขนพองเมื่อเห็นรากบัวขาวเลื้อยมาหาเธออย่างตะกละตะกลาม เธอรีบจุดไฟเผามันจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
กี๊ซ ๆ!!!
หนอนกู่พิษจำนวนมากส่งเสียงร้องสยดสยอง ก่อนจะตายท่ามกลางกองเพลิงในที่สุด
เพื่อไม่ให้พวกมันสูญเปล่า เฝ่ยไป๋ลู่จึงหยิบไม้กวาดมากวาดเศษเถ้าถ่านจากการเผา ทิ้งลงในกระถางดอกเสี่ยวฮวาที่อยู่บนระเบียง
ภายในนั้นปลูกเมล็ดพันธุ์ของผลไม้ที่ได้จากการประมูล เฝ่ยไป๋ลู่ดูแลมาหลายวันแล้ว แต่เมล็ดยังไม่มีทีท่าว่าจะงอก
หลังจากใส่ปุ๋ยเสร็จ เฝ่ยไป๋ลู่ก็รดน้ำ “รีบ ๆ งอกได้แล้ว ฉันอยากรู้ว่าแกจะงอกเป็นอะไรออกมา”
เม็ดพันธุ์ในดินลึกราวกับรับรู้ได้ มันดูดซับสารอาหารอันอุดมสมบูรณ์อย่างมีความสุข
[คุณสตรีมเมอร์ ๆ สาวน้อย ‘มินต์ไร้แคลอรี’ บอกว่าแฟนหนุ่มออนไลน์ของเธอถูกจับได้แล้ว! โทรศัพท์ของเขามีกลุ่มแชตมากมาย และตำรวจก็ตามจับคนร้ายได้อีกหลายคน รวมถึงร้านอาหารที่ให้สถานที่สำหรับก่อเหตุอาชญากรรม ตอนนี้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ เพราะปัญหาเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัย ช่างเป็นข่าวที่น่ายินดี!]
[แม่ถามฉันว่าทำไมถึงคุกเข่าดูโทรศัพท์!]
[ไป๋ลู่สวยขึ้นแล้ว/ตาเป็นประกาย/หน้าจอเลอะแล้ว รีบเลียซะ!]
[เจ้าหนุ่ม อย่าได้คิดทำอะไรเกินเลยกับหน้าจอนะ…]
เฝ่ยไป๋ลู่ปรากฏตัวบนกล้อง ผิวของเธอขาวราวกับหิมะ ดวงตาสดใส และมีเสน่ห์ไม่เป็นรองใคร
เมื่อเปรียบเทียบกับดาราในวงการบันเทิง เธอสวยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เฝ่ยไป๋ลู่เองไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ของตัวเอง เธอเห็นว่าผู้ชมเริ่มออกนอกเรื่อง จึงรีบห้าม “ใกล้ถึงช่วงต่อสายแล้ว ผู้ชมที่อยากจะเข้าร่วมสามารถส่งคำขอมาได้เลยนะคะ”
[ต่อให้กด ฉันก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี T_T ไม่ว่าจะเข้าร่วมการจับฉลากอะไร ฉันก็เหมือนเศษส่วนที่ไม่มีวันถูกรางวัล ต้องไปไหว้พระขอพรแล้วล่ะ]
[พูดแบบนี้แต่ก็กดเร็วก่อนใครเลยนะ!]
[เผื่อฟลูกไง (หัวเราะเยาะเย้ย)]
“ใช่แล้วหัวหน้า ถึงผู้ชมจะเยอะ แต่คุณอาจจะโชคดีก็ได้”
ฟ่านจวิ้นเจ๋อเป็นแฟนตัวยงของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาไม่เคยพลาดการไลฟ์สดของเธอสักครั้ง และตอนนี้เขาก็กำลังพยายามโน้มน้าวหัวหน้าของเขาให้ร่วมดูไลฟ์สดด้วยกัน
แต่หัวหน้าของเขาอย่างเกาจื้อเยี่ย กลับถือโทรศัพท์พลางถอนหายใจ “ไม่เอาหรอก ดูจากดวงช่วงนี้ของฉัน คงไม่โชคดีขนาดนั้น”
อายุเขาเลยวัยกลางคนไปแล้ว เปิดบริษัทที่มีลูกน้องกว่าพันคน ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ร่างกายกลับทรุดโทรม ตาโหลลึกราวกับไม่ได้นอนหลับพักผ่อนมานาน ผิวพรรณก็หมองคล้ำ
“หัวหน้าครับ…” ฟ่านจวิ้นเจ๋อถอนหายใจ ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร
เขาอยู่กับเกาจื้อเยี่ยมานาน ย่อมอยากเห็นอีกฝ่ายก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของธุรกิจ
แต่ยิ่งบริษัทเติบโตเท่าไหร่ สภาพร่างกายและจิตใจของเกาจื้อเยี่ยกลับยิ่งเสื่อมถอย
ความโชคร้ายเป็นเพียงอาการหนึ่ง สิ่งที่ทรมานที่สุดคือเกาจื้อเยี่ยนอนไม่หลับ เขาต้องกินยานอนหลับทุกวัน ลองรักษามาทุกหนทางแล้ว แต่ก็ไม่ช่วยอะไร แม้จะฝืนหลับได้แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายตลอด
คนเราก็เหมือนเหล็ก จะแข็งแรงได้ก็ต้องกินข้าว และการนอนหลับก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ฟ่านจวิ้นเจ๋อกลัวว่าเกาจื้อเยี่ยจะตายกะทันหัน จึงนึกถึงเฝ่ยไป๋ลู่ขึ้นมา เขารีบแนะนำให้หัวหน้าติดต่ออาจารย์สาวคนนี้ เผื่อจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล
“คุณดูไปเถอะ ผมจะไปนอนสักหน่อย” เกาจื้อเยี่ยเคยพบซินแสมามากมายแล้ว จึงรู้สึกว่าสตรีมเมอร์ที่เสี่ยวฟ่านแนะนำมายังเด็กเกินไป เขาไม่ค่อยมีความหวังเท่าไหร่
ชายแก่โบกมือ ไรผมสีขาวข้างขมับเด่นชัด ฟ่านจวิ้นเจ๋อรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หัวหน้าที่ดีขนาดนี้ ฟ่านจวิ้นเจ๋ออยากทำงานด้วยจนเกษียณจริง ๆ!
ถ้าช่วยเกาจื้อเยี่ยได้ก็คงดี
ฟ่านจวิ้นเจ๋อมองช่องไลฟ์สด
ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนปรากฏขึ้นมา
[ยินดีด้วย คุณเชื่อมต่อสำเร็จ]
ฟ่านจวิ้นเจ๋อเบิกตากว้าง ว้าว! นี่เขาได้รับเลือกแล้วเหรอ?!
เหมือนอีกฝ่ายได้ยินเสียงในใจของเขา เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่ดังออกมาจากโทรศัพท์ “เชิญ ‘หนุ่มน้อยผู้ร่าเริงสดใส’ รับสาย”
ฟ่านจวิ้นเจ๋อกดปุ่มรับสายโดยไม่รู้ตัว g-kจ้องตาโตกับตัวเองในกล้อง
ครั้นเฝ่ยไป๋ลู่เริ่มพูด “สวัสดี…”
“กรี๊ด!!!”
ฟ่านจวิ้นเจ๋อส่งเสียงกรี๊ดลั่น กระโดดโลดเต้นเหมือนลิงแล้วรีบไปเคาะประตูห้องพักของเกาจื้อเยี่ย “หัวหน้า! หัวหน้าออกมาเร็ว ผมต่อสายได้แล้ว!”
[หนุ่มน้อยสดใสร่าเริงตัวจริง… ทำเอาหูผมอื้อเลย!]
[เป็นอะไรไปเนี่ย หัวหน้า? หรือว่าเขาต่อสายแทนหัวหน้าของตัวเองนะ?]
[ข่าวดี: ต่อสายได้แล้ว ข่าวร้าย: ต่อสายแทนหัวหน้า ป้ายกำกับ: ชีวิตลูกจ้างช่างน่าเวทนา~]
[นายทุนชั่วช้า กำปั้นของฉันกำจนแน่นแล้ว! ปล. แต่ถ้าหัวหน้าจะเลื่อนตำแหน่งให้ฉัน ฉันก็ยินดีนะ ขอแท็กหัวหน้าที่นี่เลย]
[ยังจะยอมสละโอกาสต่อสายของตัวเองให้คนอื่นได้อีก? งั้นก็ไม่ยุติธรรมสิ!]
“ใจจริงย่อมศักดิ์สิทธิ์ ต่อสายได้ย่อมมีวาสนา ไม่มีอะไรที่เรียกว่าไม่ยุติธรรม” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว
[โอ้โห ฉันเข้าใจแล้ว ความหมายของไป๋ลู่ก็คือ เขาต่อสายไปเพื่ออะไรล่ะ ถ้าจุดประสงค์คือต่อสายไปเพื่อทำนายโชคชะตาให้คนอื่น เขาต่อสายได้ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ยุติธรรม]
พอเกาจื้อเยี่ยเพิ่งจะนอนลงก็ได้ยินเสียงร้องตกใจของฟ่านจวิ้นเจ๋อ เขาจึงเปิดประตูทออกมาด้วยความรำคาญ แต่แล้วกล้องก็โผล่มาจ่ออยู่ตรงหน้า
ฟ่านจวิ้นเจ๋อตื่นเต้นสุดขีด “หัวหน้า ดูสิ! ผมต่อสายติดแล้ว! คุณรีบเล่าเรื่องของคุณให้ไป๋ลู่ฟังสิ เธอจะได้ช่วยคุณแก้ปัญหา!”
‘ต่อสายติดแล้ว? เขาโชคดีขนาดนี้เลยเหรอ’ เกาจื้อเยี่ยขมวดคิ้ว นั่งลงบนโซฟา จัดคอเสื้อให้เรียบร้อย แล้วมองไปที่กล้อง พูดอย่างจริงจังว่า “สวัสดีครับ คุณสตรีมเมอร์”
เขาสวมสูทผูกเนกไท ดูเป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่ บรรยากาศในออฟฟิศฉากหลังกว้างขวางโอ่อ่า เห็นได้ชัดว่าเป็นเศรษฐี
[โห หัวหน้าใหญ่ดูอิดโรยนิด ๆ นะ เหมือนโดนผีสาวดูดพลังหยางไปแล้วเลย 555]
[เศรษฐีใหญ่แบบนี้จะไปกลัวผีสาวทำไม มีแต่ผู้หญิงอยากจะกระโดดขึ้นเตียงทั้งนั้น]
[ตับมีสายสัมพันธ์กับดวงตา สายตามีเลือดหล่อเลี้ยง ดูจากตาขาวที่เหลือง ใต้ตาคล้ำ และอาการอิดโรยของเขา อาจจะเพิ่งมีอะไรกับผู้หญิงคนไหนมา]
พวกคนปากร้ายคอมเมนต์อย่างหมั่นไส้
ฟ่านจวิ้นเจ๋อกำมือแน่น เถียงกลับว่า “หัวหน้าผมไม่เคยหาเศษหาเลยกับผู้หญิงอื่น เขากับภรรยารักกันมาก! ไม่ใช่ผู้ชายอย่างที่พวกคุณพูดกันหรอกนะ!”
[ถูกต้องแล้ว คุณสตรีมเมอร์ยังไม่ได้พูดอะไรเลย พวกคุณก็มาดูโหงวเฮ้งเขา แล้วตัดสินนิสัยของคนอื่นเสียแล้วเหรอ?]
[ถ้าสมัยโบราณมีนักเลงคีย์บอร์ด กลอนบทกวีราชวงศ์ถังคงจะมีมากกว่าสามร้อยบท]
เฝ่ยไป๋ลู่เงียบสงบ นั่งอยู่ตรงหน้ากล้อง ประวัติของหัวหน้างานที่อยู่อีกฝั่งนั้นกระทั่งเธอก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
…………………………………………………………………………………