เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 204 ผมรบกวนพวกคุณเกินไปแล้ว เชิญคุยกันต่อเถอะ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 204 ผมรบกวนพวกคุณเกินไปแล้ว เชิญคุยกันต่อเถอะ
บทที่ 204 ผมรบกวนพวกคุณเกินไปแล้ว เชิญคุยกันต่อเถอะ
“ฉันวางแผนมาอย่างยากลำบากเกือบร้อยปี ตั้งใจจะให้โอกาสเธอสร้างผลงาน เพื่อให้เธอโดดเด่นในองค์กร”
“แต่สุดท้ายเธอกลับยกของสิ่งนั้นให้เฝ่ยไป๋ลู่เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง! เธอรู้ไหมว่าของชิ้นนั้นสำคัญกว่าชีวิตเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า!”
เหวินชิงหย่าสะดุ้ง เธอโกรธจนลืมตัวพูดมากเกินไป
เฝ่ยชิงรั่วสบตากับหญิงสาวที่เหมือนอายุมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่ ก่อนจะแปลกใจ “แม่ คุณอายุร้อยปีแล้วหรือ”
“เธอฟังผิดแล้ว” เหวินชิงหย่าตัดบท คร้านจะพูดอะไรอีก จึงจากไปด้วยความฉุนเฉียว
ทว่าเฝ่ยชิงรั่วกลับคิดได้ ไม่ เธอไม่ได้ฟังผิด! แม่เธอใช้อาคมเพื่อยืดอายุขัยตัวเองมาเป็นร้อยปีแล้ว!
ความคิดอันแรงกล้าดังก้องอยู่ในหัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า… เธอเองก็อยากฝึกฝนเพื่อเป็นอมตะ!
นอกห้องเหวินชิงหย่าสะกดความโกรธไว้ สีหน้าเธอเคร่งเครียด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “แผนเปลี่ยนไปแล้ว จะปล่อยเวินสือเหนียนไว้ไม่ได้ พวกคุณต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด!”
ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไรบ้าง เธอครางรับเบา ๆ “อือ ส่วนเฝ่ยไป๋ลู่ ฉันจะจัดการเอง”
……
มีหลายสิ่งที่ควรรีบจัดการ อย่าปล่อยให้ช้าเกินไป
ตอนนี้เม็ดบัวประหลาดอยู่ในมือเธอแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่กลัวจะเกิดเรื่องผิดพลาด จึงตัดสินใจรักษาขาให้เวินสือเหนียนในวันนั้น
เม็ดบัวเป็นปรสิตในร่างกายมนุษย์ เฝ่ยไป๋ลู่ไม่อาจใช้คนเป็น ๆ มาทด ลองได้ เธอจึงหาโสมป่าอายุร้อยปีมาแทน
โสมป่ามีรากอวบใหญ่ รูปร่างคล้ายมนุษย์ มีหัว แขน ขา และลำตัว เธอแปะแผ่นยันต์ลงไป รูปร่างของมันก็เริ่มเหมือนคนจริง ๆ มาขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นว่าเม็ดบัวมีชีวิต เฝ่ยไป๋ลู่ก็จับมือเวินสือเหนียน ถ่ายปราณวิญญาณเข้าไปปกป้องจุดสำคัญในร่างกายเขา พร้อมกล่าวเสียงเข้มว่า “เวินสือเหนียน ถ้าวิธีนี้ได้ผลคุณอาจจะรู้สึกไม่ดีนัก แต่ขอแค่คุณอย่าต่อต้านพลังของฉัน ฉันจะพยายามบรรเทาความเจ็บปวดให้”
เวินสือเหนียนไม่มีอาการกระวนกระวายหรือกังวล เขาดูผ่อนคลายและสงบเงียบ “ผมขอร้องคุณ ไม่ว่าจะรักษาได้หรือไม่ได้ ผมก็ไม่เป็นไร คุณอย่าคิดมากเกินไปเลย”
ความเชื่อใจในคำพูดของเขากระตุ้นให้เฝ่ยไป๋ลู่สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมวิญญาณเทพทั้งสิบสอง และร่ายคาถา
เวินสือเหนียนผ่อนคลายร่างกาย รับรู้ได้ถึงพลังบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ปราณวิญญาณอันมหาศาลแทรกซึมสู่เส้นเอ็น เมื่อหนอนกู่พิษในขาทั้งสองข้างรู้สึกได้ถึงสิ่งแปลกปลอม มันก็กระสับกระส่าย ดิ้นรน เจ็บปวดรุนแรงราวกับมีเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทง
มันอยู่ตรงนี้เอง!
สายตาเฝ่ยไป๋ลู่ว่องไวเฉียบคม เธอค้นหาตำแหน่งราชากู่พิษที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มกู่พิษทั้งหมดและกรีดลงบนขาของเวินสือเหนียน
ช่วงขณะเดียวกันนี้ เม็ดบัวในโสมป่างอกเงย ชูหน่ออ่อนสีขาวโผล่ขึ้นมา
ครั้นราชากู่พิษได้กลิ่นยั่วยวนอย่างรุนแรงซึ่งไม่สามารถต้านทานได้ในอากาศ มันก็ละทิ้งร่างเวินสือเหนียน คลานออกมาจากบาดแผล กัดกินโสมป่าอย่างตะกละตะกลาม
ท้องของมันโป่งพอง เมื่อเกาะอยู่บนโสมป่ามันก็รีบวางไข่ พร้อมกับปล่อยสารบางอย่าง ทำให้เหล่ากู่พิษย้ายไปยังร่างใหม่
สีหน้าของเวินสือเหนียนซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตไหลรินลงมาจากหน้าผาก เขากำลูกประคำแน่นทั้งสองมือ ข่มความเจ็บปวดเอาไว้
ดวงตาสีดำราวกับมีหมอกมืดปกคลุม ทำให้ผู้คนรู้สึกถูกดึงดูด
“วิธีนี้ได้ผล คุณอดทนอีกหน่อย” เฝ่ยไป๋ลู่เช็ดเหงื่อให้เขา ความสงสารผุดขึ้นมาในใจ
ตอนเธอรักษาขาเวินสือเหนียนครั้งแรก เธอชื่นชมเขาที่สามารถอดทนกับความเจ็บปวดขนาดนั้นโดยไม่ร้องสักแอะ สมกับเป็นคนเด็ดขาด
แต่ตอนนี้เมื่อมองดวงตาสีดำของเวินสือเหนียน เธอก็ฉุกคิดได้ว่า ชะตาชีวิตของเขาสูงส่งจนไม่อาจอธิบายได้ และคนที่เป็นยอดคนเช่นนี้ไม่สมควรจะได้รับความทุกข์ทรมานแบบนี้เลย
เวินสือเหนียนจ้องเฝ่ยไป๋ลู่ไม่วางตา จึงไม่พลาดที่จะสังเกตอารมณ์ซึ่งแล่นผ่านในดวงตาของเธอ
เขาเห็นความอ่อนโยนของเธอ นั่นทำให้ถึงตอนนี้เขาจะทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดทางกายอย่างแสนสาหัส แต่หัวใจของเขาก็อดหวั่นไหวไม่ได้
“ผมไม่เป็นไรแล้ว ผม…ดีขึ้นมาก…”
ยิ่งขาเจ็บมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น!
เพราะนั่นหมายความว่ากำจัดหนอนพิษกู่ได้ เขาจะกลับมาแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ และสามารถเคียงข้างเธอได้!
เมื่อหนอนพิษกู่ตัวสุดท้ายคลานออกมา สายตาเฝ่ยไป๋ลู่ก็ฉายแววเฉียบคม เธอควบคุมปราณวิญญาณทำลายไข่หนอนพิษกู่ทั้งหมดในเนื้อหนังของเขาจนสิ้นซาก จากนั้นก็ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกหลายรอบ กระทั่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ในที่สุดก็กำจัดหนอนกู่พิษออกมาได้หมดแล้ว!”
เฝ่ยไป๋ลู่หันมองเวินสือเหนียน แล้วยิ้มอย่างสดใส “ฉันจะคอยดูแลคุณเอง คุณช่วยลองลุกขึ้นหน่อยได้ไหม”
เมื่อสบตากับดวงตาสีดำสนิทนั้น เวินสือเหนียนก็กำราวจับแน่น แล้วพยักหน้าช้า ๆ
เขาส่งพลังที่มีอยู่ในร่างกายไปยังขาสองข้าง ย่างเหยียบลงบนพื้นแข็ง
เขาลุกขึ้นได้แล้ว!
ทว่าเวินสือเหนียนเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว เหงื่อก็ออกเต็มหน้าผาก
เฝ่ยไป๋ลู่ประคองแขนเขาไว้
แม้เวินสือเหนียนจะนั่งรถเข็นมาหลายปี แต่ร่างกายกลับไม่ทรุดโทรม เมื่อลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาอยู่เหนือตัวเฝ่ยไป๋ลู่ จนเฝ่ยไป๋ลู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา
“นี่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” เฝ่ยไป๋ลู่รีบประคองร่างชายหนุ่มที่กำลังจะล้มลงมาหาเธอ
จมูกของเวินสือเหนียนถูไถคอของเธอ เสียงของเขาทุ้มพร่า ราวกับคำพูด แต่ละคำผ่านการคิดมานับพันครั้ง “เจ็บ…”
แปลกจริง ตอนงูพิษกัดเขาแทบไม่รู้สึกเจ็บ แต่ตอนนี้เดินแค่ไม่กี่ก้าวกลับร้องเจ็บขึ้นมา
แต่หากเธอสังเกตให้ดี คงจะรู้ได้ว่าในน้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นแฝงไปด้วยความดีใจและโล่งใจเอาไว้
น่าเสียดายที่เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีเวลามาคิดมาก เธอคิดแค่ว่าเขาคงยังไม่ชินกับการเดิน “ครั้งแรกอาจจะยังไม่ชิน คุณเดินบ่อย ๆ ก็จะกลับมาเดินได้ปกติแน่”
เวินสือเหนียนเห็นสีหน้าจริงจังของเธอ เขาก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ ขณะกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง
‘ปัง!’ เสียงประตูเปิดออก
เป็นเจี่ยนต๋าเช่าที่เปิดเข้ามาและเห็นภาพในห้อง สีหน้าที่เคยบึ้งตึงก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นไปอีก เขาอ้าปากกว้างด้วยความตกใจ “คุณชายสามเวิน คุณเฝ่ย ขอโทษด้วยครับ ผมรบกวนพวกคุณเกินไปแล้ว เชิญคุยกันต่อเถอะครับ”
พูดจบเขาก็รีบปิดประตูดังปัง
เวินสือเหนียน “…”
เจี่ยนต๋าเช่าพิงประตู หอบหายใจแรงด้วยความตื่นเต้น
ให้ตาย นี่ฉันไปขัดจังหวะคุณชายสามกับคุณเฝ่ยตอนกำลังหวาน แหววกันแบบนี้ พรุ่งนี้ฉันคงโดนไล่ออกเพราะเผลอก้าวเท้าซ้ายเข้าบริษัทก่อนแน่ ๆ
แต่เดี๋ยวก่อนนะ!
คุณชายสามลุกขึ้นยืนแล้วเหรอ
ไม่ผิดแน่!
เจี่ยนต๋าเช่าแทบจะระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เขาเปิดประตูดังปังอีกครั้ง พร้อมตะโกนว่า “คุณชายสาม…”
สิ้นเสียงร้องเรียก เวินสือเหนียนเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ดวงตามีประกายดุร้าย
“ดูเหมือนเลขาเจี่ยนเขามีธุระด่วน คุณไม่ต้องสนใจฉัน ทำธุระของคุณให้เสร็จก่อนก็ได้” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม เธอประคองเขากลับไปนั่งลงบนรถเข็น และหันมาสนใจโสมป่า
เวินสือเหนียนพาเจี่ยนต๋าเช่าไปยังห้องสมุด ถามน้ำเสียงเย็นชา “มีอะไร?”
อารมณ์พลุ่งพล่านของเจี่ยนต๋าเช่าสงบลงทันที สติเขากลับคืนมา เปลี่ยนเป็นโหมดคนทำงาน “ตระกูลเวินในเมืองหลวงส่งข่าวมาว่า เวินเจี้ยนหยวนตั้งใจจะมาที่เมืองเจียงครับ เห็นว่าจะมาร่วมงานเปิดตัวโครงการหนึ่ง จึงขอเชิญคุณไปร่วมด้วยครับ”
เวินเจี้ยนหยวนคือลุงของเวินสือเหนียน
ทั้งยังน่าสงสัยว่าเขาจะเป็นคนที่ลงมือกับดวงชะตาของเวินสือเหนียนด้วย
สีหน้าของเวินสือเหนียนยังคงไร้ความรู้สึก “อืม”
แต่…เพราะเรื่องแค่นี้ เจี่ยนต๋าเช่าถึงกับต้องมากวนเวลาที่เขากับเฝ่ยไป๋ลู่อยู่ด้วยกันอย่างนั้นหรือ?
“คุณชายสามเวิน คุณยืนได้แล้วจริง ๆ เหรอครับ?” เจี่ยนต๋าเช่ากระแอมเบา ๆ พลางมองขาของเวินสือเหนียน เมื่อครู่เขาคงไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?
เวินสือเหนียนตอบรับเบา ๆ “ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ รวมถึงตระกูลเวินในเมืองหลวงด้วย”
“คุณชายสาม คุณเฝ่ยเป็นคนนำโชคมาให้คุณจริง ๆ ถึงจะมีหมอมากมาย แต่มีแค่เธอเท่านั้นที่ช่วยคุณแก้ปัญหาได้ แสดงว่าพวกคุณสองคนต้องมีวาสนาต่อกัน ตอนนี้ขาของคุณหายดีแล้ว ต่อไปก็จะดีขึ้นไปอีก คราวนี้คุณก็สามารถตามจีบคุณเฝ่ยได้โดยไร้อุปสรรค…”
“คุณพูดจบแล้วหรือยัง? ถ้าพูดจบแล้วก็ออกไป!” สายตาของเวินสือเหนียนเย็นชา แต่มือที่ถือลูกประคำอยู่กลับสั่นระริก
อะไรกันเนี่ย?! หรือว่าคุณชายสามจะไม่ชอบฟังคำพวกนี้? หรือว่าการประจบของเขาจะยังไม่เพียงพอ?
เจี่ยนต๋าเช่าคาดเดาความคิดของเวินสือเหนียนไม่ออกจึงรีบขอตัวลา
ภายในห้องเงียบสงบ เวินสือเหนียนวางลูกประคำที่ยังอุ่นในมือลง ทันใด ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติก็อ่อนโยนลงราวกับน้ำแข็งที่เริ่มละลาย