เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 208 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (1)
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 208 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (1)
บทที่ 208 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (1)
เกาจื้อเยี่ยตกใจ และไม่รู้ว่าจะโต้ตอบอย่างไรอยู่ครู่หนึ่ง
“สมัยนั้นผมใช้เงินเยอะมากเพื่อเช่าร้านขายของเล็ก ๆ ในหมู่บ้านจงกวน ผมแจกใบปลิวจนทำให้มีชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง และตอนที่ผมเตรียมต้อนรับลูกค้าจำนวนมาก ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากหมู่บ้านให้ไปที่โรงเรียน”
จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตด้วยวัยชรา
“ครั้นผมทิ้งธุรกิจที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ได้สามวัน ซื้อตั๋วรถไฟกลับไปที่หมู่บ้านจงหย่ง ญาติ ๆ ในหมู่บ้านก็ดูแลเรื่องงานศพพ่อแม่ผมให้แล้ว ผมทำได้แค่คุกเข่าหน้าหลุมศพและร้องไห้ หลังจากร้องไห้เสร็จ ผมก็พบว่าครอบครัวของผมเหลือเพียงบ้านที่ว่างเปล่าและอ้างว้างมาก”
“แล้วต่อมาผมก็เห็นพวกตู้ หม้อ กระทะ เห็นของในบ้านตัวเองในบ้านคนอื่น นอกจากนี้ยังมีเสื้อแจ็กเก็ตขนเป็ด และสิ่งของอื่น ๆ ที่ผมส่งกลับไปให้พ่อแม่ด้วย”
ตอนนั้นหัวใจของเกาจื้อเยี่ยแตกสลาย ทั้งโศกเศร้าและโกรธขึ้ง ตระกูลเกาของเขายังคงมีลูกหลานที่สมควรจะได้รับของเหล่านี้ไป แต่คนพวกนี้กลับกล้าปล้นทรัพย์สินของครอบครัวเขา!
เขารู้สึกว่าพ่อแม่ของเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความอยุติธรรมมากมายในหมู่บ้าน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่พอใจต่อชาวบ้าน
“ท่านประธาน…” ฟ่านจวิ้นเจ๋อลังเล และส่งทิชชู่ให้
จากนั้นเกาจื้อเยี่ยก็พบว่าตัวเองน้ำตาไหล
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว “ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณให้ใครสักคนไปที่บ้านเกิดของคุณในหมู่บ้านจงหย่งแล้วลองหาที่เตียงดูสิ มีของที่พ่อคุณทิ้งไว้ให้คุณซ่อนอยู่ นี่คือสิ่งที่ทำให้คุณนอนไม่หลับในเวลากลางคืน และทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ”
ดวงตาของเกาจื้อเยี่ยแดงก่ำ ตอนนี้ภาพลักษณ์ของเขาดูไม่เหมือนนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเลย เขาดูตื่นตระหนก และน่าสงสาร
ชายวัยกลางคนหยิบโทรศัพท์ออกมา ติดต่อเพื่อนของเขาจากหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเขาไม่ได้ติดต่อมานานหลายสิบปี “ฮัลโหล เผิงจื่อ ฉันเอง”
อีกด้านหนึ่งของสายพลันถามเสียงดัง “คุณประธานผู้ยิ่งใหญ่ อยู่ ๆ โทรหาฉันทำไม? โทรผิดหรือเปล่าเนี่ย?”
เกาจื้อเยี่ยรีบพูด “ถูกแล้ว เผิงจื่อ ได้ยินมาว่านายเป็นเลขานุการในหมู่บ้าน นายพอจะช่วยหาอะไรบางอย่างที่บ้านฉันหน่อยได้ไหม”
“ได้สิ” เกาเผิงตอบรับ แต่ก็ไม่กล้าถามว่าอีกฝ่ายกำลังมองหาอะไร
ในไม่ช้า เผิงจื่อก็พบสมุดบันทึกเล่มเล็กจากบ้านเก่าของเกาจื้อเยี่ย
กระดาษหลายเป็นสีเหลือง มีรอยยับย่นเนื่องจากความชื้น เป็นสมุดที่ไม่รู้ว่าถูกอ่านไปกี่ครั้งแล้ว
เสียงของเกาจื้อเยี่ยสั่นเทา “ในนั้นเขียนว่าอะไร?”
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็กลั้นหายใจ แล้วเสียงเกาเผิงก็ดังมาจากปลายสาย “เหมือนจะเป็นสมุดบัญชีนะ”
“หนี้ครอบครัวเกาต้าเกิน หนึ่งหยวนเจ็ดเหมากับไข่สิบฟอง คืนแล้ว”
“หนี้ครอบครัวเกาจู้ ห้าหยวนสามเหมา ยังไม่คืน”
“เป็นหนี้เกาเถี่ยโถ่ว เจ็ดหยวนห้าสิบเหมาและข้าวครึ่งถุง ยังไม่คืน…”
“เกาเถี่ยโถวเป็นชื่อพ่อฉันไม่ใช่เหรอ? พ่อฉันขี้เหนียวจะตาย เขาไปให้ใครยืมเงินตั้งแต่เมื่อไหร่?” เกาเผิงพึมพำ และในที่สุดก็ยิ้มและพูดว่า “นายว่ายังไง นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายกำลังมองหาใช่ไหม ผ่านไปกี่ปีแล้วเนี่ย เงินแค่ไม่กี่หยวน แต่สร้างปัญหาจริงน้า”
เกาจื้อเยี่ยปิดหน้าพลางส่ายหัวเล็กน้อย
เงินไม่กี่หยวนพวกนี้นี่แหละที่ทำให้เขาทะยานขึ้นสู่ประตูมังกร หลุดพ้นจากความแร้นแค้นในชนบทได้
แต่เขาตอบแทนบุญคุณผิดคน และตำหนิผิดคน
ตอนนี้เขาอยู่ในวัยกลางคนแล้ว และบรรดาลุง ๆ ที่ใจดีต่อเขาก็จากโลกนี้ไปนานแล้ว เขาจะตอบแทนได้ยังไงกันนะ?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ยิ่งอาชีพการงานของเขาเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเท่าไหร่ จิตใจของเขาก็ยิ่งสับสนวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น
เกาจื้อเยี่ยรู้สึกละอายใจ และเสียใจจนหลั่งน้ำตากลางการถ่ายทอดสด
ชาวเน็ตทั้งหมดที่กำลังดูไลฟ์สดไม่ไหวติง
[พ่อแม่ประธานเกาจดจำนวนเงินที่ติดค้างไว้ บางคนได้คืน และบางคนไม่ได้คืน ฉันเกรงว่าพวกเขาจะคิดเรื่องนี้ก่อนตาย นึกแล้วอยากร้องไห้เลย]
[ว่ากันว่าคนชนบทส่วนใหญ่เป็นพวกเหลวแหลก แต่หมู่บ้านจงหย่งแตกต่างออกไป ถึงยากจนแต่ทุกคนก็สามัคคีกัน มีน้ำใจ เรียบง่าย พวกเขาเต็มใจช่วยโดยไม่แสดงตัว และไม่ทวงบุญคุณ ถ้าไป๋ลู่ไม่พูด คงมีน้อยคนที่จะรู้เรื่องนี้]
[เป็นหมู่บ้านที่น่ารักจริง ๆ! ผมจำได้ว่าประธานคนอื่นๆ ก็มีประสบการณ์แบบเดียวกัน พอรวยแล้วเขาก็ตอบแทนชาวบ้าน แต่คนพวกนั้นขอบ้านเป็นหลังอย่างหน้าไม่อาย ทั้งทุบหน้าต่างถ้าไม่พอใจบ้านที่ได้ น่าขนลุกจริง ๆ]
[ฉันมาที่นี่ด้วยความชื่นชมหลังจากได้ยินชื่อหมู่บ้านของตัวเอง ไม่คิดว่าประธานเกาจะมาจากหมู่บ้านของเราเหมือนกัน ตอนนี้หมู่บ้านของเราไม่ใช่หมู่บ้านที่ยากจนอีกต่อไปแล้ว ด้วยนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล ทำให้พวกเรามีฐานะมั่งคั่งกันแล้ว ทุกคนมาเที่ยวในหมู่บ้านของเราได้นะ!]
“ฉันอยากกลับหมู่บ้าน จัดรถให้ฉัน ฉันอยากกลับทันที” เกาจื้อเยี่ยบอกฟ่านจวิ้นเจ๋อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ฟ่านจวิ้นเจ๋อรีบเดินเรื่องทันที เผิงจื่อที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ก็ดีใจเมื่อได้ยินว่าเกาจื้อเยี่ยจะกลับมา และรีบบอกว่าจะต้อนรับเขาอย่างดี
“ทุกคน ผมขอโทษจริง ๆ” เกาจื้อเยี่ยมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างขอบคุณ
“ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ อาจารย์ ถ้าไม่มีคำแนะนำของคุณ ผมอาจไม่รู้เรื่องนี้เลย มันเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตผม ผมไม่กล้าเผชิญหน้ากับพ่อแม่แม้พวกท่านจะตายไปแล้ว ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไง”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า วางสายการเชื่อมต่อกับเกาจื้อเยี่ย และเลือกผู้มีวาสนาคนที่สองอย่างรวดเร็ว
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของบัญชี ‘การเดินทางของหร่วนอัน’ หากไม่รังเกียจ เชิญเข้าร่วมไลฟ์ได้เลยค่ะ”
[คุณสตรีมเมอร์พูดขนาดนี้ มีน้อยคนที่จะปฏิเสธใช่ไหม?]
ทว่าชาวเน็ตรายนี้ก็ถูกตบหน้าด้วยการต้องรอการเชื่อมต่อของบัญชีนั้นอยู่นาน
[เดี๋ยวก่อน ชื่อคนนี้ดูคุ้น ๆ นี่ไม่ใช่สตรีมเมอร์ท่องเที่ยวที่ฉันติดตามใช่ไหม?!]
[บัญชีโต้วโซ่วของหร่วนอันมีผู้ติดตามมากกว่าห้าล้านคน และเขาเป็นคนที่ทำรายการเดินทางโดยการใช้รถบ้าน! ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าเธอได้รับเลือกจากไป๋ลู่ได้ยังไง?]
[ฉันปลื้มเธอมากเลยนะ]
[หร่วนอันไม่ได้อัปเดตมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว เธอคงมีปัญหา และต้องการคำแนะนำจากไป๋ลู่ เรามาดูกันดีกว่า!]
หร่วนอันเห็นข้อความทั้งหลายในช่องคอมเมนต์
สีหน้าของเธอดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย เธอต้องการขอความช่วยเหลือจากเฝ่ยไป๋ลู่จริง แต่ในห้องถ่ายทอดสดมีคนมากเกินไป แถมเธอยังเป็นสตรีมเมอร์ชื่อดัง ถ้าสิ่งที่เธอพูดถูกเปิดเผย มันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อตัวเธอ
ทว่าเมื่อเห็นเลขนับถอยหลังปรากฏขึ้นบนหน้าจอที่กำลังจะหยุดการเชื่อมต่ออัตโนมัติ หร่วนอันก็กดปุ่มเชื่อมต่อโดยไม่ตั้งใจ “เอ่อ…สวัสดีไป๋ลู่ ฉันอยากจะขอให้คุณช่วยหน่อยค่ะ”
เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองหร่วนอันครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ว่ามาเลยค่ะ”
[ดูจากไอพีแอดเดรสกับฉากหลังห้องแล้ว หร่วนอันคงอยู่ที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตต้าซิ่งอันหลิง*[1]นะ ทำไมคุณถึงไม่อัปคลิปล่ะ? หรือคุณจะเลิกเดินทาง ซื้อบ้านในฟาร์มงั้นเหรอ?]
[เสี่ยวปาอยู่ที่ไหน? ขอฉันดูเสี่ยวปาหน่อย ฉันไม่ได้เห็นมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว!]
“เสี่ยวปาหายไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามันหลุดออกจากกรงและวิ่งออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่…” เมื่อเห็นข้อความที่ผ่านมาไป สีหน้าของหร่วนอันก็เต็มไปด้วยความขมขื่น
เสี่ยวปาเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่เธอช่วยเหลือไว้ในวันแรกที่เธอไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เธอส่งมันไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ แต่ทางนั้นปฏิเสธจะรับสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เทียม ดังนั้นเธอจึงรับเลี้ยงมันไว้ตามคำแนะนำของแฟน ๆ และตอนนี้ก็เป็นเวลาสามเดือนแล้ว
แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนมันหายไป
ในฐานะคนรักสัตว์ หร่วนอันจึงรู้สึกผิดไม่น้อย
ทันทีที่คำพูดของหร่วนอันเอ่ยออกมา คอมเมนต์ก็เต็มไปด้วยคำถาม
[จิ้งจอกน้อยของฉันหายไปเหรอ?]
[เขตต้าซิ่งอันหลิ่งกว้างมาก ถ้ามันหนีออกไปคงยากจะหาพบ]
[จริงดิ มันหนีไปหรือถูกจับ?]
“ไม่รู้สิ ฉันเอามันใส่กรงแล้วออกไปร่อนโดรน พอกลับมา ประตูกรงก็เปิดอยู่” หร่วนอันอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ “ฉันตามหามันมานานมาก ฉันไม่กล้าย้ายไปไหน ฉันรอให้เสี่ยวปากลับมา”
เสี่ยวปาเป็นสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปร่างหน้าตาน่ารัก เฉลียวฉลาด ซ้ำยังเข้าใจคำพูดมนุษย์ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แฟนคลับของหร่วนอัน
และเนื่องจากหร่วนอันปิดบังเรื่องนี้ไว้หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะบอกทุกคน แฟน ๆ ส่วนใหญ่จึงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อรู้ข่าวกะทันหัน
[ทำไมคุณถึงเพิ่งมาแจ้งล่ะ? เสี่ยวปาอายุแค่สี่เดือน และไม่มีความสามารถในการล่าสัตว์เลย เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของคุณ มันอาจจะอดตายข้างนอก หรือถูกสัตว์ตัวอื่นกินไปแล้ว! คุณนี่ช่างไร้ความสามารถจริง ๆ]
[1] เขตภูมิภาคต้าซิ่งอันหลิ่ง คือ เขตทางตอนเหนือสุดของมณฑลเฮยหลงเจียง เป็นเขตธรรมชาติของจีน