เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 22 ต้นฮว๋าย คุ้มครองป้องกัน
บทที่ 22 ต้นฮว๋าย คุ้มครองป้องกัน
ประกาศของโต้วโซ่วเกี่ยวกับ ‘นักพรตเต๋าฉีเหมิน’ และบัญชีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทำให้เรื่องนี้ยุติลงเสียที
[ล่าสุด แพลตฟอร์มโต้วโซ่วได้รับการรายงานจากผู้ใช้ว่าผู้ค้าบางรายมีการเผยแพร่ข้อมูลและผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือละเมิดศีลธรรมอันดีของสังคม ส่งเสริมความเชื่องมงายและละเมิดกฎหมายข้อบังคับอื่น ๆ
นอกจากนี้หลังจากการสอบสวนพบว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมดูแลของแพลตฟอร์ม นักพรตเต๋าฉีเหมินและบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องได้ติดต่อผู้ใช้งานเป็นการส่วนตัว เพื่อทำการขายสินค้าต้องห้ามบนแพลตฟอร์มอื่น เพื่อแสวงหาเงินผิดกฎหมายจำนวนมาก และต้องสงสัยว่าใช้ข้อมูลผู้ใช้งานอย่างผิดกฎหมาย
พฤติกรรมนี้ไม่เพียงฝ่าฝืนกฎระเบียบของแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังละเมิดกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นการรบกวนการดำเนินการตามปกติของแพลตฟอร์มอย่างรุนแรง จึงส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานอย่างร้ายแรง เป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและจิตใจของผู้ใช้งาน
แพลตฟอร์มโต้วโซ่วให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ในเวลาเดียวกัน ทางแพลตฟอร์มจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เราจะดำเนินการตรวจสอบด้วยตนเอง ติดตั้งทั้งหน้าต่างพ็อปอัป และการรายงานแบบไม่เปิดเผยตัวตน…]
บัญชีผู้ใช้ของนักพรตเต๋าฉีเหมินเป็นผู้นำในการแข่งขันศาสตร์ฮวงจุ้ยในหมวดหมู่เดียวกัน และเขายังรับลูกศิษย์ทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก เพื่อให้พวกเขาดึงดูดผู้ใช้งานบริการออนไลน์ พวกเขาทั้งขายสินค้า และสร้างตัวเองให้กลายเป็นพลังเครือข่ายของตัวเอง
หนึ่งโรจน์ทุกคนรุ่ง หนึ่งร่วงทุกคนล่ม
เมื่อนักพรตเต๋าฉีเหมินล้ม บัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องล้วนถูกแบนด้วย
ในช่วงเวลาหนึ่ง บัญชีฮวงจุ้ยเหล่านั้นได้ใช้ชื่อว่าต่อต้านการหลอกลวง พวกเขาใช้ประโยชน์จากความนิยมของเฝ่ยไป๋ลู่ โดยเหล่าบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวกับอภิปรัชญาหรือสิ่งลี้ลับ พวกเขาต่างก็หวังว่าจะสามารถเก็บซ่อนตัวตนและทำตัวเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปได้
พวกเขาไม่เพียงแค่ลบวิดีโอที่เคยโพสต์ประกาศสงครามต่อต้านการหลอกลวงเท่านั้น แต่ยังนำสินค้าในแอปเสี่ยวหวงเชอออกจากชั้นวางเป็นจำนวนมากด้วย เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่แอปจะตรวจพบ หากถูกแบนขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องถ่ายทอดสดอย่างถึงพริกถึงขิง ก็มีบัญชีอีกกลุ่มหนึ่งได้เผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิด ว่าการที่เฝ่ยไป๋ลู่กำจัดนักพรตเต๋าฉีเหมินก็เพื่อขายสินค้าของตัวเอง ว่ากันว่าเธอเป็นนักพรตเต๋าฉีเหมินหมายเลขสอง
เฝ่ยไป๋ลู่กดติดตามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
เธอขัดขวางทางหาเงิน และแตะต้องผลประโยชน์ของคนอื่น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกให้ร้าย
นี่ไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีอันธพาลมืออาชีพที่ครอบครัวเฝ่ยจัดมาเพื่อมากวนน้ำให้ขุ่นเพิ่มด้วย
ติ๊งต่อง!
อาหารเดลิเวอรีที่สั่งมาถึงแล้วเหรอ? เฝ่ยไป๋ลู่เปิดประตู พลันเห็นชายวัยกลางคนที่รูปร่างหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง
“อาจารย์เฝ่ย ขอโทษที่จู่ ๆ ก็มารบกวนครับ” รอยยิ้มบนหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ขณะที่ส่งตะกร้าผลไม้ที่เขาถืออยู่ให้ “นี่คือของขวัญสำหรับการพบกันครับ”
ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับไม่ขยับ
“ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบท่าทีที่หยาบคายแบบนี้ ดังนั้นในการมาเยี่ยมครั้งแรกผมจึงนำผลไม้มาด้วย ขอโทษที่พรวดพราดมารบกวนอาจารย์ ขอคุณโปรดอภัยด้วย” เฉินซีกลัวเฝ่ยไป๋ลู่ไม่พอใจ จึงรีบพูดแสดงเจตนาของเขา
“ที่ผมมาในครั้งนี้เพื่อต้องการเชิญอาจารย์มาช่วยทำนายดวงชะตา จากนั้นก็จะมีของขวัญขอบคุณมอบให้ด้วย ขอให้อาจารย์ช่วยด้วยเถอะครับ”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ขยับ ไม่ใช่เพราะรังเกียจการทักทายแบบลวก ๆ และหยาบคาย แต่เป็นเพราะกำลังสังเกตใบหน้าของเฉินซี
นายเฉินซีเกิดมาในครอบครัวนักธุรกิจมั่งคั่ง ช่วงปีแรกครอบครัวตกต่ำ อาชีพการงานขึ้น ๆ ลง ๆ หลังจากทำงานหนักมาหลายปีจนถึงวัยกลางคนถึงได้เจริญรุ่งเรือง เขาทำความดีเสมอ มีความกตัญญู เป็นดวงชะตาของวัยชราที่เสวยสุขอย่างราบรื่นมั่นคง
แต่ที่แปลกก็คือ โชคชะตาของเขาเป็นสีขาวกับสีดำเทา
คนทั่วไปเป็นสีขาว คนทำชั่วเป็นสีดำ และสีเทาแสดงถึงพลังแห่งความตาย
คนคนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนชั่วช้าสามานย์ ตรงกันข้าม เขาทำความดีมาไม่น้อย แต่แล้วทำไมเขาถึงโชคชะตาถึงมีสีดำผสมกับสีเทาได้?
แปลกเกินไปแล้ว
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
ใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่ขมวดแน่นขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นบทสนทนากับคนแซ่เวินก็แวบขึ้นมาในหัว
ถึงจะไม่เคยฆ่าใครก็สามารถมีพลังแห่งความตายได้…
เฉินซีเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ไม่สบายใจ ก็ก้มตัวลงอีกครั้ง
เขาเคยดูการถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ จึงรู้ว่าถึงแม้อาจารย์เฝ่ยท่านนี้จะยังเด็ก แต่ก็มีความสามารถ เก่งในด้านการดูโหงวเฮ้งทำนายดวงชะตาอย่างมาก ทั้งยังไม่เคยล้มเหลว
การที่จู่ ๆ เขาก็มาหาถึงบ้านทำให้อาจารย์โกรธหรือเปล่า?
หรืออาจารย์เห็นดวงชะตาของเขาแล้วเลยไม่อยากจะช่วย?
“อาจารย์เฝ่ยช่วยผมด้วยเถอะ! หากไม่ใช่เพราะไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ ผมคงไม่โผล่พรวดพราดมารบกวนคุณที่เป็นผู้ที่สะอาดและบริสุทธิ์แบบนี้ ครอบครัวของพวกเรารอไม่ได้แล้วจริง ๆ…” เฉินซีคุกเข่าลงบนพื้นดังตึง แล้วโขกหัวกับพื้นอย่างแรง “ขออาจารย์ช่วยพวกเราด้วย! ผมยอมทำทุกอย่างที่คุณต้องการ!”
งูน้อยที่เลื้อยเบียดตัวอยู่ตรงกรอบประตูเพื่อชมฉากที่ตื่นเต้นนี้ ตกใจมากจนชูหางขึ้น และกระโดดไปอยู่บนตัวเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่เบี่ยงหลบการคุกเข่าของเขา “คุณลุกขึ้นมาก่อน ไม่ต้องคำนับแล้วค่ะ”
เฉินซีได้ยินว่าเสียงอาจารย์นุ่มนวล จึงเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง “เฝ่ย… อาจารย์เฝ่ย…”
“ลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วย” เฝ่ยไป๋ลู่พาเขาไปที่ห้องนั่งเล่น ก่อนรินชาให้เขา “เล่าเรื่องของคุณมาสิ”
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นอบอุ่นทีเดียว กลิ่นชาที่ปลายจมูกดูจะทำให้จิตใจสงบลงได้ จนในที่สุดเฉินซีก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากแล้ว
หน้าผากของเขาแดงจากการดื่ม ดวงตาวาวด้วยน้ำตา เสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เดือนนี้ครอบครัวของผมเกิดเรื่องร้ายขึ้นติด ๆ กันไม่หยุด ภรรยาของผมเป็นลมกลางดึก พอส่งตัวไปตรวจโรงพยาบาล หมอบอกว่าเป็นอาการโรคลมแดด หลังจากนั้นก็ผล็อยหลับบ่อย ๆ กระทั่งร่างกายก็ผ่ายผอมลงเรื่อย ๆ”
“ลูกสาวกลับมาเยี่ยมบ้าน ก็หกล้มที่บ้านโดยไม่ตั้งใจ เลยแท้งลูกที่กว่าจะตั้งท้องได้ก็ยากลำบาก จนขัดแย้งกับบ้านลูกเขย และกำลังทำเรื่องหย่ากันอยู่ ลูกชายก็เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างไปทำงาน ธุรกิจผมเองก็ประสบปัญหา… ผมไปหาหมอดูให้ช่วยดูดวงให้ พวกเขาทั้งหมดบอกว่าผมมีดวงชะตาล้างผลาญหกชั่วโคตร เป็นดาวฟ้าเอกาชั่วร้าย*[1] ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดผม เป็นความผิดผมที่สร้างเรื่องร้ายให้ครอบครัวแบบนี้!”
ดวงล้างผลาญหกชั่วโคตร…
เป็นคำพิพากษาที่คุ้นเคยดีจัง เฝ่ยไป๋ลู่หันมองทางเฉินซี แล้วเอ่ยถาม “คุณอยากขอร้องเรื่องอะไร?”
“อาจารย์ ตัวผมจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ผมไม่สามารถมองดูครอบครัวมาเกี่ยวข้องด้วยได้” เฉินซีมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างคาดหวัง “จากนี้ผมจะอยู่ให้ห่างจากครอบครัว ผมขอแค่อาจารย์กำจัดอิทธิพลที่มีต่อครอบครัวผม…”
เฝ่ยไป๋ลู่เงียบ
ชายตรงหน้ามีความปรารถนาจะตาย
เขาคิดว่าขอแค่ตัวเขาตาย คนในครอบครัวก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากดวงชะตาล้างผลาญหกชั่วโคตร แต่ถ้าเรื่องมันง่ายขนาดนั้นก็ดีสิ
เธอต้องตรวจสอบก่อนว่าพลังแห่งความตายบนตัวเฉินซีมาจากไหน ถึงจะสามารถทำให้ครอบครัวของเฉินซีกลับไปสู่ชีวิตตามปกติได้
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะเร่งรีบเลยไม่ได้ เฝ่ยไป๋ลู่ยังคงรออาหารเดลิเวอรีของตัวเอง เธอยืนขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู “เรื่องของคุณไม่ง่ายขนาดนั้น”
ความหมายของอาจารย์คือปฏิเสธใช่ไหม?
เฉินซีเห็นการถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่โดยบังเอิญ เลยได้รู้ว่าเธอเองก็มีชะตาล้างผลาญหกชั่วโคตรเหมือนกัน จึงหอบความหวังสุดท้ายมาหาถึงที่ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกปฏิเสธ
เฉินซีที่ทุกข์ทรมานเอาสองมือกุมศีรษะอย่างหดหู่ และร้องสะอึกสะอื้นอย่างทนไม่ไหว
เขายอมแบกรับบาปทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง ไม่อยากเห็นภรรยากับลูกสาวได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้จนไม่ตายดีเช่นกัน
เฝ่ยไป๋ลูถืออาหารเดลิเวอรีกลับมา เห็นชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้วร้องไห้อย่างขมขื่น ก็อดถอนใจไม่ได้ “ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วย คุณหยุดร้องได้แล้ว”
ทั้งคุกเข่าคำนับ ทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น เดี๋ยวเพื่อนบ้านก็ได้บ่นใส่พอดี!
เฉินซีชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ดีใจ คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะพลิกกลับ จึงอยากจะคุกเข่าให้เฝ่ยไป๋ลู่อีกครั้ง “ขอบคุณครับอาจารย์! ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณใหญ่หลวงของอาจารย์เลย!”
“กินอะไรสักหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวจะยุ่งมาก” ร่างกายของเฝ่ยไป๋ลู่พิเศษมาก แล้วก็กินเยอะมาก เธอสั่งอาหารเดลิเวอรีมาเต็มโต๊ะ
เฉินซีกลืนไม่ลง เขาต้องการพาเธอไปที่บ้านทันที แต่ก็ไม่กล้ารบกวนการจัดเตรียมของอาจารย์ จึงฝืนกินไปได้ไม่กี่คำ
เฝ่ยไป๋ลู่มีพลังงานที่สงบราบเรียบและมั่นคง ซึ่งบรรเทาความวิตกกังวลและความเจ็บปวดของเฉินซีได้ในระดับหนึ่ง เขาดูอาจารย์กินอาหารอย่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก และเกิดความรู้สึกนับถือเฝ่ยไป๋ลู่ขึ้นมาในใจ
อาจารย์ช่างเป็นเสือซ่อนเล็บจริง ๆ! ฉะนั้นอย่าตัดสินคนจากภายนอกเชียว!
เฝ่ยไป๋ลู่กินช้า ๆ สบาย ๆ ดังนั้นเมื่อไปถึงบ้านครอบครัวเฉินแล้ว ก็เป็นเวลาเที่ยงเป็นช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์สาดส่องพอดี ซึ่งเป็นเวลาที่พลังหยาง*[2] แข็งแกร่งมากที่สุด
ชุมชนที่เฉินซีอาศัยมีสภาพแวดล้อมเงียบสงบ มีต้นฮว๋าย*[3]สูงใหญ่ปลูกอยู่ตรงกลาง
ไม้ฮว๋ายแข็งแรงตั้งตรง คุ้มครองป้องกันและเรียกทรัพย์
ในราชสำนักโบราณ มักจะปลูกต้นฮว๋ายสามต้นหนามเก้าต้น มีอัครเสนาบดีและขุนนางนั่งใต้ต้นไม้เหล่านี้ โดยมีซานกง*[4] หันหน้าเข้าหาต้นฮว๋ายสามต้น ดังนั้นต้นฮว๋ายจึงเป็นสัญลักษณ์ของ ‘โชคลาภและความมั่งคั่ง’ ด้วย
นี่คือต้นไม้ฮวงจุ้ยที่นิยมปลูกกันในพื้นที่อยู่อาศัย
เฝ่ยไป๋ลู่ก้มลงหยิบใบฮว๋ายที่อยู่บนพื้นขึ้นมา เฉินซีที่มองอยู่มีสีหน้างุนงงง
“อาจารย์ ต้นฮว๋ายมีอะไรผิดปกติใช่ไหมครับ? ที่จริงหลายปีก่อนมีคนขอให้นิติบุคคลจัดการตัดต้นไม้นี้ เพราะคิดว่าคำว่าฮว๋ายมีคำว่าไม้และผี*[5] พลังงานหยินแข็งแกร่ง ดึงดูดสิ่งสกปรกได้ง่าย นอกจากนี้โพรงในลำต้นยังเป็นที่อยู่ของวิญญาณเร่ร่อน จึงมีคำขอให้ตัดหลายครั้ง แต่ว่านิติบุคคลไม่เห็นด้วย พวกเขาบอกว่าต้นไม้นี้อายุกว่าร้อยปี เป็นต้นไม้ที่ช่วยคุ้มครองป้องกัน ไม่ใช่ต้นไม้ผี…” เฉินซีรู้สึกกังวลเล็กน้อย “อาจารย์ ต้นไม้ครับนี่…”
เฝ่ยไป๋ลู่เอาใบฮว๋ายยัดใส่กระเป๋าสบาย ๆ “นิติบุคคลพูดถูก”
พอได้ยินแบบนี้ ใจของเฉินซีก็สงบทันที เขาหันไปโค้งคำนับต้นฮว๋าย
นิติบุคคลบอกว่าต้นฮว๋ายช่วยปกปักรักษา อาจารย์บอกว่านิติบุคคลพูดถูกแล้ว ถ้าอย่างนั้นต้นฮว๋ายก็ไม่ใช่ต้นไม้ผี หวังว่าต้นไม้จะไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตนเองเพิ่งพูดไป
แต่ว่าไม่รู้เพราะแสงอาทิตย์ตอนเที่ยงจ้าเกินไปหรือเปล่า พอเฉินซีมองไปที่ต้นฮว๋ายอีกครั้ง พลันก็รู้สึกว่าใบของมันดูเหี่ยวเฉาเล็กน้อย
[1] ดาวฟ้าเอกาชั่วร้าย หมายถึง ดาวที่ชั่วร้าย โหดร้าย และโชคร้าย ส่วนใหญ่หมายถึง คนที่โชคร้าย และมักจะนำความหายนะมาสู่คนรอบข้าง
[2] พลังหยาง หมายถึง พลังของชีวิต
[3] ต้นฮว๋าย หรือ ต้นฉัตรจีน เป็นไม้มงคลตามศาสตร์ฮวงจุ้ย เชื่อว่าช่วยปกป้องคุ้มครองและดึงดูดทรัพย์
[4] ซานกง เป็นคำเรียกขุนนางชั้นสูงสุดสามตำแหน่งในจีนโบราณ
[5] คำว่า ฮว๋าย ในภาษาจีนประกอบขึ้นจากตัวมู่ (木) ที่แปลว่าไม้ กับกุ่ย (鬼) ที่แปลผี