เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 23 ยืมโชค
บทที่ 23 ยืมโชค
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นการกระทำของเขาแล้วพูดเสียงเรียบว่า “ไปกันเถอะ”
เฉินซีนับว่าเป็นคนร่ำรวยคนหนึ่งของเมืองเจียง การตกแต่งวิลล่าโดยรวมล้วนสง่างามและหรูหรา มีฐานดอกไม้ปลูกดอกกุหลาบอยู่หน้าประตู ซึ่งทำให้เห็นรสนิยมของคุณนายเจ้าของบ้านได้เลย
เฉินซีพาเฝ่ยไปลู่เดินวนรอบ แล้วเอ่ยถามอย่างกระสับกระส่าย “อาจารย์ครับ ในบ้านของผมมีอะไรที่เป็นของต้องห้ามหรือเปล่า?”
ช่วงหนึ่งเขาไปหาซินแสฮวงจุ้ยหลายคน สถานที่ต้องห้ามแก้ไขหมดแล้ว แต่ชะตากรรมของครอบครัวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง หรือว่ายังมีปัญหาอื่นใช่ไหม?
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่พบว่ามีตรงไหนที่ผิดปกติ เธอจึงส่ายหัว “ไม่มีปัญหาใหญ่”
ส่วนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้เป็นสาเหตุให้โชคชะตาของครอบครัวเฉินซีตกต่ำลง
วิลล่ามีสามชั้น หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วเฝ่ยไป๋ลู่ก็ขึ้นไปที่ดาดฟ้า จากที่นี่สามารถมองเห็นกิ่งก้านสูงใหญ่และใบต้นฮว๋ายสีเขียวมรกตที่อยู่ไม่ไกลได้ ทิวทัศน์นั้นสวยงามอย่างไม่ต้องสงสัย
เฝ่ยไป๋ลู่พบว่ามีวิลล่าหลังหนึ่งที่เหมือนกันทุกประการสร้างอยู่ห่างจากวิลล่าของเฉินซีไม่เกินห้าเมตร เธอชี้ไปแล้วถามว่า “คุณรู้จักคนที่อยู่ติดกันหรือเปล่าคะ?”
โดยทั่วไปแล้วลักษณะภายนอกวิลล่าของชุมชนที่อยู่อาศัยจะเหมือนกัน แต่โครงสร้างภายในจะแตกต่างกัน
แต่กับวิลล่าหลังข้าง ๆ เธอใช้คำว่าเหมือนกันทุกประการได้เลย เพราะวิลล่าหลังข้าง ๆ เหมือนบ้านของเฉินซีมาก ๆ ราวกับคัดลอกแล้ววางเลยทีเดียว
พอมองจากมุมสูงลงไปด้านล่าง จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการวางผังลานหน้าบ้านของวิลล่าสองหลังนี้เหมือนกันเป๊ะ แม้แต่ฐานดอกไม้ก็ยังปลูกดอกกุหลาบพันธุ์เดียวกัน
รูปแบบของดาดฟ้าและการจัดวางสิ่งของ ทั้งหมดไม่ต่างกับบ้านของเฉินซี
มันเหมือนกันเกินไป ย่อมทำให้คนรู้สึกแปลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“รู้จักครับ เขาเป็นญาติในตระกูลผมเอง” เฉินซีตอบตามจริง
“ญาติ ดูเหมือนจะใช้แซ่เฉินด้วย…” ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างฉายวาบขึ้นมาในสมองของเฝ่ยไป๋ลู่ การคาดเดาที่คลุมเครือในตอนแรกเปลี่ยนเป็นชัดเจนขึ้นมา เธอมองเฉินซี แล้วใช้น้ำเสียงที่เป็นการถาม แต่มีความแน่ใจแฝงอยู่ “คนคนนั้นชื่อเฉินตงใช่ไหม?”
เฉินซีตกใจกับความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่ จึงพูดชื่นชม “ใช่แล้วครับ! อาจารย์เฝ่ยทำนายได้แม่นยำจริง ๆ! เรื่องนี้คุณก็รู้!”
“ถ้าอย่างนั้นฉันเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น” เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางวิลล่าหลังที่อยู่ติดกันอีกครั้ง พลันสีหน้าล้ำลึกเกินคาดเดา
“อ๋า?” ใบหน้าเฉินซีสับสน แต่เขาที่ทำธุรกิจได้ย่อมไม่ใช่คนโง่ ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอาจารย์ “อาจารย์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวพวกเรา เฉินตงเป็นคนทำใช่ไหมครับ?”
“ไม่แปลกใจเลยที่เขาแนะนำผมอย่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษหลังจากรู้ว่าผมอยากพบซินแสฮวงจุ้ย ตอนนั้นผมยังรู้สึกขอบคุณเขามาก พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว เขาจะต้องร่วมมือกับซินแสฮวงจุ้ยพวกนั้นวางแผนทำร้ายผมแน่นอน!” เฉินซีกำหมัดแน่นและพูดด้วยน้ำเสียงข่มอารมณ์ “อาจารย์ครับ ผมไม่ได้เป็นคนที่มีดวงชะตาล้างผลาญหกชั่วโคตรถูกต้องไหมครับ? เขาคิดจะยืมมือซินแสฮวงจุ้ยบีบให้ผมตาย! เพราะอะไร? ผมกับเขาไม่มีความแค้นหรือเกลียดชังกันเลยนะ!”
เนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้กัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองครอบครัวจึงดีมาก
หลังจากครอบครัวเขาเกิดเรื่องอย่างต่อเนื่อง เฉินตงก็ยังพาคนในครอบครัวมาช่วย เขายังรู้สึกขอบคุณมากที่มีญาติมาช่วยในเวลาเช่นนี้
แต่สุดท้ายแล้ว… ทำไมเฉินตงถึงเป็นคนลงมือกับครอบครัวเขาซะเองล่ะ?
ไม่ใช่แค่ความเกลียดชังถึงจะสามารถทำให้คนลงมือกับผู้อื่น เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางเฉินซี พูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “คุณถูกยืมโชคไปแล้ว”
“ยืมโชคเหรอ?” ดวงตาเฉินซีตาเบิกโพลง ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะมีกลอุบายทำร้ายผู้อื่นประเภทนี้ด้วย!
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวว่า “คุณเกิดในครอบครัวนักธุรกิจที่ร่ำรวย ทรัพย์สินมั่งคั่ง ชีวิตของคุณควรจะราบรื่น แต่หลังจากที่คุณอายุห้าขวบ ครอบครัวของคุณเกิดเรื่องพลิกผันมากมาย ต้องเอาทรัพย์สินในบ้านชดใช้ไม่หยุด ตั้งแต่ช่วงเวลานี้ไป ครอบครัวคุณถูกคนอื่นยืมโชค ครั้งนี้ก็เหมือนกัน หลังจากที่คุณเจริญรุ่งเรืองในวัยกลางคน เดิมก็ควรมีชีวิตวัยชราอย่างสงบและมีความสุข แต่ตอนนี้น่ากลัวว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์บ้านแตกสาแหรกขาด”
คำว่า ‘บ้านแตกสาแหรกขาด’ กระแทกในใจของเฉินซี จนเขาหูอื้อและเวียนหัว
“อ๊าก! ผมจะฆ่าเขา…” ดวงตาของเขาแดงก่ำ ราวกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในสภาพสิ้นหวัง เขาอยากจะไปฉีกเฉินตงออกเป็นชิ้น ๆ จนแทบทนไม่ไหว
“ใจเย็น ๆ!” เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้วพลางกล่าวเสียงเย็น
หัวใจที่มีเสียงปลุกเร้าของเฉินซีรัดแน่นขึ้นทันที ราวกับมีสายลมเย็นพัดผ่าน คนชั่วที่กำลังกู่ร้องด้วยความคิดสุดโต่งหายไปในชั่วพริบตา
ตัวของเฉินซีสั่นอยู่หลายครั้ง เขาคุกเข่าลงแทบเท้าเฝ่ยไป๋ลู่อย่างทนไม่ไหวแล้ว พลันร้องขอทั้งน้ำตาว่า “ท่านอาจารย์โปรดช่วยครอบครัวของพวกเราด้วย! ทำไมครอบครัวเราถึงถูกยืมโชคได้? แล้วต้องทำยังไงถึงจะหยุดการยืมโชคนี้ได้ล่ะครับ?”
เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว ปวดหัวชะมัด ทำไมถึงคุกเข่าง่ายนักน้า?
เธอหลบไปด้านข้าง พยุงเขาลุกขึ้น แล้วเอ่ยว่า “การยืมโชคไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ชั่วข้ามคืน อีกฝ่ายจะต้องวางแผนมานานหลายปีแล้ว ฉันเดาว่าพอคุณย้ายมาที่นี่ เฉินตงก็มาซื้อบ้านติดกับคุณเลย บ้านของเขาตั้งแต่ของเล็ก ๆ อย่างเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไปจนถึงของใหญ่ ๆ อย่างการวางผังบ้าน ทุกอย่างลอกมาจากบ้านคุณ นี่เป็นเพราะเขากำลังเลียนแบบคุณ และต้องการยืมโชคของคุณ”
“มิน่าละ! ถึงผมกับเขาจะเป็นญาติกัน แต่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดห่างกันสามรุ่น เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเกิดครอบครัวเขาย้ายมาอยู่ข้าง ๆ บ้านผม ตอนนั้นพ่อแม่ถึงกับตั้งชื่อให้เขา เดิมทีเขาไม่ได้ชื่อเฉินตง ต่อมาเวลาผมใส่อะไรเขาก็ใส่อันนั้น ผมใช้อะไรเขาก็ใช้ด้วย ทำให้คนอื่นคิดว่าผมกับเขาเป็นพี่น้องกัน”
“ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมหลังจากที่ครอบครัวของผมตกต่ำ ครอบครัวของเขาถึงเจริญรุ่งเรือง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลังจากผมย้ายมาเมืองเจียง เขาก็ตามมาด้วย แล้วก็มักจะพาคนที่บ้านมาบ้านของผมในฐานะแขก มาพูดคุยกับภรรยาของผมบ่อย ๆ ที่แท้เขาต้องการรู้เรื่องของบ้านผม!”
เฉินซีเกลียดตัวเองว่าทำไมถึงไม่สังเกตเห็นจุดประสงค์แอบแฝง จนทำให้ครอบครัวถูกทำร้ายมานานถึงสามสิบสี่สิบปีแบบนี้!
“เขายืมโชคของคุณไป โชคของเขาก็กลายเป็นของคุณ เพราะฉะนั้นถ้าอีกฝ่ายทำชั่ว คุณจะต้องเป็นคนแบกรับผลกรรมทั้งหมด เพราะว่าโชคของเขาอยู่กับคุณ”
สิ่งนี้คือเหตุผลว่าทำไมโหงวเฮ้งและโชคชะตาของเฉินซีถึงไม่สอดคล้องกันโดยสิ้นเชิง
เฝ่ยไป๋ลู่อดครุ่นคิดไม่ได้ว่า คนแซ่เวินคนนั้นถูกยืมโชคไปเหมือนเฉินซีหรือเปล่า?
แต่น่าเสียดายที่เธอไม่มีวิธีมองผ่านอดีตและอนาคตของคนแซ่เวินนั่นได้ ไม่อย่างนั้นเธอก็รู้สาเหตุหลักแล้ว
“การยืมโชคเป็นความลับสวรรค์ เป็นมากกว่าการเลียนแบบเสื้อผ้าหรือที่อยู่อาศัยง่าย ๆ แบบนั้น คุณควรกลับไปที่บ้านเกิดดีกว่าค่ะ” ตอนนี้รู้สาเหตุแล้ว สิ่งต่าง ๆ ย่อมแก้ไขได้ง่ายขึ้นมาก เฝ่ยไป๋ลู่จึงเตือนเขาว่า “ทั้งของใช้ส่วนตัวของคนในครอบครัวคุณ ฟันน้ำนม เส้นผม เลือด แล้วก็ยังมีดวงชะตาวันเกิด ลำดับวงศ์ตระกูลต่าง ๆ ทั้งหมดสามารถถูกคนแก้ไขได้”
“อ้อ ใช่แล้วล่ะ ยังมีสุสานของพ่อแม่และบรรพบุรุษของคุณด้วย”
ลมเย็นเยียบพัดขึ้นมาจากฝ่าเท้าครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินซีงุนงง ถ้าหากสุสานของพ่อแม่และบรรพบุรุษถูกแก้ไข อย่างนั้นที่เขาบูชาหลายปีมานี้คือครอบครัวของเฉินตงงั้นเหรอ?
น่าเกลียดชังอะไรอย่างนี้! ทำร้ายจิตใจกันจริง ๆ!
เขากัดฟันกรอด แล้วเค้นคำพูดออกมาจากลำคอ “เดรัจฉาน!”
เมื่อเห็นลักษณะที่เหมือนจะพังทลายของเฉินซีแล้ว ความสงสารพลันปรากฏในดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่ เธอถอนใจแล้วกล่าวว่า “เฉินตงมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำอยู่เบื้องหลัง ไม่อย่างนั้นการยืมโชคด้วยวิธีนี้ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ ตอนนี้ฉันจะช่วยทำพิธีให้คุณ ดูว่าฉันจะเรียกโชคกลับมาให้คุณได้ไหม”
“ขอบคุณอาจารย์มากครับ!” เฉินซีซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล อาจารย์ที่เขาร้องขอความช่วยเหลือภายใต้ความสิ้นหวัง ช่วยชีวิตเขาได้จริง ๆ!
สวรรค์ไม่ได้ลำเอียงกับเขา! จากนี้เขาจะหมั่นทำความดีแน่นอน เพื่อสะสมคุณธรรมและพรให้อาจารย์!