เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 222 เมื่อคืนก่อนผมฝัน
บทที่ 222 เมื่อคืนก่อนผมฝัน
แทนที่จะไล่ล่าหยวนฉ่างกับเหวินชิงหย่า เฝ่ยไป๋ลู่กลับสนใจว่าเวินสือเหนียนได้รับบาดเจ็บหรือไม่
“พวกเขาทำร้ายคุณหรือเปล่า? บาดเจ็บตรงไหนไหม?”
เจี่ยนต๋าเช่าคิดในใจว่า ‘คุณเฝ่ยคงเป็นห่วงจนเลอะเลือนแล้ว พวกเขาสองคนยืนอยู่ตรงนี้สบายดี คนที่บาดเจ็บคือพวกคนเลวสองคนนั่นต่างหาก’
แต่ก็ต้องขอบคุณคุณชายสามเวิน ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจต้องจบชีวิตที่นี่
“ผมไม่เป็นไร” เวินสือเหนียนส่ายหน้า
ลูกประคำประหลาดและทรงพลังเมื่อครู่ดูสงบเรียบร้อยลง มันสวมอยู่บนข้อมือขาวผอมของชายหนุ่ม ไม่แสดงอาการใด ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่กลับไม่เชื่อ เธอจับชีพจรเขาแล้วจึงโล่งใจ “คุณไม่เป็นไรก็ดี เป็นความผิดของฉันเอง รู้ทั้งรู้ว่าเวินเจี้ยนหยวนคิดไม่ซื่อ แต่ก็ยังปล่อยให้คุณอยู่บนเกาะเผิงไหลเพียงลำพังเพราะเรื่องอื่น”
มุมปากของเวินสือเหนียนยกยิ้ม จากนั้นค่อยเลือนหายไป
เจี่ยนต๋าเช่าสังเกตดูก็เริ่มสบายใจ
อา ดีจริง ดีจริง ๆ นี่คือคุณชายสามเวินที่เขารู้จักดี
ก่อนหน้านี้คิดว่าคุณชายสามเวินถูกสิงร่าง แต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะคิดมากไป
เวินเจี้ยนหยวนเดินเอ้อระเหยลอยชาย กล่าวด้วยน้ำเสียงเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า “หลานสือเหนียน ลุงขอโทษจริง ๆ ช่วงก่อนหน้านี้มีการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างถนน ทำให้หินบนภูเขาคลายตัว พอฝนตกก็เลยร่วงลงมา โชคดีที่หลานไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นลุงคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต!”
“ทางลงเขามีเพียงเส้นเดียวยังโดนปิดอีก ลุงจะรีบจัดการคนให้มาซ่อมทาง หลานไปพักบนเกาะอีกสักพักเถอะ”
‘ให้พักอีกหลาย ๆ วันเพื่อหาโอกาสฆ่าเวินสือเหนียนอีกอย่างนั้นเหรอ?’ เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา มองอย่างเย็นชา “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ”
ทันใดนั้นเธอก็ส่งยันต์ออกไประเบิดหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางจนแตก
หินแตกกระจายจนทำให้โดนตัวเวินเจี้ยนหยวนไปด้วย ใบหน้าและร่างกายของเขามีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด
“แค่ก ๆ” พอเขาปัดเศษหินออกจากตัวได้ แล้วกวาดมองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นร่างของเฝ่ยไป๋ลู่ กับพวกเวินสือเหนียนแล้ว
“ชิ! ฆ่าเวินสือเหนียนไม่ได้อีกแล้ว!”
ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เวินเจี้ยนหยวนคิดหาวิธีต่าง ๆ นานามากมาย แต่เวินสือเหนียนก็รอดมาได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน!
ด้านเฝ่ยไป๋ลู่ ทั้งสามกลับมาที่บ้านพักตากอากาศบนเขา
เฝ่ยไป๋ลู่ได้ฟังจากเวินสือเหนียนว่าเหวินชิงหย่าเป็นใคร เธอตกใจเล็กน้อย “ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเฝ่ยชิงรั่วถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ที่แท้ก็เพราะมีแม่เธอคอยหนุนหลังอยู่” พูดจบก็เอ่ยต่อว่า “แบบนี้ฉันก็กลายเป็นคนขวางหูขวางตาแม่ลูกคู่นั้นเข้าแล้วสิ”
เดิมทีเธอไม่ถูกชะตากับเฝ่ยชิงรั่วเพราะเรื่องของตระกูลเฝ่ยอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมามีเรื่องกับเหวินชิงหย่าอีก
แต่ว่าเธอจะสู้กับหนึ่งคนหรือสองคนก็ไม่ต่างกัน
แววตาของเฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีแม้แต่ความกลัว
เวินสือเหนียนยื่นมือออกมา ในมือมีตราประทับขนาดเล็กอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นแล้วก็รู้สึกคุ้นตา ความคิดบางอย่างผุดขึ้น จนเก็บมันไว้ไม่อยู่
ไม่จริง…
ครั้งก่อนที่หุบเขาเทียนเหลียง เธอคิดจะชิงตราประทับนั้นจากเหวินชิงหย่า แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
แต่เวินสือเหนียนกลับชิงมาได้อย่างนั้นเหรอ?
ไม่แปลกใจเลยที่เวินสือเหนียนจะบอกว่าเหวินชิงหย่าหนีไป เพราะอาวุธศักดิ์สิทธิ์คู่กายของเธอถูกแย่งชิงมา การถูกอาวุธโจมตีย้อนกลับจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถือว่ายังโชคดี ถ้าร้ายแรงกว่านี้ อาจจะส่งผลต่อรากฐานพลัง ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะได้!
ไม่รักษาบาดแผลให้ดี ยังมาหาพวกเขาทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บอยู่ นี่เท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ
สีหน้าเฝ่ยไป๋ลู่แจ่มใสขึ้น เธอรู้สึกโล่งใจ
หญิงสาวรับตราประทับนั้นมาจากมือเวินสือเหนียนแล้วพิจารณา
ด้านล่างของตราประทับหยิน ประทับอักษร ‘หยิน’ ไว้ทั้งสี่ทิศ
ส่วนตราประทับหยาง ประทับอักษร ‘หยาง’ และภายในมีรูปปลาคู่หยินหยาง มุมทั้งสี่มีลวดลายเมฆกับสายฟ้า แสดงถึงปรากฏการณ์ของดวงดาวและสายฟ้า
ตราประทับปลอมตรงหน้า เหมือนกับแกะจากแม่พิมพ์เดียวกัน เฝ่ยไป๋ลู่ยิ่งมั่นใจ ตราประทับหยางของเธออยู่ในมือของพวกนั้น!
อย่างไรก็ตาม…
“คุณชิงอาวุธศักดิ์สิทธิ์มาจากเหวินชิงหย่าได้ยังไง” เฝ่ยไป๋ลู่พูดพลางจ้องมองเวินสือเหนียน
เธอกับเหวินชิงหย่าเคยสู้กันมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายรับมือไม่ง่าย
แต่เธอคนนั้นกลับถูกเวินสือเหนียนชิงอาวุธมาได้ง่ายดายแบบนี้เลยได้ยังไง?
ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็เผลอหันไปมองลูกประคำบนข้อมือเขา
ไม่ว่าอะไรเขาก็ปิดบังเธอไม่ได้จริง ๆ เวินสือเหนียนยิ้มมุมปาก เขาลอบส่งสายตาให้เจี่ยนต๋าเช่า
บทสนทนาต่อจากนี้เขาอยู่ฟังด้วยไม่ได้ เจี่ยนต๋าเช่ารู้ตัว รีบถอยออกไปทันที
กระทั่งในห้องเหลือกันแค่สองคน เวินสือเหนียนถึงได้เอ่ยขึ้น “เมื่อคืนก่อนผมฝันว่า…”
นอกจากช่วงที่เขากับเฝ่ยไป๋ลู่เจอกันบนภูเขาน้ำแข็งแล้ว ยังมีความทรงจำอีกส่วนโผล่เข้ามาในหัว
อย่างพวกวิธีใช้ลูกประคำ การมีอยู่ของตราประทับหยาง และตัวตนของเขา…
แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องบอกเฝ่ยไป๋ลู่ทั้งหมด เวินสือเหนียนเงยหน้ามองเธอ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ความทรงจำช่วงนั้นเหมือนเป็นชาติก่อนของผม มันลอยอยู่ในหัวตลอด ผมต้องใช้เวลาซึมซับ ไม่ได้ตั้งใจจะห่างเหินกับคุณ ผมขอโทษจริง ๆ”
นี่เป็นคำอธิบายสำหรับความเย็นชาที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้านี้
ได้ฟังคำพูดของเขา สิ่งแรกที่เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกคือดีใจ ที่แท้เวินสือเหนียนไม่ได้ตั้งใจจะหลบเลี่ยงเธอเพราะข่าวลือไร้สาระนั่น หมายความว่าเธอยังไม่สูญเสียเพื่อนคนนี้ไป
แต่เมื่อดีใจแล้วก็มีเรื่องซับซ้อนตามมาอีก
เฝ่ยไป๋ลู่กำตราประทับแน่น
เธอจำได้ชัดว่าตัวเองมาโลกนี้ได้ยังไง ตอนนั้นเธออยู่ในเขตฝึกฝนในดินแดนลึกลับ บังเอิญเจอจอมมาร และโชคร้ายตกลงไปในเหว ส่วนจอมมารนั่น…
เขาว่ากันว่าหายนะยังคงอยู่ได้อีกพันปี
เขาคงยังมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายนั่นแหละ
ส่วนตัวเธอก็หล่นลงมาโลกมนุษย์ และได้มาเจอกับคนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
ชาติก่อนของเวินสือเหนียน…อาจมีความเกี่ยวข้องกับเธอ….
น่าเสียดายที่เฝ่ยไป๋ลู่สูญเสียความทรงจำก่อนจะมาสำนักเซียน จึงไม่มีแม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับเวินสือเหนียนสักนิด
อย่างนั้น ที่เธอมาปรากฏตัวในโลกนี้เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเพราะเวินสือเหนียนกัน?
เฝ่ยไป๋ลู่คิดไม่ตก แต่ก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของเวินสือเหนียน
ความฝันนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแน่
แต่เวินสือเหนียนซึ่งกำลังฟื้นความทรงจำในอดีตชาติอย่างช้า ๆ สิ่งแรกที่เขาทำคือการช่วยเธอชิงตราประทับหยางปลอมมาได้ นี่ถือว่าเขาช่วยเธอได้มากจริง ๆ
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ก็อดยิ้มไม่ได้ “ดูเหมือนเราจะถูกลิขิตให้เป็นเพื่อนกัน”
เวินสือเหนียนยิ้มอ่อน ไม่พูดอะไร เขาซ่อนประกายสั่นไหวในดวงตาเอาไว้
ไม่มีใครลิขิตอะไรทั้งนั้น มีแค่การกระทำของตนเอง
ต่อมาเมื่อเจี่ยนต๋าเช่าเห็นทั้งคู่ เขาก็รู้สึกว่าระหว่างทั้งสองไม่มีกำแพงเหมือนก่อนหน้า ทั้งยังกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดีกว่าเดิมด้วย
ไม่รู้ว่าทั้งคู่สนทนาอะไรกัน แต่เขาคิดว่าวันนี้คุณชายสามอารมณ์ดี คิ้วเขาผ่อนคลาย แม้แต่ท่าทางตอนนับลูกประคำก็ยังดูสบายใจ
เจี่ยนต๋าเช่าคิดว่าถ้าตอนนี้เขาจะขอขึ้นเงินเดือน คุณชายสามก็คงจะพยักหน้า!
……
หลังจากเฝ่ยชิงรั่วไปอาละวาดครั้งใหญ่ในบ้านบรรพบุรุษตระกูลน่าคราวก่อน เธอก็แขนหักทั้งสองข้าง ซ้ำยังโดนของเข้า และถูกเหวินชิงหย่าโยนเข้าไปขังในห้องเพื่อสำนึกผิด
ในขณะที่เธอกำลังโกรธแค้นเฝ่ยไป๋ลู่ ก็เห็นเหวินชิงหย่าเข้ามานอนข้าง ๆ เตียงของเธอ
เฝ่ยชิงรั่วไม่เชื่อสายตา “แม่ เป็นอะไรคะ? ทำไมถึงดูไม่ดีขนาดนี้?”
น้ำเสียงของเธอก็ค่อย ๆ แผ่วลงเมื่อสายตาเหวินชิงหย่าดูราวกับจะฆ่าคนได้
พูดไม่ดูตาม้าตาเอาเสียเลย ทำไมเธอถึงมีลูกสาวโง่เขลาได้ขนาดนี้
เหวินชิงหย่ารู้สึกหงุดหงิดจนตัวสั่นเทิ้ม เธอไม่อยากยอมรับว่าตัวเองก็ทำอะไรโง่ ๆ ลงไปเหมือนกัน
เธอประเมินเฝ่ยไป๋ลู่ต่ำเกินไป ทำไมวันนั้นที่เขาเทียนเหลียง เธอถึงไม่ฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไปเสีย!
เธอคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้อยู่ข้างกายเวินสือเหนียน จึงคิดว่าการกำจัดเวินสือเหนียนคงเป็นเรื่องง่ายไม่ต่างจากพลิกฝ่ามือ แต่เธอประเมินเวินสือเหนียนต่ำเกินไป!
เวินสือเหนียนแฝงตัวได้แนบเนียนและโหดเหี้ยมกว่าที่คิด อีกอย่าง ลูกประคำนั่นก็แปลกประหลาดราวกับไม่ใช่ของจากแดนพุทธ ถึงกับเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเธอไปอีก!
บทเรียนที่เธอได้จากความประมาทครั้งนี้ช่างสาหัส เหวินชิงหย่าตาแดงก่ำ สายตาที่มองเฝ่ยชิงรั่วไม่เป็นมิตรสักนิด
เป็นเพราะเธออยู่กับคนโง่นานเกินไป เธอถึงได้ตัดสินใจอะไรผิดพลาดแบบนี้!