เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 221 เวินสือเหนียน คืนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้ฉัน!
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 221 เวินสือเหนียน คืนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้ฉัน!
บทที่ 221 เวินสือเหนียน คืนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้ฉัน!
เจี่ยนต๋าเช่าตาเบิกกว้าง
เขาตกใจจนขาสั่น หน้าซีดเผือด ยังไม่หายหวาดกลัว “ขอบคุณคุณชายสามที่ช่วยชีวิตผม”
หยวนฉ่างก้มลง หินก้อนหนึ่งกลิ้งหล่น
สิ่งนี้ที่ขวางเขาไว้!
หินก้อนนี้มีพลังมาก มือที่ถือกระบี่ของเขารู้สึกชา เวินสือเหนียนมีฝีมือขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาไม่ใช่เป็นแค่คนธรรมดาหรือ
ไม่เพียงหยวนฉ่างที่สงสัย เหวินชิงหย่าเองก็คิดไม่ตก
เวินสือเหนียนดูแตกต่างจากปกติ ส่วนต่างไปอย่างไร… เธออธิบายไม่ถูก
‘ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน เดี๋ยวก็รู้ว่าคนคนนี้มีกลอุบายอะไร!’ เหวินชิงหย่าคิด พร้อมส่งสายตาให้หยวนฉ่าง
หยวนฉ่างเข้าใจความหมายทันที เขาแทงดาบออกไป ปลายดาบตรงไปที่หัวใจของเวินสือเหนียนเพื่อทดสอบพลัง
เวินสือเหนียนมองหยวนฉ่างที่พุ่งเข้ามา แต่กลับไม่รู้สึกตื่นตระหนกตกใจเลย
“คุณชายระวังครับ!” เจี่ยนต๋าเช่าร้องตะโกนเสียงดัง
ทว่าเมื่อปลายกระบี่กำลังจะแทงเวินสือเหนียน ลูกประคำในมือเขาก็สั่นอย่างรุนแรง พลันปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา แล้วพลังก็แปรเปลี่ยนเป็นกำแพงแสง สกัดการโจมตีของหยวนฉ่างไว้
หยวนฉ่างถูกแรงกระแทกกลับจนถอยหลังไปหลายก้าว
พลังนี้ทรงพลังมากจนทำให้เหวินชิงหย่าต้องมองเวินสือเหนียนใหม่
นี่เป็นกลอุบายเอาตัวรอดที่เฝ่ยไป๋ลู่ทิ้งไว้ หรือเป็นความสามารถของเวินสือเหนียนจริง ๆ กัน?
แต่หากเวินสือเหนียนซ่อนความสามารถไว้ตลอดเวลา…
เหวินชิงหย่าเลียริมฝีปาก ดวงตาของเธอมองเขาอย่างอาฆาตและหมายมั่น เธอต้องการชีวิตของเวินสือเหนียนและชิงลูกประคำในมือเขาไปให้ได้
หยวนฉ่างตั้งใจจะโจมตีอีกครั้ง แต่เหวินชิงหย่าหรี่ตาลง และกล่าวอย่างไม่พอใจเสียก่อน “น่าขายหน้า! ถอยไป!”
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกน้องของเธอไร้ความสามารถ เธอก็ไม่ต้องลงมือเองแบบนี้
แต่เจ้าพวกโง่เง่านี่กลับไร้ความสามารถจริง ๆ!
“ครับ อาจารย์” หยวนฉ่างถอยไปยืนด้านหลังของเหวินชิงหย่า มือที่กำกระบี่ไว้สั่นเทาไม่หยุด รอยแผลฉีกลึกบริเวณนิ้วโป้งและนิ้วชี้ บ่งบอกถึงความร้ายกาจของเวินสือเหนียน
“คุณชายสาม นี่คุณ…” เจี่ยนต๋าเช่ากลืนคำพูดลงคอเมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยของเวินสือเหนียนจ้องมองมา ทันใดนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองไม่ควรถามอะไร
“เวินสือเหนียน ไม่ว่าคุณจะซ่อนวิชาอะไรไว้ วันนี้คุณต้องตายที่นี่!” เหวินชิงหย่าร่ายคาถา ส่งแถบผ้าสองเส้นออกจากแขนเสื้อ แล้วกลายเป็นงูพิษสองตัวพุ่งออกไป
งูพิษสองตัวดุร้ายมาก ตัวหนึ่งอ้าปากกว้าง เขี้ยวยาวแหลมเหมือนตะขอ พุ่งตรงจะกัดลำคอของเวินสือเหนียน ในขณะที่อีกตัวหนึ่งส่ายหางที่แหลมคมเหมือนหนามพิษไปมา จู่โจมไปยังหัวใจของเขา
มันทั้งคู่ล้วนเป็นท่าไม้ตายที่โหดเหี้ยม
ทว่าสีหน้าของเวินสือเหนียนไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีแม้แต่ความกลัวยามเผชิญกับอันตราย
เขาเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย ลูกประคำสิบแปดเม็ดก็เหมือนมีชีวิตขึ้นมา พุ่งออกไปราวกับลูกธนูยิงจากคันธนู ทะลวงงูพิษทั้งสองตัวจนดับสิ้น
การโจมตีทั้งสองของเหวินชิงหย่าต่อหน้าเวินสือเหนียนก็เป็นเหมือนหมัดของเด็กที่ไร้ประโยชน์
“ผมเห็นด้วยกับคำพูดของคุณ เมื่ออยู่ต่อหน้ากับพลังอันยิ่งใหญ่ ชะตากรรมก็มีเพียงต้องถูกบดขยี้เท่านั้น” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลูกประคำสิบแปดเม็ดกลับมาที่ข้อมือโดยอัตโนมัติ
สีหน้าของเหวินชิงหย่าค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น “คุณใช่เวินสือเหนียนหรือเปล่า?”
เมื่อเทียบกับเฝ่ยไป๋ลู่แล้ว ท่าทีของเธอยังมีจุดที่สามารถต้านทานได้อยู่บ้าง
เวินสือเหนียนโอหังและเย็นชาเฉกเช่นสายลม การโจมตีทั้งหมดของเธอล้วนหายไปในชั่วพริบตา
สิ่งแปลกประหลาดที่สุดคือลูกประคำทั้งสิบแปดลูกนั้นเขมือบพลังทั้งหมดของเธอไปแล้ว
เวินสือเหนียนไม่น่าใช้วิธีการแบบนี้ได้!
เจี่ยนต๋าเช่ารู้สึกเห็นด้วยไม่น้อย เมื่อครู่นี้เขาก็รู้สึกว่าคุณชายสามเวินเปลี่ยนไปมาก ราวกับถูกคนอื่นยึดร่าง
ไม่สิ ควรจะกล่าวว่าเขาดูเหมือนตื่นจากการหลับใหล พลังทั่วร่างกายยากจะหยั่งถึง
ในอดีตเมื่อเขามองคุณชายสามเวิน เขาก็ยังสามารถคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้บ้าง
แต่ตอนนี้ แม้แต่ความกล้าที่จะมองเขาก็ยังไม่มี
ริมฝีบางของเวินสือเหนียนโค้งขึ้นเล็กน้อย “ถ้าผมไม่ใช่เวินสือเหนียน แล้วจะเป็นใครล่ะ?”
บุคลิกเคร่งขรึมแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ราวกับว่าเขากำเนิดมาพร้อมกับความสูงส่งที่เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย
ดวงตาของเขาเย็นชาไร้ความปรานีราวกับไม่เคยเห็นเหวินชิงหย่าอยู่ในสายตา
การดูถูกเหยียดหยามนี้เกิดจากความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเอง
ความมั่นใจอย่างนั้นหรือ ก็แค่คนพิการคนหนึ่ง!
ยี่สิบแปดปีก่อน คนที่ถูกเธอและเหล่าบรรพชนควบคุมไว้ในมือเหมือนหมากตัวหนึ่ง อ่อนแอจนแทบจะสิ้นใจ มีสิทธิ์อะไรมามองเธอด้วยสายตาแบบนั้น
“เวิน! สือ! เหนียน!” เหวินชิงหย่าหัวเราะในลำคอด้วยท่าทางโกรธจัด เธอไม่อยากยอมรับว่าตัวเองถูกสายตาเหยียดหยามของเวินสือเหนียนกระตุ้นอารมณ์ให้โมโหได้
เธอมีชีวิตมายาวนานเกือบร้อยปี ไม่เคยมีใครดูถูกเธอแบบนี้! ทุกคนที่ทำให้เธอโกรธ ถ้าไม่กลายเป็นอาหารให้ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องกลายเป็นผีไร้ที่ฝัง หรือไม่ก็ทำให้ไม่มีคนมาเยี่ยมหลุมศพพวกมันจนหญ้าขึ้นสูง
เธอจะทำให้เวินสือเหนียนไม่ได้ตายดี!
เจี่ยนต๋าเช่าตัวสั่นเทา
คุณชายสาม เธอคนนั้นโกรธใหญ่แล้ว โปรดระวังตัวด้วยเถอะ!
เหวินชิงหย่าจ้องมองเขาด้วยดวงตาดุร้าย ก่อนคายตราประทับออกมาจากปาก
ตราประทับนั้นขยายจากเล็กไปใหญ่จนสูงกว่าหนึ่งเมตรภายในเวลาไม่กี่อึดใจ เปรียบได้กับภูเขาสูง ทำให้ผู้คนไม่อาจมองข้ามได้
หยวนฉ่างมองด้วยความอิจฉา นี่เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของบรรพบุรุษที่มอบให้กับอาจารย์ของเขา ช่างเก่งกาจเสียจริง!
เวินสือเหนียนหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาดว่า “พวกคุณขโมยของของเธอไป”
ใครขโมยของ? ไร้สาระ!
เหวินชิงหย่าท่องมนต์เงียบ ๆ
ทันใดนั้น พลังมหาศาลซึ่งไม่อาจอธิบายได้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากตราประทับนั้น รอบตราประทับมีคลื่นพลังปรากฏขึ้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
เพียงสัมผัส ก็จะต้องถูกบีบร่างจนแหลกเหลว!
“อ้อ! ที่แท้ก็เป็นแค่ของเลียนแบบไร้ค่า” เวินสือเหนียนหยิบลูกประคำขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น
เจี่ยนต๋าเช่าได้ยินเสียงคุณชายสามเวินเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “งั้นก็ต้องชิงมาศึกษาดูหน่อย” ทำเอาเขาเหงื่อตกราวกับสายฝน
ดีนะที่ผู้หญิงตรงข้ามไม่ได้ยิน ไม่งั้นต้องคลุ้มคลั่งแน่ ๆ
“ไป!” เหวินชิงหย่ามั่นใจว่าจะชนะ เธอสั่งให้ตราประทับพุ่งใส่เวินสือเหนียน
เวินสือเหนียนยืนมองตราประทับพุ่งใส่ตนเอง เหวินชิงหย่าไม่เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าเขาเลย กลับเห็นแค่รอยยิ้ม ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
จากนั้นลูกประคำประหลาดของเวินสือเหนียนก็ลอยขึ้นมา ล้อมรอบตราประทับไว้ ก่อนจะรัดแน่นขึ้น และตราประทับก็ถูกขังไว้จนไร้ทางหนี
ชั่วพริบตานั้น ตราประทับหายวับไปกลางอากาศ ลูกประคำตกลงมาอยู่ในมือเวินสือเหนียน
เวินสือเหนียนยื่นมือไปรับ เหวินชิงหย่าก็รู้สึกได้ว่าการติดต่อระหว่างเธอกับตราประทับถูกตัดขาดไป
เหวินชิงหย่าตระหนักได้ถึงบางสิ่ง ตาของเธอแดงก่ำ กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “เวินสือเหนียน คืนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของฉันมา!”
ช่างน่ารังเกียจ! ต่ำช้า! ไร้ยางอาย!
เหวินชิงหย่าโกรธจนเลือดลมปั่นป่วน อดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมา
เมื่อถูกอาวุธประจำตัวสะท้อนกลับจนเธอแทบไม่มีเรี่ยวแรงยืน ต้องขอบคุณศิษย์รักอย่างหยวนฉ่างที่คอยประคองเอาไว้จึงไม่ล้มคว่ำลงไปอย่างน่าอับอาย
เธอใช้มือบีบแขนหยวนฉ่าง ปากพร่ำเพ้อว่า “ไปเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของฉันคืนมา! ไปเอาคืนมา!”
หยวนฉ่างรู้สึกหนักใจ “มีคนกำลังมาแล้ว อาจารย์เราต้องรีบไป ไม่อย่างนั้นคงต้องสู้กันที่นี่!”
เวินสือเหนียนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ดีนัก หากมีคนเพิ่มเข้ามาอีกคน พวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ?
หยวนฉ่างไม่กล้าเสี่ยง เขาไม่สนใจการขัดขืนของเหวินชิงหย่าแล้วรีบประคองพาเธอหนีไป
เฝ่ยไป๋ลู่รีบรุดมา แต่ก็เห็นแค่เงาร่างของคนทั้งสองจากไปไกลแล้ว เธอแค่นเสียงเย็นเอ่ยว่า “พวกเขาวิ่งเร็วจริง!”
“แค่ก ๆ” เวินสือเหนียนยกกำปั้นขึ้นปิดปาก สีหน้าของเขาตอนนี้ดูซีดเซียวผิดปกติ
ความสนใจทั้งหมดของเฝ่ยไป๋ลู่ถูกเบนมาทางเวินสือเหนียนในทันที
……
ภายในห้องขนาดเล็กฝั่งตะวันออก
บนชั้นวางที่สอง มีเสียงแตกร้าวดังมาจากหุ่นดินเผา
ชายรูปร่างผอมเล็กสวมชุดสีดำเดินเข้ามา
“เหวินชิงหย่า ทำไมเธอถึงได้รับบาดเจ็บหนักอย่างนั้น…”
“เมืองเจียงอันตรายถึงขนาดนี้เลยหรือ เสียกำลังคนไปมากมายขนาดนี้ หวังว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับแผนของบรรพชนนะ…”
“ดูเหมือนต้องหาคนใหม่เข้าร่วมแล้ว จะเลือกใครดีล่ะ” ชายหนุ่มหยิบสมุดเล่มเล็ก พลิกกระดาษไปมา
“เป็นคุณแล้วกัน…”
เขาหยิบพู่กันวงกลมบนชื่อหนึ่งในนั้น