เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 225 ผีถ้วยแก้ว (2)
บทที่ 225 ผีถ้วยแก้ว (2)
ขณะที่จงเฉิงฮุ่ยออกไปหาคน เฝ่ยไป๋ลู่รีบกวาดตาอ่านคอมเมนต์บนหน้าจอ แล้วก็อดรู้สึกท้อใจไม่ได้ “ผีถ้วยแก้วและผีปากกา ล้วนเป็นวิธีการทำนายโชคชะตาแบบหนึ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรียกว่าพิธีกรรมฝูจี*[1]”
“แก่นแท้ของพิธีกรรมฝูจีก็คือการเชิญเทพเจ้ามาประทับทรง อาศัยพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าเพื่อรับข้อมูลและขอคำแนะนำ แต่เทพเจ้าจะมาประทับทรงจริง ๆ หรือ”
ในคัมภีร์ไท่ซ่างหอสักการะฟ้าหยกได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า เหล่าเทพเซียนบนสวรรค์นั้นจะไม่มาประทับในร่างของมนุษย์ หากมีสิ่งใดประทับทรงแล้วสนทนากับมนุษย์นั่นก็ไม่ใช่เทพเจ้า แต่เป็นมารปีศาจชั่วร้าย
พูดให้ชัดเจนก็คือ เทพเจ้าที่แท้จริงจะไม่มาประทับทรง หากสิ่งใดมาประทับทรงก็ไม่ใช่เทพเจ้าที่แท้จริง
ก่อนที่จะใช้คาถา พิธีกรรมฝูจีจะมีการสั่งสอนว่าหากจิตใจบริสุทธิ์ก็จะสัมฤทธิ์ผล แต่การที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อถามคำถามและขอคำแนะนำ แล้วจะใช่จิตใจบริสุทธิ์ได้อย่างไร
มนุษย์ธรรมดาย่อมมีกิเลส ดังนั้นจึงไม่มีทางอัญเชิญเทพเจ้าที่แท้จริงมาได้
แม้อัญเชิญมาได้จริง ๆ สิ่งที่เชิญมาก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี ซึ่งจะมาขอค่าตอบแทนกับคุณ
จงเฉิงฮุ่ยเคยถูกผีถ้วยแก้วครอบงำ แต่คนที่ถูกขอค่าตอบแทนไม่ใช่เธอ เธอจึงรับเพียงพลังหยินเข้าสู่ร่างกายเท่านั้น ชีวิตไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย
แต่คนอื่นอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น
ส่วนเหล่าชาวเน็ตที่แสวงหาความตื่นเต้น หากลองทำดู เกรงว่าคงกลัวจะไม่รู้จักคำว่าตายเขียนอย่างไร
รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชาอย่างน่าประหลาด ทำให้บางคนที่คิดจะทำตามในไลฟ์สดต้องหยุดชะงัก
ชาวเน็ตที่อ้างตัวว่าเป็นประธานชมรมรู้สึกกลัวเข้าแล้ว [ขอโทษที ผมลบประกาศในกลุ่มออกแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ให้สมาชิกชมรมเล่นเกมอันตรายแบบนี้อีก! สำหรับเพื่อน ๆ ที่เคยติดตาม สามารถเลิกติดตามได้เลย ผมจะไม่ไลฟ์สดแล้ว]
หลังจากฟังเฝ่ยไป๋ลู่พูดจบทุกประโยค จงเฉิงฮุ่ยก็รู้สึกเสียใจมาก
เธอร้อนใจและสอบถามเพื่อน ๆ จนกระทั่งพบว่าเซี่ยอวี่อยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคารเรียน
เซี่ยอวี่ยืนอยู่ที่นั่นคนเดียว สายตาจ้องมองลงไปที่ด้านล่าง
“เสี่ยวเซี่ย! ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับเธอ! เรื่องที่เธอใช้ผีถ้วยแก้วมาทำร้ายฉัน ฉันก็รู้หมดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ เธอต้องอธิบายให้ฉันฟัง!” จงเฉิงฮุ่ย กล่าว จากนั้นก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของเซี่ยอวี่ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นตระหนกจนกระโดดลงไป จึงพยายามดึงเธอออกจากราวกั้น
แต่ว่ามือของจงเฉิงฮุ่ยราวกับสัมผัสกับก้อนน้ำแข็ง
ทั้งที่ยืนอยู่ใต้แสงแดด แต่ร่างกายของเซี่ยอวี่กลับเย็นเชียบจนผิดปกติ
จงเฉิงฮุ่ยเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจและเพิ่งจะสังเกตเห็น ในตอนนี้เซี่ยอวี่หน้าซีดเผือด ดวงตาไร้ประกายจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ
“เธอ เธอเป็นอะไรไป?” ทำไมเซี่ยอวี่ถึงถูกผีถ้วยแก้วครอบงำมากกว่าเธออีก!
“เธอรู้ทุกอย่างแล้วสินะ” เซี่ยอวี่ก้าวเข้ามาหาเธอ
จงเฉิงฮุ่ยถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ เธอพูดติด ๆ ขัด ๆ “แน่นอนสิ ฉันติดต่อกับไป๋ลู่ ฉันถึงรู้เรื่องราวคร่าว ๆ หมดแล้ว! เธอจงใจทำ ทำไมถึงต้องทำให้ฉันถูกผีถ้วยแก้วครอบงำด้วย? เราไม่ใช่เพื่อนกันเหรอ”
สายตาของเซี่ยอวี่สบกับเฝ่ยไป๋ลู่ในโทรศัพท์ ก่อนละสายตาอย่างใจเย็น
เธอมองจงเฉิงฮุ่ยและเยาะเย้ยผสมกับไม่พอใจ “โชคดีจริง ๆ นะ”
“เธอยอมรับแล้ว!” จงเฉิงฮุ่ยเสียใจ “ทำไมล่ะ? พอฉันเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้รู้จักกับเธอ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน!”
น้ำเสียงของเซี่ยอวี่เย็นยะเยือก “ฉันเข้าหาเธอตั้งแต่แรกเพราะมีจุดประสงค์อยู่แล้ว คนนิสัยเนิร์ด ๆ เก็บตัว และขี้ขลาดอย่างเธอคงไม่กล้าปฏิเสธใคร เป็นคนประเภทชอบเอาใจคนอื่น ใครจะอยากคบเป็นเพื่อนกัน ข้อดีข้อเดียวที่พอพูดได้ก็แค่ใสซื่อเท่านั้น”
“ฉันเกลียดเธอ ฉันก็เลยอยากทำลายเธอ ฉันพาเธอไปผลาญเงินเยอะ ๆ พาเข้าผับบาร์ ทำสีผม เจาะหู หยิบยืมเงินเธอไปแล้วไม่คืน แล้วก็ดีใจที่เห็นเธอถูกพ่อแม่ดุด่า ฉันมีความสุขที่เห็นเธอถูกผีถ้วยแก้วเล่นงาน ฉันยิ่งสะใจที่เห็นเธอโดนฉันหลอกจนหัวหมุน!”
จงเฉิงฮุ่ยที่ถูกอีกฝ่ายวิพากวิจารณ์ทุกอย่าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย ร่างกายสั่นคลอน
การเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดของพ่อแม่ ทำให้ช่วงเวลาวัยเด็กและชีวิตวัยรุ่นของเธอเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ความอึดอัด และความน่าเบื่อ
หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย เซี่ยอวี่ก็ปรากฏตัวขึ้นเป็นแสงส่องสว่างให้กับโลกของเธอ เธอรู้สึกขอบคุณมากที่ได้พบเพื่อนคนนี้ ถึงทุกคนจะมีข้อเสียบ้าง แต่เธอก็พยายามที่จะปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ
“ทำไมล่ะ” จงเฉิงฮุ่ยพึมพำกับตัวเอง
“อืม” เซี่ยอวี่เห็นว่าจงเฉิงฮุ่ยไม่ได้โกรธเคือง น้ำเสียงจึงเริ่มแหบแห้ง เธอปิดปากไอสองสามครั้ง
ในอุ้งมือรู้สึกเปียกและร้อนผ่าว
เธอกำมือแน่นแล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ยืนหลังตรงยืนหยัดดั่งต้นไป๋หยาง
[ใช่แล้ว ทำไมล่ะ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้สึกเกลียดชังคนอื่นได้ตั้งแต่เปิดเทอม]
[ทำไมฉันรู้สึกว่าสีหน้าของเพื่อนร่วมหอคนนี้แย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะ]
เฝ่ยไป๋ลู่บอกให้จงเฉิงฮุ่ยยื่นมือถือให้เซี่ยอวี่ ประโยคแรกที่ถามก็คือ “เซี่ยอวี่ คุณหาคำตอบเจอแล้วหรือยัง”
เซี่ยอวี่ดื้อเหมือนวัวตัวหนึ่ง เธอกัดริมฝีปากไม่ยอมพูดอะไร
เมื่อเห็นว่าสีหน้าดื้อดึงบนใบหน้าของเธอเริ่มฉายชัดขึ้นไปอีก เฝ่ยไป๋ลู่ก็ถอนหายใจ เธอปล่อยอีกฝ่ายไว้แบบนี้ไม่ได้จริง ๆ “ใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับการทำข้อตกลงกับผีถ้วยแก้ว ซ้ำยังไม่ได้คำตอบที่ตัวเองต้องการมันคุ้มหรือเปล่า ถ้าเธอสารภาพมาฉันจะช่วย”
จุดประสงค์แรกในการเชิญวิญญาณมาคือเพื่อถามคำถามและขอคำแนะนำ
เมื่อคำถามไม่ได้รับการแก้ไข แต่สิ่งชั่วร้ายกลับไม่สนใจสัญญาและใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ของมนุษย์ เรียกร้องค่าตอบแทนที่ไม่สมควรได้รับทั้งยังไร้เหตุผลแบบนี้
แม้จงเฉิงฮุ่ยจะตกใจแต่ก็ยังคงสงสัย “ไม่ใช่ฉันเหรอที่ถูกผีถ้วยแก้วครอบงำ”
เมื่อสบกับดวงตาคมกริบของเฝ่ยไป๋ลู่ สีหน้าเซี่ยอวี่พลันเปลี่ยนเป็นเหลอหลา สุดท้ายจึงยอมเปิดปากพูด “ฉันเป็นคนเชิญผีถ้วยแก้วมาจริง ๆ”
“เป็นฉันที่เรียกชื่อฮุ่ยจื่อ เพื่อให้ผีถ้วยแก้วครอบงำเธอ แต่ฉันไม่ได้คิดร้าย ฉันแค่ต้องการคำตอบ”
จงเฉิงฮุ่ยตะคอกถาม “เธอต้องการคำตอบอะไร ถามฉันตรง ๆ ก็ได้! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอสักหน่อย!”
อีกฝ่ายแสดงท่าทีแบบนี้ สีหน้าของเซี่ยอวี่ก็ยิ่งเจ็บปวด สุดท้ายเธอทนไม่ไหว ตะโกนออกมาว่า “เธอไม่ได้ทำผิดต่อฉัน แต่พ่อแม่เธอล่ะ”
[นี่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพ่อแม่ของเพื่อนร่วมหอเธอกัน]
[หรือว่าเพื่อนร่วมหอจะเป็นลูกนอกสมรส]
[เปลี่ยนจากหนังผีเป็นหนังครอบครัวน้ำเน่าไปแล้ว ผู้กำกับเก่งจริง ๆ]
[ฉันคิดว่า พ่อแม่ของเพื่อนร่วมหอคงทำอะไรผิดกับพ่อแม่ของอีกฝ่ายมากกว่า]
เซี่ยอวี่มองจงเฉิงฮุ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้า “แม่ของเธอชื่อกวนหรูฟาน เป็นครูประจำชั้นมัธยมต้นของน้องชายฉัน เซี่ยเล่อ เธอคงไม่คาดคิดใช่ไหม”
“กวนหรูฟานเป็นคนเข้มงวด หัวโบราณ มีความคาดหวังสูง และมีกฎระเบียบในห้องเรียนที่เข้มงวดและโหดเหี้ยม เธอใช้มันกดขี่บังคับนักเรียนในชั้นของเธอ ทั้งยังปฏิบัติต่อนักเรียนแตกต่างกันไปตามเกรดของพวกเขา เพื่อพวกเขามุ่งมั่นตั้งใจก้าวหน้าอยู่ทุกเดือน ทำให้การสอนของเธอราบรื่น น้องชายของฉันเป็นนักเรียนในชั้นของแม่เธอ ทุกวันเขาทุกข์ทรมานมาก”
[ครูที่มีความคาดหวังกับนักเรียนก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวนักเรียนเอง คุณไม่จำเป็นต้องแก้แค้นลูกสาวของคนเป็นครูนะ]
[ขอบคุณสำหรับคำถาม ในฐานะนักเรียน ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องการความหวังดีเช่นนี้ ฉันเข้าใจได้ว่าการมีครูแบบนี้มันเป็นยังไง]
[ฉันแน่ใจว่าน้องชายของคุณเรียนไม่เก่งและเกเร ครูจึงไม่ชอบ แน่นอนละ ใครบ้างจะไม่ชอบนักเรียนดี ๆ การที่ถูกเลือกปฏิบัติ ต้องคิดถึงสาเหตุที่มาจากคุณเองด้วย!]
[นั่นสิ ทำไมครูไม่เลือกปฏิบัติกับคนอื่นนอกจากน้องชายของคุณ แน่นอน น้องชายคุณน่ะไม่ดีพอ และถ้าน้องชายคุณเป็นเด็กดีเหมือนเด็กในบ้านฉัน ครูจะต้องชอบแน่!]
ครูในสายตาของคนส่วนใหญ่คือ เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์
ความจริงแล้วครูย่อมเป็นคนที่ควรได้รับการยกย่อง แต่ไม่ใช่ครูทุกคนจะคู่ควร
เซี่ยอวี่รู้สึกว่าคอมเมนต์เหล่านี้พูดเสียดสีมาก “น้องชายของฉันเป็นเด็กดีและเชื่อฟังมาตั้งแต่เด็ก ผลการเรียนยอดเยี่ยม สอบทุกครั้งอันดับไม่เคยต่ำกว่าสามสิบอันดับแรกของชั้นปี ฉันไม่รู้ว่าน้องชายของฉันควรสำนึกผิดเรื่องอะไร”
“แต่เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นพวกคุณผู้สูงส่งมาสั่งสอนแล้วละ เพราะเขาฆ่าตัวตายไปแล้วตอนก่อนสอบเข้ามัธยม ด้วยการกระโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตาย”
“พวกคุณรู้ไหมว่าเขาเขียนอะไรไว้ในจดหมายลาตาย”
“เขาเขียนว่า อาจารย์กวน ผมเกลียดอาจารย์มาก”
“ฉันอยากรู้ว่ากวนหรูฟานบีบบังคับให้น้องชายของฉันตายได้ยังไง?! ไม่ว่าฉันจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องหาคำตอบให้ได้! ดังนั้นฉันจึงใช้วิธีผีถ้วยแก้วนี้”
จงเฉิงฮุ่ยนิ่งเงียบไร้คำพูด
[1] พิธีกรรมฝูจี คือ อาการถือประคองเครื่องมือถ่ายทอดคำพยากรณ์ เป็นพิธีกรรมเข้าทรงที่มีอุปกรณ์ประกอบ อุปกรณ์หลักจะเป็นแท่น ที่มีกระถางหรือถาดเป็นบ่อทรายและโครงยึดก้านไม้สำหรับใช้ขีดเขียนแสดงผลบนผิวทราย