เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 226 ผีถ้วยแก้ว (3)
บทที่ 226 ผีถ้วยแก้ว (3)
น่าเสียดายที่ผีถ้วยแก้วไม่ได้ให้คำตอบอื่นนอกจาก ใช่ หรือ ไม่
ใช่คือใช่ ไม่ก็คือไม่ใช่ สิ่งที่ทำให้ผีถ้วยแก้วลังเลได้แบบนี้ การตายของน้องชายเธอคงเกี่ยวข้องกับกวนหรูฟานแน่นอน!
เซี่ยอวี่จ้องไปที่จงเฉิงฮุ่ยด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด
เธอมีเป้าหมายยิ่งใหญ่ เธอจะล้างแค้นและทำให้จงเฉิงฮุ่ยต้องชดใช้ด้วยชีวิต
แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับส่ายหัว
ผีถ้วยแก้วไม่สามารถเลือกใช่หรือไม่ได้ เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และมันก็ให้คำตอบไม่ได้ด้วยเช่นกัน
เหล่าชาวเน็ตในไลฟ์สดต่างก็พากันเกลี้ยกล่อมเซี่ยอวี่ไม่ให้ใช้อารมณ์
[หากคุณบอกว่าน้องชายของคุณเรียนดี ทำไมครูถึงได้ไม่ชอบเขาขนาดนี้ มันไม่มีเหตุผลเลย น่าจะมีความเข้าใจผิดบางอย่าง ลองใจเย็น ๆ พูดกันดี ๆ ไหม]
[สมัยนี้การเป็นครูช่างลำบากจริง ๆ ตีนักเรียนก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้ หากใช้ถ้อยคำรุนแรงนักเรียนก็จดจำแต่ความเกลียดชัง หากใช้ถ้อยคำนุ่มนวล ผู้ปกครองของนักเรียนก็ด่าว่าครูไม่ทำหน้าที่ เป็นเรื่องที่แก้ไม่ตกจริง ๆ]
[หากเธอคิดว่าครูเป็นคนบีบบังคับให้น้องชายของเธอตาย เธอก็ร้องเรียนต่อทางโรงเรียนหรือกรมศึกษาธิการได้! ให้พวกเขาชี้แจงกับเธอได้นี่!]
เซี่ยอวี่เม้มปาก “คุณคิดว่าฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้หรือไง พ่อของจงเฉิงฮุ่ย จงเจิ้นน่ะเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หลังจากน้องชายของฉันเสียชีวิต เขาก็ลงทุนเช่าที่ดินในเมืองของเรา ทุกบ้านได้รับเงิน และบ้านของเราได้รับมากที่สุด กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาทำเพื่อกดดันพวกเรา และเพื่อชดเชยให้กับเรา!”
ชุมชนในเมืองเล็ก ๆ เป็นสังคมแห่งการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พวกเธอจึงรู้สึกได้ว่าผู้คนล้วนแต่กดดันทั้งในที่แจ้งและที่ลับ!
ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ยิ่งทำให้เธอยืนยันได้ว่าการตายของน้องชายทำให้ครอบครัวของกวนหรูฟานละอายใจ
คอมเมนต์ต่าง ๆ นานาเริ่มปรากฏขึ้น
เซี่ยอวี่ไม่สนใจความเห็นเหล่านั้น เธอมองไปยังเฝ่ยไป๋ลู่ “ไป๋ลู่ ฉันรู้ว่าคุณมากความสามารถ ฉันเคยพยายามเชื่อมต่อแต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อกี้คุณบอกว่าหากฉันยอมสารภาพ คุณก็จะช่วยฉัน ฉันทำตามที่คุณพูดแล้ว คุณจะบอกคำตอบฉันได้หรือยัง”
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหน้า แล้วพูดขึ้นว่า “ฉันบอกว่าจะช่วย หมายถึงช่วยชีวิตคุณ ไม่ใช่ช่วยคุณตามหาความจริง”
“คุณ!” เซี่ยอวี่โกรธจนตาเบิกกว้าง ลำคอเริ่มตีบตันอีกครั้ง ร่างกายสั่นด้วยความหนาวเย็น พลังชีวิตกำลังรั่วไหลออกไปทีละน้อย
“ลูกสาวของกวนหรูฟานไม่ได้อยู่ตรงหน้าคุณเหรอ? ให้เธอโทรศัพท์ถามแม่เธอให้กระจ่างเลยสิ” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว “ฉันคิดว่าจงเฉิงฮุ่ยคงยินยอมนะ”
จงเฉิงฮุ่ยพยักหน้ารับ เรื่องนี้เกี่ยวกับแม่ของเธอหรือเปล่า เธอก็อยากรู้!
“ฮัลโหลค่ะ แม่”
“ตอนนี้เธอควรจะอยู่ในชั้นเรียนไม่ใช่เหรอ? โทรมาหาแม่เวลาแบบนี้เพราะเงินหมดอีกแล้วใช่ไหม? บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าถึงที่บ้านไม่ขาดเงินส่งให้เธอใช้ แต่ถ้าเธอใช้เงินมือเติบ ไม่เอาไปใช้กับการเรียน ที่บ้านก็จะไม่ให้เงินเธอสักแดงอีก! อย่าคิดว่าสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วจะปีกกล้าขาแข็ง อยากจะทำอะไรตามใจก็ได้!”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทุ้มต่ำแต่หนักแน่นน่าเกรงขาม เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
ผู้ชมในไลฟ์สตรีมต่างก็ตัวสั่น ความรู้สึกเหมือนตอนถูกครูใหญ่ดุกลับมาอีกครั้ง
“ฉันไม่ได้…” จงเฉิงฮุ่ยชินชากับการพูดจาเชิงกดขี่แบบนี้แล้ว
เธอเพิ่งจะพูดได้แค่นั้น กวนหรูฟานที่อยู่ปลายสายก็อดทนฟังลูกสาวจะเถียงไม่ไหว “เธอไม่ได้อะไร? เมื่อวานแม่กับพ่อคุยกันแล้ว และตัดสินใจแล้วว่าจะจัดตารางเรียนแบบละเอียดให้กับเธอ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอต้องตื่นนอนไปเรียนทุกหกโมงเช้า ตอนปีหนึ่งต้องสอบระดับสี่และหกให้ผ่าน รวมถึงวิชาคอมพิวเตอร์ระดับสองด้วย เกรดและการสอบวัดผลต้องอยู่ในสามอันดับแรกของชั้นปี ได้ทุนการศึกษา และเธอต้องรายงานความคืบหน้าการเรียนให้แม่รู้ทุกวัน…”
[เธอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ ปล่อยให้เด็กได้พักผ่อนบ้างไม่ได้เหรอ? น่าอึดอัดเกินไปแล้ว!]
[น่าเห็นใจ เธอน่าสงสารจัง… ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าทำไมน้องชายคุณถึงฆ่าตัวตาย บางทีมันอาจเกิดจากการศึกษาแบบนี้ก็ได้!]
[ในฐานะแม่ลูกสอง ฉันเห็นด้วยกับครูกวน! เด็กต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ยิ่งมหาวิทยาลัยยิ่งต้องเรียนให้หนัก เว้นห่างจากเพื่อนร่วมชั้น อย่าปล่อยตัวตามใจเกินไป]
ท่าทีที่จงเฉิงฮุ่ยแสดงออกมาคือการนิ่งเฉย
กวนหรูฟานพูดต่อ “อย่าคิดว่าพวกเรายุ่งเรื่องของเธอมากไป พ่อกับแม่ทำทุกอย่างก็เพื่อเธอ ที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่เพราะพวกเราหรอกเหรอ เป็นเด็กดีเชื่อฟังเถอะ พ่อแม่ไม่มีทางทำร้ายเธอหรอก”
เซี่ยอวี่ยิ้มเยาะ
จงเฉิงฮุ่ยเหลือบเห็นรอยยิ้มมุมปากของเธอ หัวใจก็เต้นกระตุกขึ้นมาทันที เธอรวบรวมความกล้าแล้วถามเสียงดังผ่านโทรศัพท์ “แม่ คุณจำเซี่ยเล่อได้ไหม เซี่ยเล่อคนที่ฆ่าตัวตายเมื่อสามปีที่แล้ว!”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงของกวนหรูฟานจะเอ่ยขึ้นมาว่า “จำได้สิ เขาก็เคยเป็นนักเรียนที่แม่คาดหวังไว้มาก คิดว่าจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายในเมืองได้แน่ ๆ”
เธอพูดเหมือนกำลังเสียใจ น้ำเสียงจึงแผ่วเบาลงไปด้วย “น่าเสียดายที่เขามาฆ่าตัวตายก่อนสอบเพราะเรื่องที่บ้าน ในฐานะครู แม่เองก็มีส่วนผิดด้วยที่ไม่สังเกตความผิดปกติของเขา”
“หลังจากนั้นแม่ก็รู้ว่าครอบครัวของเขากำลังมีปัญหา แม่จึงบอกให้พ่อของเธอช่วยเช่าที่ดินเพื่อให้เกียรติพวกเขา และจะได้แอบช่วยเหลือครอบครัวของเขา”
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง
สมแล้วที่เป็นครู คำพูดและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ช่างรัดกุม
เพียงสามประโยคก็แทบจะตอบคำถามทั้งหมดที่เซี่ยอวี่ต้องการได้
เธอโทษว่าการตายของลูกศิษย์เกิดจากปัญหาครอบครัวที่ทำให้เขารู้สึกเครียด
เธออ้างว่าเงินที่ให้ครอบครัวเซี่ยเป็นการช่วยเหลือครอบครัวนักเรียน
เธอวางตัวเองสูงส่งราวกับเทพธิดา แม้ครอบครัวเซี่ยจะหยิบกระดาษที่ลูกชายเขียนด้วยลายมือตัวเองซึ่งมีตัวอักษรแปดตัวมาให้ดู แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าเธอละเลยหน้าที่
ไม่แปลกใจเลยที่เซี่ยอวี่จะใช้วิธีการเข้าหาลูกสาวของพวกเขาถึงสามปีเต็ม
ฉันไม่เชื่อ! เซี่ยอวี่กำหมัดแน่น ร่างกายเครียดตึง
เธออยากจะตะโกน แต่เลือดที่พลุ่งพล่านในร่างกลับติดอยู่ลำคอ
“ไม่จริง! คุณกำลังโกหก!” เสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้นมา ปรากฏว่าคนที่พูดประโยคนี้คือจงเฉิงฮุ่ย!
เฝ่ยไป๋ลู่นึกประหลาดใจ ส่วนเซี่ยอวี่นั้นยิ่งตกใจมาก
ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากในไลฟ์สด จงเฉิงฮุ่ยกล่าวหาแม่ของตัวเองเสียงสั่นว่า “เซี่ยเล่อถูกคุณบีบบังคับจนตาย! เขาตายเพราะความคาดหวังมากมายของคุณ!”
“เงียบนะ! จงเฉิงฮุ่ย เธอรู้หรือเปล่าว่าตัวเองพูดเรื่องงี่เง่าแค่ไหน ใครเป็นคนชักจูงให้เธอมาพูดแบบนี้กับฉัน” กวนหรูฟานตวาดเสียงดัง
อีกฝ่ายสังเกตเห็นความผิดปกติที่จู่ ๆ จงเฉิงฮุ่ยก็พูดถึงเซี่ยเล่อ เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ แต่ก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ กวนหรูฟานช่างเข้าใจลูกสาวของตัวเองดีจริง ๆ
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจงเฉิงฮุ่ยจะทำอย่างไรต่อไป
นี่เป็นการถ่ายทอดสด มีผู้คนมากมายเฝ้าดูอยู่ หากพลาดพลั้งไปอาจจะส่งผลเสียต่ออาชีพของกวนหรูฟาน
ทุกคนเฝ้ารอการตอบโต้ของจงเฉิงฮุ่ย
น้ำตาจงเฉิงฮุ่ยไหลอาบแก้ม “ไม่มีใครชักจูงฉันหรอก ฉันอดทดมานานแล้ว! ฉันก็เป็นนักเรียนที่ถูกคุณคาดหวัง ฉันเข้าใจความรู้สึกเซี่ยเล่อดี!”
“คุณใช้พวกเรารวมถึงเซี่ยเล่อ เหล่านักเรียนดีเด่นพวกนั้นเป็นแค่เครื่องมือโชว์ผลงานการเรียนการสอนของคุณ! ความปรารถนาดีของคุณมันน่าอึดอัด! อึดอัดจนทำให้ฉันรู้สึกว่าคุณเกลียดฉันถึงได้ปฏิบัติกับฉันแบบนี้!”
“ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยเล่อฆ่าตัวตาย เพราะฉันก็เคยคิดจะฆ่าตัวตายเหมือนกัน! ฉันอยากจะหลุดพ้นจากการควบคุมของพวกคุณ! ฉันจำได้แล้ว เมื่อสามปีก่อน คุณเคยทะเลาะกับพ่อ เรื่องที่จะใช้เงินเพื่อจบเรื่องใช่ไหม? มันคือเรื่องของเซี่ยเล่อหรือเปล่า?”
กวนหรูฟานหายใจถี่ แต่ก็ฝืนอดทนเอาไว้ “เธอป่วยไปแล้วสินะ เอาละ ฉันจะแจ้งสถานการณ์ให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ แล้วจะไปรับเธอมาดูแลที่บ้าน หลังจากนั้น ฉันจะสอนเธอกับมือเอง…”