เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 230 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (4)
บทที่ 230 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (4)
หวงฟู่กุ้ยเริ่มรู้สึกกลัว เขาไม่อยากเชื่อว่าแม่ของตัวเองจะถูกลักพาตัวมา
การไลฟ์สดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง เขารู้สึกว่าครอบครัวของตัวเองกำลังจะสั่นคลอนและพังทลาย
เมื่อความจริงเรื่องการลักพาตัวเปิดเผย เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของตัวเอง แต่พ่อต้องติดคุกแน่!
แล้วเขาก็ต้องขัดแย้งกับกลุ่มญาติห่าง ๆ ที่มีอิทธิพล!
หวงฟู่กุ้ยหน้าซีด เขาพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างสุดความสามารถ “แม่ ผมรู้ว่าแม่ไม่ชอบพ่อ แต่แม่ก็ไม่จำเป็นต้องทำร้ายเขาขนาดนี้ก็ได้ พวกคุณอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี แถมอีกไม่กี่ปีพ่อก็จะตายแล้ว แม่ปล่อยเขาไปเถอะ ปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบ!”
[นี่เป็นการเกลี้ยกล่อมให้แม่ของเขาสงบปากสงบคำเหรอเนี่ย?]
[ปล่อยเขาไป? พวกค้ามนุษย์นั่นน่ะเหรอ แม้ตายไปคนก็คงยังเอาศพมาประจาน ยังจะคิดจากไปอย่างสงบได้เหรอ]
[ชีวิตเดิมของแม่คุณถูกพ่อคุณทำลายจนสิ้นซาก ทำไมคุณไม่สงสารแม่คุณบ้างล่ะ?]
[ผู้ชายมักจะเห็นใจผู้ชายด้วยกันเสมอ ถ้าหากแม่ของเขาอดทนอดกลั้น เขาก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อของเขาก็จะมีภรรยาที่งดงามมีคุณธรรม เธอคนเดียวที่ต้องเสียสละเพื่อให้คนอื่นในครอบครัวมีความสุขอย่างนั้นเหรอ…]
จางชีไม่สะทกสะท้าน เธอกดเคียวลงคอของผู้เฒ่าหวงให้ลึกเข้าไปอีก จนเริ่มมีรอยสีแดงปรากฏขึ้นมา
“การเอาชีวิตไปแลกกับคนเลวแบบนี้ไม่คุ้มหรอก ครอบครัวของคุณยังคงตามหาคุณอยู่ คุณไม่อยากกลับบ้านบ้างหรือไง” เฝ่ยไป๋ลู่พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเจ็บปวด
เมื่อได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของจางชี ความทรงจำเกี่ยวกับเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง
เดิมทีจางชีมีชื่อว่า ตู้ซือน่า เป็นชื่อที่ไพเราะมาก
เธอเกิดที่ฮ่องกงในครอบครัวนักธุรกิจร่ำรวย เมื่อตอนอายุสิบหกปี คุณย่าได้พาเธอมาพักร้อนที่เมืองหยาง แล้วเธอก็ถูกผู้เฒ่าหวงทำให้สลบที่สถานีรถไฟ ก่อนจะพาเธอไปยังหมู่บ้านตงกวา
ปลอมให้เธอกลายเป็นลูกคนที่เจ็ดของญาติห่าง ๆ ของผู้เฒ่าหวง และเปลี่ยนชื่อเธอเป็นจางชี
คนเราเมื่อประสบเหตุการณ์ที่สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจ สมองจะฝังความทรงจำอันเจ็บปวดเอาไว้ในจิตใต้สำนึก เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะสูญเสียความทรงจำ
ตู้ซือน่าใช้ชีวิตเหมือนคนเดินดินไปวัน ๆ ถูกผู้เฒ่าหวงข่มเหงจองจำมากว่าสามสิบปี
กระทั่งการไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่ในครั้งนี้ได้ทำให้ความทรงจำทั้งหมดของตู้ซือน่ากลับคืนมา
แต่ทุกสิ่งกลับกลายเป็นคนละเรื่อง
ตู้ซือน่าในวัยสิบหกปี เป็นดั่งดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน
ส่วนจางชีในวัยสี่สิบเจ็ดเป็นได้แค่โคลนตมที่เน่าเหม็น
หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่เล่าเหตุการณ์ของตู้ซือน่า ชาวเน็ตจำนวนมากก็ยิ่งโศกเศร้าและโกรธแค้น
[ตั้งแต่เริ่มการเชื่อมต่อทางโทรศัพท์ ตาแก่ยังอยากเชิญไป๋ลู่ให้มาพบกันตัวเป็น ๆ หรือเปล่า มารยาททรามแบบนี้ ยังต้องการให้ไป๋ลู่แต่งงานกับลูกชายตัวเองเนอะ]
ช่วงเวลาเดียวกัน ภายในสำนักงาน ชายคนหนึ่งกำลังดูการถ่ายทอดสด ดวงตาของเขามีประกายดุร้าย
เลขานุการได้ยินเสียงฮึดฮัดของท่านชายใหญ่ ก็ตกใจจนรีบเหยียดหลังตรง
[ฉันร้องไห้จนหยุดไม่ได้ ชีวิตก่อนหน้ากับหลังถูกลักพาตัวไปต่างกันราวฟ้ากับเหว ใครจะทนได้ไหว ชีวิตโดนทำลายไปตั้งสามสิบเอ็ดปีแล้ว ถ้าไม่ตัดสินโทษประหารให้พวกค้ามนุษย์เหล่านี้ มันก็ไม่สาแก่ใจเลย!]
[ชื่อจริงคือตู้ซือน่า ถูกลักพาตัวมาตอนอายุสิบหก เกิดที่ฮ่องกง คุณป้า คุณอาจจะเป็นลูกสาวที่ไซร่าตามหาอยู่ก็ได้นะ! คุณยังมีครอบครัว และพวกเขาก็กำลังตามหาคุณอยู่! อย่าเพิ่งใจร้อน! อย่าทำลายตัวเอง!]
ผู้ช่วยส่งข้อความอย่างตื่นเต้น คัดลอกและวางข้อความ ส่งคอมเมนต์ในช่องไลฟ์สดไม่หยุด ก่อนจะวิ่งเข้าห้องสัมภาษณ์ที่เตรียมไว้สำหรับถ่ายรายการโดยไม่สนใจสิ่งใด
“พี่ไซร่า มีข่าวเกี่ยวกับซือน่าแล้ว!”
ช่างไฟส่องกล้อง ช่างภาพ รวมถึงพิธีกรต่างหันมามองผู้ช่วย
กัวเชี่ยนอวี่ซึ่งอยู่ใต้แสงสปอตไลต์นิ่งเงียบจนลืมตอบโต้ไปชั่วขณะ จากนั้นก็ฝืนยิ้มและพูดกับกล้องว่า “ขอโทษด้วย…ฉัน ฉันอาจมีบางเรื่องต้องจัดการก่อน…”
หากตั้งใจฟังคงจะได้ยินว่าเธอร้องไห้เล็กน้อย
พิธีกรยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธออย่างเอาใจใส่ บอกเธอว่าไม่ต้องขอโทษ จากนั้นกัวเชี่ยนอวี่จึงเพิ่งตระหนักได้ว่า เพียงคำพูดประโยคเดียวนี้ของผู้ช่วยทำให้เธอหลั่งน้ำตา
ข้อความของผู้ช่วยดึงดูดความสนใจของแฟนคลับกัวเชี่ยนอวี่ แฟนคลับเหล่านี้จึงพากันแสดงความคิดเห็นในห้องแชต ความคิดเห็นไหลเร็วราวกับจรวด จนทำให้ชาวเน็ตคนอื่น ๆ ยิ่งสังเกตได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
[ว้าว ๆ! ปรากฏว่าคุณป้าเป็นลูกสาวที่หายไปของกัวเชี่ยนอวี่!]
[แม่ของฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของกัวเชี่ยนอวี่ ฉันส่งสตรีมถ่ายทอดสดให้แม่ดู เธอดีใจจนพูดว่านี่คือลูกสาวของกัวเชี่ยนอวี่แน่นอน เหมือนราวกับออกมาจากพิมพ์เดียวกันเลย!]
[ฉันคิดว่าที่คุณป้ายังสวยอยู่ เพราะแม่ของเธอคือกัวเชี่ยนอวี่นี่เอง!]
[ฮือ ๆ ในที่สุดเธอก็พบลูกสาวแล้ว เทพธิดาคงจะได้พักเสียที…]
ถ้าพูดถึงไซร่าคนส่วนใหญ่คงนึกไม่ออก แต่เมื่อพูดว่าเป็นกัวเชี่ยนอวี่ ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยก็ร้องอ้อทันที
ชื่อเสียงของกัวเชี่ยนอวี่มีมาตลอดเกือบสามทศวรรษตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 2000
เธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ครองตำแหน่งแชมป์มิสฮ่องกงและเข้าสู่วงการบันเทิง ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอแสดงโด่งดังทันที ด้วยใบหน้างดงามไร้ที่ติบวกกับฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยม ทำให้เธอโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ
ในปีที่โด่งดังที่สุด เธอได้แต่งงานกับลูกชายของเศรษฐีฮ่องกงและก้าวเข้าสู่บ้านเศรษฐี ในขณะที่ตั้งท้องและคลอดลูก เธอก็ไม่ทิ้งอาชีพนักแสดงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เธอเตรียมจะวางมือและทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ที่เมืองหยาง ลูกสาวของเธอถูกลักพาตัวไป
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกและภายในครอบครัวก็มีไม่น้อย
ตู้ซือน่าไปเมืองหยางกับแม่สามีของกัวเชี่ยนอวี่ กัวเชี่ยนอวี่ไม่อยากคิดในแง่ร้าย แต่ทุกอย่างล้วนมีเค้าลาง
ในฮ่องกงให้ความสำคัญกับลูกชาย โดยเฉพาะกับลูกชายและหลานชายคนโต ยิ่งเป็นตระกูลที่ร่ำรวยความคิดนี้ก็ยิ่งหนักข้อ
กัวเชี่ยนอวี่มีลูกสาว และไม่เต็มใจจะมีลูกอีกคน เธอมุ่งมั่นตามหาลูกสาว หลังจากนั้นด้วยเหตุผลหลายประการ เธอจึงหย่าร้างและเดินทางมาเติบโตในอาชีพของตนเองที่แผ่นดินใหญ่
เมื่อเห็นตู้ซือน่าในสภาพย่ำแย่จากไลฟ์สด น้ำตาของกัวเชี่ยนอวี่ก็ไหลอาบแก้ม
เธออยากคุยกับลูกสาว!
“มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ฉันคุยกับแม่หมอคนนี้ได้”
แน่นอน แม่หมอที่เธอกล่าวถึงก็คือเฝ่ยไป๋ลู่
ปฏิกิริยาแรกของผู้ช่วยคือการให้รางวัลจำนวนมาก [ฉันคือผู้ช่วยของกัวเชี่ยนอวี่ ไซร่าต้องการคุยกับคุณ เธอมีเรื่องที่อยากจะพูด ขออนุญาตได้ไหม]
การให้รางวัลจำนวนมากได้ผลจริง ๆ ไม่นานชาวเน็ตก็ค้นพบคอมเมนต์นี้
เฝ่ยไป๋ลู่ก็สังเกตเห็นเช่นกัน “ได้”
กัวเชี่ยนอวี่ดีใจจนร้องไห้
เฝ่ยไป๋ลู่นำบัญชีผู้ใช้นี้ขึ้นมาสนทนา จากนั้นจึงพูดกับตู้ซือน่า “แม่ของคุณต้องการจะพูดด้วย หยิบโทรศัพท์บนพื้นขึ้นมา แล้วคุณจะได้เห็นเธอ”
เมื่อบัญชีผู้ใช้ใหม่เชื่อมต่อก็ปรากฏใบหน้าของกัวเชี่ยนอวี่ ชาวเน็ตตื่นเต้นดีใจ ในขณะเดียวกันก็รอคอยท่าทีของตู้ซือน่า
[วางเคียวลงแล้วกลับไปหาครอบครัวเถอะ]
[ดื้อดึงจะล้างแค้น สิ่งที่รอเธออยู่คือผลกรรมที่ไม่รู้จักชื่อ]
ร่างกายของตู้ซือน่าสั่นเทา เคียวในมือพลันหล่นลงพื้น
ภาพกล้องสั่นไหว กัวเชี่ยนอวี่กับลูกสาวของเธอที่พลัดพรากกันถึงสามสิบเอ็ดปี เมื่อได้สบตากันแล้ว เธอก็อดใจไม่ไหวที่จะตะโกนว่า “ซือน่า แม่ตามหาลูกจนเจอแล้ว! ซือน่า แม่ตามหาลูกจนเจอแล้ว!”
ตู้ซือน่าได้ยินเสียงคนแปลกหน้าทว่าช่างคุ้นเคย พลัน น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มพลันไหลรินอาบแก้ม
ดวงตาที่เคยหมองหม่นเปียกชุ่มด้วยน้ำตาของความสุข
หวงฟู่กุ้ยเองก็รู้สึกประหลาดใจ แล้วก็เริ่มประมวลผล
พ่อของเขาเป็นพ่อค้ามนุษย์
แม่ของเขาเป็นลูกสาวของดาราฮ่องกง
บ้านของยายแท้ ๆ ของเขาร่ำรวยมาก
แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ว่าควรจะเลือกเข้าข้างไหน
เขาช่างเป็นคนที่มีโชคจริง ๆ
หวงฟู่กุ้ยตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลุออกจากอก
เขาเดินเข้าไปประคองตู้ซือน่า “แม่ อย่าใจร้อนไปนะ ผมจะพาแม่ไปหาคุณยาย”
ตู้ซือน่าสะบัดมือด้วยความรังเกียจ “อย่าเรียกฉันว่าแม่”
หลังจากฟื้นคืนความทรงจำแล้ว เธอก็เกลียดทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้เฒ่าหวง
[ถูกต้อง! ต้องแบบนี้แหละ! ฉันไม่ชอบเจ้าของเรื่องมานานแล้ว!]
[ถ้าเจ้าลูกชายคนนี้รู้ผิดชอบชั่วดีก็ยังพอจะรับได้ เพราะถือว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไร แต่เจ้าหมอนี่มันโง่เง่าสิ้นดี คุณป้าอย่าใจอ่อนเชียว!]
“ซือน่า แม่สนับสนุนทุกการตัดสินใจของลูก จงรู้ไว้ว่าแม่รักลูกเสมอ ไม่ว่าลูกจะทำอะไร แม่จะเป็นกำลังใจให้เสมอ” กัวเชี่ยนอวี่ไม่กล้าถอนตัวจากวงการ เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่มีชื่อเสียง จนไม่มีใครสนใจลูกสาวที่เธอกำลังตามหา
เธอรับงานทุกอย่างที่ต้องออกหน้ากล้อง แม้ตอนนี้จะอายุหกสิบหกปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง แสดงละครเรื่องแล้วเรื่องเล่า รวมทั้งเข้าร่วมรายการวาไรตี้ด้วย
มันเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่เริ่มแก่ตัวลง ทั้งยังต้องลดค่าตัวเพื่อร่วมรายการวาไรตี้กับเหล่าศิลปินอายุน้อย
แต่ตอนนี้ เธอวางมือได้แล้ว…
กัวเชี่ยนอวี่ปลื้มใจกับท่าทีแข็งกร้าวของตู้ซือน่า แต่ก็อดสงสารไม่ได้ ลูกสาวเธอต้องทนทุกข์มามากมาย ถึงได้ตัดใจจากสายเลือดของตัวเองแบบนี้
กัวเชี่ยนอวี่รู้สึกอยากบินไปหาตู้ซือน่าเดี๋ยวนี้ เธอคว้ามือของผู้ช่วยไว้แน่น แล้วพูดว่า “ฉันจะไปเมืองหยาง! ช่วยจองตั๋วเครื่องบินไปที่นั่นให้ฉันหน่อย!”
ผู้ช่วยดีใจจนน้ำตาไหลพราก “พี่สาวอย่าร้อนใจไปเลย ฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องรายการ ฉันจะจัดการให้เอง”
“ฮือ ๆ”
เสียงสั่งน้ำมูกของฉือเผิง ทำให้ฉีเหลียนหยงจ่างมองเขาด้วยความรังเกียจ