เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 229 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (3)
บทที่ 229 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (3)
“ได้ ถ้าฉันจะต้องเป็นจำเลย ฉันก็คงพูดอะไรได้มากกว่านี้” สีหน้าเฝ่ยไป๋ลู่จริงจังขึ้นทันใด คิ้วและดวงตาของเธอดูเฉียบคม “ปีนี้ คุณอายุสามสิบปี แม่ของคุณอายุสี่สิบเจ็ดปี และคุณพ่ออายุหกสิบสองปี”
[ช่วงอายุค่อนข้างห่าง แต่ในยุคนั้นยังถือว่าเข้าใจได้ ผู้ชายมักจะอายุมากกว่าผู้หญิง และแต่งงานกันเร็ว…]
[เข้าใจได้บ้าบออะไร แม่เจ้าของเรื่องคลอดลูกตอนอายุสิบเจ็ดปีได้เหรอ แล้วอายุห่างกับคุณลุงคนนี้ตั้งสิบห้าปี เท่ากับห่างกันรอบหนึ่งเลยนะ บ้าเอ๊ย เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย!]
[ต่อไปฉันจะไม่กล้าอ่านนิยายที่อายุพระเอกนางเอกต่างกันเกินสิบปีอีกต่อไปแล้ว!]
เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของหวงฟู่กุ้ย
เฝ่ยไป๋ลู่พูดถูก! ปีนี้เขาอายุสามสิบปีจริง ๆ!
ไม่ ไม่ถูกต้อง!
ราวกับว่าเขาพบช่องโหว่ในคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ จึงเอ่ยอย่างมั่นใจ “คุณพูดผิดแล้ว แม่ของผมไม่ได้เด็กขนาดนั้น ตามวันที่พ่อผมบอก แม่ของผมปีนี้อายุห้าสิบสี่ปี”
ไม่ได้แย่ขนาดนั้นอย่างที่ชาวเน็ตพูดหรอก!
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้อธิบายอะไร แต่ยังคงพูดต่อ “แม่ของคุณคลอดคุณตอนอายุสิบเจ็ดปี นั่นก็หมายความว่าเธอแต่งงานกับพ่อของคุณตอนอายุสิบหกปี ลองคิดดูสิ ทำไมญาติห่าง ๆ ถึงยอมให้ลูกสาววัยแรกรุ่นของตัวเองแต่งงานกับชายโสดได้ล่ะ?”
“ถ้าหากครอบครัวของคุณร่ำรวยก็คงพอเข้าใจได้ที่พวกเขาจะให้เธอแต่งงานเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ดูจากฐานะทางบ้านของคุณแล้วก็คงไม่ได้ร่ำรวยอะไร”
ตอนกล้องถ่ายไปบริเวณโดยรอบ ก็เห็นแค่บ้านที่ทำจากอิฐธรรมดาและตัวบ้านค่อนข้างเรียบง่าย
หวงฟู่กุ้ยอดไม่ได้ที่จะเอามือกุมหน้ากล้องไว้
ครอบครัวเขาไม่ได้ร่ำรวยจริง ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาอายุขนาดนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงาน
ที่เขาอยากได้เครื่องรางจากเฝ่ยไป๋ลู่ ก็เพราะตั้งใจจะเอาไปขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย
เมื่อมีเงินแล้ว พ่อของเขาก็สามารถเป็นพ่อสื่อแนะนำผู้หญิงให้เขาได้
ส่วนเรื่องบัตรประชาชนของแม่… ความจริง ไม่ว่าจะมีบัตรประชาชนหรือไม่ มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ
ส่วนเรื่องแต่งงานตอนอายุสิบหก อาจเป็นไปได้ว่าทั้งคู่จะมีอะไรกันโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าแม่เขามีความยับยั้งชั่งใจมากกว่านี้ เธอก็คงไม่ตั้งท้องและต้องแต่งงานกันเพราะความจำใจ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา
เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองดวงตาของหวงฟู่กุ้ยและเห็นความคิดของเขา ทำให้เธอผิดหวังไม่น้อย
ในฐานะคนเป็นลูก ควรจะต้องรู้เรื่องราวของแม่ตัวเอง แต่เขากลับโง่เขลาและไร้ยางอายถึงขนาดนี้
ในเมื่อเขาไม่ยอมรับ ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะเป็นคนเปิดโปงเอง!
“ญาติห่าง ๆ ของคุณให้ลูกสาวของพวกเขาแต่งงานหรือขายให้คนอื่น พูดอีกอย่างคือพวกคุณร่วมมือกันล่อลวงผู้หญิงคนนี้มาขาย เพราะไม่ว่าจะขายไปในราคาเท่าไหร่ มันก็ไม่ขาดทุน?!” เฝ่ยไป๋ลู่แค่นเสียง
ทุกคำพูดของเธอเปี่ยมไปด้วยพลังราวกับสายฟ้าที่ไม่มีอะไรสามารถต้านทานได้
เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าของผู้เฒ่าหวงทันที
เธอคนนี้เป็นแม่มดชัด ๆ! ฉันจะให้เธอพูดต่อไปไม่ได้แล้ว!
ทันใดเขาก็พุ่งตัวไปคว้าโทรศัพท์ก่อนปาลงพื้นอย่างแรง
เขาคิดว่าโทรศัพท์จะต้องแตกกระจายและการถ่ายทอดสดโง่เง่านี่จะต้องจบลง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า โทรศัพท์ยังคงสภาพสมบูรณ์!
กลายเป็นตัวเขาเองที่พลัดตกจากเตียง ล้มฟาดกับพื้นจนเลือดอาบหน้า!
ตอนนี้กล้องจับภาพใบหน้าของชายชราได้อย่างชัดเจน
ส่วนชาวเน็ตก็ครึกครื้นกันมาก
[ตกอับจริง ๆ แล้ว]
[ดีมาก ดีมาก ปรบมือสิ! ทำไมต้องทุบโทรศัพท์ด้วย โดนไป๋ลู่พูดจี้ใจดำหรือไง หึ ๆ คุณรอตำรวจมาได้เลย!]
[ฉันเข้าใจแล้ว ชายแก่คนนี้เป็นคนหื่นกามสุด ๆ ล่อลวงนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายวัยสิบหกไปขาย แล้วเอาเธอมาไว้ที่บ้านของญาติห่าง ๆ จากนั้นก็ใช้เงินแต่งเธอกลับมา มีญาติห่าง ๆ คอยหนุนหลังแบบนี้ ย่อมไม่มีใครสงสัยในตัวตนของผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม?]
[ฉันก็คิดอย่างนั้น และฉันคิดว่าญาติห่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแก๊งลักพาตัวด้วย ตอนถามเขาก็บอกว่ายายของตัวเองมีลูกหลายคน พี่น้องมากมาย…เอ่อ ในช่วงที่มีการวางแผนครอบครัวแล้วมีลูกเยอะขนาดนี้ นี่มันเป็นเรื่องที่น่าคิดมาก ฉันไม่กล้าคิดเลย!]
ชายชราใช้มือเช็ดเลือด เขาโมโหจนเป็นลมไป
หวงฟู่กุ้ยก็ทำอะไรไม่ถูก เขาไม่กล้าเดินไปประคอง จึงตะโกนโดยไม่รู้ตัวว่า “แม่”
กระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา
เธอแต่งกายด้วยชุดธรรมดา ผิวสีเหลืองซีดเพราะขาดสารอาหารมานาน ร่างกายผอมบาง
แม้ไม่มีเครื่องประดับหรูหรา หรือแต่งหน้าเสริมสวย แต่ก็ยังมองออกว่าเธอเป็นคนสวยมาก
โครงหน้าสวยงาม รูปร่างหน้าตาได้สัดส่วน หุ่นสูงเพรียว
เมื่อเดินเข้ามา แสงจากประตูสาดส่องทำให้เธอดูไม่เข้ากับบ้านหลังนี้
ชาวเน็ตในไลฟ์สด ต่างก็ตาโตกันหมด
[ไม่ต้องพูดอะไรเลย เธอไม่น่าจะเป็นหญิงสาวที่เติบโตมาจากหมู่บ้านบนภูเขา ชายชราคนนี้ต้องลักพาตัวลูกสาวบ้านอื่นมาแน่ ๆ!]
[ตาแก่ยังพูดอีกว่า ลูกได้ข้อดีของตัวเองกับแม่ของเขามา ถุย! ฉันว่ามันเป็นเพราะยีนด้อยของเขาที่เก่งเกินไป ดึงค่าหน้าตาของลูกไปซะเยอะ ถ้าผู้ต่อสายหน้าเหมือนแม่ของเขา คงจะใช้หน้าตาหากินได้ง่าย ๆ เลย!]
[เหมือนเอาดอกไม้ไปปักบนกองมูลวัว ช่างน่าขยะแขยง! ทุกคนรีบแค็ปหน้าจอ หาดูว่าจะมีใครรู้จักป้าคนนี้ไหม ช่วยเธอหนีออกจากบ้านหลังนี้กันเถอะ!]
หวงฟู่กุ้ยไม่สนใจคอมเมนต์ เขาสั่งจางชีผู้เป็นแม่ของเขาว่า “แม่ พ่อเลือดออกแล้ว แม่รีบพาพ่อไปโรงพยาบาล ส่วนผมจะไปเอาเงิน…”
แต่หลังจากเขาพูดจบ จางชีที่เคยยอมทำทุกอย่างและขยันเหมือนแม่โคแก่กลับยังนิ่งเฉย
“แม่ แม่ไม่ได้ยินที่ผมพูด…” หวงฟู่กุ้ยเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด สายตาของเขาก็สบกับดวงตาเย็นชาของเธอ
และเธอยังถือเคียวอยู่ในมือด้วย!
หวงฟู่กุ้ยเบิกตากว้าง “คุณ…”
“ฉันได้ยินทุกอย่างแล้ว ผู้หญิงคนนั้นพูดถูก ฉันถูกลักพาตัวมา” เธอพูดออกมาอย่างติดขัด น้ำเสียงแผ่วเบาและอ้ำอึ้งราวกับไม่ได้พูดมานานมากแล้ว จางชีเอาเคียวจี้ไปที่คอของผู้เฒ่าหวง
คอมเมนต์ในไลฟ์สดพลันเลื่อนผ่านจอด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
สาเหตุแรกเป็นเพราะเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้ถูกจับตัวมาเป็นเรื่องจริง จึงทำให้ทุกคนโกรธ
อย่างที่สองคือพวกเขาตกใจกับการกระทำที่รุนแรงของเธอตอนนี้
ทุกคนต่างก็พากันขอร้องให้เธอใจเย็น ๆ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเปลี่ยนจากเหยื่อมาเป็นผู้กระทำความผิด
ตอนนั้นเอง เฝ่ยไป๋ลู่ก็พูดขึ้นว่า “ตำรวจจะมาแล้ว ถ้าฆ่าเขาเพื่อระบายความโกรธจะทำให้ชีวิตที่เหลือของคุณจบไปด้วยนะ”
“ชีวิตของฉันจบไปตั้งแต่ตอนอายุสิบหกแล้ว” สายตาของจางชีราวกับคนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
……
ตอนนี้ในกลุ่มแฟนคลับของกัวเชี่ยนอวี่กำลังพูดถึงการไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่
มีคนโพสต์ภาพหน้าจอขณะไลฟ์สด พร้อมแค็ปชันว่า เธอคนนี้จะเป็นลูกสาวของไซร่าหรือเปล่านะ
“เธอคนนี้หน้าเหมือนไซร่าจริง ๆ” ผู้ช่วยเลื่อนไปเจอรูปที่แฟนคลับส่งให้ เดิมเขาคิดว่าเป็นการล้อเล่น แต่พอสังเกตดี ๆ กลับพบว่ามีส่วนคล้ายอยู่ไม่น้อย
เธอดูไลฟ์อยู่สักพัก กำลังจะถือโทรศัพท์ไปถามกัวเชี่ยนอวี่ แต่ก็เห็นผู้กำกับเดินมาลากกัวเชี่ยนอวี่ไปถ่ายสัมภาษณ์ในห้องดำแล้ว
หญิงสาวจึงต้องเก็บความคิดนี้ไปก่อน