เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 237 ถ้าใช้การไม่ได้ ก็ฆ่าทิ้ง
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 237 ถ้าใช้การไม่ได้ ก็ฆ่าทิ้ง
บทที่ 237 ถ้าใช้การไม่ได้ ก็ฆ่าทิ้ง
ยันต์ในมือเฝ่ยไป๋ลู่ตกลงบนร่างเหวินชิงหย่า พริบตาเดียวก็ถูกกลุ่มควันสีดำกลืนหายไป
กลิ่นอายอัปมงคลพลันผุดขึ้นมา
เฝ่ยไป๋ลู่รีบถอยกลับไปอยู่ข้างเวินสือเหนียน สายตาจับจ้องด้วยความระแวดระวัง
เวินสือเหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีบางอย่างกำลังมา”
“ใช่ คงเป็นบรรพชนตามคำเรียกร้องของเหวินชิงหย่า น่าจะเป็นตัวบงการเบื้องหลังของลัทธิดอกบัวศักดิ์สิทธิ์” เฝ่ยไป๋ลู่พูดเสียงเบา
ทะเลเพลิงบนพื้นซึ่งเกิดจากยันต์ถูกดับลงด้วยสายลมเย็นยะเยือก
เหวินชิงหย่าได้รับบาดเจ็บสาหัส พยุงร่างกายให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เงาดำบนพื้นสั่นไหวราวกับภาพทับซ้อน
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดดวงตาหยินหยาง มองไปยังร่างเหวินชิงหย่า พบว่ามีพลังสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเธอ
บรรพชนเข้าสิงร่างแล้ว
เหวินชิงหย่าหัวเราะคิกคัก ดวงตาเหมือนถูกเคลือบด้วยยาพิษจ้องมองทั้งสองคนอย่างอาฆาต “บรรพชน ฉันจะฆ่าเฝ่ยไป๋ลู่! เธอทำลายแผนการใหญ่ของพวกเรา จะเก็บเธอไว้ไม่ได้! ต้องฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ให้กลายเป็นอาหารของดอกบัวศักดิ์สิทธิ์! ฉันยินดีแลกทุกอย่าง ขอเพียงบรรพชนช่วยฉัน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามที่เธอปรารถนา” น้ำเสียงของผู้ชายฟังดูกระจ่างใสและอ่อนโยน ซ้ำยังแฝงไปด้วยความเกียจคร้าน
เป็นน้ำเสียงที่ราวกับปราศจากความชั่วร้าย เรียกว่าไพเราะเสียด้วยซ้ำ
เฝ่ยไป๋ลู่งุนงง
นึกว่าบรรพชนที่ว่าจะเป็นคนแก่ใกล้ตาย ที่ไหนได้ ฟังจากน้ำเสียงแล้วกลับยังเป็นคนหนุ่มแน่น
ทว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะคำนึงถึง เหวินชิงหย่าเมื่อมีคนหนุนหลัง สองตาพลันเปล่งประกาย พุ่งเข้ามาโจมตีเธออย่างเต็มกำลัง
“ผมจะจัดการเอง” เวินสือเหนียนหมุนลูกประคำในมือ แสงสีทองแผ่ออกมาป้องกันการโจมตีของเหวินชิงหย่า
เฝ่ยไป๋ลู่ฉวยจังหวะนั้นแผ่ปราณวิญญาณไปยังฝ่ามือ แล้วตวัดเข้าใส่หัวใจของเหวินชิงหย่าทันที
“ตราบใดที่ฉันปกป้องเธออยู่ เธอก็จะทำสำเร็จ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้น
“เยี่ยม! ขอบคุณบรรพชน!” เหวินชิงหย่าดูราวกับไม่มีวันตาย ใบหน้าไร้ความเจ็บปวด แสยะยิ้มออกมาก่อนโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ทุกการโจมตีล้วนมีพลังแห่งความมืดแผ่ออกมา และพลังแห่งความมืดนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือดราวกับจะเอาชีวิตกันให้ตาย ซ้ำยังก่อให้เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาสั่นสะเทือน
นี่มันผิดปกติ!
เหวินชิงหย่าเป็นคนที่หวงแหนชีวิตมาก ถึงขนาดยอมตายทั้งเป็นเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ
แสดงว่าบรรพชนคนนั้นแอบทำอะไรบางอย่างอยู่!
เขาต้องการหลอกให้เหวินชิงหย่าตายไปพร้อมพวกเธอแน่!
เกาะเผิงไหลเป็นเกาะเทียมกลางทะเล ถ้าที่นี่ถล่ม ย่อมไม่มีใครหนีรอด!
เหวินชิงหย่าจะตายก็ช่าง แต่เธอกับเวินสือเหนียนยังไม่อยากตาย
ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่สะบัดยันต์สีเหลืองไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสอง ปราณวิญญาณโดยรอบรวมตัวกันทันที
“หลิน ปิง โต่ว เจ๋อ เจีย เจิ่น เลี่ย เฉียน ซิ่ง ปราบมาร!”*[1]
ชุดกระโปรงยาวของเฝ่ยไป๋ลู่พลิ้วไหวราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างโหมปะทะ
“หือ?!” เหวินชิงหย่าชะงักค้าง รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรง สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดหวั่น จนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ฮึ” บรรพชนทั้งเยาะเย้ยและตำหนิ แต่ไม่มีใครรู้ความหมายที่แน่ชัด
ท้องฟ้ามืดครึ้มเต็มไปด้วยสายหมอกสีดำ
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นห่วงเวินสือเหนียน เธอรีบกลับมาอยู่ใกล้เขา
เมื่อเห็นว่าเขายังปลอดภัยดี จึงค่อยสบายใจ เมื่อเงยหน้ามองอีกครั้ง ร่างของเหวินชิงหย่าก็หายไปแล้ว
แม้แต่เฝ่ยชิงรั่วกับหยวนฉ่างก็หายตัวไปเช่นกัน
“มาอย่างไร้ร่องรอย ไปอย่างไร้เงา ยันต์ติดตามที่ฉันแปะไว้ในตัวเฝ่ยชิงรั่วและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ผล บรรพชนคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ” เฝ่ยไป๋ลู่เก็บกวาดพื้นที่เงียบ ๆ
เวินสือเหนียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “เป็นไปได้มากที่เขาจะมีตราประทับหยางอยู่ในมือ”
“ใช่ ตอนเขาปรากฏตัวขึ้น ตราประทับหยินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมัน น่าเสียดายที่บรรพชนนั่นใช้คาถาลับปิดผนึกตราประทับหยางไว้ ไม่อย่างนั้น ฉันคงเรียกตราประทับหยางกลับมาได้แล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า
แม้จะกำจัดเหวินชิงหย่าไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็รู้ที่อยู่ของตราประทับหยาง
ถือว่าวันนี้ไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว
“เรื่องของคุณล่ะ ได้ข้อมูลอะไรเป็นประโยชน์จากเวินเจี้ยนหยวนบ้างหรือเปล่า?” เฝ่ยไป๋ลู่ถามด้วยความห่วงใย
เวินสือเหนียนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย “เราเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า”
เขาเล่าเรื่องการสนทนากับเวินเจี้ยนหยวนให้เฝ่ยไป๋ลู่ฟังอย่างละเอียด
เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิด “คนที่ติดต่อกับเวินเจี้ยนหยวนได้บ่อยขนาดนี้ จะต้องมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนอยู่แน่”
เวินสือเหนียนกำลังจะพูดต่อ แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับหันไปรับโทรศัพท์เสียก่อน
เสียงร้องไห้ระงมของเวินโจวดังลอดมาตามสายมา “อาจารย์เฝ่ย ญาติผู้พี่ของผมอาการแย่แล้ว…”
“รู้แล้ว ฉันจะรีบไป” เสียงเฝ่ยไป๋ลู่หนักแน่น เธอกับเวินสือเหนียนสบตากัน ก่อนวางสาย เฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยขึ้นว่า “เหวินชิงหย่ายังไม่ได้ฆ่าคุณ ทำให้คนที่อยู่เมืองหลวงร้อนใจ แล้วดูเหมือนว่าเราจะไม่ต้องไปตามหา เขาก็มาหาเราเองแล้ว”
……
ภายในห้องมีกลิ่นหอมของกำยานรูปทรงสัตว์มงคลลอยอบอวล
“กระดูกเต๋าธรรมชาติของเฝ่ยไป๋ลู่แฝงไว้ด้วยวาสนา ตั้งแต่เกิดถูกเหวินชิงหย่าร่วมมือกับตระกูลเฝ่ยใส่ร้ายจนต้องอยู่ตามลำพัง แต่ได้คนรับไปเลี้ยงดู แต่เดิมก็เตรียมจะมอบไขกระดูกให้เฝ่ยชิงรั่วตอนอายุยี่สิบปี แต่ว่า…”
ชายชุดดำรายงานเรื่องราวของเฝ่ยไป๋ลู่ให้ฟัง รวมถึงเรื่องการไลฟ์สด
“ไลฟ์สด?” ชายหนุ่มบนเตียงนอนใช้มือก่ายหน้าผาก เขาหลับตา นิ้วมือเรียวบางลูบไล้ตราประทับขนาดเล็กด้วยความเบื่อหน่าย
“ท่านบรรพชน นี่คือผู้หญิงคนนั้น” ชายชุดดำยื่นไอแพดให้
ชายหนุ่มเหลือบตามอง “ในเวลาแค่ครึ่งปีมีผู้ติดตามได้ขนาดนี้ เกรงว่าจะมีความสามารถจริง ๆ”
เมื่อคิดถึงตอนมองผ่านสายตาของเหวินชิงหย่า เขาเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นของเฝ่ยไป๋ลู่ขณะกำลังท่องคาถาเก้าอักษร
ผู้หญิงงดงาม ฝีมือแข็งแกร่ง
มุมปากของเขาแย้มยิ้ม
“ใช้การไม่ได้ก็ฆ่าทิ้ง”
คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นราวกับหิมะร่วงจากปลายกิ่งสน
ชายชุดดำก้มหน้ารับคำ “รับทราบ บรรพชน!”
“ไปเถอะ จัดการเรื่องที่สั่งอย่าให้ขาดตกบกพร่อง” ชายหนุ่มวางตราประทับ จากนั้นก็ลุกขึ้น เดินกลับเข้าไปในห้อง
ชายชุดดำคารวะก่อนถอยหลังออกไป
“แค่ก ๆ…” เฝ่ยชิงรั่วคอ่ย ๆ ฟื้นขึ้น เธอนอนอยู่กับพื้น รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว
ทันทีที่ลืมตา เธอก็ต้องผงะกับใบหน้าที่ถูกไฟไหม้จนเสียโฉมของคนตรงหน้า เธอตกใจจนกรีดร้องออกมาสุดเสียง แล้วยันตัวถอยหลังไปซุกตัวอยู่มุมห้อง
เหวินชิงหย่าครางอืออาอ่อนแรง แม้แต่แรงจะลุกก็ยังไม่มี
เฝ่ยชิงรั่วจึงจำได้ว่าผู้หญิงที่สภาพดูย่ำแย่ตรงหน้าก็คือแม่ของเธอ นางมารร้ายที่คิดจะจับเธอส่งให้เฝ่ยไป๋ลู่!
เฝ่ยชิงรั่วกัดริมฝีปาก ความโกรธแค้นแล่นผ่านนัยน์ตา
เธอก้าวช้า ๆ ไปหาเหวินชิงหย่า เอื้อมมือไปบีบคออีกฝ่ายไว้เบา ๆ
แอ๊ด!
เสียงประตูเปิดออก เฝ่ยชิงรั่วพลันรีบถอยกลับไปมุมห้อง ก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงจะก้าวเข้ามา
รองเท้าบูตสีดำคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
“อยากจะฆ่าหล่อนอย่างนั้นหรือ” เสียงเหนือศีรษะเอ่ยอย่างเยือกเย็น ไร้ความรู้สึก
เฝ่ยชิงรั่วสั่นไปทั้งร่าง ค่อย ๆ เงยหน้ามอง
เป็นชายแปลกหน้าในชุดดำ
“เหวินชิงหย่ายังมีประโยชน์ ฆ่าหล่อนไม่ได้” ชายชุดดำย่อตัวลูบคางเฝ่ยชิงรั่ว “แต่ถ้าเธอทำงานให้กับองค์กร สักวันเธอจะฆ่าหล่อนอย่างเปิดเผยได้ และล้างแค้นศัตรูอย่างเฝ่ยไป๋ลู่ได้ด้วยตัวเอง”
ท่าทางของมนุษย์ที่จำนนต่อสัญชาตญาณคือการนั่งคุกเข่า ก้มหัวให้
“ฉันตกลง!” เฝ่ยชิงรั่วขาสั่น โขกหัวกับพื้น
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นมาเซ็นชื่อและประทับตราเถอะ” ชายชุดดำไม่แปลกใจ
เขาล้วงหนังสือเล่มเล็ก ๆ ออกมา
หน้าสุดท้ายมีชื่อของเฝ่ยชิงรั่วอยู่
สถานการณ์เช่นนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เฝ่ยชิงรั่วน้ำตานองหน้า เซ็นชื่อตัวเอง
หลังจากเขียนอักษรตัวสุดท้าย เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกดึงออกไป
ชายชุดดำปิดสมุดด้วยความพอใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองขณะเดินจากไป “เหลือคนสุดท้าย คนที่หายไปในเมืองเจียงก็จะครบแล้ว ภารกิจที่บรรพชนมอบหมายใกล้เสร็จสิ้น”
ตอนนี้เหลือแค่ต้องไปตามหาคนสุดท้าย
[1] หลิน ปิง โต่ว เจ๋อ เจีย เจิ่น เลี่ย เฉียน ซิ่ง ปราบมาร : คาถาเก้าอักษรไล่ปีศาจ (九字真言) มาจากลัทธิเต๋า มักใช้ในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและขับไล่ปีศาจ