เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 236 บรรพชนช่วยฉันด้วย!
บทที่ 236 บรรพชนช่วยฉันด้วย!
เฝ่ยไป๋ลู่ตั้งใจจะตามหาเหวินชิงหย่า แต่บังเอิญได้รับข่าวจากเวินสือเหนียนเสียก่อน
โชคดีที่ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา
เธอรีบรุดหน้ามาเกาะเผิงไหลทันที
“มาเร็วจริง ๆ” เหวินชิงหย่ากล่าวอย่างใจเย็น แต่มือกลับชุ่มเหงื่อ
ว่ากันว่าที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด
หลังจากพิจารณาใคร่ครวญ เธอจึงตัดสินใจมาพักรักษาตัวที่เกาะเผิงไหลนี่
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!
สายตาของเหวินชิงหย่ามองตรงไปที่เฝ่ยชิงรั่วซึ่งอยู่ด้านหลัง “เธอก่อแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะ”
“แม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” เฝ่ยชิงรั่วรู้สึกน้อยใจมาก
เธอซ่อนตัวอยู่หลังประตู เผยใบหน้าบวมแดงออกมาเพียงครึ่งเดียว
“ฉันนึกว่าพวกคุณแม่ลูกจะรักใคร่กลมเกลียวกันซะอีก ที่แท้ก็แค่นี้เองหรือ” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
เหวินชิงหย่ากับเฝ่ยชิงรั่วคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะใช้โอกาสนี้เยาะเย้ยพวกเธอ แต่กลับผิดคาด เมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพวกเธอ
ทันใดเฝ่ยไป๋ลู่เคลื่อนไหวว่องไวดุจสายฟ้า ปลายนิ้วทั้งห้าพุ่งเข้ามาคล้ายกรงเล็บพญาเหยี่ยว จิกเข้าที่ลำคอของเหวินชิงหย่า แล้วยกตัวเธอลอยขึ้นกลางอากาศ
‘แผนพังไม่เป็นท่า!’
เหวินชิงหย่าที่ลมหายใจติดขัดด่ากราดอยู่ในใจ
เฝ่ยชิงรั่วตกใจจนทรุดนั่งลงกับพื้น
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นสีหน้าทั้งสองคนเปลี่ยนไป จึงอดขำไม่ได้ เกรงว่าถ้าพูดมากไปกว่านี้ คงจะเป็นการให้เวลาพวกเธอได้ตั้งตัว
ช่างน่าขัน!
เธอรู้ดีว่า พวกตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก
นิ้วมือค่อย ๆ กำแน่น เรี่ยวแรงที่ส่งมาราวกับจะบีบกระดูกคอให้หัก เหวินชิงหย่าหน้าซีดเผือด มัวงอมืองอเท้าไม่ได้แล้ว!
เธอตั้งสติ พลิกฝ่ามือ
ทันใดนั้นเล็บก็งอกยาว โค้งเหมือนตะขอแหลมคม สีดำแวววาว เคลือบพิษ ดูเยือกเย็นจนน่ากลัว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าโดนเข้าอย่างจัง เนื้อหนังคงถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ แน่
เหวินชิงหย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลาง พุ่งแทงไปที่ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่เบี่ยงหัวหลบไปด้านข้าง ก่อนจะเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง
“ถูกหลอกจนได้!” เหวินชิงหย่าฉวยโอกาสสะบัดตัวหนีจากการควบคุมของเฝ่ยไป๋ลู่ พร้อมจ้องเธออย่างอาฆาต
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายเจ็บหนักและยังไม่หายดี เธอคงจะไม่ยอมให้เฝ่ยไป๋ลู่รังแกกันได้ง่าย ๆ แบบนี้
และเธอจะทำให้เฝ่ยไป๋ลู่ได้ลิ้มรสชาติของการถูกบีบคอ!
ความเหี้ยมโหดแล่นผ่านดวงตา แล้วเสียงหวีดร้องน่าเกลียดก็ดังออกมาจากปากของเหวินชิงหย่า “หยวนฉ่าง!”
เฝ่ยไป๋ลู่มาเยือนถึงที่แล้ว มัวไปอยู่ไหนกัน
สองคนนี้ทำอะไรกันอยู่!
เมื่อได้ยินคำสั่ง หยวนฉ่างก็รีบรุดมาทันที
เมื่อเห็นเหวินชิงหย่ากำลังเสียท่า เขาก็โกรธและละอายใจ “ท่านอาจารย์ ผมไปเตรียมอาหารให้คุณ แต่พวกมันกลับฉวยโอกาสเข้ามาได้ คุณไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยคุณแล้ว!”
หยวนฉ่างกระชับกระบี่ เดินตรงเข้าหาเฝ่ยไป๋ลู่อย่างโกรธเกรี้ยว ทว่าตรงหน้าเขากลับมีชายคนหนึ่งซึ่งนั่งบนรถเข็นเข้ามาขวางทาง
ชายคนนั้นยิ้มจาง ๆ ริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองอย่างเย็นชา “คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่านายก่อน แล้วค่อยฆ่าผู้หญิงคนนั้น!” หยวนฉ่างหัวเราะเสียงเหี้ยม แล้วฟันกระบี่ไปที่มือซ้ายของเวินสือเหนียนทันที
วันนั้นที่ต่อสู้กัน ลูกประคำของชายคนนี้แปลกประหลาดมาก
แต่ขอแค่มันถูกทำลาย เวินสือเหนียนคนพิการก็จะเป็นแค่ปลาบนเขียง นอนรอถูกเขาเชือด!
“นายพูดถูก หากอยากฆ่าเธอ ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน” แววตาของเวินสือเหนียนแฝงความยินดี เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
‘จะตายอยู่แล้วยังจะมาแกล้งทำเป็นวีรบุรุษอีกหรือ’ หยวนฉ่างเยาะหยัน ฟันกระบี่ลงมา แต่ก็ถูกลูกประคำขวางไว้ พอกระบี่กระทบกับลูกประคำก็พลันเกิดประกายไฟ
เพียงการปะทะกันไม่กี่ครั้ง หยวนฉ่างก็หอบเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดบนหน้าผาก
“กระบี่ของนายช่างอ่อนหัด” ร่างกายของเวินสือเหนียนยังคงนิ่งสงบ ลูกประคำทั้งสิบแปดเม็ดวนเวียนอยู่รอบตัวเขา
“นายเป็นแค่ไอ้คนพิการ จะยกกระบี่ฉันนายยังทำไม่ได้เลย!” หยวนฉ่างพูดจบถึงนึกได้ว่ากระบี่ของตนหลุดมือไป ตอนนั้นเองกระบี่ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นควบคุมอยู่กลางอากาศ หันคมกระบี่ชี้ตรงมาที่เขา
เวินสือเหนียนยกมือเรียวยาวขึ้น กดลงเบา ๆ
กระบี่นั่นราวพยัคฆ์พุ่งลงจากเขา พลังอำนาจช่างน่าเกรงขาม
ฟุบ!
กระบี่หนักเล่มนั้นเล็งเข้าที่อก
หยวนฉ่างเบิกตากว้าง หากหลบหลีกไม่ทัน หัวใจคงถูกแทงทะลุไปแล้ว เขาอาจจะต้องตายด้วยน้ำมือตนเอง!
“ยอดเยี่ยม!” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวคำชม
บรรยากาศแห่งความตายรอบตัวเวินสือเหนียนหายไปราวกับเกลียวคลื่นซัดเข้าฝั่ง
เขาขยับริมฝีปากเล็กน้อย เอ่ยอย่างถ่อมตัวว่า “เป็นครั้งแรกที่ใช้กระบวนท่าในความทรงจำ จึงยังไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง”
กล่าวอีกอย่างคือต้องขอบคุณคนรอบข้าง
หยวนฉ่างโมโหจนเลือดลมปั่นป่วน แล้วเขาก็หมดสติเพราะเลือดออกมากเกินไป
เมื่อเห็นหยวนฉ่างสู้ไม่ได้ เหวินชิงหย่าก็ร้อนใจ เธอยิ่งโกรธแค้นเฝ่ยชิงรั่วมากขึ้นไปอีก เพราะเฝ่ยชิงรั่วเป็นคนทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากนี้
เธอจับตัวเฝ่ยชิงรั่วที่คิดจะหนี ก่อนเผชิญหน้ากับเฝ่ยไป๋ลู่ “เฝ่ยไป๋ลู่ ในเมื่อเราไม่ได้มีเวรกรรมอะไรต่อกันมากมาย ถ้าวันนี้เธอปล่อยฉันไป เธอจะจัดการอย่างไรกับเฝ่ยชิงรั่วก็ได้ ฉันจะไม่คิดแค้นกับเธอ”
เฝ่ยชิงรั่วตกใจ “แม่…”
“เงียบ!” เหวินชิงหย่าจ้องเธอ แล้วหันไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ “เธอคงเกลียดเฝ่ยชิงรั่วมากใช่ไหม หล่อนแย่งสถานะของเธอในตระกูลเฝ่ยไป ใช้ชีวิตหรูหราที่ควรจะเป็นของเธอ แล้วยังคอยกลั่นแกล้งเธอ อิจฉาเธอ วางแผนคิดร้ายกับเธอ”
“การไลฟ์สดของเธอที่มีกระแสลบ ๆ หลายครั้ง นั่นเพราะหล่อนเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเรื่องแฟนหนุ่มจอมปลอมของเธออย่างควงเหวินฟู่ด้วย ทั้งยังโง่พอจะใช้กู่กินหัวใจ พยายามจะล่อเวินสือเหนียน ให้เขากลายมาเป็นที่พึ่งพิงของตัวเอง…”
“ฉันจะมอบหล่อนให้พวกเธอ ขอแค่ปล่อยฉันไป แน่นอนว่าถ้าเธอไม่อยากให้มือตัวเองต้องเปื้อนเลือด ฉันจะลงมือแทนเธอเองก็ได้!”
ผู้หญิงคนนี้ช่างร้ายกาจจริง ๆ!
ถึงขั้นเอาลูกสาวตัวเองมาต่อรองได้ คำพูดของคนแบบนี้จะเชื่อถือได้ยังไง
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจคำพูดของเธอ และเธอก็สงสัยว่าการที่เหวินชิงหย่าพาตัวเฝ่ยชิงรั่วมาด้วย เพราะคิดแผนสำรองนี้ไว้แล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่นิ่งเงียบไป
เฝ่ยชิงรั่วคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดจริงจังกับเรื่องนี้ เธอกรีดร้องอย่างตกใจ “อย่า! ฉันไม่อยากตาย! เฝ่ยไป๋ลู่ ปล่อยฉันไป! เธออยากรู้เรื่องอะไร ฉันจะบอกเธอทั้งหมด โอ๊ย…”
สายตาของเหวินชิงหย่าแฝงไปด้วยความเย็นชาทันใด แล้วรีบปิดปากเฝ่ยชิงรั่วเอาไว้
เฝ่ยชิงรั่วได้แต่สะอื้นไห้ ร่างกายสั่นระริก
กลิ่นฉี่ลอยคลุ้งไปทั่ว
“…” เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ฉันไม่จำเป็นต้องยอมรับเงื่อนไขของคุณ ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันแล้ว ถึงยังไง ฉันก็ไม่คิดจะไม่ปล่อยคุณไปแน่ เพราะการปล่อยคุณไปก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่านั่นแหละ”
เฝ่ยชิงรั่วช่างไร้ยางอายจนเหวินชิงหย่ารู้สึกขยะแขยง
เมื่อเห็นว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่สะทกสะท้าน เหวินชิงหย่ากัดฟัน กำมือแน่น จับเฝ่ยชิงรั่วโยนไปทางด้านหลังอีกฝ่าย
แล้วใช้จังหวะนี้หลบหนี
แต่เดินไปไม่กี่ก้าว เปลวไฟก็โหมลุกขึ้นมาจากบนพื้น ล้อมเธอเป็นวงกลม
เหวินชิงหย่าเหยียบพื้นด้วยเท้าเปล่า เดินโซเซไปมาในทะเลเพลิง หาทางออกไม่ได้ ถูกไฟแผดเผาจนร่างกายเหม็นไหม้ เนื้อหนังหลุดลอก เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส “อ๊าก นี่มันไฟอะไร ทำไมถึงดับไม่ได้!”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้มองเฝ่ยชิงรั่วสักนิด เธอทะยานเข้าไปในเปลวเพลิง ตราประทับหยินปรากฏในมือ ฟาดใส่วิญญาณของเหวินชิงหย่าจนสั่นสะท้าน
“เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปเด็ดขาด!” อวัยวะภายในทั้งห้าของเหวินชิงหย่าพลันแหลกสลาย
เธอกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด กู่ร้องอย่างน่าเวทนา ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง จ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ไม่วางตา
‘ยิ่งคุณพูดแบบนี้ ฉันยิ่งปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ไม่ได้’ สีหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ไร้อารมณ์ เธอกำลังจะมอบจุดจบครั้งสุดท้ายให้เหวินชิงหย่า
แต่แล้วสายลมเย็นพลันพัดโหม
เหวินชิงหย่าพ่นเลือดออกจากปาก ร่างกายสั่นเทิ้ม ใช้แรงเฮือกสุดท้าย บีบสร้อยคอรูปเคารพที่พกติดตัวให้แหลกละเอียด
“บรรพชน ช่วยฉันด้วย! บรรพชนช่วยฉันด้วย!”
ดวงตาของเธอแดงก่ำ ใบหน้างามถูกไฟเผาจนน่ากลัว เธอจ้องตาเฝ่ยไป๋ลู่ ริมฝีปากฉีกยิ้มน่ากลัวกว้าง
เธอต้องการมีชีวิตอยู่! ต้องมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้แก้แค้น!