เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 31 คุณชายสามเวินผู้พิการ
Content Warning : Abuse Relationship (การใช้ความรุนแรงในครอบครัว), Poisonous (วางยาพิษ) , Ableism (เหยียดผู้พิการ)
บทที่ 31 คุณชายสามเวินผู้พิการ
โรงพยาบาลเซินไห่เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองเจียง และพลเมืองที่ถูกวางยาพิษล้วนถูกส่งมารับการรักษาแบบรวมศูนย์ที่นี่
เฝ่ยไป๋ลู่เอาข้อมูลของทั้งสามคนออกมา คนหนึ่งชื่อ ‘ไช่ไห่เหยียน’ เป็นพนักงานขายของของซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อ อีกคนคือ ‘หวงจง’ พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่อาศัยอยู่ใกล้กับซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อ และคนสุดท้ายคือ ‘หวงเสวี่ยลี่’ ลูกสาวของหวงจงซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นประถม
ตำรวจระบุตัวพนักงานขายไช่ไห่เหยียนว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก เนื่องจากเธอเป็นคนเดียวที่มีแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรม
ตอนผูเหมี่ยวพาเฝ่ยไป๋ลู่และตำรวจหน่วยสอบสวนอาชญากรรมไปยังห้องพักฟื้นของไช่ไห่เหยียน เธอกำลังอ่านนวนิยายออนไล์บนโทรศัพท์มือถืออยู่
เมื่อเห็นตำรวจมาถึง หญิงวัยกลางคนจึงรีบปิดโทรศัพท์ เธอมองตำรวจอย่างเขินอายและวิตกกังวล “สหายตำรวจ จับคนวางยาได้หรือยังคะ? ขอให้เขาชดใช้ค่าเสียหายให้เราได้ไหม เพราะพิษนี่ฉันถึงไม่ได้ทำงานมาหลายวัน ฉันมั่นใจว่าเงินเดือนเดือนนี้คงไม่พอแน่…”
เธอมีสีหน้าซีดเซียว ผมสีดำแซมขาวหงอก และเธอดูจะกังวลเกี่ยวกับเงินเดือนเดือนนี้มาก เช่นเดียวกับผู้หญิงวัยกลางคนที่ยุ่งกับการใช้ชีวิตทั่วไป
ผูเหมี่ยวตระหนักดีถึงสัจธรรมที่ว่า รู้หน้าไม่รู้ใจนั้นเป็นอย่างไร ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติตามหน้าที่โดยปราศจากอคติ เขาจึงบอกเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี และแสดงความห่วงใยฉันเพื่อนมนุษย์ “…มีรายละเอียดบางอย่างที่เราต้องการสอบถามคุณเพิ่มเติมครับ ส่วนคนที่มากับผมในวันนี้คือนักวิเคราะห์ที่ได้รับการว่าจ้างเป็นกรณีพิเศษจากสถานีตำรวจของเรา แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่เธอก็มีความสามารถในการวิเคราะห์และหาเหตุผลดีกว่าเรามากครับ”
“คุณอยากจะถามเกี่ยวกับอะไรคะ” ไช่ไห่เหยียนเหลือบมองเฝ่ยไป๋ลู่สองสามครั้ง รู้สึกว่าอีกฝ่ายยังเด็กเกินไป ก่อนเธอจะพูดกับผูเหมี่ยวว่า “ฉันไม่เข้าใจ ถ้าคุณต้องการรู้อะไรก็แค่ ถาม…”
เฝ่ยไป๋ลู่นั่งลงข้างเตียงของไช่ไห่เหยียน “อย่าห่วงเลยค่ะ เราเพียงต้องการถามอะไรเพิ่มนิดหน่อย ฉะนั้นคุยกันสบาย ๆ เถอะค่ะ”
ไช่ไห่เหยียนยิ้มแล้วพูดว่า “สาวน้อย ฉันไม่กังวลหรอก ถ้าคุณมีอะไรจะถามก็ถามมาเถอะ ฉันจะตอบ ถ้าฉันจำได้น่ะนะ”
“ทั้งที่พูดแบบนั้น แต่คุณไม่กล้ามองฉันตรง ๆ เลยนะคะ แถมยังเหลือบไปทางซ้ายอีก พอคุณพูด มือซ้ายก็จับโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว และแม้คุณจะยิ้มอยู่ แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ากับดวงตากลับไม่เคลื่อนไหว ซึ่งปฏิกิริยาทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นจิตใต้สำนึกที่กำลังรู้สึกผิดและกังวลใจของคุณทั้งสิ้น”
คนเราสามารถจับผิดคนอื่นได้ยามอีกฝ่ายมีท่าทีผิดแปลกไป แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองใบหน้าแข็งทื่อของไช่ไห่เหยียน และกล่าวต่อ “คดีวางยาพิษเกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว เราจึงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณอีกครั้ง แต่คุณในฐานะผู้เสียหายกลับไม่ได้รู้สึกใคร่รู้หรือแค้นเคือง ทั้งยังดูสงบและให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี ราวกับว่าคุณคาดการณ์ไว้แล้วสินะ? แม้จะทำเหมือนนอนอ่านนิยายอยู่ในโรงพยาบาลตลอดสองสามวันที่ผ่านมา แต่อันที่จริง คุณกำลังทบทวนคำตอบที่จะพูดกับตำรวจอยู่ใช่ไหมคะ?”
ทันทีที่เข้ามาในห้องพัก เฝ่ยไป๋ลู่ก็สังเกตเห็นว่าสายตาของไช่ไห่เหยียนไม่ได้มุ่งไปที่โทรศัพท์มือถือ แต่เธอกำลังฟุ้งซ่านอยู่
ใบหน้าของไช่ไห่เหยียนแข็งค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้น และมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
ดวงตาที่มืดมนและเปื้อนชื้นคู่นั้นยากจะตีความ ราวกับไม่มีสิ่งใดซ่อนอยู่ในการจ้องมองของหญิงสาว ซึ่งทำให้หญิงวัยกลางคนตื่นตระหนก
ทำไมผู้หญิงนี่ถึงลึกลับขนาดนี้
ผูเหมี่ยวตีหน้าขรึมเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่พูดแบบนั้น ทันใดเขาก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับไช่ไห่เหยียน เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณ ขอให้คนบันทึกเหตุการณ์ไว้
ไช่ไห่เหยียนจ้องเขม็งไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยโทสะ “เธอหมายความว่าฉันเป็นคนวางยาพิษเหรอ? ตำรวจยังจับคนวางยาพิษตัวจริงไม่ได้ คุณเลยอยากจะให้ฉันเป็นแพะรับบาปใช่ไหม!”
ยิ่งอารมณ์อ่อนไหวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งพูดเสียงดังเท่านั้น นัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย
“ไม่ใช่เหรอคะ?” เฝ่ยไป่ลู่รับเอกสารมาจากมือของผูเหมี่ยว
ทันใดนั้น ไช่ไห่เหยียนก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
เฝ่ยไป๋ลู่ส่งเอกสารที่มีข้อมูลของหวงจงกับหวงเสวี่ยลี่ไปตรงหน้าไช่ไห่เหยียน “คุณรู้จักสองคนนี้ใช่ไหมคะ?”
เมื่อเหลือบมองเอกสาร ไช่ไห่เหยียนก็แอบกำมือแรง ๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะละสายตาจากเอกสารฉบับนั้น และพยายามสงบสติอารมณ์ให้ดีที่สุด “ไม่รู้จัก…”
เฝ่ยไป๋ลู่แสร้งทำเป็นประหลาดใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นอย่างมากว่า “แต่ถ้าพิจารณาจากรูปลักษณ์ของคุณ คุณย่อมมีความเกี่ยวข้องกับคนสองคนนี้แน่นอน เพราะมีเส้นแนวตั้งพาดผ่านบนบริเวณจุดเจียนเหมินปู้เหว่ย*[1] เส้นแนวตั้งนั้น ทั้งลึกและชัดเจนมาก ซึ่งบ่งบอกว่าคุณหย่าร้างแล้ว และคุณก็มีความสัมพันธ์ฉันแม่ลูกกับหวงเสวี่ยลี่ นั่นหมายความว่า หวงจงเป็นสามีเก่าของคุณ แล้วแบบนี้ทำไมคุณถึงพูดว่าคุณไม่รู้จักสองคนนี้ล่ะ?”
รูม่านตาของไช่ไห่เหยียนหดตัวลง เธอดูงุนงงยามได้สบตาเฉียบคมคู่นั้น
ความคิดแปลก ๆ พลันแล่นเข้ามาในใจของไช่ไห่เหยียน ‘ผู้หญิงคนนี้รู้ทุกอย่าง เธอจงใจเก็บเป็นความลับเพื่อให้ฉันสารภาพออกมา!’
แต่… ถ้าฉันบอกไป…
ดวงตาของไช่ไห่เหยียนมีความลังเลและเจ็บปวด
เมื่อเห็นแบบนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ก็ขอให้ผูเหมี่ยวช่วยกันคนที่กำลังยืนดูความตื่นเต้นอยู่ด้านนอกออกไป และห้ามเข้ามาวุ่นวายกับการสอบสวน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยแก่ผู้เสียหาย จากนั้นหญิงสาวก็พูดว่า “ดวงตาของคุณเป็นสีเข้มและใบหน้าก็ซีดเซียว ดูเหมือนว่าช่วงนี้คุณจะไม่ได้พักผ่อนเลย และเรื่องคดีวางยาที่ทำร้ายผู้อื่นนี้คงทำให้ในใจของคุณเกิดความกดดันอย่างมากเลยใช่ไหม?”
น้ำเสียงของเธอดูสบาย ๆ ราวกับมีมนต์ประหลาดที่มองไม่เห็นทำให้ผู้คนละทิ้งความระมัดระวังโดยไม่รู้ตัว
“?” ผูเหมี่ยวสับสน
ผู้ร้ายวางยาพิษคือไช่ไห่เหยียนคนนี้ที่กำลังอยู่ตรงหน้าเราไม่ใช่เหรอ?
ทำไมฟังไปฟังมากลับกลายเป็นว่าคนร้ายตัวจริงเป็นคนอื่นล่ะ?
เขากลั้นหายใจและตั้งสติ พยายามไม่บุ่มบ่ามไปขัดจังหวะเฝ่ยไป๋ลู่เข้า
เฝ่ยไป๋ลู่ยืนขึ้นและรินน้ำ แล้ววางแก้วในมือให้ไช่ไห่เหยียน “คุณควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้ปากหน่อยนะคะ เพราะมันแห้งและเป็นขุยแล้ว”
ไช่ไห่เหยียนจ้องมองแก้วน้ำอย่างว่างเปล่า อุณหภูมิอันอบอุ่นของน้ำขับไล่ความเย็นบนฝ่ามือเธอออกไป ทำให้ดวงตาขึ้นสีเรื่อ
เธอเงยหน้าขึ้นมองเฝ่ยไป๋ลู่ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย และทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเศร้า “ฉัน… ฉันช่วยไม่ได้ และฉันไม่อยาก…”
“ถ้าคุณถูกบังคับ หากคุณสารภาพเสียตอนนี้ โทษที่จะได้รับย่อมเบาลงนะครับ” ผูเหมี่ยวสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ และเขาพูดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ผู้ชายคนนี้ดูดีในเครื่องแบบ เขาดูน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัย “การหลับหูหลับตาเชื่อฟังมีแต่ทำให้คนอื่นตกลงอยู่ในอันตราย ดังนั้นการนำตัวคนบงการคุณมาดำเนินคดี จะทำให้คุณปลอดภัยมากกว่านะครับ”
ไช่ไห่เหยียนปิดหน้าด้วยความเจ็บปวด “ฉันก็อยากโทรหาตำรวจเหมือนกัน แต่ลูกสาวของฉันอยู่ในมือเขา ฉันช่วยไม่ได้! ถ้าฉันไม่ทำตามที่คนคนนั้นพูด เขาจะฆ่าลูกสาวของฉัน… แต่ถึงฉันจะทำตามที่เขาบอก แต่เขาก็วางยาพิษลูกสาวฉันอยู่ดี ฉันกลัวว่าเขาจะฆ่าลูกสาวของฉันถ้าฉันไม่เชื่อฟัง…”
ไช่ไห่เหยียนกล่าวกระท่อนกระแท่น แต่ผูเหมี่ยวก็ตระหนักได้ว่า ‘เขา’ ที่เธอพูดถึงคือหวงจง
เฝ่ยไป๋ลู๋มองริ้วรอยบนใบหน้าของไช่ไห่เหยียนและถอนหายใจเบา ๆ เธอเป็นคนที่น่าสงสาร
ดวงตาของหวงจงสามารถมองเห็นตาขาวได้อย่างชัดเจน คิ้วของเขาหนา และหางตาเหยียดออก คนที่มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้จะเป็นพวกประมาทและไม่ระมัดระวัง จึงมีแนวโน้มจะขัดแย้งกับผู้อื่น และชอบจัดการทุกอย่างด้วยกำลัง
ยามเขาออกไปข้างนอกและโมโหกลับมา ก็มักลงมือลงไม้กับคนรอบตัว ทั้งยังทุบตีภรรยาประจำ
ในภาพที่เธอเห็น ไช่ไห่เหยียนทนไม่ไหวและขอหย่าร้างกับเขา แต่ลูกสาวของเธอถูกหวงจงพาตัวไป เขาใช้ลูกสาวเป็นตัวประกันในการไถเงินจากไช่ไห่เหยียน รวมถึงคุกคามเธอทุกทาง
หากบอกว่าไช่ไห่เหยียนเป็นแพะรับบาปก็คงไม่ผิดนัก
ไช่ไห่เหยียนรู้สึกโล่งใจ และเรื่องราวต่อจากนี้ก็ปล่อยให้ตำรวจจัดการ ส่วนภารกิจของเฝ่ยไป๋ลู่ก็สำเร็จด้วยดี
แต่ยังไงก็มาแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงแวะไปเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมที่หมดสติอยู่ในห้องพักพิเศษด้วยเลย และเธอก็บังเอิญได้ยินพยาบาลในห้องพักกำลังซุบซิบนินทากันอยู่
“ฉันได้ยินมาว่าคุณชายสามเวินจะมาตรวจงานของโรงพยาบาล หมอลิ่วกับหมอหวังก็เหมือนพวกนางสนมคนงามในฮาเร็มสมัยนี้ พวกเธอถึงกับวิ่งแจ้นไปห้องผู้อำนวยการทุกวัน เพราะหวังว่าจะได้บังเอิญพบคุณชายสามเวินล่ะ!”
“แต่ก็นะยังมีคนที่ดูถูกคุณชายสามเวินอยู่! พวกเขาคิดว่าคุณชายสามเวินเป็นคนพิการ จึงไม่อยากแต่งงานกับเขา เพราะกลัวจะต้องกลายเป็นม่าย”
“ใครล่ะ? มีคนไม่ชอบคุณชายสามเวินด้วยเหรอ? ฉันเกรงว่าถึงเธอคนนั้นอยากจะเป็นม่ายก็คงไม่มีสิทธิ์หรอก!”
“ครอบครัวเฝ่ยที่อยู่ห้องพักชั้นล่างไง ลูกสาวตัวปลอมของครอบครัวเฝ่ยบ่นกับแม่ของเธอว่า เธออยากให้คุณชายสามเวินล้มเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับเธอ…”
“ชิชะ!” นางพยาบาลตัวน้อยกล่าวเยาะเย้ย “ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ลูกสาวบุญธรรมของครอบครัวที่ร่ำรวยอันดับสามนี่เอง กล้าดียังไงถึงมาดูถูกคุณชายสามเวิน ตัวเองก็แค่คนป่วยคนหนึ่ง ไม่ชอบที่คุณชายสามเวินพิการ อยากให้คุณชายสามเวินล้มเลิกที่จะแต่งงานกับเธอ ทำอย่างกับว่าคุณชายสามเวินอยากจะแต่งงานกับเธองั้นละ ไร้ยางอายจริง ๆ!”
“ถ้าลูกสาวบุญธรรมไม่ไร้ยางอาย แล้วเธอจะบีบให้ลูกสาวตัวจริงออกไป และเข้ามาอยู่ในตระกูลเฝ่ยได้ยังไงล่ะ ลูกสาวตัวจริงน่าสงสารมากเลยนะ เพราะเธอต้องหาเงินด้วยการไลฟ์สด…”
“…” เฝ่ยไป๋ลู่อยากจะตะโกนบอก ลูกสาวตัวจริงมาแล้วจ้า แล้วก็ขอพูดอะไรหน่อยนะ ฉันไม่ได้น่าสงสารโว้ย!
ขณะที่เฝ่ยไป๋ลู่กำลังจะเคาะประตู พลันก็มีเสียงไอหนัก ๆ ดังมาจากด้านหลัง ซึ่งทำให้พยาบาลสาวในห้องพักตื่นตกใจจนต้องรีบเงียบลง พวกเธอใช้ทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมแสร้งทำเป็นว่ากำลังยุ่ง
[1] เจียนเหมินปู้เหว่ย คือ วังสามีภรรยา ตั้งอยู่ระหว่างปลายคิ้วถึงปลายตาและทอดยาวไปจนถึงขมับ ในหนังสือภาพโบราณ เรียกจุดนี่ว่า “วังแห่งภรรยาและนางสนม” หรือที่เรียกว่า “ประตูผู้ทรยศ” ซึ่งบ่งบอกว่าคุณเคยผ่านการแต่งงาน หย่าร้าง หรือมีชู้หรือไม่