เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 32 หวงจงถูกจับ
บทที่ 32 หวงจงถูกจับ
“คุณชายสามเวิน เราไปกันต่อเลยไหมครับ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซินไห่สาขาเมืองเจียงมีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายประดับบนหน้าผาก เขาอยากจะรีบไปจับตัวพยาบาลทั้งสองคนในห้องพักและลงโทษพวกเธอซะเดี๋ยวนี้!
นินทาช่วงไหนไม่นินทา ดันมาคุยกันตอนคุณชายสามเวินมาตรวจงานที่เมืองเจียงซะได้!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเธอก็ยังนินทาเกี่ยวกับข่าวลือของคุณชายอีก และข่าวนั่นก็ดันมาจากตัวเขานี่สิ!
ผู้อำนวยการตกใจมากเสียจนไม่กล้าเงยหน้ามองชายหนุ่มด้านหลัง
‘คุณชายสามเวิน? นั่นไม่ใช่คนที่เหล่านางพยาบาลตัวน้อยฝีปากกล้านินทากันอยู่เหรอ?’ เมื่อได้ยินชื่อคุ้นหู เฝ่ยไป๋ลู่ก็หันหน้าไปมองอย่างสงสัย
กลุ่มคนในชุดสูทผูกเนกไทบดบังการมองเห็นของเธอ คุณชายสามเวินถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมาก และเมื่อมองผ่านช่องว่างไป เฝ่ยไป๋ลู่ก็เห็นเพียงมือของผู้ชายบนรถเข็นกับลูกประคำสีเข้มบนข้อมือเรียวนั่น
“ไปกันเถอะ” น้ำเสียงของผู้ชายบนรถเข็นไร้อารมณ์สุด ๆ จนผู้อำนวยการกังวลมากขึ้นไปอีก ผู้อำนวยการจึงรีบพาผู้คนออกจากที่นั่นทันที
เฝ่ยไป๋ลู่ถอนสายตากลับมา เปิดประตู แล้วเดินเข้าไป
“คุณเองเหรอคะ คุณเฝ่ย” เมื่อพยาบาลเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เข้ามา พวกเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เฝ่ยไป๋ลู่มักมาเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมที่โรงพยาบาลเสมอ ทำให้เหล่าพยาบาลได้พูดคุยด้วย และมีความประทับใจที่ดีในตัวเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้ผู้อำนวยการของคุณกับคุณชายสามเวินอยู่ข้างนอกแล้วนะคะ”
“อะไรนะ?!” พยาบาลทุกคนพลันกลายเป็นหิน
เฝ่ยไป๋ลู่เฝ้าดูสีหน้าเหล่าพยาบาลตัวน้อยที่เปลี่ยนไปจนซีดเซียวด้วยความขบขัน
……
หลังจากยืนยันได้แล้วว่าพ่อแม่บุญธรรมอาการดีขึ้น เฝ่ยไป๋ลู่ก็วางแผนจะออกจากโรงพยาบาล แต่เธอไม่คิดว่าจะได้พบกับเฝ่ยเฉิงอีก
ตอนเฝ่ยเฉิงเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ออกมาจากลิฟต์ของโรงพยาบาล ดวงตาของเขาพลันเป็นประกาย ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ และสีหน้าอวดดีก็ปรากฏขึ้นบน “เธอคงไม่อยากแตกหักกับครอบครัวเฝ่ยของเราสินะ ถ้าสิ้นหวังมากนัก งั้นทำไมไม่กลับมาบริจาคไขกระดูกให้พี่ชิงรั่วก่อนล่ะ”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวอย่างจนปัญญา “ถ้านายตาบอดก็ไปหาจักษุแพทย์สิ หรือหากสมองมีปัญหาก็ไปสแกนสมองซะนะ อย่ามัวแต่โหวกเหวกโวยวายแต่เช้า”
เฝ่ยเฉิงกลั้นหายใจ “เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อบริจาคไขกระดูกให้พี่ชิงรั่วเหรอ? งั้นเธอมาโรงพยาบาลทำไม?”
เฝ่ยไป๋ลู่พูดประชดว่า “นายเป็นเจ้าของโรงพยาบาลหรือไง? ทำไมฉันต้องรายงานเหตุผลให้นายรู้ด้วยมิทราบ?”
การถูกเยาะเย้ยครั้งแล้วครั้งเล่า กอปรสายตาที่มองมาของผู้คนรอบข้าง ทำให้เฝ่ยเฉิงรู้สึกอับอายมาก เขาจ้องเฝ่ยไป๋ลู่เขม็ง แล้วเดินปึงปังจากไป
เมื่อกลับมาที่ห้องพักฟื้น เฝ่ยเฉิงก็พบว่าบรรยากาศหม่นหมองในห้องเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งพ่อแม่และพี่ชายต่างก็มีรอยยิ้มผ่อนคลายบนใบหน้า เดิมทีที่เขาต้องการจะพูดถึงการพบกับเฝ่ยไป๋ลู่ก็ถูกลืมไปทันที “เกิดอะไรขึ้น มีข่าวดีอะไรหรือเปล่าครับ?”
คุณแม่เฝ่ยยิ้มขณะจับมือเฝ่ยชิงรั่วไว้ “วันนี้คุณชายสามเวินมาถึงเมืองเจียงแล้ว และจะมีงานเลี้ยงในอีกไม่กี่วัน พ่อของลูกได้รับคำเชิญและจะพาชิงรั่วไปเปิดหูเปิดตาด้วยนะ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพรของอาจารย์หลิน ฉันคงไม่ได้รับคำเชิญนี้” ดวงตาของเฝ่ยมาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
หากคุณชายสามเวินตกหลุมรักเฝ่ยชิงรั่ว ตระกูลเฝ่ยก็จะได้เกี่ยวดองกับตระกูลเวิน!
และตระกูลเฝ่ยจะได้กลายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่ง
เฝ่ยอวี้ส่งยิ้มให้เฝ่ยชิงรั่วและกล่าวว่า “เพื่อนของฉันมีสร้อยคอที่ทำจากหยกมังกรซึ่งเหมาะกับเธอมากเลย ถ้าเธอสวมสร้อยคอนั่นไปงานเลี้ยง เธอจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานแน่นอน”
เขาเชื่อว่าคุณชายสามเวินจะไม่มีวันลืมน้องสาวของเขาหลังจากที่ได้พบเธอแน่
หากคุณชายสามเวินกลายเป็นน้องเขยของเขา ทรัพย์สินอันมหาศาลของตระกูลเวินจะต้องตกมาถึงเขา และด้วยการมีตระกูลเวินเป็นผู้สนับสนุน เฝ่ยอวี้จะสามารถไปได้ไกลในเส้นทางการเมือง
“ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ” ใบหน้าของเฝ่ยชิงรั่วขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอก้มศีรษะลงด้วยท่าทีเขินอาย ทว่ามือของเธอกลับกำผ้าห่มแน่น และแววตาก็ลุ่มลึกยากคาดเดา
คุณชายสามเวิน ไอ้คนพิการอายุสั้นไม่น่าอยู่พ้นสามสิบนั่น ไม่คู่ควรกับเธอเลย!
แต่เพื่ออนาคตของครอบครัวเฝ่ย เธอจะต้องตกคุณชายสามเวิน ไม่ว่าเธอจะไม่เต็มใจแค่ไหนก็ตาม
แม่เฝ่ยมองเฝ่ยชิงรั่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ “ชิงรั่วของเรามีรูปลักษณ์โดดเด่น มีเพียงไม่กี่คนในเมืองเจียงที่สามารถเทียบกับลูกได้ เมื่อเขาเห็นลูก คุณชายสามเวินจะชอบลูกแน่นอน”
“อีกไม่นานเราจะกลายเป็นญาติกับครอบครัวเวิน ฮ่า ๆ!” เฝ่ยมาหัวเราะเสียงดัง
“เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลจี้กำลังแข่งกับเราเรื่องโครงการเขตหนานกั่ง*[1] หลังจากงานเลี้ยงอาหารเย็นนี้ ตระกูลจี้จะต้องถอนตัวจากการแข่งขัน และยอมมอบโครงการนั้นให้กับเรา”
“…” เฝ่ยเฉิงอยากจะพูดเหลือเกินว่า คนอย่างคุณชายสามเวินจะชอบตระกูลเฝ่ยลงจริง ๆ เหรอ?
แต่เมื่อเห็นครอบครัวของเขาครุ่นคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากเกี่ยวดองกับคุณชายสามเวินแล้ว เด็กหนุ่มก็กลืนคำพูดทุกอย่างลงท้องไป
ช่างเถอะ ถ้าอาจารย์หลินเป็นคนจัดการละก็ บางทีคุณชายสามเวินอาจหลงรักพี่ชิงรั่วขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้?
อาจารย์หลินมีความสามารถมากอยู่แล้วนี่นา
……
คำสารภาพของไช่ไห่เหยียน ทำให้รูปคดีวางยาพิษเริ่มกระจ่างมากขึ้น
ไช่ไห่เหยียนเป็นคนเจาะรูวางยาพิษในเครื่องดื่มที่อยู่ในตู้แช่เย็นหมายเลขหนึ่ง เธอเป็นคนฉีดสารพิษเข้าไปในขวดน้ำที่หวงจงซื้อผ่านแอปเดลิเวอรีออนไลน์
เธอทำเช่นนี้เพราะหวงจงคุกคามชีวิตของหวงเสวี่ยลี่ผู้เป็นลูกสาว
ส่วนแรงจูงใจก็คือ หวงจงต้องการล้างแค้นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อ
เจ้าของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อจึงถูกเรียกตัวไปยังสถานีตำรวจ เมื่อรู้ว่าหวงจงอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาก็โกรธมาก
“ผมจำเขาได้ เขามาซื้อไวน์ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของเรา และบอกว่าต้องการติดเงินไว้ก่อน ผมไม่เอาด้วย จึงบอกเขาไปว่าถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องดื่ม เขาคงแค้นใจ ไม่อย่างนั้นจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างการวางยาพิษในเครื่องดื่มร้านผมได้ยังไง? เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซูเปอร์มาร์เก็ตของผมก็เปิดต่อไม่ได้ รู้ไหมครับว่าผมเสียรายได้ไปตั้งเท่าไหร่!?”
“อย่าให้ฉันออกไปได้นะ!” หวงจงรู้ว่าเขาคงหนีไม่รอดแล้ว เขาจึงตวัดสายตามองไช่ไห่เหยียน และพูดคาดโทษ
ไช่ไห่เหยียนอุ้มหวงเสวี่ยลี่ผู้เป็นลูกสาวอยู่ในอ้อมแขน เธอตัวสั่นไปหมด แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำลังกลัวหรือกำลังเสียใจกันแน่
เฝ่ยไป๋ลู่เดินมาขวางเบื้องหน้าไช่ไห่เหยียน บังสายตาอันดุร้ายของชายคนนั้น และพูดอย่างใจเย็นขณะมองหญิงวัยกลางคนด้วยดวงตากระจ่างใส “อย่ากลัวเลยค่ะ พอคุณออกไปจากที่นี่แล้ว ก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกสาวนะคะ ฉันรับประกันว่าเขาจะไม่มีโอกาสไปหาคุณอีกในอนาคต”
ไช่ไห่เหยียนมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างว่างเปล่า “จริง… จริงเหรอ?”
“จริงค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า หวงจงทำให้ผู้คนในคุกขุ่นเคืองด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีและความใจแคบของเขา เมื่อประกอบกับนิสัยชอบสูบบุหรี่และดื่มเหล้า คนคนนี้จะต้องตายด้วยการเจ็บไข้อยู่ในคุก และจะไม่มีโอกาสได้ล้างแค้นไช่ไห่เหยียนกับลูกสาวของเธอแน่นอน
ความชั่วย่อมตอบแทนด้วยความชั่ว*[2] และคนอย่างหวงจงมักมีจุดจบไม่สวยนัก
ไช่ไห่เหยียนหลั่งน้ำตาออกมา ถึงเธอจะไม่รู้ว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงพูดจาหนักแน่นเพียงนี้ แต่เธอก็เชื่อ!
ราวกับว่ามีคนยื่นฟางช่วยชีวิตให้ ดวงตาของไช่ไห่เหยียนเต็มไปด้วยความหวังสำหรับชีวิตในอนาคต
ไช่ไห่เหยียนที่ถูกบังคับยอมสารภาพโดยสมัครใจ หลังจากลดโทษแล้ว เธอจะต้องถูกควบคุมตัวเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในช่วงนี้ ลูกสาวของเธอจะได้รับการดูแลจากชาวบ้านในชุมชน เมื่อเธอได้รับการปล่อยตัว เธอจะสู้อย่างแข็งขันเพื่อสิทธิ์ในการดูแลลูกสาว แล้วเธอก็ปฏิบัติตามข้อแนะนำของเฝ่ยไป๋ลู่ ย้ายไปใช้ชีวิตที่อื่น และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
หลังจากคดีวางยาพิษคลี่คลายแล้ว ผูเหมี่ยวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ขอบคุณคุณเฝ่ยที่ช่วยเหลือนะครับ ไม่อย่างนั้นเราคงไม่รู้ว่าคนร้ายวางยาซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มผู้เสียหาย”
คดีนี้จะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม โชคดีที่พวกเขาพบผู้วางยาพิษภายในเวลาที่กำหนด และพวกเขาสามารถออกประกาศในภายหลังเพื่อรักษาเสถียรภาพของจิตใจผู้คนได้
ยิ่งไปกว่านั้น คนอย่างหวงจงซึ่งมีอารมณ์ไม่มั่นคงและกล้าทำร้ายคนในสังคมอย่างรุนแรงก็เหมือนกับระเบิด วันหนึ่งอารมณ์นั่นก็อาจระเบิดออกมา จนทำให้ประชาชนได้รับอันตรายอีก ดังนั้นการคุมขังเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว”
คำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้รอยยิ้มในดวงตาของผูเหมี่ยวยิ่งฉายชัดขึ้น
เขาได้เจอกับปรมาจารย์มามากมาย คนเหล่านี้มีนิสัยที่แตกต่างกันไป บางคนทำท่าว่าตนเหนือกว่าคนอื่น ๆ ดูถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานตรากตรำระดับรากหญ้า เพียงเพราะตนมีความรู้สูงกว่า และพวกเขาก็แค่รอรับผลประโยชน์ รอใช้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนของรัฐบาลเท่านั้น
แต่แน่นอนว่าก็ยังมีปรมาจารย์บางคนที่มีนิสัยเป็นมิตร เช่น เฝ่ยไป๋ลู่ ปรมาจารย์เช่นเธอ พวกเขายินดีต้อนรับ
“โอ้ ยังไงก็ตาม ตระกูลเวินจะจัดงานเลี้ยงที่เมืองเจียงในอีกไม่กี่วัน คุณเฝ่ย คุณยังวัยรุ่น อยากไปร่วมสนุกด้วยไหมครับ?”
ตระกูลเวินส่งคำเชิญมาหลายฉบับ ผูเหมี่ยวเองรู้ว่าคุณชายสามเวินที่มาจากกรุงปักกิ่งเป็นคนจัดงานเลี้ยงนี้ จึงมีเด็กมากพรสวรรค์หลายคนมาเข้าร่วม เฝ่ยไป๋ลู่ยังเด็กอยู่ ดังนั้นงานเลี้ยงนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับเธอแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการหาเพื่อน หรือขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างไร้ขอบเขต โดยที่ไม่มีอันตรายใด ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และตอบว่า “ไม่…”
ทว่าก่อนเธอจะได้พูดปฏิเสธ ผูเหมี่ยวก็ยัดจดหมายเชิญใส่มือเธอเสียก่อน
[1] เขตหนานกั่ง คือ เขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของไทเป ประเทศไต้หวัน
[2] ความชั่วย่อมมีความชั่วตอบแทน ตรงกับคำว่า ทำชั่วได้ชั่วในภาษาไทย