เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 5 คนดังทางเน็ตไลฟ์สด
บทที่ 5 คนดังทางเน็ตไลฟ์สด
ประโยคนี้มีข้อมูลเยอะเกินไป จางเฉิงรู้สึกว่าสมองอยู่ในภาวะการทำงานหนักจนแทบจะหยุดทำงาน!
เขาเพิ่งจะนินทาต่อหน้าเจ้าตัวเหรอ? แล้วยังพูดต่อหน้าด้วยว่าเธอโกงเงินบริจาคแล้วหอบเงินหนีไป!
แถมเป้าหมายที่ถูกนินทายังเป็นท่านอาจารย์อภิปรัชญาที่เขาเพิ่งได้รู้จัก และช่วยชีวิตเขาไว้ด้วย!
อึก…น่าอับอายเป็นบ้า! ให้ตัวเขาระเบิดตรงนี้แล้วลอยออกไปนอกโลกเลยได้ไหม? เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!
เมื่อเห็นท่าทางของจางเฉิงที่ราวกับกำลังจะระเบิด เฝ่ยไป๋ลู่ก็คืนโทรศัพท์ให้ ก่อนพูดตบท้ายซ้ำเติมเขาเข้าไป “ใช่แล้วละ ฉันคือสตรีมเมอร์หญิงคนนั้น แต่ว่าฉันไม่ได้โกงเงินบริจาค แล้วก็ไม่ได้หอบเงินหนีไปด้วย”
สมองจางเฉิงสับสนไปหมด เขาต้องการอธิบาย แต่ลิ้นกลับพันกันจนไม่รู้จะพูดอะไร “คุณ…ผม…ผม…”
จางเฉิงยังไม่ทันพูดรู้เรื่อง ในตอนนั้นรถเมล์ก็เข้ามาจอด
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง ดังนั้นเธอเลยไม่โกรธ
“ฉันจะไลฟ์สดคืนนี้ ถ้าคุณสนใจก็เข้ามาดูได้” เธอพยักหน้าให้จางเฉิง แล้วขึ้นรถเมล์ไป
ทิ้งไว้แต่จางเฉิงผู้แตกสลาย ให้เขามองตามรถเมล์ที่ขับออกไปอย่างตะลึงงัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ลูบหน้าตัวเอง แล้วพ่นคำหนึ่งออกมา “เชี่ย!”
วันนี้มันช่างมหัศจรรย์จริง ๆ
……
เฝ่ยไป๋ลู่ไปเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมที่โรงพยาบาล
พ่อแม่บุญธรรมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จึงอยู่ในอาการโคม่า หลังจากรักษามาเกือบหนึ่งเดือนก็ยังคงไม่มีวี่แววใด ๆ ว่าจะฟื้นขึ้นมา แต่ตัวชี้วัดทางกายภาพต่าง ๆ ยังถือว่าดี
เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้าของร่างเดิมอย่างมากที่เอาใจใส่ เจ้าของร่างเดิมสามารถปล่อยให้ตัวเองไม่กินไม่ดื่มสองวันได้ แต่กับพ่อแม่บุญธรรมหญิงสาวกลับไม่เคยตระหนี่เลยแม้แต่น้อย ทั้งยังจ่ายเงินเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดูแลพ่อแม่บุญธรรมเป็นอย่างดี
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเฝ่ยไป่ลู่ก็มีสีเข้มขึ้น
ครอบครัวเฝ่ยลงมืออย่างเหี้ยมโหดและทำได้สำเร็จ บางทีเจ้าของร่างเดิมในตอนนั้นอาจจะรู้สึกได้ถึงบางอย่าง จึงควักเงินทั้งหมดเพื่อส่งพ่อแม่บุญธรรมไปโรงพยาบาลเซินไห่ที่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
เพราะเมื่อเทียบกับเซินไห่กรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่แล้ว ตระกูลเฝ่ยก็เปรียบเหมือนมดปลวก ตระกูลเฝ่ยไม่อาจสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องราวในโรงพยาบาลได้ เธอจึงรักษาชีวิตพ่อแม่บุญธรรมไว้ได้
ทว่าการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ยอดเยี่ยมย่อมต้องใช้เงินมหาศาล และเจ้าของร่างเดิมก็ยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมเดือนนี้เลย แถมถ้าต้องการรับการักษาต่อไป เธอก็จะต้องจ่ายเงินในเดือนหน้าแล้ว
และตอนนี้… เหลือเวลาอีกเพียงห้าวันก็จะสิ้นเดือน
ภาระหนักในการหาเงินกำลังกดดันเธอ สามพันหยวนที่ยังอุ่น ๆ อยู่ในมือไม่มีประโยชน์เลย เฝ่ยไป๋ลู่จึงตัดสินใจว่าจะถ่ายทอดสดคืนนี้
หลังจากเก็บของง่าย ๆ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับการถ่ายทอดสดแล้ว เมื่อเข้าแพลตฟอร์มเฝ่ยไป๋ลู่ก็เมินเฉยต่อข้อความส่วนตัวและความคิดเห็น จากนั้นเธอก็กดปุ่มออกอากาศ
บัญชีที่ชื่อ ‘ไป๋ลู่’ ได้ออกอากาศอย่างเงียบ ๆ ในเวลาหนึ่งทุ่ม
ตอนแรกการแจ้งเตือนการออกอากาศนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของใครเลย
ชาวเน็ตได้หลงลืม ‘ไป๋ลู่’ ที่ไม่ได้ออกอากาศมาครึ่งเดือนไปแล้ว ทุกคนคิดกันไปโดยปริยายว่าหลังจากเรื่องของเธอถูกเปิดโปง เธอก็หอบเงินหนีไปหรือไม่ก็ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว ดังนั้นความสนใจต่อตัวเธอจึงน้อยลงไปมาก
คนแรกที่ค้นพบว่าเฝ่ยไป๋ลู่ออกอากาศคือเฝ่ยชิงรั่ว
ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุใด เฝ่ยชิงรั่วถึงตั้งค่าให้บัญชีของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นความสนใจพิเศษ และเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่เริ่มออกอากาศ ก็มีการแจ้งเตือนพิเศษบนโทรศัพท์ของเธอ
เมื่อเห็นชื่อของเฝ่ยไป๋ลู่ปรากฏขึ้น จู่ ๆ เฝ่ยชิงรั่วก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก …ทำไมเฝ่ยไป๋ลู่ถึงได้เริ่มไลฟ์สดอีกครั้งล่ะ? หรือเธอต้องการจะประกาศข่าวเรื่องที่เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวเฝ่ยในการไลฟ์หรือเปล่า?
ทำยังไงดีล่ะ? ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่เปิดเผยเรื่องทุกอย่าง เธอที่เป็นคุณหนูใหญ่ของครอบครัวเฝ่ยจะต้องกลายเป็นตัวตลกของทุกคนแน่! และตระกูลเฝ่ยก็จะต้องขายหน้าด้วยเช่นกัน!
ไม่ได้ จะปล่อยให้เฝ่ยไป๋ลู่ทำอะไรซี้ซั้วไม่ได้!
เธอต้องไปหารือกับพ่อ!
หลังจากได้ฟังความกังวลใจของเฝ่ยชิงรั่วจบ เฝ่ยมาก็ยิ้มเย้ยหยัน “วางใจเถอะ พ่อจะไม่ปล่อยให้เฝ่ยไป๋ลู่พูดเรื่องที่ไม่ควรพูดหรอก”
แอ็กปล่อยข่าวที่แต่เดิมสงบนิ่งอยู่นั้นพลันเคลื่อนไหวขึ้นมา พลันข่าวที่ว่าเฝ่ยไป๋ลู่ออกอากาศหาเงินก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วแพลตฟอร์ม
พลังในการปลุกปั่นความคิดเห็นของแอ็กปล่อยข่าวนี้ไม่อาจมองข้ามได้เลย
บัญชีโต้วโซ่วที่อยู่บนหน้าจอปะปนอยู่กับกลุ่มแฟนคลับขนาดใหญ่หลายกลุ่ม และแอ็กปล่อยข่าวก็ได้ทุ่มกำลังในการกำหนดทิศทางข่าวอย่างเต็มที่
ชั่วระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ก็เหมือนว่าคนทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตจะรู้แล้วว่าเฝ่ยไป๋ลู่กำลังถ่ายทอดสด และเธอต้องการเริ่มระดมเงินอีกครั้ง
‘กลุ่มอวดอาหาร’ ในกลุ่มแฟนคลับ มีแฟน ๆ สามสี่คนกำลังคุยกันว่าวันนี้กินอะไรไปบ้าง ทันใดนั้นก็มีคนโพสต์ความคิดเห็นซ้ำ ๆ กันหลายอัน ทำลายบรรยากาศที่กลมกลืนจริง
[ผู้ทรงพลัง 127 : พี่สาวจอมฉ้อโกงเงินบริจาคไป๋ลู่ออกอากาศขายดราม่าหาเงินอีกแล้ว ตัวตลกกำลังออนไลน์ เหล่าพี่ ๆ น้อง ๆ รีบไปดูเร็ว!]
มีแฟนคลับบางคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
[ไป๋ลู่คือใครกันน่ะ? เธอกำลังขายดราม่าหาเงินจริงเหรอ?]
[เวลากินข้าว จะพูดเรื่องของคนที่ทำให้งานกร่อยขึ้นมาทำไม?]
[คิดไม่ถึงเลยว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะยังกล้ากลับมาไลฟ์อีก ช่างไม่กลัวเลยจริง ๆ ว่าชาวเน็ตจะรุมด่าตาย]
ผู้ทรงพลัง 127 ปรากฏตัวอีกครั้ง และตอบกลับความคิดเห็นล่าสุดว่า [เธอคงใช้เงินหมดแล้ว คงไม่มีเงินให้ใช้แล้ว แล้วแบบนี้จะไม่กลับมาไลฟ์สดขายดราม่าหาเงินต่อได้ยังไง?]
หลังจากโพสต์ความคิดเห็นนี้ ผู้ทรงพลัง 127 ก็แค็ปหน้าจออย่างมีความสุข การแสดงความคิดเห็นในเชิงลบต่อไป๋ลู่มีราคาคอมเมนต์ละห้าเหมา การหาเงินแบบนี้สบายมากจริง ๆ ฉะนั้นเขาต้องโพสต์เยอะ ๆ
ขณะที่ผู้ทรงพลัง 127 เตรียมแสดงความเห็นในแฟนคลับกลุ่มอื่น ๆ ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองถูกเตะออกจากกรุ๊ปแชตหลายกลุ่มติดต่อกัน
[คุณถูกลบออกจากกลุ่มนี้โดย ‘พี่จางผู้กินจุ’ และไม่สามารถส่งข้อความได้]
จางเฉิงขมวดคิ้วแน่น “ไอ้ขี้รุงรังคนไหนกล้ามาเห่าในกลุ่มแฟนคลับของฉัน?”
เขาลบโพสต์ความคิดเห็นที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการก่อกวนเหล่านั้นออกไปทีละรายการ และกำหนดทิศทางของเพจ ก่อนจะลบคนเหล่านี้ออกจากกลุ่มแฟนคลับด้วย จากนั้นจึงประกาศแจ้งแฟนคลับทุกกลุ่มว่า [ใครที่ไม่รู้ความจริงเรื่องนี้ขออย่าได้ทำตามผู้อื่นด้วยการแสดงความคิดเห็นอย่างมักง่ายเพื่อโจมตีคนอื่นอย่างเลวทราม! ใช้คำพูดร้าย ๆ ทำร้ายคน! แล้วก็อย่าไปกำหนดทิศทางชีวิตใคร!]
จางเฉิงกดเปิดห้องถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาเห็นเฝ่ยไป๋ลู่กำลังก้มศีรษะปรับมุมกล้องโทรศัพท์อยู่ ความคิดเห็นวิ่งเต็มหน้าจอจนหน้าเจ้าตัวแทบจะจมหายไป และจำนวนคนก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
อุปกรณ์ถ่ายทอดสดของเจ้าของร่างเดิมก่อนหน้านี้ถูกขายเปลี่ยนเป็นเงินไปแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงสุ่มหาของที่พอจะใช้แทนได้จากรอบ ๆ จนเจอขวดใบหนึ่งจึงเอามาวางไว้ด้านหลังโทรศัพท์เพื่อปรับตำแหน่งให้มั่นคง หลังจากปรับมุมกล้องแล้ว เธอก็เงยหน้าขึ้น และพอเงยหน้าก็เห็นว่า คนในห้องถ่ายทอดสดที่ตอนแรกเป็นศูนย์ ตอนนี้เพิ่มมามากกว่าหนึ่งแสนอย่างน่าตกใจ
ดูเหมือนว่าเธอจะประเมินความปรารถนาของผู้คนที่อยากจะนินทาเธอกันอย่างคึกคักต่ำไป และเธอก็ไม่รู้เลยว่าถ่ายทอดสดครั้งนี้จะหาเงินได้เท่าไหร่?
จุดประสงค์ของเฝ่ยไป๋ลู่ในวันนี้คือการหาเงินเท่านั้น แม้เผชิญหน้ากับความคิดเห็นเชิงลบ แต่เธอก็พูดใส่กล้องด้วยความสงบและใจเย็นอย่างมาก “สวัสดีตอนเย็นค่ะทุกคน”
พวกแฟนคลับไม่คิดว่าเธอจะหน้าหนาขนาดนี้ ความคิดเห็นจากผู้ชมที่วิ่งบนหน้าจอในห้องถ่ายทอดสดเกิดติดขัดไปครู่หนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมาความเห็นมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
[เฮ้ พี่สาวจอมฉ้อโกงเงินบริจาคกลับมาแล้วเหรอ?]
[แต่งเรื่อง เขียนเรียงความ ใช้ประโยชน์จากน้ำใจของทุกคนเพื่อโกงเงิน คนอย่างเธอทำไมไม่ไปตายซะ! ไป๋ลู่ไสหัวออกไปจากโต้วโซ่วซะ! แบนไป๋ลู่จอมระดมเงิน!]
[พวกเธอเห็นไหมว่าบ้านที่เธออยู่ทั้งเล็กทั้งแย่ เหมือนกับสลัมเลย เสื้อผ้าบนตัวก็ฟอกมาจนขาวแน่ะ ชีวิตจริงต้องไม่มีเงินใช้แล้วแน่ ๆ ถึงคิดจะกลับมาโกงเงินชาวเน็ตอีกแบบนี้]
[หน้าตาพี่สาวจอมโกงเงินบริจาคแย่มาก ไม่ได้เพิ่งออกมาจากสถานีตำรวจจริง ๆ เหรอ?]
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์แล้วก็ไม่ได้หลบและซ่อนมันด้วย เลนส์กล้องจึงเผยสถานการณ์ปัจจุบันของเธอให้ทุกคนเห็นอย่างตรงไปตรงมา
แฟน ๆ ในห้องถ่ายทอดสดเห็นอย่างชัดเจนว่าเธออาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กที่เก่าทรุดโทรม ทั้งยังเห็นว่าใบหน้าเธอซีดเซียวเหมือนกำลังจะตายในไม่ช้า ด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ได้รับการยืนยันแล้ว พวกเขาจึงกระโดดออกมาชี้ให้เห็นความอับจนของเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่เลือกความคิดเห็นบางข้อแล้วตอบกลับ “ฉันไม่ได้โกงเงินบริจาค ถ้าพวกคุณมีหลักฐานใด ๆ ก็ตาม สามารถรายงานฉันกับแพลตฟอร์มและแผนกที่เกี่ยวข้องได้เลย”
“สีหน้าฉันแย่เหรอ? ช่วงนี้ฉันแค่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ พักผ่อนสองสามวันก็น่าจะหายแล้ว”
“ฉันไม่ได้เข้าคุกไปแล้วงั้นเหรอ? พวกคุณไปฟังใครมา? พรุ่งนี้ฉันต้องไปสถานีตำรวจเพื่อออกใบรับรองว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า?”
[เธอกับโต้วโซ่วแพลตฟอร์มก็เป็นพวกชั่วเหมือนกัน เธอมีบริษัทหนุนหลัง พวกเขาก็ปกป้องเธอสิ ดังนั้นทุกครั้งที่รายงานก็เลยไม่สำเร็จไงล่ะ น่าขยะแขยง! โต้วโซว่เฮงซวย ไม่ช้าก็เร็วต้องเจ๊งแน่!]
[บอกหน่อยสิว่าครั้งนี้ต้องระดมเงินได้เท่าไหร่ถึงจะถอนตัวไปจากโลกออนไลน์? ถึงฉันจะจ่ายให้เธอไม่มาก ก็อย่าลืมขอบคุณฉันที่เป็นเจ้านายด้วยล่ะ แต่ถ้าเธอเรียกฉันว่าลูกพี่ ฉันจะให้เธอหนึ่งเหรียญเลย แบบนั้นจะได้ช่วยให้เธอถึงเป้าหมายเร็วขึ้นไง]
[ใครจะรู้ว่าเธอปลอมใบรับรองขึ้นมาเองหรือเปล่า?]
เหล่าชาวเน็ตทั้งพูดเรื่องจริงทั้งพูดประชด เนื้อหาความคิดเห็นที่มา ๆ ไป ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นการพูดพล่ามและวนซ้ำไปมา ราวกับขายส่งออกมาจากโรงงาน
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบคำถามเหล่านี้เพียงครั้งเดียว ส่วนจะเชื่อหรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องของเธอ