เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 4 หายนะนองเลือด
บทที่ 4 หายนะนองเลือด
“ท่านอาจารย์ ช่วยด้วย!” จู่ ๆ จางเฉิงก็ตะโกนออกมาโดยไม่สนใจสายตาแปลก ๆ ของคนที่อยู่รอบตัว เขารีบวิ่งกลับไปที่ร้านบุฟเฟต์หม้อไฟ แล้วปิดการถ่ายทอดสดที่ดำเนินอยู่
บรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ ในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันตกใจ
[??? สติแตกไปแล้ว?]
[มีท่านอาจารย์อะไรที่ไหนกัน? แต่ว่าพี่จางที่เกือบโดนรถชนก็นับว่าโชคร้ายไปหน่อยนะ ควรจะหาอาจารย์มากำจัดโชคร้ายจริง ๆ นั่นแหละ]
[ให้ตายเถอะ เป็นไปได้ไหมว่าเพราะมีท่านอาจารย์ชี้แนะ พี่จางถึงหลีกเลี่ยงภัยครั้งนี้ได้? ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้บังเอิญขนาดนี้ล่ะ!?]
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังรอรถเมล์อยู่
จู่ ๆ จางเฉิงก็วิ่งมาจากที่ไหนไม่รู้พลางตะโกนเสียงดัง “ท่านอาจารย์… รอด้วย!”
ใบหน้าจางเฉิงเต็มไปด้วยเหงื่อ สองแขนชันไว้บนเข่า เขาหายใจแทบไม่ออก รู้สึกเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติมาเลย
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองเขา อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ นับว่ารอดจากความตายมาได้จริง ๆ เธอก็ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้
เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ดูสงบและผ่อนคลาย ราวกับว่าไม่แปลกใจที่เขากลับมาหาเธอ ใจของจางเฉิงยิ่งเชื่อมั่นว่าตัวตนของเฝ่ยไป๋ลู่คือ ท่านอาจารย์
เขายกมือยกไม้แสดงความตื่นตระหนกอย่างเวอร์วัง “อาจารย์ คุณคาดเดาได้ก่อนแล้วใช่ไหม…ถึงได้ชี้แนะผม?”
“อืม” เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า และบอกจางเฉิงถึงอนาคตที่ตัวเองมองเห็น “หลังคุณออกมาจากร้านบุฟเฟต์หม้อไฟก็จะไลฟ์สดระหว่างเดินกลับบ้านไปด้วย พอข้ามถนนตอนที่สัญญาณเหลือไฟห้าหรือหกวินาทีก็จะโชคร้าย คุณจะถูกคนเมาขับรถชนจนบาดเจ็บสาหัส”
ตอนอยู่ร้านบุฟเฟต์หม้อไฟ เธอมองแค่แวบดียวก็เห็นพลังงานสีดำแดงพรั่งพรูออกมาตรงระหว่างคิ้วของจางเฉิง สิ่งนี้เป็นลางบอกเหตุว่าเขาจะต้องเจอกับหายนะนองเลือดในอนาคตอันใกล้นี้
เธอจึงชี้แนะด้วยความกรุณา ถ้าจางเฉิงโชคดีพอ เขาจะรอด แต่ถ้าโชคไม่ดี…
ตอนนี้ดูเหมือนว่าตาจางเฉิงคนนี้จะโชคดีอยู่นะ
เขาเป็นคนมีใจเป็นธรรม หมั่นทำความดีอยู่เสมอด้วยนั่นแหละ
ตอนแรกจางเฉิงคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะปฏิเสธ แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะยอมรับตรง ๆ!
จางเฉิงตกตะลึง “!!!”
“ท่าน…ท่านอาจารย์ คุณช่วยชีวิตผม ผมต้องจ่ายเงินให้คุณใช่ไหม? ผมสแกนให้คุณได้ไหม?” เขาก้มตัวลงหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยมือที่สั่นไม่หยุด
เสียเงินฟาดเคราะห์ ตามความเข้าใจในค่านิยมทั่วไปของเขา เมื่อเจอกับเรื่องประเภทนี้ เขาควรจ่ายเงินเป็นค่าธรรมเนียมการช่วยเหลือให้กับท่านอาจารย์
แต่ว่าให้เงินนี่มันหยาบคายหรือเปล่า?
คนแบบท่านอาจารย์ คงไม่ชอบเงินเหม็น ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นทองแดงพวกนี้แน่
เขาพูดว่าจะให้เงินตรง ๆ ได้ยังไง นี่มันดูถูกศักดิ์ศรีของท่านอาจารย์จริง ๆ เลย!
จะทำยังไงถ้าเกิดท่านอาจารย์คิดว่ามันไม่มีค่าแล้วโกรธขึ้นมา? บ้านของเขามีแจกันเคลือบของยุคจักรพรรดิคังซี*[1]อยู่ใบหนึ่ง ถ้าจะมอบสิ่งนี้ให้ท่านอาจารย์ เขาจะขอข้อมูลในการติดต่อท่านอาจารย์ได้หรือเปล่านะ?
ความคิดโผล่ขึ้นมาในหัวจางเฉิงความคิดแล้วความคิดเล่า เขาอยากตบตัวเองแทบทนไม่ไหว และเอาสิ่งที่เพิ่งพูดไปกลับคืนมา
และตอนที่จางเฉิงระดมสมองคิดหาวิธีทำให้ท่านอาจารย์พอใจนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงเย็นชาของหญิงสาวดังขึ้น
“โอเค สแกนสิ”
จางเฉิงเงยหน้าขึ้นมอง ตรงหน้าเขาคือหน้าของรหัสชำระเงินสีส้ม สีไม่ฉูดฉาดและเรียบง่าย
หนึ่งนาทีต่อมา…
[ได้รับเงินสามพันหยวนผ่านวีแชต*[2]]
เป็นครั้งแรกที่เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกว่าเสียงนี้ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะมาก
เธอเก็บโทรศัพท์อย่างพึงพอใจ
ตอนแรกเฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีความคิดที่จะรับเงิน แต่ชายคนนี้เป็นฝ่ายไล่ตามมาแล้วยังเป็นฝ่ายเสนอจะให้เงินก่อน แบบนี้แล้วเธอจะปฏิเสธได้ยังไง?
ไหน ๆ ก็มาแล้ว อาจารย์เฝ่ยผู้ขาดแคลนเงินก็ไม่เกรงใจละนะ
จางเฉิงสังเกตดูเฝ่ยไป๋ลู่อย่างระมัดระวัง
สาวน้อยคนนี้อายุยังน้อยมาก แล้วก็ไม่ได้สวมเสื้อคลุมยาว ถึงแม้ท่านอาจารย์คนนี้จะแตกต่างจากสิ่งที่เขาคิดในทุก ๆ ด้าน แต่จางเฉิงก็ไม่กล้ามองข้ามอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เขาขอช่องทางการติดต่ออย่างหน้าด้าน ๆ “อาจารย์ ผมขอวีแชตคุณได้หรือเปล่า? วันหลังหากมีเรื่อง จะได้ขอให้คุณช่วยได้”
เฝ่ยไป๋ลู่ได้เงินแล้วก็อารมณ์ดี เธอจึงให้ข้อมูลติดต่อกับเขา แล้วถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณไม่คิดสงสัยเหรอว่าฉันอาจจะกำลังหลอกคุณอยู่?”
ต้องรู้ก่อนว่าในโลกนี้ความเชื่อไสยศาสตร์กำลังตกต่ำ ส่วนใหญ่แล้วถูกจัดว่าเป็นความเชื่องมงายล้าสมัย กอปรกับที่นี่มีทั้งคนดีและเลวปะปนกัน พวกที่มีความสามารถน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย กลับหลอกลวงคนไปจำนวนมาก ทำลายชื่อเสียงของวงการซินแส
ถ้าเธอบอกว่าสามารถทำนายดวงชะตาได้ คนส่วนใหญ่จะบอกว่าเธอบ้าไปแล้ว แต่จางเฉิงกลับแปลกมาก เขาถึงกับบอกหญิงสาวว่าเขาตื่นเต้นเพียงใด
“ผมกลัวเรื่องภูตผีมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยศึกษาอภิปรัชญา*[3]ด้วยตัวเอง แล้วก็อ่านจำพวกคัมภีร์อี้จิง*[4] สัญลักษณ์เฉียนคุน*[5] ผมต้องการเรียนรู้ศิลปะการป้องตัว นอกจากนี้ผมก็ยังชอบอภิปรัชญามาก จึงขอเพิ่มข้อมูลการติดต่อท่านอาจารย์ไว้ แล้วผมก็ยังอ่านนิยาย และโพสต์ในกระดานสนทนามากมาย…”
จางเฉิงรู้สึกว่าเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับว่าความฝันครั้งยังเด็กได้กลายเป็นจริงเลย ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งตื่นเต้น “ตอนที่คุณเตือนผม ผมก็รู้สึกแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ แบบเดียวกับเนื้อเรื่องในนิยายเลย แล้วผมก็จำได้ตอนกำลังข้ามถนน!”
เฝ่ยไป๋ลู่รู้แจ้งและเข้าใจทันใด …ที่แท้ก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบอภิปรัชญานี่เอง
จางเฉิงถูมือของเขาไปมา รู้สึกเขินอายเล็กน้อย “อาจารย์ คุณมียันต์สงบสุขที่ผ่านการทำพิธีขายไหม? ผมสามารถซื้อในราคาสูงได้นะ!”
เหตุผลหลักคือวันนี้เขาได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของอาจารย์ และกลัวว่าหากเขาพลาดโอกาสนี้ไป ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องยากหากอยากรับของที่ผ่านการทำพิธีจากท่านอาจารย์
นอกจากนี้เขายังกลัวตาย ดังนั้นการมีเครื่องรางสงบสุขจะได้ช่วยป้องกันทางจิตใจได้บ้าง
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหน้า “ตอนนี้ฉันทำนายดวงชะตาได้เท่านั้น ไม่ได้ขายยันต์” ตอนนี้เธอยากจนและถดถอย อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทำยันต์ยังสูงเกินไป รอไว้เธอมีเงินค่อยว่ากัน
“โอ้” จางเฉิงร้องออกมาด้วยความผิดหวัง
เฝ่ยไป๋ลู่คิดแล้วคิดอีก และสุดท้ายก็กล่าวกับจางเฉิงว่า “คุณสามารถติดตามบัญชีโต้วโซ่วฉันได้นะ ในอนาคตอาจจะเอายันต์มาติดบนรถจักรยานให้เช่าก็ได้ คุณสามารถซื้อได้โดยตรงเลยถ้าคุณต้องการ”
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกว่าแผนการนี้ไม่เลวเลย ใช้ประโยชน์สูงสุดจากสถานะคนดังทางอินเทอร์เน็ตมาไลฟ์สดขายของ และตัวจางเฉิงเองก็ยอมรับในเรื่องไสยศาสตร์อะไรพวกนี้ จึงถือเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของเธอ จะต้องรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ดี
สลับซับซ้อนจริง! ดวงตาจางเฉิงเป็นประกายแล้วรีบพูดว่า “โอเค โอเค อาจารย์ ชื่อบัญชีของคุณคืออะไรเหรอ? ผมจะติดตามคุณเดี๋ยวนี้เลย!”
“สองคำ ไป๋ลู่”
“ผมจะติดตามคุณเดี๋ยวนี้… เฮ้ ในรายชื่อผู้ติดตามของผมดูเหมือนจะมีชื่อไป๋ลู่อยู่นะ”
จางเฉิงมีอาการที่เมื่อตื่นเต้นหรือวิตกกังวลจะอดพูดมากไม่ได้ “แต่เหตุผลหลักที่ผมติดตามสตรีมเมอร์หญิงชื่อไป๋ลู่คนนี้ก็เพื่อตามเสพข่าวซุบซิบน่ะ… พูดขึ้นมาแล้ว เมื่อก่อนผมก็คิดว่าเธอเป็นสาวน้อยน่าสงสาร แล้วยังบริจาคเงินให้เธอด้วย ต่อมาก็มีคนบอกว่าเธอโกงเงินบริจาค ผมนี่คิดไม่ถึงเลย ก็ไม่รู้หรอกว่าจริงไหม แต่ยังไงก็เถอะ เธอไม่ได้มาไลฟ์ครึ่งเดือนแล้ว อาจจะหอบเงินหนีไปแล้วก็ได้”
จางเฉิงค้นหาอยู่หลายครั้งก็ไม่เจอบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับอภิปรัชญาเลย เขาจึงส่งโทรศัพท์ให้ไป๋ลู่ไปตรง ๆ “อาจารย์ คุณมีแฟนคลับเท่าไหร่เหรอ ทำไมผมค้นหาสองคำนี้ถึงไม่พบคุณล่ะ คุณคือคนไหนเหรอ?”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม “อันที่มีสามแสนกว่าคนนั่นไง คุณติดตามฉันแล้ว”
เดิมเธอมีผู้ติดตามห้าแสนกว่าคน แต่ล่าสุดเสียผู้ติดตามไปประมาณสองแสนคน และสามแสนคนที่ยังเหลืออยู่คาดว่าจะเหมือนกับจางเฉิง คือมาเสพข่าวซุบซิบที่ครึกครื้น หรือไม่ก็เป็นแฟนคลับปลอมที่แพลตฟอร์มให้มา
“แค่ก…” จางเฉิงบิดคอที่แข็งทื่อของเขา ค่อย ๆ มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและตกใจ “คุณ คุณคือ…”
[1] จักรพรรดิคังซี คือ จักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ชิง ในช่วง ค.ศ.1661-1722
[2] แอปพลิเคชันวีแชต คือ แอปสำหรับใช้ส่งข้อความ ไฟล์รูป ไฟล์เสียง ของประเทศจีน
[3] อภิปรัชญา คือ สาขาหนึ่งของปรัชญาอันว่าด้วยรากฐานแห่งสัจธรรม
[4] คัมภีร์อี้จิง คือ คัมภีร์ปรัชญาโบราณของจีน ซึ่งอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงในโลก แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี
[5] สัญลักษณ์เฉียนคุน เป็นสองสัญลักษณ์บนแผนผังแปดทิศ (八卦图) โดยเฉียน คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นตัวแทนท้องฟ้า ส่วนคุน คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งปฐพี