เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 54 หั่นราคา
บทที่ 54 หั่นราคา
ฉือยงยังคงต้องการแนะนำหยกราคาถูกและหยกใหม่*[1] ให้กับเฝ่ยไป๋ลู่ หญิงสาวจึงพูดตรง ๆ ว่า “นี่เป็นสินค้าชนิดเดียวที่คุณมีเหรอ? ของพวกนี้ที่คุณพูดถึง ฉันซื้อตามแผงลอยริมทางข้างนอกเอาก็ได้”
ฉือยงเม้มปาก เอาละ ดูเหมือนว่าจะไม่ชอบหินราคาถูกพวกนี้ อยากได้ที่มีค่ากว่านี้หน่อยสินะ
เขากลอกตาแล้วสั่งพนักงานในร้าน “ไปเอาหยกเหอเถียน*[2]ที่ฉันวางไว้ในห้องรับรองออกมา”
พนักงานร้านตกใจ หยกเหอเถียนในห้องรับรองพวกนั้นเป็นของปลอมไม่ใช่เหรอ?
“รีบไปสิ อย่าให้แขกผู้ทรงเกียรติต้องรอ!” ฉือยงเร่ง พนักงานร้านลังเลอยู่นาน แต่ก็ต้องทำตามในที่สุด ไม่นานนักเขาก็ยกของออกมา
เฝ่ยไป๋ลู่สังเกตเห็นการโต้เถียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างพวกเขา
ฉือยงหัวเราะ แล้วพูดเรื่องการค้าอย่างชาญฉลาด เขาสามารถพูดกลับดำให้เป็นขาวได้โดยเน้นที่ราคาเป็นสำคัญ “เจ้าของหยกคนก่อนเป็นพระโอรสของจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ด้านบนมีการแกะสลักรูปภูเขา ทะเล และเรือสำเภา มีความหมายว่า ทุกอย่างราบรื่น ต่อให้มีคนเสนอหนึ่งล้าน ฉันก็ยังตัดใจขายไม่ได้เลย แต่เห็นแก่คุณชายสามเวิน หักส่วนลดแล้ว ผมให้คุณที่แปดแสน”
พนักงานร้านที่กำลังแอบฟังตาโต …แปดแสน! ของปลอมขายได้ราคาขนาดนั้นเลยเหรอ?
“งั้นเหรอ? แต่ว่าฉันมองยังไงวัสดุที่ทำหยกเหอเถียนนี่ก็เป็นของปลอม ถ้าขายให้ฉันร้อยเหรียญ ฉันอาจจะยังพอพิจารณาได้” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มบาง
ใบหน้าของฉือยงบิดเบี้ยว แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกผิดหรือว่าไม่พอใจ เขาพูดเสียงดังว่า “ตาฉันคือดวงตาเทพเจ้าสี่ทิศ*[3] ที่มองเห็นทุกอย่างแห่งถนนเฉาอวี้ จะเป็นของปลอมได้ยังไง! คุณไม่ชอบ ก็ดูของอย่างอื่นของพวกเราสิ ทำไมต้องใส่ร้ายพวกเราด้วย!”
บางครั้งม้าก็เดินสะดุด คนเองก็เข้าใจผิดได้เช่นกัน
ถึงแม้ดวงตาเทพเจ้าสี่ทิศนี้จะมองเห็นบางสิ่งที่โหดร้าย แต่ก็ไม่อาจจะแม่นยำทุกครั้งไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นสีหน้าของฉือยงและพนักงานร้านก็เพียงพอจะบอกได้ว่า พวกเขารู้ว่าหยกนี้เป็นของปลอมอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังจะบีบให้เธอซื้อ
ช่างเป็นร้านค้าใหญ่รังแกลูกค้าจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่คร้านจะโต้เถียงกับเขา “คุณไปได้แล้ว ฉันจะดูเองค่ะ”
แทนที่จะปล่อยให้คนเลวแบบนี้ตามมา เธอชอบที่จะเดินดูเองคนเดียวมากกว่า
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจจะคุยกับฉือยงอีก พูดจบก็หันหลังเดินจากไป เธอถึงขั้นไม่อยากจะดูของร้านหย่งชิ่งฟางเลยด้วยซ้ำ
“ถุย! ตาสุนัขมองคนต่ำ!*[4] เป็นแค่คนรักตัวน้อยของคุณชายสามเวิน มีอะไรน่าภาคภูมิใจนักหนา?” สีหน้าของฉือยงแสดงออกว่าโกรธมากขึ้นและมากขึ้น “ฉันเองก็ไม่เต็มใจที่จะให้บริการแล้วเหมือนกัน!”
ฉือยงนึกว่าเฝ่ยไป๋ลู่เดินไปไกลแล้ว จึงไม่ได้ระวังเสียงของตนเอง และเขาก็ไม่รู้เลยว่าชายในห้องส่วนตัวชั้นสองกำลังเฝ้าดูทุกอย่างที่ชั้นล่างอยู่เงียบ ๆ
“ตรงกลางของหยกมีสิ่งเจือปนอยู่ แก้ไขได้ยากมากเลยนะ สองหมื่นแพงเกินไป ฉันให้สองร้อย จะขายหรือไม่ขาย?” เฝ่ยไป๋ลู่หยุดอยู่หน้าแผงขายของด้วยความสนใจอย่างมาก และกำลังพูดคุยกับหนุ่มน้อยเจ้าของแผง
สิ่งของในธุรกิจนี้ไม่ว่าอะไร ถ้ายิ่งเก่ายิ่งได้รับความนิยม รวมถึงตัวบุคคลด้วยเช่นกัน
เจ้าของแผงเป็นคนหนุ่มในวัยยี่สิบกว่าปี แผงจึงเงียบเหงามาก
ไม่ง่ายเลยที่จะมีลูกค้ามาสักคน เขาลังเลแล้วเสนอราคาที่สูงถึงสองหมื่นหยวน แบบนี้จะได้มีช่องว่างให้ต่อราคาได้
ไหนเลยจะคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะโหดร้ายขนาดนี้
สองหมื่นหยวนกลายเป็นสองร้อยหยวน มีดเล่มนี้ตัดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของเขาโดยตรงแล้ว
“อุ๊บ!” อูเผิงอยากจะกระอักเลือด เขาเอามือปิดหน้าอกแล้วแกล้งทำท่าขาดอากาศหายใจตาย
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกชะมัด นึกว่าที่มาเป็นแกะตัวอ้วน คิดไม่ถึงจะกลายเป็นถูกปล้นแทนล่ะสิ]
[เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเธอคว้ามันไปเลยก็ได้ แต่ก็ยังมีน้ำใจให้คุณตั้งสองร้อยหยวนแน่ะ เธอนี่มันจริง ๆ เลย ฉันอยากร้องไห้]
[เสียงนี้ฟังดูคุ้น ๆ เหมือนกับคนดังในเน็ตที่ไม่ได้ไลฟ์มาหลายวันแล้ว พี่เผิง พี่หันกล้องหน่อยสิ ให้พวกเราเห็นว่าใช่เธอหรือเปล่า?]
อูเผิงยิ้มแยกเขี้ยวใส่ ธุรกิจแผงลอยริมถนนไม่ค่อยดีนัก เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เขาจึงเริ่มถ่ายทดสดในฐานะสตรีมเมอร์พาร์ทไทม์
คิดไม่ถึงเลยว่างานพาร์ทไทม์จะทำเงินได้มากกว่าการขายของริมถนนเสียอีก
กลุ่มผู้ชมก็คือกลุ่มคนที่เหล่าสตรีมเมอร์ต้องพึ่งพิง
อูเผิงจึงไม่เพิกเฉยต่อคำขอของผู้ชม
แต่ก่อนอื่นเขาต้องถามความคิดเห็นของเฝ่ยไปลู่อย่างสุภาพก่อน ถ้าเธอไม่โต้แย้ง เขาถึงจะหันกล้องไปทางเธอได้
เฝ่ยไป๋ลู่ยังคงคุยเรื่องราคาหยกก้อนนั้นกับเขา “ถ้าสองร้อยน้อยเกินไป งั้นถ้าเพิ่มอีกห้าสิบล่ะ?”
อูเผิงสำลัก “…”
[ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่เลยนั่น]
[เงินจำนวนนี้ไม่ใช่กำไรเลยนะ]
[ฮ่า ๆๆ ฉันละอยากหัวเราะเป็นบ้าเลย คิดไม่ถึงเลยว่าไป๋ลู่จะเป็นคนแบบนี้ ฆ่าคนได้ด้วยประโยคเดียว!]
[สองร้อยเพิ่มอีกห้าสิบ แต่ไม่ใช่สองร้อยห้าสิบเหรอ กำลังล้อเลียนใครอยู่หรือเปล่า? ]
[ไป๋ลู่อ่า จะดีร้ายยังไงคุณก็เป็นสตรีมเมอร์รายใหญ่นะ ไลฟ์สดครั้งเดียวก็ทำเงินได้หลายแสนแล้ว ทำไมกับเงินสองหมื่นหยวนถึงได้คิดหยุมหยิมขนาดนี้เนี่ย? ขี้เหนียวสุด ๆ ไม่มีน้ำใจเรื่องเงินเลย กว่าเจ้าของแผงจะหาเงินได้มันยากมากเลยนะ ฉันดูเขาไลฟ์สดมาสองสามวันแล้ว แต่ไม่ได้เปิดบิลเลย! คุณสงสารเขาเถอะ]
[เดี๋ยวนะไม่รู้ว่าความคิดเห็นข้างบนเป็นแอนตี้แฟนของไป๋ลู่ หรือของพี่เผิง แต่ไม่ต้องพูดเรื่องสตรีมเมอร์ยังไม่ได้เปิดบิลอีกแล้ว พวกคุณจะพูดยังไง เขาก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่ยังไม่มีออร์เดอร์ไม่ได้ ถูกไหม? เอาละพี่เผิง ถ้าไม่อย่างนั้นคุณก็ตกลงเลยสิ ไม่ง่ายเลยนะที่จะมีคนอยากซื้อสินค้าพวกนี้ของคุณ เปิดบิลเลยเถอะ]
ลูกศรหลายลูกพุ่งเสียบเข้าที่อกอูเผิง
ออกไปเลย มันก็แอนตี้ทั้งหมดนั่นแหละ!
“ฉัน…” อูเผิงกำลังคิดจะขึ้นราคาอีกเล็กน้อย สองร้อยห้าสิบนี่เขาไม่ได้ให้กำไรเท่าไหร่เลย
ในตอนนี้เองของขวัญพิเศษจากเรือเทพเซียนเผิงไหลก็ถูกส่งลงมาจากสวรรค์ในห้องถ่ายทอดสด
ดวงตาอูเผิงเบิกกว้าง เขาไม่เคยได้รับของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
เรือเทพเซียนราคาห้าหมื่นหยวน ไม่รวมค่าคอมมิชชั่นของแพลตฟอร์ม เขามีกำไรสุทธิสองหมื่นห้าพันหยวน!
ชื่อเล่นของบัญชีที่ส่งของขวัญมีเพียงเลข ‘1’ เท่านั้น อูเผิงหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณพี่ใหญ่หมายเลขหนึ่งสำหรับของขวัญที่ส่งมาให้ครับ”
และความคิดเห็นบนหน้าจอของพี่ใหญ่ก็ลอยอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด [ขายให้เธอ]
เธอที่ว่านี้ ย่อมหมายถึงเฝ่ยไป๋ลู่
อูเผิงเข้าใจแจ่มแจ้ง เขาบรรจุหยกก้อนเล็ก ๆ พวกนั้นอย่างฉับไว แล้วส่งให้เฝ่ยไป๋ลู่ “ดีล! สองร้อยห้าสิบ!”
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง เธอย่อมได้ยินคำพูดของเขาที่ขอบคุณเรื่องของขวัญ
เธอสแกนจ่ายสองร้อยห้าสิบหยวนแล้วหยิบหยกขึ้นมา ก่อนจะเดินไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าว เธอก็หันมองอูเผิง และเตือนด้วยความหวังดีว่า “รีบเก็บของเถอะ ฝนใกล้จะตกเต็มที แล้วตอนกลับบ้านอย่าเข้าไปใกล้แอ่งน้ำเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะล้มขาหักได้”
[ฉันเกือบลืมตัวตนของเฝ่ยไป๋ลู่ในฐานะอาจารย์ลัทธิเต๋าไปแล้ว ช่างอุทิศตนจริง ๆ รักษาตัวตนเอาไว้ตลอดเวลาเลย]
[เหอะ ๆ ถ้าอีกเดี๋ยวฝนไม่ตก ก็แสดงว่าไป๋ลู่ไม่ได้มีความสามารถจริง ๆ แสดงว่าไลฟ์สดก่อนหน้านี้เป็นสคริปต์ทั้งหมด! ฉันจะรอดูเธอโดนตบหน้า!]
อูเผิงมองภาพด้านหลังที่จากไปของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างสับสน แล้วก้มมองหน้าจอ ห้องถ่ายทอดสดกำลังถกเถียงกันให้วุ่น ตัวเขาไม่รู้ว่าควรเชื่อเฝ่ยไป๋ลู่หรือไม่อยู่ชั่วขณะ
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ปรากฏตัว การถ่ายทอดสดเล็ก ๆ ของเขาที่เดิมมีคนอยู่เพียงหนึ่งพันคนเท่านั้นจู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาเป็นหมื่นคนทันที ทั้งยังได้รับของขวัญด้วย นอกจากรางวัลใหญ่จากพี่ใหญ่หมายเลขหนึ่งแล้ว ยังมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนอื่น ๆ อีก
เพียงไม่กี่นาที เขาก็ทำเงินได้มากที่สุดนับแต่ถ่ายทอดสดมา
สิ่งเหล่านี้คือรายได้และกระแสที่เฝ่ยไป๋ลู่นำมาให้
ช่างเถอะ! เขาจะฟังคำแนะนำของผู้มีเจตนาดี ยังไงก็เก็บของแล้วกลับดีกว่า
อูเผิงฮัมเพลงเบา ๆ พลางเก็บของจนเสร็จ และแทบจะในทันทีที่เขาวางของไว้บนหลัง จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่พร้อมกับสายฟ้าฟาด
“ประหลาดฉิบ ทำไมจู่ ๆ ฝนตกซะได้ ไม่มีเค้าลางเลย!”
“เจ๊งหมดแล้ว ของพวกนี้ของฉันเปียกน้ำไม่ได้นะ!”
พ่อค้าแผงลอยที่อยู่รอบ ๆ พูดไปด่าไป
และตอนนี้อูเผิงช็อกไปแล้ว เป็นอย่างที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดจริง ๆ!
[ให้ตายเถอะ ฝนตกจริง ๆ! ฉันจะดูว่าใครกล้าพูดว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนโกหก แล้วใครพูดว่าทั้งหมดล้วนเป็นสคริปต์!]
[ยังมีอะไรต้องแปลกใจกับพวกปากแข็งอยู่ล่ะ เธอจะต้องดูพยากรณ์อากาศวันนี้แล้วแน่ ๆ เลยรู้ล่วงหน้าว่าฝนจะตก!]
[ไอ้โง่เอ๊ย วันนี้เมืองเจียงมีแดดทั้งวัน ฉันละดูถูกนายชะมัด!]
เฝ่ยไป๋ลู่ถือร่มพร้อมกับชั่งน้ำหนักหยกขนาดเล็กที่เพิ่งซื้อมาในมือพลางเดินไปช้า ๆ
“พี่สาว บังเอิญจังเลย! คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอพี่ที่นี่!”
ทันใดเสียงสดใสและคมชัดดังขึ้น ภายในดวงตาหงส์สวยงามคู่นั้นเต็มไปด้วยความสุขที่ได้พบเธอ
[1] หยกราคาถูกหรือหยกใหม่ เป็นหยกที่มีโครงสร้างเนื้อหยกไม่สมบูรณ์
[2] หยกเหอเถียนหรืออีกชื่อคือหยกเนไฟร์ต โดยแหล่งผลิตหยกเหอเถียนส่วนมากกระจายอยู่ตามที่ราบสูงแนวเขาคุนหลินในซีอาน ด้วยแต่ละที่มีแร่ธาตุต่างกันทำให้รูปแบบสีสันแตกต่างกันไป
[3] 方神 ฟางเฉิน แปลว่า เทพเจ้าแห่งสี่ทิศ
[4] ตาสุนัขมองคนต่ำ เป็นสำนวน ใช้บรรยายคนที่คิดว่าตัวเองแน่ และดูถูกคนอื่น