เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 55 ราคาอยู่ที่สามแสน
บทที่ 55 ราคาอยู่ที่สามแสน
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดเดิน แล้วเงยหน้ามองเขา “บังเอิญจัง”
ราวกับถูกสายตาเย็นชาของเธอฟาดใส่ โจวอี้เจียก็หลุบสายตาลงอย่างเศร้าใจ
ทว่าไม่นานเขาก็กลับมามีกำลังใจใหม่อีกครั้งและเผยรอยยิ้มสว่างไสว
“พี่สาว พี่มาซื้ออะไรเหรอ? ผมอยากจะซื้อหยกให้แม่ในวันเกิดท่าน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาถนนเฉาอวี้ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่เท่าไหร่ พวกเราไปเดินช็อปปิงด้วยกันไหม?”
แล้วเธอก็เดินเข้าร้านทำตราประทับโดยไม่พูดอะไร
โจวอี้เจียเหลือบมองราคาบนชั้นวางสินค้า ที่มีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น เขาคิดในใจแล้วเป็นฝ่ายเอ่ยว่า “พี่สาว ผมยังไม่ได้ขอบคุณที่ช่วยผมครั้งก่อนเลย คุณชอบตราประทับอันไหน ผมจะซื้อให้!”
เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปที่หยกหินเลือดไก่*[1] ทางด้านซ้ายมือของเธออย่างตั้งใจ
รอยยิ้มบนหน้าเจ้าของร้านที่อยู่ด้านข้างบุ๋มลึกขึ้น “คุณหนูสายตาเฉียบแหลมจริง ๆ หินเลือดไก่มีชื่อเสียงมาตลอดว่า ‘ทองคำนับพันหาง่าย แต่หินนั้นหายาก’ หินหยกชิ้นนี้ เลือดมาก สีสด รูปร่างสวยงาม มีจุดเลือดสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ดี”
“เป็นกิเลน*[2] แกะสลักที่ด้านบนเป็นหัวมังกรมีเขากวาง กีบเท้าม้า หางวัว และหน้าผากหมาป่า มีหน้าที่ขจัดภัยพิบัติ ขับไล่วิญญาณร้าย ปกปักรักษาเพื่อปัดเป่าความชั่วร้าย ไม่ว่าคุณจะเก็บไว้เองหรือมอบให้ผู้อื่นล้วนดีทั้งนั้น เหมาะกับคุณเป็นพิเศษ”
โจวอี้เจียประทับใจคำพูดเจ้าของร้านไม่น้อย เขาควักโทรศัพท์ออกมา “ตกลง ผมซื้อเลย”
เจ้าของร้าน “สินค้าชิ้นนี้เป็นสินค้าคุณภาพเยี่ยม ราคาอยู่ที่ สามแสนหยวน”
“!!!” โจวอี้เจียพลันหายใจไม่ออก
ตาของเขาเบิกโพลง เขาชี้ไปที่ป้ายราคาด้านบน “เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าราคาหนึ่งหมื่น แล้วทำไมถึงเปลี่ยนเป็นสามแสนได้ล่ะ? คุณไม่ควรโก่งราคาลูกค้านะ!”
เจ้าของร้านมองเขาแล้วพูดอย่างมั่นใจในเหตุผลเต็มที่ว่า “พ่อหนุ่มอายุก็ยังน้อย ทำไมสายตาถึงไม่ดีขนาดนี้ล่ะ? มันก็เขียนไว้ชัดเจนแล้วนี่ว่า ‘เริ่มต้นที่หนึ่งหมื่น’!”
โจวอี้เจียไม่เชื่อที่เขาพูด ชายหนุ่มจึงชะโงกเข้าไปดู
มีคำว่า ‘เริ่มต้น’ ที่ตัวหนังสือมีขนาดเล็กมาก ๆ ตรงมุมขวาล่างของคำว่าหนึ่งหมื่นจริง ๆ!
ชั่วร้าย!
ชั่วร้ายเกินไปแล้วจริง ๆ!
โจวอี้เจียโกรธจนเส้นเลือดในสมองแทบแตก มือสั่นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ต้องจ่ายเงินใช่ไหม? สามแสนหยวน ที่จริงเขาจ่ายไม่ไหว!
แต่เขาเพิ่งคุยโวไปนะ
ถ้าไม่จ่ายจะไม่เป็นการตบหน้าตัวเองเหรอ?
“สามแสนแพงเกินไป ถึงแม้วัสดุของหยกหินเลือดไก่นี้จะดี แต่ว่าหางกิเลนแกะสลักมีรอยแตก หน้าที่ในการขับไล่วิญญาณร้าย ปกปักรักษาเพื่อปัดเป่าความชั่วร้ายอ่อนแอลงอย่างมาก เมื่อหางหักจนหมด กิเลนจะกระสับกระส่าย วิญญาณชั่วร้ายที่กดทับเอาไว้จะถูกปลดปล่อย ส่งผลเสียต่อผู้คนและฮวงจุ้ย ไม่แน่อาจทำให้เสียชีวิตได้” เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปที่หางกิเลนผ่านกระจก
โจวอี้เจียถอนใจโล่งอกทันที
เฝ่ยไป๋ลู่ฉลาดมาก ถ้าใช้ข้ออ้างนี้ เขาก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว
เขาขานรับเฝ่ยไป๋ลู่แล้วมองเจ้าของร้านอย่างโกรธเคือง “คุณกล้าขายของที่อันตรายแบบนี้ได้ยังไง? ถ้ามีคนตาย มโนธรรมของคุณจะไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”
คำพูดเหล่านี้ไร้เหตุผลไปหน่อย จนสีหน้าเจ้าของร้านแข็งทื่อและพูดอย่างไม่พอใจ “นี่ไม่ใช่รอยแตก แต่คือรอยเลือดของหยกหินเลือดไก่ มันแค่เหมือนรอยแตกเท่านั้น แล้วมันก็ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คุณพูดเลย ถ้าพวกคุณซื้อไม่ไหว ก็รีบไปซะ อย่ามารบกวนธุรกิจของฉัน”
“ดูแล้วพวกแกไม่เหมือนคนที่มีปัญญาซื้อหยกนี้ได้ ซื้อไม่ไหวก็อย่ามาที่นี่ แผงขายของข้างนอกนั่นเหมาะกับพวกแกแล้ว!” ทันใดนั้นก็มีเสียงชายหนุ่มแทรกขึ้น น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม
เขาสวมสร้อยทอง ใส่นาฬิกาหรู ตั้งแต่หัวจรดเท้าแปะป้ายว่าเป็นคนรวยให้รู้โดยทั่วกัน
สีหน้าของเจ้าของร้านผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เขาเข้าไปต้อนรับ “คุณหลิน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ คุณชอบวัตถุโบราณแบบไหนเหรอครับ? เอ คุณบอกผมมาทางวีแชตก็ได้ ผมจะไปส่งถึงประตูบ้านด้วยตัวเองเลย ผมจะกล้าให้คุณต้องลำบากเทียวไปเทียวมาได้ยังไงกันครับ”
ท่าทางประจบสอพลออยู่เล็กน้อย
“หยกหินเลือดไก่ชิ้นนั้นแหละ ห่อมันให้ฉัน ฉันจะมอบให้ใครบางคน” หลินเจี้ยนลี่โยนการ์ดทองหรูหราออกมา
“ได้เลยครับ” เจ้าของร้านเดินจากไปด้วยรอยยิ้มและส่งเสียงพ่นจมูกอย่างเหยียดหยามขณะที่เดินผ่านโจวอี้เจีย
หลินเจี้ยนลี่เชิดหน้ามองคนอย่างเย่อหยิ่ง ไม่กี่วินาทีที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเฝ่ยไป่ลู่ ในดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจ
เขาเลียริมฝีปากแล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “คนสวย ฉันไม่ได้อ่อนแอ ยากจน แล้วก็ขี้เหนียวเหมือนคนที่อยู่ข้างเธอ ฉันจะให้หินหยกเลือดไก่กับเธอ พวกเรามาเป็นเพื่อนกันไหม?”
“…” สีหน้าของโจวอี้เจียเปลี่ยนเป็นมืดมนเพราะคำว่าอ่อนแอ ยากจน แล้วก็ขี้เหนียว
ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและสวยงามเศร้าหมองลง
ให้ตายเถอะ ความรวยนี่มันเยี่ยมจริง ๆ เลย!
ท่าทางของเฝ่ยไป๋ลู่ยังคงสงบนิ่งเสมอ “หยกชิ้นนี้ไม่เหมาะที่จะมอบให้ใคร เมื่อหางหัก บุคคลผู้นั้นจะแปดเปื้อนด้วยวิญญาณร้ายและจะโชคร้าย”
“แต่ยังไงคนที่ฉันจะมอบหยกให้ก็คือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจอมหลอกลวงคนหนึ่ง ทำให้เขาดวงซวยก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องการพอดี” หลินเจี้ยนลี่มองเฝ่ยไป๋ลู่ เขาทนไม่ได้ที่จะปล่อยผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ไป “ถ้าเธอไม่ชอบชิ้นนี้ ฉันซื้ออันอื่นให้เธอดีหรือเปล่า? เธอชื่ออะไร? ไว้วันหลังเราไปกินข้าวด้วยกันไหม?”
“หากมีวาสนาก็จะได้พบ” เธอเหลือบมองเขาแล้วพบบางสิ่งในดวงตาที่ดูคุ้นเคย น้ำเสียงเย็นชา เดินไปทางประตู
หลินเจี้ยนลี่มองเธอเดินไกลออกไป แล้วถึงได้รู้ตัวว่าเขาตกใจกับคำพูดของเธอ จนไม่กล้าไล่ตามไป
เขาส่ายหัวแล้วพูดอย่างเสียดายว่า “วิญญาณชั่วร้ายอะไรกัน พูดจาลึกลับเสียจริง หรือว่าผู้หญิงคนนี้ก็เป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยงั้นเหรอ? หน้าตาก็ดี เสียดายสมองไม่ดี ทำอะไรหลอกลวงคนอื่น”
“คุณหลิน ห่อตราประทับเรียบร้อยแล้วครับ” เจ้าของร้านส่งของให้หลินเจี้ยนลี่ เมื่อเห็นว่าเฝ่ยไป่ลู่และคนอื่น ๆ ไม่อยู่แล้ว เขาก็เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
โชคยังดีที่สุดท้ายหยกชิ้นนี้ก็มีคนซื้อไป
ถ้ายังอยู่ในร้าน และลูกค้าคนอื่นรู้เรื่องหางกิเลนหัก น่ากลัวว่าต้นทุนหนึ่งแสนก็ยังจะไม่ได้คืน แถมร้านจะเสียชื่อเสียงด้วย
……
หลังออกจากร้านทำตราประทับแล้ว โจวอี้เจียก็หดหู่อยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ร้องไห้ออกมา “พี่สาว พี่เองก็คิดว่าผมมันยากจนและขี้เหนียวด้วยหรือเปล่า?”
เฝ่ยไป๋ลู่ ‘ใช่’
โจวอี้เจียเงยหน้าที่ดวงตานกการเวกเต็มไปด้วยน้ำตาขึ้น “ผมก็อยากซื้อให้พี่เหมือนกัน แต่ว่าผมไม่มีเงินมากขนาดนั้น ทั้งผู้จัดการและบริษัทของผมก็ไม่ได้สนับสนุนอะไรผมเลย แล้วผมยังทำให้คุณหวังโปรดิวเซอร์ชื่อดังในวงการบันเทิงต้องขุ่นเคือง ผมไม่มีงานทำแล้วก็ไม่มีรายได้…”
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ? เฝ่ยไป๋ลู่ส่งเสียงรับรู้ไปงั้น ๆ
“เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าผมเก่งกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่น แต่เพราะพวกเขาชอบเอาใจเจ้านายและเชื่อฟัง พวกเขาเลยดังกว่า”
โจวอี้เจียร้องไห้ออกมาจากใจดูน่าสงสาร “ผมหดหู่ใจมาก ถึงขั้นหมดอาลัยตายอยากเกลี้ยกล่อมตัวเองให้เชื่อฟังการจัดการของผู้จัดการ เรื่องนั้นจึงได้เกิดขึ้นตามมา…ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวช่วยผมไว้ ผมเกือบจะก้าวลงสู่เหวแล้ว ผมขอบคุณพี่จริง ๆ ไม่อยากเห็นพี่รังเกียจผม!”
เฝ่ยไป๋ลู่กวาดมองโบราณวัตถุรอบ ๆ พลางพยักหน้าแบบขอไปที
ท่าทางแบบขอไปทีนี้ทำให้โจวอี้เจียแทบจะขบฟันจนหัก
เวินสือเหนียนที่เพิ่งจัดการเรื่องเจ้าของร้านหย่งชิ่งฟางเสร็จได้ขับรถเข็นไป เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น
เฮ่อเหลียนเจี๋ยที่ตามมาอย่างยากลำบากกลอกตา คุณชายสามเวินชอบเฝ่ยไป๋ลู่ ถ้าเขาช่วยคุณชายสามเวินจีบเฝ่ยไป๋ลู่ จะชดใช้บาปของเขาได้หรือเปล่า?
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกจงเกลียดจงชังแล้วชี้ไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ “เธอทำแบบนั้นกับคุณเวินแล้วนะ ทำไมยังไปจับถือแขนอยู่กับผู้ชายคนอื่นอีก? แถมยังเป็นเจ้าหมาน้อยอ่อนแอแบบนั้นด้วย สายตาเธอนี่มันไม่ได้เรื่องเลย!”
“?” เฝ่ยไป่ลู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและมองไปทางเวินสือเหนียนที่ดวงตาฉายแสงรุนแรงทีละนิด
คุณชายสามเวินผู้ยิ่งใหญ่ จะจ้างเลขาที่มีสติดีหน่อยไม่ได้หรือไง?
[1] หยกหินเลือดไก่ มีชาดเป็นส่วนประกอบหลัก มีสีแดงสดเหมือนสีเลือดไก่ ไม่เพียงแต่หายากมาก แต่แต่ละก้อนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
[2] กิเลน คือสัตว์มงคลในเทพนิยายของจีน ช่วยปกป้องคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย