เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 82 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (2)
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 82 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (2)
บทที่ 82 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (2)
หญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เจ้าของรูปร่างสูงเพรียวและหน้าตาสวยงามก็คือ โจวลี่ลี่
เธอเป็นคนสาย แต่เพราะโดนอารมณ์ครอบงำ ทำให้ความงามของเธอถูกทำลาย
ระหว่างนั้นเองโทรศัพท์ของโจวลี่ลี่ก็ดังขึ้น และหลังจากรับสาย เธอก็รีบร้อนออกไป แต่ก่อนออกไปก็ยังไม่วายหันมาเตือนเฝ่ยไป๋ลู่ว่า อย่าได้เปิดหน้าต่างมั่วซั่ว
ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่เชื่อฟังโจวลี่ลี่ละก็ แซ่ของเธอคงไม่ใช่แซ่เฝ่ย
เมื่อโจวลี่ลี่เดินออกจากห้องผู้ป่วย เฝ่ยไป๋ลู่ก็เปิดหน้าต่าง
“ภายในอาคารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่อย่างห้องผู้ป่วยควรจะมีลมโกรกให้มาก ไม่อย่างนั้นชี่จะไม่หมุนเวียนเสมือนน้ำนิ่ง ทำให้ชี่เสื่อมลงได้ง่าย และหากอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่กลมกลืนกันเป็นเวลานานก็ย่อมประสบกับปัญหา”
จากนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปที่ดอกป๊อปปี้สีแดงเพลิงบนโต๊ะข้างเตียง “ไม่ควรวางดอกไม้นี้ไว้ตรงหน้าผู้ป่วย หากไม่รู้ความหมาย”
ดอกป๊อปปี้มีเรื่องเล่าอยู่เบื้องหลัง ตามตำนานเล่าว่า หลังสนมหยูจี*[1]เสียชีวิต เซี่ยงอวี่หรือฌ้อปาอ๋อง*[2] ได้ตัดศีรษะของนางแล้วผูกไว้กับเข็มขัดแล้วนำติดตัวไว้ เมื่อพ่ายแพ้สงครามที่เมืองไกเซี่ย*[3] ศีรษะของหยูจีก็ถูกฝังไว้ที่ตรงนั้น
ปีต่อมา บริเวณที่ศีรษะของหยูจีถูกฝังก็มีดอกไม้สีแดงชนิดหนึ่งบานสะพรั่งเต็มไปหมด ผู้คนจึงตั้งชื่อว่า ดอกสนมหยูคนงาม หรือดอกป๊อปปี้ ว่ากันว่าสีแดงสดนั้นถูกย้อมด้วยเลือดของสนมหยูจี
หากในเวลาปกติจะซื้อดอกป๊อปปี้มาตกแต่งบ้านก็ไม่เป็นไร
แต่ในห้องผู้ป่วยที่ชี่อ่อนแอและปั่นป่วน จำเป็นต้องใส่ใจเล็กน้อย
ผู้เฒ่าหลินไม่รู้ว่ายังมีรายละเอียดซับซ้อนมากมายขนาดนี้ เขาจึงรีบย้ายดอกไม้ออกจากห้องผู้ป่วย พอคิดว่าใครเป็นคนนำดอกไม้มา ทันใดนั้นก็โกรธมากทันที
“อาจจารย์ ฉันขอโทษจริง ๆ ทั้งหมดเป็นลูกชายที่ไม่ได้ความของฉันก่อเรื่องขึ้นเอง!”
ผู้เฒ่าหลินโกรธจนทุบหน้าอก “วันที่สามที่เจี้ยนลี่นอนหมดสติ ผู้หญิงที่ชื่อโจวลี่ลี่คนนี้ก็มาหาถึงที่บ้าน พวกเราไม่แน่ใจว่าเด็กในท้องของเธอคือลูกของเจี้ยนลี่หรือไม่ แต่เราก็ให้เธออยู่ที่นี่ต่อเพื่อป้องกันไว้ก่อน”
หากหลินเจี้ยนลี่ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย เด็กคนนี้อาจจะเป็นสายเลือดหนึ่งเดียวของเขา
“ผลกลายเป็นว่าโจวลี่ลี่คนนี้อาศัยลูกของเธอวางอำนาจบาตรใหญ่ แม้แต่ฉันก็ไม่อยู่ในสายตา” ผู้เฒ่าหลินกัดฟันกรอด “เธอไม่ยอมให้เราเปิดหน้าต่าง แล้วเธอก็ยังเป็นคนนำดอกไม้พวกนี้มาด้วย! เธอต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
เป็นไปได้ไหมว่าต้องการฆ่าหลินเจี้ยนลี่ แล้วอาศัยลูกเพื่อยกสถานะตัวเองให้มั่นคง?
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีก แล้วหันไปดูอาการของหลินเจี้ยนลี่
รอยบนคอหลินเจี้ยนลี่หายไปแล้ว ภายนอกก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ
สีหน้าของเขาเป็นปกติ หากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องคงเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังนอนหลับสบาย
“อาจารย์ อาการของเขาเป็นยังไงบ้าง?” ผู้เฒ่าหลินรู้สึกเป็นกังวล
เฝ่ยไป๋ลู่สีหน้าจริงจังอย่างมาก “ซานหุนหรือสามดวงจิต*[4] ของเขาไม่อยู่ในร่าง มันถูกคนดึงออกไป”
มนุษย์เรามีซานหุนซีพั่วหรือสามดวงจิตเจ็ดวิญญาณ ขาดไปแค่หนึ่งก็ไม่ได้
สามดวงจิตออกจากร่าง นี่คือสาเหตุที่ทำให้หลินเจี้ยนลี่หมดสติ
“อะไรนะ?” ผู้เฒ่าหลินตกใจจนหน้าถอดสี เรื่องวิญญาณพวกนี้มีแต่ในละครโทรทัศน์ไม่ใช่เหรอ?
นี่ยากเกินไปที่จะอธิบาย เฝ่ยไป๋ลู่จึงเอ่ยเพียงว่า “ท่านผู้เฒ่า ขอฉันดูดวงชะตาวันเกิดของหลินเจี้ยนลี่หน่อยค่ะ”
ทั้งแย่งชีวิต ทั้งดึงดวงจิต หลินเจี้ยนลี่ตกเป็นเป้าหมายแล้ว
เธอเคยดูโหงวเฮ้งและโชคชะตาของหลินเจี้ยนลี่มาก่อนแล้ว ทั้งหมดล้วนแต่ธรรมดา
ถ้าเช่นนั้นอีกฝ่ายน่าจะรู้ดวงชะตาของหลินเจี้ยนลี่และมีแผนบางอย่าง
ผู้เฒ่าหลินหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเอาดวงชะตาวันเกิดของหลินเจี้ยนลี่ให้เฝ่ยไป๋ลู่ดู
“เสาสี่ต้น[5]ของหยินบริสุทธิ์ เกิดมาในความมืดหรือยามหยิน…” ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็รู้แจ้ง มิน่าล่ะถึงได้หลงใหลจิตวิญญาณของหลินเจี้ยนลี่นัก
“อาจารย์ เสาสี่ต้นของหยินบริสุทธิ์คืออะไร? เกิดมาในความมืดหรือยามหยินเป็นยังไง? สามารถตามวิญญาณลูกชายฉันคืนมาได้หรือเปล่า?” ผู้เฒ่าหลินตัวสั่นด้วยความกลัว
“เสาสี่ต้นได้แก่ เสาปี เสาเดือน เสาวัน และเสาชั่วโมง หนึ่งเสาสองอักษร แบ่งเป็นลำต้นแห่สวรรค์และกิ่งก้านของโลก ถ้าหากตัวอักษรทั้งแปดของเจ้าของชีวิตประกอบด้วยลำต้นหยินและกิ่งหยินจะเป็นเสาสี่ต้นของหยินบริสุทธิ์”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวว่า “คนประเภทนี้หลังจากตายแล้วจะถูกกลั่นให้เป็นพลังวิญญาณบางชนิดได้อย่างง่ายดาย วิญญาณของหลินเจี้ยนลี่ออกจากร่างหลายวันแล้ว วิญญาณจะต้องถูกเรียกคืนก่อนจะถูกกลั่น ไม่เช่นนั้น…”
ไม่เช่นนั้นหลินเจี้ยนลี่ก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน!
ผู้เฒ่าหลินรู้สึกวิงเวียนตาลายราวกับถูกฟาดด้วยไม้ท่อนใหญ่
เขาจับมือเฝ่ยไป๋ลู่ต้องการจะคุกเข่าขอร้อง “อาจารย์ ช่วยฉันด้วย! ต้องทำอะไรบ้างถึงจะช่วยชีวิตลูกชายฉันได้?”
เฝ่ยไป๋ลู่พยุงตัวเขาลุกขึ้น ขณะที่กำลังจะพูด เสียงอันร่าเริงของโจวลี่ลี่ก็ดังลอดเข้ามา “ท่านผู้เฒ่า ฉันเชิญอาจารย์หนิงมาที่นี่แล้ว! ให้อาจารย์หนิงขับไล่วิญญาณชั่วร้ายให้เจี้ยนลี่นะคะ เขาจะต้องฟื้นขึ้นมาโดยเร็วแน่นอน”
เสียงนั้นมาก่อนตัว
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเปิดหน้าต่าง?” รอยยิ้มบนใบหน้าโจวลี่ลี่หายไปทันทีหลังจากที่ก้าวเข้ามาในห้องผู้ป่วย เธอจ้องเฝ่ยไป๋ลู่อย่างไม่พอใจแล้วรีบปิดหน้าต่าง
เพียงแต่ว่าหน้าต่างของห้องผู้ป่วยนั้นเก่าและดูเหมือนว่าจะต้องซ่อมแซม มันจึงค้างเติ่ง ไม่ว่าโจวลี่ลี่จะพยายามออกแรงแค่ไหน หน้าต่างก็ไม่ขยับ
ใบหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ราบเรียบไร้อารมณ์ สายตาจ้องมอง ‘อาจารย์หนิง’ ที่สวมเสื้อคลุมแบบสั้นสีเทาอ่อนและยืนอยู่อยู่ด้านหลังประตู
ตอนนั้นเองดวงตาที่เหมือนนกอินทรีของชายวัยกลางคนสบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
รอยยิ้มบนหน้าเขาสงบและมั่นคง เขายิ้มให้เฝ่ยไป๋ลู่เบา ๆ แล้วเบนสายตาออกไป
“ฉันเปิดเอง แล้วจะทำไม?” มีคนนอกปรากฏตัว ผู้เฒ่าหลินจึงซ่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่เอาไว้
เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับแล้วกวาดสายตามองชายที่อยู่ด้านหลังโจวลี่ลี่ “ไม่ว่าเจี้ยนลี่จะอยู่หรือตายก็เป็นเรื่องของตระกูลหลิน คุณโจวพาอาจารย์ที่เธอเชิญมาออกไปเถอะ! จากนี้อย่ามาที่นี่อีก!”
“ท่านผู้เฒ่า ในท้องของฉันมีลูกของเจี้ยนลี่อยู่! เจี้ยนลี่คือพ่อของลูกฉัน แล้วทำไมฉันถึงจะมาที่นี่ไม่ได้?”
โจวลี่ลี่ใช้ลูกไม้เดิม ๆ มาบงการผู้เฒ่าหลิน
ผู้เฒ่าหลินเบื่อหน่ายความรู้สึกที่ถูกบงการเต้มทน เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “ใครจะรู้ว่าใช่เชื้อสายของตระกูลหลินหรือเปล่า! ถ้าหากว่าใช่ พวกเราก็ไม่ยอมรับเช่นกัน ถ้าหลินเจี้ยนลี่ต้องตายโดยไม่มีลูก มันก็คือชะตากรรมของเขาเอง!”
โจวลี่ลี่ขมวดคิ้ว
ผู้เฒ่าหลินให้ความสำคัญกับลูกหลานอย่างมาก ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดว่าไม่ยอมรับลูกในท้องของเธอได้ล่ะ?
การเปลี่ยนแปลงแบบนี้…
ทันใดนั้นเธอก็คิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง พลันหันขวับ มองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความสงสัย “หรือว่าเธอเองก็ท้องลูกของหลินเจี้ยนลี่ด้วย?”
หลินเจี้ยนลี่เป็นเพลย์บอย เธอท้องได้ ผู้หญิงคนอื่นก็ท้องได้เช่นกัน
แล้วก็มีแค่ในกรณีนี้เท่านั้น ผู้เฒ่าหลินถึงกล้าไม่ให้ความสำคัญลูกในท้องของเธอ!
โจวลี่ลี่มองท้องแบนราบของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาอิจฉาและรังเกียจ “ลูกในท้องของฉันอายุสามเดือนแล้ว เติบโตอย่างแข็งแรง จากนี้เจ็ดเดือนจะต้องคลอดออกมาอย่างปลอดภัย แต่ลูกของเธออาจไม่โชคดีแบบนี้!”
เฝ่ยไป๋ลู่พลันสะดุ้งเฮือก แล้วความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว
รอยยิ้มสว่างไสวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าสวยงามของเธอ
เธอมองไปทางโจวลี่ลี่ และพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “ขอบคุณมากนะคะที่เตือนสติ”
โจวลี่ลี่งุนงง “?”
ผู้หญิงคนนี้สมองมีปัญหาหรือไง?
ไม่ได้ยินเหรอว่าเธอกำลังสาปแช่งให้ลูกของเธอต้องโชคร้ายน่ะ?
“ไป ๆ ๆ รีบไปเลยนะ” ผู้เฒ่าหลินทนฟังคำพูดบ้า ๆ ของโจวลี่ลี่ไม่ไหวแล้ว
หากผู้หญิงประเภทนี้ให้กำเนิดลูกของหลินเจี้ยนลี่จริง เด็กคนนั้นก็จะมีแต่พิษร้ายและนำหายนะมาสู่ตระกูลหลินแน่!
ตระกูลหลินไม่กล้าอยากได้!
โจวลี่ลี่ไม่เต็มใจ “ฉันเชิญอาจารย์หนิงมาอย่างยากลำบาก ถึงแม้ท่านผู้เฒ่าจะไม่ชอบฉัน แต่ก็ต้องคิดถึงเจี้ยนลี่ด้วยนะคะ”
อาจารย์หนิงอะไรกัน? ไม่แน่อาจจะเป็นพวกหลอกลวง!
อาจารย์เฝ่ยที่เขาเชิญมาต่างหากถึงจะเป็นท่านอาจารย์จริง ๆ!
ดังคำกล่าวที่ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ หากเขาให้อาจารย์หนิงอยู่ต่อก็จะเป็นการไม่ไว้หน้าเฝ่ยไป๋ลู่
ผู้เฒ่าหลินจึงต้องการไล่โจวลี่ลี่กับอาจารย์หนิงอะไรนั่นออกไป แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับยับยั้งเขาไว้
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว…” เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางอาจารย์หนิงท่านนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ขอให้อาจารย์หนิงยื่นมือช่วยตระกูลหลินด้วยแล้วกัน”
[1] สนมหยูจี เป็นนางสนมของขุนศึก ฌ้อปาอ๋อง ผู้เป็นคู่ปรับคนสำคัญกับ หลิวปัง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น
[2] ฌ้อปาอ๋อง คือ ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ในยุคปลายราชวงศ์ฉินที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน
[3] เมืองไกเซี่ย ปัจจุบันอยู่ในมณฑลอันฮุย
[4] ร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องมีซานหุนซีพั่ว สามดวงจิตเจ็ดวิญญาณ ได้แก่ สามหุน (วิญญาณ) และเจ็ดพั่ว (วิญญาณ) ทั้งหุนและพั่วก็คือวิญญาณ จะเป็นคนสมบูรณ์ต้องมีอย่างน้อยสามจิต หากไม่สมบูรณ์จะตายภายในเจ็ดวัน
[5] คือเสา 4 ต้น (สี่ฐาน) ได้แก่ วันเดือนปีเกิด และเวลาตกฟาก เมื่อนำมาผูกเป็นดวงจะได้อักษรทั้งหมด 8 ตัว จัดเรียงกันเป็น 4 แถว